ตรีชฎา เพชรรัตน์ | แด่ความกล้าที่เชื่อมั่นในความฝัน สู่การยอมรับในระดับต่างประเทศ

The Conversation
17 Jul 2018
เรื่องโดย:

ปริญญา ก้อนรัมย์, ภาสกร ธวัชธาตรี, มณิสร สุดประเสริฐ

“เราทุกคนล้วนมีความฝัน อยู่ที่ว่ากล้าที่จะเดินตามความฝันหรือเปล่า”

คำกล่าวนี้ทำให้เรานึกถึง ‘ปอย’- ตรีชฎา เพชรรัตน์ ในวันที่ใครหลายคนต่างบอกว่าความฝันของเธอเป็นไปไม่ได้ และพยายามลดทอนความมุ่งมั่นของเธอ แต่เธอยังยืนยันที่จะเชื่อมั่นในความฝันและกล้าที่จะเดินทางตามความฝันของตัวเอง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างทาง จนทำให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง และมีความเชื่อว่าบาดแผลจากการล้มบ้าง เจ็บบ้าง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการประสบความสำเร็จ

     วันนี้เธอได้ข้ามพ้นคำดูถูกที่บอกว่า ‘เพศที่สามเป็นได้แค่ตัวตลก’ โดยการยืนหยัดด้วยผลงานที่ได้รับการยอมรับในวงการบันเทิงไทยและต่างประเทศมากมาย หากวันนี้ใครกำลังท้อ หมดหวัง กริ่งเกรงที่จะเชื่อในความฝัน เราอยากให้คุณได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอคนนี้ ผู้กล้าที่จะทำตามความฝันของตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ

 

ปอย ตรีชฏา

 

พูดถึงความฝัน เรามักจะคิดว่าเป็นแค่จินตนาการ เพ้อฝัน เป็นสิ่งที่เกินตัว

     ปอยว่าความฝันของทุกคนไม่มีอะไรที่เกินตัว หลายๆ คนที่ประสบความสำเร็จ เขาเริ่มต้นมาจากจุดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย แต่ที่เขามาถึงจุดนี้ได้เป็นเพราะเขากล้าที่จะคิดใหญ่และกล้าที่จะฝัน ทุกอย่างต้องเริ่มด้วยการนับหนึ่ง นับสอง นับสาม มันไม่มีทางที่จะมานับแปด นับเก้า นับสิบได้ก่อนเลย ดังนั้น แค่เรากำหนดมันได้ก็โอเคแล้ว แต่ว่าการกำหนดความฝันมันไม่ได้ง่าย ปอยคิดว่าความฝันต้องเกิดจากความเชื่อ ความรู้สึกที่เราทำแล้วมีความสุขและไม่ขัดกับศีลธรรม เราจะสบายใจในการทำมัน และเราจะลืมเวลา ลืมความเหนื่อย ลืมทุกอุปสรรคไปได้เลย

 

เคยเผลอคิดว่าชีวิตตัวเองตอนนี้เหมือนความฝันบ้างไหม

     เมื่อเช้านี้เลยค่ะ ปอยฝันว่าได้โอกาสบางอย่าง ปกติก็มีฝันหลายครั้งที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เป็นความจริง แต่วันนี้ตื่นขึ้นมาแล้วเป็นความจริง ปอยรู้สึกว่าที่มีทุกวันนี้ได้เพราะเรากล้าที่จะฝัน เหมือนเราใช้ชีวิตอยู่ในถนนแห่งความฝัน ปอยรู้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร แล้วก็พยายามเดินตามทางของมันมาตลอดก็เท่านั้นเอง ตามปกติแล้วชีวิตของคนเรามักจะถูกคนใกล้ตัวเรา เพื่อนๆ หรือครอบครัว มาลดทอนความมุ่งมั่นในความฝันของเรา ซึ่งปอยว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนในครอบครัวจะกังวลว่าเราคาดหวังมากเกินไป เขาไม่อยากให้เราผิดหวัง จึงทำให้บางครั้งเขาตัดความมั่นใจของเรา แต่มันอยู่ที่ใจเรามากกว่า ว่าเราหนักแน่นในความฝันมากแค่ไหน

     ตอนเด็กๆ เคยคิดว่าสิ่งที่เจอมานั้นหนักมากแล้วทุกครั้ง แต่พอถึงวันที่เราได้มาเดินบนถนนที่กำลังจะไปถึงความฝันจริงๆ อุปสรรคที่ได้ตอนนี้เจอมันรุนแรงกว่าตอนนั้นมากจนเทียบไม่ได้เลย ต้องขอบคุณอุปสรรคตอนช่วงที่เราเริ่มฝันด้วยซ้ำ มันเหมือนทำให้เราได้ฝึกซ้อม ทำให้เรารู้ว่าต้องเจออะไร เราคิดว่าการเจออุปสรรคเป็นคุณสมบัติของคนที่ประสบความสำเร็จ ลองนึกดูว่าการที่มานั่งฟังคนประสบความสำเร็จมาพูดแต่เรื่องการประสบความสำเร็จของตัวเอง เราคงไม่อยากจะฟังใช่ไหม ดังนั้น เมื่อไหร่ที่เรากำลังล้มอยู่ให้รู้ว่า ณ วินาทีนี้ เรากำลังเดินไปสู่จุดที่จะประสบความสำเร็จ

     บาดแผลที่ได้มาจะทำให้เราระมัดระวังมากขึ้น และใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ถ้าให้ปอยเปรียบเทียบ สมมติว่าจุดมุ่งหมายของเราคือพัทยา เราจะรู้แล้วว่าต้องไปทางถนนมอเตอร์เวย์ เราจะไม่ไปทางสายใต้ใช่ไหม แน่นอนว่าระหว่างทางเราอาจจะเจอหลุมเยอะมากๆ แต่เมื่อเราเดินทางครั้งที่ 2 เราจะรู้แล้วว่ากิโลเมตรที่เท่านี้มีหลุม เราจะหลบทัน การบาดเจ็บก็จะน้อยลง ฉะนั้น อุปสรรคมันทำให้เรารู้วิธีการรับมือในครั้งต่อๆ ไป

 

ปอย ตรีชฏา

 

ในวันที่รู้สึกแย่ๆ คุณหล่อเลี้ยงความฝันให้คงอยู่ได้อย่างไรบ้าง

     ความฝันของเรานี่แหละค่ะ เป็นคำตอบที่ทรงพลังมากที่สุด และจะเยียวยาหรือชนะทุกอุปสรรคได้ หากว่าเรามีภารกิจ จงเปลี่ยนภารกิจให้เป็นความฝัน เหมือนกับเปลี่ยน mission เป็น passion แล้วทุกๆ อย่างที่คุณทำจะทำให้คุณมีความสุขระหว่างทำ ความสำเร็จเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาระหว่างทางที่จะไป

เราต้องมีความสุขในทุกๆ วินาทีที่เราใช้ชีวิต จงใช้ชีวิตโดยที่ไม่จำเป็นต้องคาดหวังมาก และสนุกไปกับระหว่างทางดีกว่า

ชีวิตเปลี่ยนไหมในการไปรับงานที่ต่างประเทศ

     ตอนนี้มันเลยคำว่าเปลี่ยนไปมากแล้วค่ะ (หัวเราะ) มันเป็นช่วงชีวิตที่รู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของงานแล้ว และเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบอีกมุมหนึ่ง จนตอนนี้ปอยรู้สึกมีความสุขในการหาสิ่งที่เป็นความชอบใหม่ๆ อย่างตอนนี้ชอบศิลปวัฒนธรรมเพิ่มขึ้น และรู้สึกว่าสิ่งที่เราเรียนรู้ ได้ทำมันทุกวัน เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และรู้ว่าสิ่งที่ทำมันมีประโยชน์กับคนอื่นแน่นอนในอนาคต

 

ที่จีนหรือฮ่องกงค่อนข้างจะปิดกั้นเรื่อง LGBT โดนแรงกดดันในเรื่องนี้ไหม

     ปอยไม่เคยโดนเลยนะคะ ไม่ทราบด้วยว่าเขามากระทบเราในด้านใดบ้างที่ทำให้ปอยรู้สึกว่าคำว่า LGBT เป็นอุปสรรค แต่ถ้าเราไม่ทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่ดี แน่นอนค่ะว่าเขาต้องเปิดรับอยู่แล้ว ปอยไม่ได้ยัดเยียดความเป็นปอยให้กับเขา แต่เราเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับเขาอย่างไร ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดประโยชน์ให้กับเขา

 

มีความสุขกับชีวิตทุกวันนี้แค่ไหน

     ไม่มีความสุขทุกวินาทีอะไรแบบนั้นหรอก มีความสุขสลับกันไปกับความกังวลหรืออะไรก็แล้วแต่ สำคัญคือเราต้องมีสติว่าพอมีความสุขก็อย่าไปหลงระเริงกับมันมาก มิฉะนั้นเราจะรู้สึกว่ามันไม่ตรงกลาง ปอยรู้สึกว่าคำว่าตรงกลางเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลก เป็นคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่าใช่สำหรับเราแล้วตอนนี้

 

ปอย ตรีชฏา

 

มาถึงจุดนี้แล้วคุณแชร์วิธีคิดแบบนี้ให้กับคนอื่นอย่างไร

     ปอยแชร์สิ่งนี้เยอะมาก ให้กับหลายคนมาก ทั้งแชร์กับพ่อ แม่ คนในครอบครัว แชร์กับเพื่อนสนิท แม้กระทั่งที่ปอยได้ไปบรรยายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือที่ต่างประเทศปอยก็แชร์ และก็มีหลายครั้งที่คนอื่นก็แชร์ให้กับปอยเหมือนกัน มันสนุกมากเลยกับการที่เราแชร์สิ่งเหล่านี้ให้กันและกัน เพื่อนสนิทปอยก็มาจากทุกๆ ศาสนา เราไม่ได้พูดแล้วว่าเราจะพูดถึงคัมภีร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เราพูดด้วยความรู้สึกตรงกลางว่ามันมีวิธีแบบนี้ๆ และมีหลายๆ อย่างคล้ายกัน การที่เราเข้าใจถึงพฤติกรรมทั้งภายนอกและภายในของมนุษย์ มันไม่จำกัดแค่ภาษา เชื้อชาติ วัฒนธรรม มันเป็นภาษากลาง เราจะต้องเข้าใจมันให้ได้จริงๆ แค่รู้ไว้บ้างก็ดีค่ะ

 

ถ้าเกิดเจอน้องๆ รุ่นใหม่ ที่ยังติดหล่มความคิดว่าความฝันเป็นจริงไม่ได้ คุณอยากบอกอะไรกับน้องๆ

     แค่ให้กำลังใจน้องๆ ว่าเราทุกคนมีความสามารถและมีโอกาส เพียงแต่ต้องกล้าที่จะฝัน ถึงแม้ว่าหลายๆ อย่างที่น้องฝันอาจจะมีอุปสรรคทั้งภายนอกหรือภายในจิตใจของตัวน้องเอง ทำให้สงสัยว่ามันเป็นไปได้จริงเหรอ น้องจะต้องขจัดออกไปให้ได้ พี่ไม่สามารถการันตีได้ว่าน้องจะไปถึงฝันหรือเปล่า แต่เชื่อพี่ว่าระหว่างทางที่น้องทำมัน ต่อให้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต น้องจะรู้สึกว่ามันคุ้มมากที่น้องได้เดินมาในเส้นทางนี้

 


FYI

     LGBT เป็นการนำเอาตัวอักษรนำหน้าของบุคคลแต่ละกลุ่มมารวมกัน โดยย่อมาจาก Lesbian = เลสเบี้ยน Gay = เกย์ Bisexual = ไบเซ็กชวล Transgender/Transsexual = คนข้ามเพศ มีการใช้คำว่า LGBT มาตั้งแต่ยุค 90s ซึ่งดัดแปลงมาจาก ‘LGB’ ที่ใช้ในการแทนวลี ‘สังคมเกย์’ (Gay Community) ซึ่งกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศไม่รู้สึกว่าอธิบายพวกเขาได้อย่างถูกต้องตามที่กล่าว การใช้แบบสมัยใหม่ LGBT มีความหมายถึงความหลากหลายของเพศวิถี (Sexuality) และลักษณะการแสดงเพศทางสังคม และในบางครั้งอาจหมายถึงกลุ่มคนที่ไม่ใช่กลุ่มรักต่างเพศ แทนการระบุว่าเป็นเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล หรือคนข้ามเพศ

     LGBT ในจีนมีการเปิดกว้างมากขึ้น โดยพฤติกรรมรักเพศเดียวกันถูกลบออกจากบัญชีรายชื่อโรคจิตของทางการเมื่อปี ค.ศ. 2011 และมีพื้นที่ของคนกลุ่ม LGBT มากขึ้นในสื่อสาธารณะ แทนที่จะถูกมองว่าไม่มีตัวตนในสังคมดังแต่ก่อน จากการได้เห็นสัญญาณที่แสดงถึงการก้าวไปยังสังคมที่มีการยอมรับมากขึ้นในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา เช่น งานภาพยนตร์ LGBT ในจีน หรือในประเทศไต้หวันที่ศาลสูงสุดเห็นด้วยกับความเท่าเทียมในสิทธิในการแต่งงานเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้สิทธิของคนรักเพศเดียวกันยังถูกจำกัดอยู่ โดยกฎหมายจีนยังไม่รับรองการแต่งงานของคนกลุ่มนี้

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ปริญญา ก้อนรัมย์

ชื่นชอบการถามเพื่อนว่า “ชีวิตช่วงนี้เป็นไงบ้าง?” ส่วนถ้าช่วงนี้ใครถามกลับมา จะตอบไปว่า “กำลังหามรุ่งหามค่ำเพื่อชีวิตเอกเขนก...”

เรื่องโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

มณิสร สุดประเสริฐ

มนุษย์ผู้ชอบสะสมสมุด ชอบกาแฟพอๆ กับชอบบทสนทนาที่ดี และคิดเสมอว่าการค้นพบอาหารอร่อย กับเพลงเพราะๆ ก็เหมือนกับโคลัมบัสค้นพบทวีปอเมริกา