การทบทวนตัวเองของ Valentina Ploy ในวันที่ไร้งาน จนพบอาชีพใหม่ในการเป็นนักสอนภาษาออนไลน์

The Conversation
28 Jan 2021
เรื่องโดย:

คุลิกา แก้วนาหลวง

‘พลอย’ – วาเลนติน่า จาร์ดุลโล หรือ Valentina Ploy ศิลปินค่าย What the Duck เคยเล่าถึงตัวเองไว้ว่าเธอเติบโตมาพร้อมกับอิสระในการใช้ชีวิต เธอจึงมีโอกาสได้ลองทำสิ่งต่างๆ ได้ลองไปในที่ๆ อยากไป รวมถึงได้เป็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น แต่ถ้าหากอิสระที่มีนั้นต้องถูกจำกัดอยู่ในกรอบที่เรียกว่า ‘การล็อกดาวน์’ ล่ะจะกระทบต่อการใช้ชีวิตของเธอหรือไม่

        ครั้งนี้เราชวนเธอมาคุยถึงเรื่องราวชีวิตในช่วงกักตัว ด้วยความอยากรู้ว่าในช่วงล็อกดาวน์จากการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ยามที่ศิลปินอย่าง วาเลนติน่า พลอย ไม่ได้ออกไปร้องเพลง ซ้ำร้ายความอิสระนั้นยังถูกจำกัดให้อยู่แค่ในบ้าน เธอจะรู้สึกอย่างไร อึดอัดไหม เบื่อไหม แล้วในช่วงนั้นเธอกำลังทำอะไรอยู่   

        ซึ่งพลอยได้ใช้โอกาสในระหว่างที่อยู่บ้านทำการสำรวจตัวเองครั้งใหญ่ ว่าอะไรคือสิ่งที่เธอชอบทำที่สุดในโลก แต่อาจไม่มีใครคาดคิดว่าการสำรวจนั้นจะทำให้เธอพบว่าตัวเองสามารถเป็น ‘ติวเตอร์ออนไลน์’ ดังนั้น การสอนภาษาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งความสามารถที่เธอทำได้ในช่วงกักตัว เพื่อรอโอกาสที่จะกลับไปจับไมค์ร้องเพลงอีกครั้ง

Valentina Ploy

ดูเหมือนปี 2020 จะโหดร้ายสำหรับใครหลายคน แล้วสำหรับคุณเป็นอย่างไรบ้างในช่วงปีที่ผ่านมา

        ปีที่ผ่านมาเงียบมากเลย เป็นโมเมนต์ที่ไม่น่าจะมีในชีวิต ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับสิ่งนี้ แค่รู้ว่าโอเค ล็อกดาวน์นะ ทุกคนต้องอยู่ที่บ้านแล้วก็หาอะไรทำ แต่ตอนแรกที่ล็อกดาวน์แล้วต้องอยู่บ้านก็ไม่ได้รู้สึกแย่ขนาดนั้น เพราะเราเป็นคนที่ทำงานกับสมอง การอยู่บ้านอ่านหนังสือ ฟังเพลง แต่งเพลง มันทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากมายเลย แต่ตอนหลังๆ มันก็มีผลกระทบทั้งจิตใจ ทั้งเรื่องงาน

ที่ว่ามีผลกระทบกับจิตใจ เป็นเพราะงานลดลงไปเยอะมากเลยใช่ไหม 

        ไม่ใช่แค่งานลด แต่ไม่มีเลย หรือถ้ามีก็นานๆ ทีที่เป็นคอนเสิร์ตออนไลน์ ซึ่งมันช่วยทำให้เราได้เชื่อมต่อกับคนที่ฟังเพลงเรา แต่มันก็ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พูดตรงๆ เลยว่ารายได้เราก็ลดลง

        แต่แทนที่จะอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร ในสถานการณ์แบบนี้พลอยก็ต้องนั่งคิดใหม่ ว่าถ้าเราไม่ได้เป็นศิลปิน จิตนาการว่าในโลกนี้ไม่มีดนตรีแล้ว ตอนนี้เราจะทำงานอะไรที่สามารถหารายได้จากที่บ้านได้ ก็เลยไปสมัครในเว็บไซต์เป็นครูสอนภาษาค่ะ 

เห็นนักแสดงหรือศิลปินส่วนใหญ่เขาจะขายของ ทำอาหารกัน แล้วทำไมเราถึงนึกอยากเป็นติวเตอร์ล่ะ

        เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำเลย เราพูดได้ 5 ภาษา แต่ก็ไม่เคยคิดว่าเราจะสอนได้ คือแทนที่จะอยู่บ้านหายใจทิ้งก็รู้สึกว่าเราทำสิ่งนี้ดีกว่า เลยลองค้นหาแล้วก็ไปเจอเว็บไซต์หนึ่งที่ชื่อ Preply เป็นเว็บไซต์สำหรับครูที่อยากสอนภาษา หรือวิชาอื่นๆ ซึ่งต้องมีคุณสมบัตินิดหน่อย อย่างพลอยก็ส่งปริญญาที่เรียนจบมาไปให้เขา ส่งคลิปแนะนำตัว ‘Hello my name is Valentina’ แล้วก็นำเสนอว่าเราจะมีวิธีการสอนยังไง พลอยก็คิดว่าเราจะสอนเป็นบทสนทนา เริ่มจากเรื่องพื้นฐานง่ายๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติมากที่สุด

อยากรู้เลยว่าประสบการณ์สอนของติวเตอร์ วาเลนติน่า พลอย เป็นอย่างไร

        แรกๆ ก็ตื่นเต้นนะ เพราะต้องเปิดกล้องคุยกับคนแปลกหน้า แล้วเราเป็นครูครั้งแรกในชีวิตก็เลยถามว่า “โอเค ทำอะไรกันดี” (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ดีค่ะ เริ่มชิน คือสมองพลอยเป็นสมองฝรั่ง แล้วเราสอนหลายภาษา เวลาคิด เวลาสอนเขาก็จะง่าย ทำให้เขาเข้าใจได้ง่ายมาก เดือนหรือสองเดือนนั้นก็ตื่นตั้งแต่ตี 5 เพราะว่าต้องสอนคนที่อยู่ต่างที่กัน เคยสอนเด็กคนหนึ่งเขาอยู่ฮาวายเวลาไม่ตรงกันเลย ห่างกันประมาณ 10 ชั่วโมง บางคนอยู่แคนาดา บางคนอยู่สิงคโปร์ บางคนก็เป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วซึ่งเขาต้องตื่นแต่เช้ามาเรียนก่อน ก็สนุก ท้าท้ายดีค่ะ และได้รู้ว่าเวลาที่เราทำอะไรไม่ได้ ทั่วโลกก็ล็อกดาวน์ เราจึงต้องสร้างโอกาสให้ตัวเอง หาวิธีอื่นที่เราจะได้ใช้ความสามารถหรืออะไรที่เราถนัด 

Valentina Ploy

ส่วนใหญ่นักเรียนที่เข้ามาเรียนกับติวเตอร์พลอยคือใครบ้าง

        มีทุกสัญชาติ ส่วนใหญ่คนที่เรียนภาษาเป็นผู้ใหญ่หมดเลย เช่น นักธุรกิจก็ยิ่งทำให้เราตื่นเต้นมากค่ะ แล้วก็มีคนออสเตรเลีย มีคนปากีสถาน ลูกครึ่งไทย-อิตาเลียนเหมือนเราก็มีคนหนึ่ง เขาพูดไทยไม่ได้เลย แต่อยากเรียนภาษาไทย แต่มีเด็กแค่ 3 คนค่ะ มีคนเดียวที่เรียนภาษาอิตาเลียน เด็กคนนี้เป็นลูกครึ่งจีน-อเมริกันที่อยากเรียนภาษาอิตาเลียน เราต้องพูดภาษาอังกฤษแล้วสอนภาษาอิตาเลียนให้เขา ส่วนเด็กอีก 2 คนเขาอยากเรียนดนตรี เราก็สอนดนตรีแล้วก็การแต่งเพลงพอให้เขาสามารถไปพัฒนา และสร้างสรรค์ของตัวเองได้ 

เตรียมตัวอย่างไรในเมื่อแต่ละคนก็มีความต้องการเรียนไม่เหมือนกัน

        ท้าทายมาก มันไม่ใช่งานที่สอนแล้วก็จบ แต่คือการสอน 1 ชั่วโมงแล้วกลับมาเตรียมการสอนให้เขาต่อ พลอยไม่เคยเป็นครูมาก่อน โอเค เราพูดได้ แต่การพูดกับการสอนไม่เหมือนกันเลย ซึ่งเราก็คิดว่าจะหาวิธีไหนดีที่สามารถทำให้เขาจำได้ง่ายๆ 

        งั้นเราสอนตัวต่อตัวด้วยวิธีที่ไม่เหมือนกันเลยดีกว่า ก็ต้องใช้จิตวิทยานิดนึงด้วยว่าคนนี้เป็นคนยังไง เขาต้องการเรียนยังไง โดยเฉพาะกับเด็กๆ บางคนเขินมากไม่กล้าพูดอะไรเลยเพราะกลัวผิด เราก็ต้องทำให้เขารู้สึกว่าพูดกับเราได้เหมือนเป็นเพื่อนกัน ไม่เป็นไร ต้องใช้วิธีต่างกันออกไปสำหรับแต่ละคน แล้วก็เตรียมการบ้านที่น่าจะเหมาะกับคนนี้

เพราะเคยเป็นอาสาสมัครมาก่อนรึเปล่า เลยเอาประสบการณ์ตรงนั้นมาปรับใช้

        ใช่ๆ แล้วก็เป็นการแชร์ให้กันด้วย เราเป็นคนที่ชอบแชร์ทุกอย่าง ชอบแชร์รูป ชอบแชร์ภาษา ชอบแชร์เพลง แชร์อะไรที่สามารถทำให้คนเชื่อมต่อกันได้ และการเป็นติวเตอร์ มันคือการแชร์อีกทางหนึ่ง คือการแชร์ความสามารถทางด้านภาษาที่อาจจะทำให้เขามั่นใจมากขึ้นในการพูดภาษาอื่นๆ เขาก็มีความสุขมากขึ้น ส่วนเราก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง  

‘การให้’ สำหรับคุณคืออะไร ทำไมถึงชอบการให้ขนาดนี้ 

        แค่ได้ให้ก็รู้สึกว่ามันมีความสุข เราให้เราก็ได้รับอะไรบางอย่างกลับมาด้วย ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราโตขึ้น เราได้เรียนรู้มากขึ้น ถึงแม้ว่าพลอยเป็นคนไปสอนเขา แต่จริงๆ แล้วพลอยได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับวัฒนธรรมเขาเยอะมากด้วยความที่เป็นคนช่างสังเกต บางครั้งเราเลยแอบถามเขาว่าภาษาของคุณคำนี้พูดยังไงเหรอ

Valentina Ploy

นอกจากที่เราได้แชร์ความรู้ให้นักเรียนแล้ว สิ่งที่ติวเตอร์พลอยได้เรียนรู้นอกเหนือจากนี้คืออะไร

        อันดับแรกคือ เราสามารถเป็นครูได้นี่หว่า (หัวเราะ) จากตอนแรกที่เราก็ยังไม่รู้เลยว่าจะสามารถเป็นครูได้ไหม จะทำรอดไหม เราจะสอนให้เขาเข้าใจไหมหรือจะคิดว่าครูคนนี้มั่วมากไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ก็ได้รู้ว่าเราก็พอได้นะ เพราะว่าหลังจากผ่านมา 2-3 เดือน ฝรั่งที่เรียนกับเราเขาเริ่มพูดไทยได้ เราก็ภูมิใจว่า “เยส! ฉันทำสิ่งนี้” ทำให้เรียนรู้ว่าต้องลองทำก่อนจะได้รู้ว่าเราทำได้หรือทำไม่ได้ อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเราทำไม่ได้หรอก แต่ให้ลองทำดู

        แล้วก็ได้เรียนรู้อีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์และการใช้จิตวิทยา ทุกคนที่พลอยสอนจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกันเลย เราต้องคุยกับแต่ละคนยังไง บางคนอาจจะต้องการให้เราพูดดีๆ น่ารักๆ บางคนต้องการให้เราแข็งกว่านี้เขาจะได้รู้สึกว่าอยากเรียน มันเลยเหมือนทำให้เราเข้าใจคนได้มากขึ้น

น่าทึ่งนะตรงที่การสอนของคุณกลายเป็นกิจกรรมที่ทำในช่วงล็อกดาวน์ แล้วยังสร้างรายได้ได้ด้วย

        ใช่ค่ะ เพราะเราเป็นคนที่พลังเยอะมาก เลยเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้เครียดมาก ซึ่งเวลาเขาบังคับให้อยู่เฉยๆ เราก็ไม่รู้ว่าจะเอาพลังงานนี้ไปอยู่ที่ไหน แล้วเราเป็นคนชอบทำงานมาก ยิ่งได้ทำยิ่งไม่มีคำว่าเหนื่อยเลย ชอบทำเหลือเกินเลยหาสิ่งนี้ทำที่บ้านก็รู้สึกว่าถ้าได้แชร์สิ่งนี้ บางคนที่อาจจะเครียดอยู่ที่บ้านพอได้เรียนภาษาเขาก็มีความสุข ถ้าการเป็นติวเตอร์บวกกับเราได้รายได้เล็กๆ น้อยๆ ก็ถือว่าเป็นการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งที่เราพอจะทำได้ค่ะ 

คุณดูเป็นคนที่มาพร้อมความร่าเริงอยู่ตลอดเวลา เวลาเครียดๆ จัดการกับมันอย่างไร

        ทุกคนจะถามว่า ยูร่าเริงมากเลยนะ ยูไม่เคยเครียดเหรอ แต่ถ้าฟังทุกเพลงที่พลอยแต่งก็จะรู้เลยว่าพลอยระบายลงไปในนั้น ที่เห็นร่าเริงส่วนมากเราไม่ค่อยชอบแสดงความเครียดของเรา เพราะไม่อยากให้คนอื่นหนักใจตามเรา เราก็เก็บความเครียดนั้นไว้ซึ่งมันก็ไม่ดี โดยเฉพาะช่วงกักตัวเราก็มีโมเมนต์ที่เครียดมากจนร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล ร้องทั้งวันทั้งคืน เราก็ปล่อยให้ร้องออกไป ส่วนมากเวลาเครียดเราก็ฟังเพลง แต่งเพลง เอาสิ่งที่ทำให้เราเครียดมากสร้างงานศิลปะ แต่จริงๆ ก็ดีนะที่เรามีโมเมนต์เครียดบ้างเพราะเราเป็นศิลปิน เวลาเรารู้สึกอะไรขึ้นมามันเป็นแรงบันดาลใจบางอย่างที่เราเอาไปใช้กับงานได้ 

        ถ้าเราไม่ได้เครียดเราอาจไม่ได้เขียนเพลง See You in Life ถ้าเราไม่ได้เลิกกับแฟนเราคงไม่ได้เขียนเพลงนี้ ระหว่างกักตัวที่เครียดมากๆ เลยก็ได้แต่งเพลงมากกว่า 30 เพลง เราก็รู้สึกว่าโอเคไม่เป็นไร งั้นเครียดไปเถอะ ก็แค่ทำทุกอย่างที่เราทำได้อยู่ที่บ้าน ลุกขึ้นมาเต้น นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย คุยกับคนที่เรารัก หรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้เราสบายใจขึ้น และไม่ทำให้คนอย่างพลอยอยู่เฉยๆ ค่ะ 

 

 

ขอแค่ไม่ต้องอยู่นิ่งๆ มันก็ทำให้เราหลีกหนีจากความเครียดได้จริงๆ เหรอ 

        เหมือนพลังงานมันล้นแล้วเราต้องหาอะไรก็ได้ที่ต้องเอาพลังงานนี้ไปใส่ให้มัน productive และ creative เรารู้สึกว่าเวลาหายใจทิ้งเปล่าๆ มันทำให้เราเครียดมาก มันอยู่ไม่ได้เลย ต้องหาอะไรทำที่มันเป็นประโยชน์

        จริงๆ แล้วตอนที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย มันท้าทายให้เรารู้ตัวเองด้วยว่าเราทำอะไรเป็นไหม เราทำสิ่งนี้ได้ไหม กลายเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้เวลาที่มีเยอะๆ ว่า ในสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรให้ทำเลย เราเลือกที่จะทำอะไร ซึ่งทำให้เรารู้ตัวเองว่าชอบทำอะไรมากที่สุดในโลก สำหรับเราก็คือแต่งเพลง แต่งไปเรื่อยๆ แต่งไว้เยอะมาก อยากเปิดโทรศัพท์ให้ดูเลย น่าจะมากกว่า 30 เพลงชัวร์ๆ

        แต่เราไม่ได้บังคับให้ตัวเองรู้สึกดีตลอดเวลา แต่ก่อนเป็นคนอย่างนั้นนะ พอเวลารู้สึกไม่ดี จะต้องดุตัวเองว่ารู้สึกไม่ดีทำไม ต้องแฮปปี้ตลอดเวลา แต่ตอนล็อกดาวน์เราก็ได้เรียนรู้ว่า “It’s okay not to feel good all the time” แต่ก่อนเราเป็นคนที่ใจร้ายกับตัวเองมาก ยูต้องแฮปปี้สิ ทำไมต้องเศร้าโดยไม่มีเหตุผล แต่บางครั้งเราก็รู้สึกว่าควรปล่อยให้ตัวเองเครียดบ้าง ไม่ต้องมากขนาดนั้น แต่ถ้ารู้สึกไม่ดีก็ร้องไห้ออกมา รู้สึกตามที่ตัวเองรู้สึก แล้วก็เริ่มใหม่ มันไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่ขนาดนั้น 

Valentina Ploy

จะมีเพลงไหนที่ช่วยปลอบใจ หรือฮีลหัวใจพังๆ ของ วาเลนติน่า พลอย ในช่วงโควิด-19 ได้

        เป็นเพลงที่แต่งเองค่ะ “I’m ok, I’m ok, I’m ok, I won’t say, I won’t say, I won’t say that I’ve got a heartache, cause I’ve got a heartache, I’m ok, I’m ok, I’m ok, tell myself every, everyday, every, everyday” เนื้อร้องก็บอกทุกอย่างแล้ว ว่าฉันโอเคนะ ฉันจะบอกตัวเองทุกวัน นี่คือหนึ่งในหลายเพลงที่แต่ง 

คุณเคยพูดไว้ว่า วาเลนติน่า พลอย กับดนตรี คือสิ่งเดียวกัน

        98 เปอร์เซ็นต์ค่ะ ถ้าไม่มีดนตรีก็ไม่น่าจะมี วาเลนติน่า พลอย ดนตรีช่วยชีวิตเราได้มาก ตั้งแต่ยังเป็นเด็กขี้อาย พอฟังเพลงก็รู้สึกดีขึ้น เวลาได้แต่งเพลงออกมาก็เหมือนระบายสิ่งที่เราเก็บมาตลอด มันไม่ใช่แค่งาน คือทำให้มันกลายเป็นงานทีหลัง หลังจากที่มันเป็นส่วนหนึ่งของเราแล้ว ไม่ใช่ว่าอยากเป็นนักร้องเลยแต่งเพลงดีกว่า แต่เราแต่งเพลงแล้วรู้สึกมีความสุข รู้สึกดีขึ้น ถ้าอย่างนั้นทำไมเราไม่เอาสิ่งนี้ไปแชร์กับคนอื่นด้วยก็แค่นั้น พลอยเคยอ่านในหนังสือเล่มหนึ่งเขาเขียนว่า “Choose a job you like and you want to work a day in your life” ถ้าเราทำอะไรที่เราชอบที่สุดในโลกแล้วเราได้รายได้จากมัน ก็เหมือนเราไม่ได้ทำงาน เพราะเราชอบและรักสิ่งนี้มาก 

ปี 2020 เป็นปีที่ทุกคนดูสิ้นหวังจากเหตุการณ์หลายๆ อย่าง ทั้งโรคระบาดก็ดี สถานการณ์ทางสังคมก็ดี แต่พอเปิด 2021 มาปุ๊บ โควิด-19 กลับมาอีกแล้ว ก็ยิ่งทำให้หลายคนรู้สึกไม่มีหวัง

        มันก็คงผ่านไปไม่ได้ง่ายๆ แต่อย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้และเตือนตัวเอง คือรู้สึกว่าเราโชคดีมากเลยนะ ต่อให้เราจะเครียดแค่ไหนแต่เรามีบ้านให้อยู่ มีน้ำให้ล้างมือ มีอาหารให้กินทุกวัน บางคนที่เขาไม่ได้มีสิ่งนี้ด้วย ไม่รู้จะทำยังไง อันนั้นคือหมดสิ้นหวังจริงๆ ซึ่งพลอยก็คิดว่าถึงแม้ว่าสถานการณ์จะแย่ขนาดไหน เราต้องผลักดันให้ตัวเองเห็นสิ่งดีในนั้น แล้วทุกคนก็อาจจะมีวิธีที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นก็ทำเข้าไว้ 

แล้วในปีนี้มี New Year’s Resolutions อะไรที่ตั้งมั่นว่าฉันจะต้องทำให้ได้ไหม 

        ถ้าโควิด-19 หายก็อยากจะไปร้องเพลงที่ต่างประเทศบ้าง ซึ่งจริงๆ ปีที่แล้วก็ต้องมีสิ่งนี้แต่ก็ถูกยกเลิกหมดเลย แล้วก็อยากปล่อยเพลง เริ่มมีไอเดียที่อยากจะตั้งใจทำเป็นอัลบั้มเต็มๆ เลย 

วาเลนติน่า พลอย ในอนาคตก็ยังคงอยู่ในวงการเพลง ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นศิลปินที่ทำเพลงต่อไปถูกไหม

        แน่นอนค่ะ แต่เราก็ได้เรียนรู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ โลกหยุด ซึ่งถ้าเกิดขึ้นอีก วาเลนติน่า พลอย ก็ยังคงแต่งเพลงอยู่ที่บ้านคนเดียวในห้องเหมือนที่เคยทำมาตลอดชีวิต อันนี้คงไม่มีวันหายไปจากเรา 

คุณจะกลับมาเป็นติวเตอร์พลอยอีกครั้งด้วยรึเปล่า

        ได้ ถ้ามีโอกาส มีเวลา แล้วก็มีคนที่อยากจะเรียนก็ยินดีมากๆ ค่ะ

Valentina Ploy

อยากบอกอะไรถึงคนที่กำลังรู้สึกเคว้งคว้างจากปัญหาต่างๆ ในชีวิต หรือจากสถานการณ์คอนนี้ไหม

        อยากให้ทุกคนเข้มแข็งมากๆ ค่ะ ถึงแม้ว่ามันจะเลวร้ายมากแค่ไหน ทุกอย่างมันก็จะผ่านไป ซึ่งสำหรับพลอยจะพยายามเตือนแล้วก็จำไว้ว่า ในเรื่องร้ายมันมีเรื่องดีอะไรบ้างที่เราสามารถพลิกจากในสถานการณ์ร้ายๆ นี้ได้ และสามารถเอาเวลานี้ไปทำอะไรได้บ้างที่ปกติเราไม่ได้มีเวลาทำ 

        อย่างล่าสุดพลอยอ่านหนังสือชื่อ The Artist’s Way หนังสือเล่มนี้เขียนประมาณว่าจริงๆ แล้วมนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นศิลปิน ไม่ว่าจะด้านไหนเราก็ทำได้ถ้าเรารักมันจริงๆ ซึ่งเวลาล็อกดาวน์ ถ้าไม่มีอะไรทำก็สามารถเอาเวลานี้ไปคิดว่าจริงๆ แล้วเราสามารถทำอะไร หรือเรารักที่จะทำอะไร เพราะว่าบางครั้งเรามัวแต่ทำงาน ซึ่งเราอาจไม่ชอบงานที่เราทำอยู่ก็ได้ แต่ในโมเมนต์นั้น (ล็อกดาวน์) เราสามารถคิดให้ลึกลงไปได้ว่า “Who I am what do I like to do and may be chang your life” ช่วงล็อกดาวน์มันอาจเป็นโมเมนต์ที่แย่มาก แต่อาจทำให้เราเปลี่ยนชีวิตตัวเองก็ได้  

        “Hang on in there we gonna past with this together”   

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

ชอบพูดคุยผ่านการขีดเขียนด้วยตัวอักษร อาศัยอยู่ในโลกจินตนาการ และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นลูกครึ่งสัตว์วิเศษ

ภาพโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter: @Matt_Doraemon