โลเล ทวีศักดิ์ | ความเพลิดเพลินคือโจทย์ในการทำงานสร้างสรรค์ คำตอบของศิลปินที่ชีวิตพบสมดุล

The Conversation
8 Oct 2018
เรื่องโดย:

ภาสกร ธวัชธาตรี, วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

ณ โรนินแคปซูล ร้านกาแฟและอาร์ตแกลเลอรีเล็กๆ ที่หัวหิน เป็นแหล่งเร้นกายของศิลปินป๊อปอาร์ตผู้โด่งดัง ‘โลเล’ – ทวีศักดิ์ ศรีทองดี เขาไปลงหลักปักฐานสร้างครอบครัว ค้าขาย และทำงานศิลปะอยู่ที่นั่นมาพักใหญ่

     เขาเล่าถึงความสุขในการทำงานในทุกวันนี้ ว่าเกิดจากความรู้สึกดื่มด่ำล้ำลึกในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์และการทำงานศิลปะ มีนักวิชาการบางคนเรียกสภาวะเช่นนี้ว่า ‘มณฑลแห่งพลัง’ บางคนอธิบายว่ามันคือ ‘สภาวะลื่นไหล’ หรือ ‘Flow’ สำหรับโลเล เขาเรียกมันว่า ‘ความเพลิดเพลิน’ มันคือการอยู่กับปัจจุบันขณะ จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า และมีความสุขในการทำมันไปเรื่อยๆ อย่างลืมวันลืมคืน ไม่วิตกกังวลถึงอนาคต และไม่ซึมเศร้าผิดหวังกับอดีต ในสภาวะอยู่กับปัจจุบันจะทำให้ศิลปินได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่แท้จริง เขามาช่วยอธิบายแจกแจงให้เราฟัง ว่าเราจะเข้าถึงสภาวะการทำงานเช่นนี้ได้อย่างไร

 

โลเล ทวีศักดิ์

 

ศิลปินสักคนจะอยู่กับการทำงานศิลปะไปได้ยาวนานตลอดชีวิตเขาได้อย่างไร

     ตอนแรกเราทุกคนก็คงไม่รู้หรอกว่าจะทำงานอะไร โตขึ้นไปเป็นอะไร มีอาชีพอะไร แต่สำหรับเรา เรารู้เพียงอย่างเดียวว่าเราชอบ ‘ความเพลิน’ ความเพลินคือเวลาที่ทำอะไรสักอย่างแล้วสนุก อย่างเช่น พรวนดิน ทำของเล่น หรือทำอะไรก็ได้ มันคืองานที่เราทำไปโดยไม่รู้สึกว่ามันเป็นงาน เท่าที่มองย้อนกลับไปตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมาก็พบว่าตัวเองมักเลือกที่จะทำอะไรก็ได้ที่ให้ความเพลิน ความสนุก พอโตมาเป็นผู้ใหญ่ เรามีรุ่นน้อง มีนักเรียน จนกระทั่งตอนนี้เรามีลูกสองคน ก็ยิ่งชัดเจนกับสิ่งนี้ ว่างานของชีวิตคือสิ่งที่ทำให้คุณได้เล่น ได้เพลิน รู้สึกดีใจที่ได้ทำ

     เราสังเกตเห็นว่าเวลาลูกเล่นอะไร เราสามารถแทรกบทเรียนหรือความคิดอะไรเข้าไปให้เขาได้ง่ายกว่า แต่เมื่อไหร่ที่เราบอกลูกว่า ไป ต้องไปอ่านหนังสือแล้ว เขาก็ไม่สนุกแล้ว เราพยายามเลี้ยงลูกโดยใช้การเล่นเพลินๆ

 

คาแร็กเตอร์ของผลงานในแต่ละยุคสมัย คุณวาดมันออกมาด้วยความเพลิดเพลินได้อย่างไร และมันเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม

     เราไม่สามารถรู้อนาคตว่าเราจะวาดรูปออกมาอย่างไร มีเพียงแต่ตอนที่เรากำลังวาดอยู่นี่แหละที่สำคัญ เราวาดไปเรื่อยๆ ด้วยความเพลิน ปล่อยใจตัวเองให้เข้าไปหาความสนุกจริงๆ จนกระทั่งผลงานเสร็จออกมาชิ้นหนึ่ง เมื่อได้นึกย้อนกลับไปตอนที่ทำ ก็จะเข้าใจได้ว่าผลงานชิ้นนี้เราทำออกมาด้วยความสนุกจริงๆ หรือเปล่า

     เวลาเราทำงาน มันไม่ใช่แค่วาดรูปเล่นๆ วาดแค่ส่งๆ ไป แต่เราทำอย่างจริงจัง จริงจังกับความเพลิดเพลิน และใส่ใจกับมันอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราเพลิดเพลินไปกับมัน มันจะกลายเป็นสิ่งสำคัญขึ้นมาได้

 

สภาวะความเพลิดเพลินนั้นทำให้เกิดงานศิลปะและความสร้างสรรค์ได้อย่างไร

     ทั้งความคิดสร้างสรรค์และทักษะฝีมือน่าจะมาพร้อมกันหมดเลย การมีทักษะฝีมือช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างสบายๆ ถ้าเราทำอะไรแล้วรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามมาก พยายามจะวาดให้สวย นั่นแปลว่าเรายังไม่ได้ข้ามเส้นแบ่งของคำว่า ‘ทักษะฝีมือ’ จนกระทั่งเราพัฒนาทักษะฝีมือขึ้นไปเลยจุดนั้น จะกลายเป็นความเพลิดเพลินไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องพยายาม นั่งวาดไปทั้งวันอย่างเอร็ดอร่อย

     เหมือนกับนักดนตรีที่เพลิดเพลินโดยไม่ต้องมากังวลเรื่องเทคนิควิธี เหมือนกับตอนนี้เรามาเปิดร้านกาแฟ ในระหว่างการชงก็รู้สึกเพลินแบบนั้นเหมือนกัน ค่อยๆ รินน้ำร้อนลงไปผงกาแฟ กระดาษกรองค่อยๆ ซึมน้ำ แล้วก็ได้ยินเสียงน้ำกาแฟหยดลงมา มันน่าเอร็ดอร่อยจริงๆ

 

โลเล ทวีศักดิ์

 

เราจะอยู่ในสภาวะเพลิดเพลินกับปัจจุบันได้อย่างไร เพราะเราวิตกกังวลกับอนาคต และรู้สึกผิดหวังเสียใจกับอดีต

     เรามักจะนึกถึงภาพของ เจมส์ บราวน์ เขาร้องและเต้นรำอยู่บนเวทีอย่างเอร็ดอร่อย ความอายหรือความกังวลต่อสายตาคนอื่นไม่มีแล้ว เหลือแต่ความเพลิดเพลิน ความสนุกในโมเมนต์นั้นจริงๆ เรานึกถึงภาพของเขาเสมอๆ ในการทำงาน มีบางครั้งที่หลงลืมสิ่งนี้ไป บางเดือน บางปี ที่มัวไปเครียดกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เมื่อกลับมานั่งจดจ่อและเพลิดเพลินกับงานตรงหน้า มันก็พาเรากลับมาได้ง่ายขึ้น การสร้างสภาพบรรยากาศรอบตัวให้ดีก็อาจจะช่วยได้ ตกแต่งบ้านหรือห้องทำงานให้มีแสงสว่าง มีบรรยากาศที่คุณชอบ

 

ถ้าเราไม่ใช่คนที่มีสติและสมาธิดีอย่างคุณ จะทำอย่างไรให้เราจดจ่อกับงานตรงหน้าได้บ้าง

     ต้องฝึกทำซ้ำๆ เพราะการทำซ้ำๆ จะทำให้คุณเชื่อ เรื่องความเสียใจ เรื่องอดีตก็เป็นเพียงความเชื่อหนึ่ง ถ้าไม่ยอมปล่อยวาง เอาแต่คิดถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจะตอกย้ำจนกลายเป็นความเชื่อ เรื่องในอนาคตก็เช่นกัน มันเป็นความเชื่อ อย่างเช่นชีวิตหลังความตาย เราเองไม่ได้เชื่อชีวิตหลังความตาย เราว่าตายแล้วก็ดับไปแค่นั้นเอง เราก็เลยไม่วิตกกังวลกับตรงนั้น

การสร้างเรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีตและอนาคต ทำให้เราคิดถึงมันวนเวียนเหมือนเงาที่ติดตามตัวตลอดเวลา เพราะฉะนั้น สำหรับเรา อะไรที่ผ่านมาแล้ว เราบอกว่าไม่เป็นไร ส่วนอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เราก็ไม่วิตกกังวล

     แน่นอนว่าคนเราต้องคิดถึงค่าน้ำค่าไฟเดือนนี้ คิดถึงอนาคตของลูกที่โตไปเป็นอะไร เราก็เตรียมพร้อมกับปัจจุบัน โดยที่ไม่เอาความวิตกกังวลเข้ามาทำลายความคิดในปัจจุบัน ดังนั้น สำหรับเรา อะไรที่ยังมาไม่ถึง เราบอกว่าช่างมัน เดี๋ยวก็รู้เอง

 

การทำงานอย่างเพลิดเพลินจะให้ความสำเร็จกับเราได้จริงหรือ เพราะตอนนี้เราต้องมีเงื่อนไขด้านธุรกิจเข้ามาว่าผลงานของเราจะถูกใจผู้ชมหรือลูกค้าด้วย

     แน่นอนว่าเราทุกคนต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่ถ้าเราเอาสิ่งนี้เป็นเงื่อนไขมาตั้งไว้อันดับแรกสุด ผลงานที่ออกมาก็จะไม่มีความพิเศษอะไรเลย เพราะมันถูกแชร์ไปกับสิ่งที่คนอื่นกำหนดไว้แล้ว เราต้องรู้จักวิธีเปลี่ยนโหมดความคิดตัวเองไปมา เมื่อรับโจทย์งานมาจากภายนอก เราก็คิดถึงมันในโหมดหนึ่ง จนเมื่อถึงเวลามานั่งทำงาน เราต้องเปลี่ยนมาอยู่ในโหมดภายในตัวเอง ในระหว่างทำงาน โจทย์จากภายนอกจะลอยเข้ามาในใจระยิบระยับ เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่ง ซึ่งเราจะไม่ยึดถือมันเป็นหลักใหญ่ ผลงานที่ออกมาจึงมีความเป็นตัวเราเองมากกว่า และสามารถตอบโจทย์สิ่งที่ระยิบระยับได้ในระดับหนึ่ง ผลงานก็มักจะได้รับการยอมรับจากลูกค้าด้วยเช่นกัน

     คนรุ่นใหม่ที่เรียนจบออกมา ถ้าทำงานตามโจทย์ เขาจะไม่ค้นพบความเป็นตัวของตัวเอง และมักจะทำงานโดยอ้างอิงสิ่งที่มีอยู่แล้วใน Pinterest ซึ่งมันเป็นเครื่องมือในการทำงานให้สะดวกสบาย แต่มันทำลายความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง การที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ ควรมาจากการที่เราไม่ได้เสพอะไรจากภายนอกเข้าไปมากนัก ยิ่งดูเรฟเฟอเรนซ์มากๆ ก็ยิ่งลดความ creativity ยิ่งคิดอะไรไม่ออก

 

โลเล ทวีศักดิ์

 

ถ้าไม่ดูเรฟเฟอเรนซ์ แล้วความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จะมาจากช่องทางไหน

     เราพบว่าการคิดอะไรใหม่ๆ ได้นั้น ส่วนใหญ่ออกมาจากการใช้ชีวิตของเรา การอยู่บ้าน การเดินทาง มันมักจะมาโดยที่เราไม่ได้วางแผนหรือจงใจ แต่เป็นสภาวะที่เราใช้ชีวิตไปอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่ได้นั่งคิดงานนั้นอยู่ด้วยซ้ำ

     เช่น เราพาลูกไปตลาด ปกติเราขับรถไปกัน แต่วันนี้เราพาลูกเดินไป เดินกันไปคุยกันไป ได้เห็นร้านอาหารที่คุณยายกำลังผัดอยู่ในกระทะ โอ้โฮ ดีจังเลย เดินไปอีกหน่อยเห็นกำแพงเก่าทรุดโทรม มีป่ารกร้างอยู่ข้างๆ โอ้โฮ สวยแปลกตามาก พอเห็นนั่นเห็นนี่ จึงค่อยเกิดเป็นความคิดว่าน่าจะทำอะไร ซึ่งอาจจะไม่ได้ทำวันนี้พรุ่งนี้ แต่สักวันหนึ่งข้างหน้า มันก็กลายเป็นความคิดเข้ามาในผลงานของเรา

 

ทำไมศิลปินทุกคนจะต้องพยายามแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง

     ในการทำงานตลอดมา เราก็ไม่ได้ยึดว่าต้องทำงานแนวเดียวตลอด เราพยายามจะเปลี่ยนแปลง หาทางทำงานแนวอื่นดูบ้าง ไม่อยากทำซ้ำตัวเอง เช่น เราหันไปเล่นดนตรี ไปทำกาแฟ ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อีกมากมาย เพราะว่าการพยายามเป็นตัวเอง พยายามทำซ้ำแบบเดิม มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย เราน่าจะหนีจากสิ่งเดิมออกไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้ไม่เบื่อกับงานที่ทำ เมื่อพบว่าเราทำงานนี้ได้แล้ว เราก็ลองไปทำอย่างอื่นอีก วาดแบบอื่น ค้นหาสไตล์อื่น เราไม่อยากทำงานซ้ำไปเรื่อยๆ เพียงเพราะว่ามันเป็นงานที่ต้องทำ

     บางทีเราวางแผนว่าจะจัดเอ็กซิบิชันหนึ่ง เมื่อทำงานไปได้สักห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิดเบื่อขึ้นมา เราก็จะหยุดพักไว้ แล้วไปทำอะไรอย่างอื่นก่อน จนเมื่อคิดอยากทำก็ค่อยกลับมาทำ หรือเมื่อวาดรูปบนเฟรมขนาดใหญ่ วาดไปสักพักยังไม่เสร็จ ก็เอาไปเก็บไว้ก่อน รอให้อยากวาดก็เอาออกมาวาดต่อ ดังนั้น จริงๆ แล้วมันจึงไม่ใช่ความพยายามเลยนะ แต่มันเป็นความสนุกและความเพลิดเพลินมากกว่า

 

แล้วในท้ายที่สุด ผลงานชิ้นสุดท้ายในชีวิตของศิลปินคนหนึ่ง มันจะไปหยุดลงตรงจุดไหน

     น่าสนใจตรงที่ผลงานแต่ละชิ้น การทำงานในแต่ละช่วงชีวิต ถึงแม้เราหนีออกจากสิ่งเดิม แสวงหาอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่สุดท้ายมันมักจะกลับมาที่จุดเดิม ไม่ว่าเราจะวาดลายเส้นแบบใหม่ๆ พอวาดไปสักพัก เราก็จะนึกขึ้นมาได้ ว่า เอ๊ะ นี่มันก็กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว (หัวเราะ) ไม่ว่าเราจะวาดตัวการ์ตูนตัวใหม่ วาดแนวใหม่ คนดูงานศิลปะก็มักจะรู้ว่านี่คืองานของเราเสมอ เหมือนเงา เหมือนตัวเราเอง ที่วิ่งตามเรามาตลอด บางคนก็เลยมองว่าชีวิตก็เท่านี้เหรอ วนเวียนอยู่แค่นี้

     แต่สำหรับเรา เรากลับมองว่าดีจังเลย มันคือโอกาสที่เราจะได้ทดลอง แสวงหา ทำโน่นทำนี่ สะเปะสะปะไปได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะไม่ว่าจะหลงทางไปตรงไหน เราก็มีอะไรให้ทำสนุกๆ แล้วในที่สุดแล้วเราจะกลับมาสู่ตัวเราเองได้เสมอ ชีวิตนี้ก็เลยไม่มีเหงา ไม่มีเศร้า ไม่มีเบื่อเลย

 

โลเล ทวีศักดิ์

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

อดีตบรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN นักเขียนผู้ชอบแมวและหมา แต่เกลียดเสียงหมาเห่า เลยเลี้ยงแมวดีกว่า เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4 แต่เพื่อนๆ บอกว่าเป็นลักษณ์ 5 ชอบเขียนถึงเรื่องราวที่โศกซึ้ง แต่เพื่อนบอกว่ามันเป็นมุมมองของคนคิดลึกซึ้งมากกว่า