Volvo | ทุกสิ่งที่เราทำล้วนเริ่มต้นจากผู้คน – ปรัชญาเบื้องหลังการขับเคลื่อนโลกแห่งยนตรกรรม

The Conversation
18 Jun 2019
เรื่องโดย:

ภาสกร ธวัชธาตรี, วงศกร ยี่ดวง

บนเส้นทางยาวนานกว่า 92 ปี ของแบรนด์วอลโว่ (Volvo) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีดิช ที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยความคิดเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ นำไปสู่การคิดค้นเข็มขัดนิรภัย จนในที่สุดมันได้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของทั้งอุตสาหกรรม ทำให้รถอีกนับล้านๆ คันในตลอดทั้งศตวรรษต่อมาต้องมีติดตั้งเป็นมาตรฐาน และเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเราทุกคน

     ความคิดที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้เองได้ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ฝังแน่นในใจผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งโลกว่า ถ้าเป็นเรื่องความปลอดภัย นั่นมีความหมายเท่ากับคำว่า ‘วอลโว่’

     จนถึงปัจจุบัน วอลโว่ยังคงยืนตำแหน่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายสำคัญของโลก ที่ยังคงยกระดับมาตรฐานในด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมายด้วยความคิดที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา ไม่ว่าจะเรื่องความใส่ใจในการออกแบบที่สอดคล้องกับผู้โดยสาร และคำมั่นสัญญาในเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมโลก นั่นแปลว่า นอกเหนือจากเรื่องสมรรถนะอันเป็นเลิศและความปลอดภัยแล้ว ยานยนต์ของทั้งโลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่การออกแบบที่พิถีพิถันยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมกับผู้ขับขี่ ในขณะที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนด้วยการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล

     ความคิดทั้งหลายเหล่านี้ถูกบรรจุไว้อยู่ในเป้าหมายระยะยาวของแบรนด์วอลโว่ ซึ่ง มร. ฌอง-ดาวิด อาเรล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด วอลโว่ ประเทศไทย หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมสื่อสารความคิดอันยิ่งใหญ่ ได้มานั่งสนทนากับเราถึงเรื่องนี้

     เขาเล่าว่า เบื้องหลังความคิดทั้งปวงมาจากพื้นฐานทางวัฒนธรรม ปรัชญาชีวิต และหลักในการทำงานแบบชาวสวีดิชอย่างแท้จริง 

    ล่าสุด เขาสร้างพื้นที่แห่งประสบการณ์กลางใจเมือง เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้ามาสัมผัสกับแคมเปญ The Volvo Way – Freedom to Experience

     เรามาลองสำรวจเบื้องหลังความคิด การทำงาน การใช้ชีวิต และแคมเปญการตลาดแปลกใหม่ พร้อมทั้งหาคำตอบด้วยกันว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้วอลโว่ไม่เคยชะลอการคิดค้นสิ่งใหม่ ทั้งยังเหยียบคันเร่งเดินหน้าเต็มที่เพื่อพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ดีที่สุด

 

 

การนำประสบการณ์แบบ ‘วอลโว่’ มานำเสนอพวกเราในครั้งนี้มีแนวความคิดเบื้องหลังอย่างไร

     สำหรับวอลโว่ เรามาจากประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องขับรถบนน้ำแข็ง นี่จึงถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง อยากให้คุณลองนึกภาพ สวีเดนเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง พื้นผิวถนนขรุขระกอปรกับอุณหภูมิที่หนาวเย็น เราจึงมุ่งมั่นที่จะผลิตรถยนต์ที่ผู้ขับสามารถไว้วางใจได้ว่าจะปลอดภัยในทุกเส้นทางไม่ว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม

     ที่วอลโว่ ทุกสิ่งที่เราทำล้วนเริ่มต้นจากผู้คน โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้ขยายขอบเขตเทคโนโลยีเพื่อแสวงหาแนวทางใหม่ในการสร้างความปลอดภัยขึ้นสูง เพิ่มความเพลิดเพลินในการเดินทาง และทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันง่ายดายยิ่งขึ้น

     เราทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจได้ว่าภายในรถนั้นจะมีความปลอดภัย ไม่ใช่แค่กับคนขับเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเด็กๆ หรือผู้โดยสารคนอื่นที่นั่งอยู่ในรถจะได้รับการป้องกันจากอุบัติเหตุ และนี่นำไปสู่การคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดอาการบาดเจ็บ ถือเป็นทัศนคติแบบสวีเดนๆ ที่นำมาปฏิบัติกับทุกอย่างในธุรกิจของเรา คุณไม่จำเป็นต้องเป็นวิศวกรที่เข้าไปนั่งในรถแล้วจึงจะเข้าใจวิธีการปฏิสัมพันธ์กับรถ เพราะนี่คือเวลาที่วอลโว่พูดว่า ‘ทุกสิ่งที่เราทำล้วนเริ่มต้นจากผู้คน’

     ย้อนกลับมาเรื่องเป้าหมายของกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นเพราะพวกเรารู้ดีว่ามันยากที่แต่ละคนจะมีเวลาว่างเพื่อไปที่หน้าโชว์รูม หรือว่าศึกษาในสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญบอกเกี่ยวกับแบรนด์ เมื่อไหร่ที่เราทำในสิ่งที่ดี ผู้คนอาจไม่ทันได้รับรับรู้ เพราะว่าไม่มีใครเข้าเว็บไซต์ของแบรนด์เพื่อตรวจสอบข่าวทุกสัปดาห์ แทนที่เราจะหวังให้ผู้ที่สนใจในวอลโว่จะแบ่งเวลามาเรียนรู้เรา เราก็สร้างพื้นที่แห่งประสบการณ์ขึ้น และนำมาให้ผู้ที่สนใจได้มาในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย แนวคิดของเราคือการแบ่งปันสิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้สร้างสรรค์ขึ้นแก่ผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้พวกเขามีโอกาสสัมผัสกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ รถยนต์รุ่นต่างๆ เทคโนโลยี และคุณค่าของเรา และนี่คือที่มาของการจัดงาน The Volvo Way – Freedom to Experience โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นพื้นที่ให้คนได้เข้ามาใช้เวลาร่วมกับเรา

     ช่วงเวลาอันน่าประทับใจในกิจกรรมอินเตอร์แอ็กทีฟระหว่างวอลโว่และผู้ชมงานนับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยวอลโว่นำเสนอแพลตฟอร์มลู่ทดสอบสมรรถนะรถยนต์แบบ 2 ระดับ เพื่อทดสอบสมรรถนะและสาธิตประสิทธิภาพและการทำงานอันเร้าใจของรถยนต์ทั้งรุ่น XC40, XC60 และ XC90 รวมถึงเป็นศูนย์กลางของแบรนด์ที่นำเสนอประวัติแห่งความสำเร็จของเราในฐานะผู้พลิกโฉมวงการรถยนต์ทั้งในด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ รวมถึงวิสัยทัศน์ระดับผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์ด้านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและการมุ่งสู่ความยั่งยืน

     ถ้าหากคุณมีความสงสัยว่าวอลโว่ที่เป็นบริษัทรถนั้นมาทำเรื่องความยั่งยืนได้อย่างไร เราสามารถแบ่งปันเรื่องราวและแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่เราจัดการกับพลาสติกผ่านการเวิร์กช็อปได้ โดยเราได้ออกแบบกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวโยงกับเรื่องพลาสติกเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการรีไซเคิลพลาสติก เพราะเราเชื่อมั่นว่าทุกคนสามารถร่วมแรงกันคนละเล็กละน้อยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

     สำหรับงาน The Volvo Way – Freedom To Experience เราไปไกลกว่านั้นด้วยการก้าวจากการเล่าเรื่องไปสู่ระดับของ ‘การสร้างสรรค์เรื่องราว’ และใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทยยิ่งขึ้น เพื่อแบ่งปันช่วงเวลาอันน่าประทับใจร่วมกัน ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยมีโอกาสสัมผัสความหรูหราแบบสวีดิชและงานดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียน ค้นพบกิจกรรมเพื่อความยั่งยืน และแน่นอน ทุกสิ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดที่เป็นเลิศ

 

 

ภาพจำในใจของเรา วอลโว่คือสุดยอดในเรื่องความปลอดภัย บางครั้งก็มาพร้อมกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูอนุรักษ์นิยมเกินไป

     นับเป็นเรื่องจริงที่วอลโว่เป็นแบรนด์แรกซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านความปลอดภัย และเรารู้สึกภูมิใจในสิ่งนั้น วอลโว่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในฐานะผู้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดในปี ค.ศ. 1959 และสิ่งนี้ได้มอบความปลอดภัยและช่วยชีวิตผู้คนมาแล้วมากกว่าหนึ่งล้านชีวิตทั่วโลก หลังจากที่เราได้แบ่งปันเทคโนโลยีนี้กับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ

     เพราะการเป็นผู้นำมิใช่การเป็นเลิศกว่าผู้อื่นเท่านั้น หากยังต้องดีสำหรับทุกคนด้วย ผมมั่นใจว่า ทุกคนต่างก็คิดว่าครอบครัวและเพื่อนร่วมทางก็มีความสำคัญอย่างมาก แน่นอนว่าบางครั้งเรามีปากเสียงและการปะทะกันบนท้องถนนย่อมเกิดขึ้นบ้าง แต่สุดท้ายแล้วผู้คนเหล่านี้จะยืนอยู่เคียงข้างและสนับสนุนเราเสมอ จึงเป็นสาเหตุที่ผมคิดว่าการปกป้องสิ่งสำคัญนับเป็นความก้าวหน้าและล้ำสมัยอย่างแท้จริง ซึ่งย่อมเกิดจากความปลอดภัยนั่นเอง

     และนี่คือสิ่งที่เราต้องการแสดงให้เห็นในงาน The Volvo Way – Freedom To Experience เมื่อทำการทดสอบสมรรถนะบนลู่วิ่ง ผู้บริโภคชาวไทยจะได้ทราบเกี่ยวกับแนวทางที่ปลอดภัยและการขับขี่ที่สะดวกสบายบนรถเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด ทั้ง XC40, XC60 และ XC90 นอกจากนี้ผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยใหม่ล่าสุดของเรา ซึ่งถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์วอลโว่ทุกรุ่น รวมถึงสัมผัสกับโครงการล่าสุดของเราที่เรียกว่า Project E.V.A.

     ผลสรุปจึงเป็นว่า เราภูมิใจที่มีความพิเศษในเรื่องความปลอดภัยเหมือนอย่างที่เป็นอยู่และเคยเป็นมาตลอด เพราะเมื่อแต่ละวันสิ้นสุดลง หากลองมองจากเส้นทางที่ผ่านมา เวลาที่พูดถึงเรื่องความปลอดภัย วอลโว่ไม่ได้พูดเรื่องนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี แต่เราพูดถึงผู้คน คือผู้โดยสารอยู่ภายในรถ ผมจึงภาคภูมิใจที่วอลโว่ถูกพูดถึงความใส่ใจ ความปลอดภัยของผู้คน และเมื่อนึกถึงวอลโว่จะนึกถึงความอุ่นใจและความปลอดภัยที่เราจะได้รับในการขับขี่หรือโดยสารในทุกๆ เส้นทาง

 

Volvo

 

แนวคิดเรื่องความปลอดภัยจะถ่ายทอดออกไปสู่สังคมและอุตสาหกรรมโดยรวมได้อย่างไร

     เราศึกษาวิจัยทำโครงการ E.V.A. มานานกว่า 40 ปี ที่มาของโปรเจ็กต์นี้เพื่อให้ความปลอดภัยกับคนทุกเพศทุกวัย โดยการพัฒนาความปลอดภัยของรถยนต์ได้ถูกยกระดับขึ้นเพื่อเน้นปกป้องสรีระของผู้โดยสารหญิงเมื่อเกิดการชนปะทะ ภายใต้แนวคิด ‘เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ช่วยปกป้องทุกคนอย่างเท่าเทียม มิใช่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น’

     วอลโว่ คาร์ เปิดตัวโครงการ Project E.V.A. เพื่อให้บรรดาสุภาพสตรีที่ก้าวเข้ามาในรถยนต์วอลโว่มั่นใจได้ทันทีว่าพวกเธอจะปลอดภัย แม้ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังคงสร้างรถยนต์จากข้อมูลการชนปะทะที่ใช้เฉพาะสรีระของผู้ชายในการจำลองเหตุการณ์ หากทีมงานวิจัยด้านอุบัติเหตุของเราเน้นการใช้ข้อมูลจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 ในการสร้างความเข้าใจต่อการชนปะทะที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งเราพบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับชายและหญิงเท่าๆ กัน ทำให้เราเชื่อว่าควรทำการทดสอบกับสรีระทั้งสองแบบโดยเท่าเทียมกัน การพัฒนาความปลอดภัยในรถยนต์จึงเน้นเรื่องการปกป้องสตรีด้วยเมื่อเกิดการชนปะทะ

     โครงการ Project E.V.A. แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงมีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บมากกว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เห็นได้จากการสาธิตในงาน The Volvo Way – Freedom To Experience และการติดตั้งเบาะนั่งในรถยนต์วอลโว่ของเรา ผู้บริโภคชาวไทยจะได้ทดลองงานออกแบบเบาะนั่งและที่รองรับศีรษะของวอลโว่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากการใส่ใจในความแตกต่างทั้งในเรื่องของสรีระและความแข็งแรงช่วงคอโดยเฉลี่ยของชายและหญิง นับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่ต้องแสดงให้เห็นว่าการออกแบบสามารถมอบทั้งความสวยงามและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพและเรียบง่ายได้พร้อมๆ กัน นี่คือสาระสำคัญของการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน

 

Volvo

 

     ตัวอย่างผลงานที่เกิดจากการวิจัย คือการตอบสนองต่ออุบัติเหตุทางรถยนต์ที่แตกต่างกันระหว่างกับผู้หญิงและผู้ชาย อย่างเช่น แรงต้านทานจากบริเวณคอของผู้หญิงนั้นจะแตกต่างจากผู้ชาย ถึงแม้กลไกทางร่างกายของเราคล้ายกัน แต่นักวิจัยค้นพบว่าแรงต้านทานบริเวณคอของผู้หญิงนั้นแตกต่างออกไปเล็กน้อยด้วยเหตุผลทางสรีระ พวกเขาจึงออกแบบโครงสร้างเบาะที่นั่งให้ต่างจากเดิม ถ้าหากลองมองที่เบาะโดยสารของรถวอลโว่แล้วจะเห็นความแตกต่างเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ เพราะรถของเราผสมผสานผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยที่ระบุว่า การออกแบบรูปร่างและกลไกของโครงสร้างของเบาะที่นั่ง รูปร่างของคนขับ ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง สูง เตี้ย ก็นั่งเก้าอี้นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างเท่าเทียมกัน นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของการนำผลการศึกษาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบเก้าอี้ภายในรถ หรือรวมถึงวิธีการที่เราคิดคำนึงถึงการป้องกันด้านข้างด้วยเช่นกัน

     นอกจากนี้ การปกป้องด้านข้างอาจจะต่างกันเล็กน้อยระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง คณะนักวิจัยพบว่าระบบการป้องกันที่ฝังอยู่ในแถบข้างของรถนั้นควรจะต้องต่ำลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ป้องกันได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ว่าความสูงหรือรูปร่างจะเป็นอย่างไรก็จะได้รับการป้องกันอุบัติเหตุเหมือนกัน ถ้าคุณไปดูในเว็บไซต์ของเรา จะเห็นได้เลยว่าน่าสนใจมาก เพราะผลการวิจัยเหล่านั้นเปิดให้ทุกคนสามารถเข้าไปดูได้

 

Volvo

 

Omtanke กับจุดเด่นของแบรนด์สัญชาติสวีดิช และการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน

     ทุกสิ่งของวอลโว่ คาร์ ล้วนเริ่มต้นจากผู้คน เราต้องการช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัย และดียิ่งขึ้น และนี่คือสิ่งที่เราปฏิบัติกันเป็นปกติ ซึ่งรวมไปถึงการออกแบบ เพื่อให้ทั้งชายและหญิงทุกคนรู้สึกผ่อนคลายทันทีเมื่อก้าวขึ้นนั่งในรถ ตัวอย่างเช่น การออกแบบแผงหน้าปัดที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน และใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ

     วอลโว่เชื่อมโยงงานออกแบบเข้ากับรากฐานแบบสวีดิช ตามแนวคิดที่เรียกว่า Omtanke ซึ่งเป็นภาษาสวีดิชที่หมายถึงการใช้ชีวิตด้วยความห่วงใยผู้อื่นและใส่ใจในทุกสิ่งที่ทำ ช่วยให้เราเน้นย้ำถึงการทำสิ่งต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น และทบทวนทุกครั้งที่เรากระทำสิ่งใดก็ตาม เพื่อให้เราและคนที่เรารักมีความสุขกับอนาคตที่สดใสกว่า

     เราตีความปรัชญานี้ในการออกแบบรถยนต์วอลโว่และประสบการณ์ผู้ใช้งานบนพื้นฐานแนวคิด ‘วัฏจักรแห่งชีวิต (Circle of Life)’ นั่นคือการพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งอยู่บนองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคและข้อมูลจากชีวิตจริง เรามีแรงบันดาลใจจากสไตล์สแกนดิเนเวียน นั่นคือการผสมผสานความเรียบง่าย ความงาม และประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกัน

     นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 วอลโว่ คาร์ ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนที่แท้จริงทั้งจาก Volvo XC90 เอสยูวีระดับลักชัวรีแบบ 7 ที่นั่ง นำเสนอระบบเสียงพรีเมียมจาก Bowers and Wilkins และเทคโนโลยีเชื่อมต่อ Sensus Connect ซึ่งผสานร่วมกันบนแผงหน้าปัดได้อย่างสวยงาม

     ส่วนในปี ค.ศ. 2017 เราได้เปิดตัว Volvo XC60 เอสยูวีขนาดกลางแนวสปอร์ต ที่กลายเป็นเอสยูวีรุ่นที่ขายดีที่สุดถึง 1,000,000 คันทั่วโลกในช่วงเวลา 8 ปี เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่และขุมพลังเครื่องยนต์ T8 Twin Engine Plug-in Hybrid ที่ให้กำลังเครื่องถึง 407 แรงม้า

     และล่าสุดในปี ค.ศ. 2018 เราได้เปิดตัว Volvo XC40 รุ่นใหม่ เอสยูวีขนาดเล็กรุ่นแรกของวอลโว่ภายใต้แคมเปญ ‘Designed to Break the Norms’ เพื่อนำเสนอดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนที่เปี่ยมเสน่ห์และเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร

     รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนที่ช่วยแก้ไขปัญหาซับซ้อนต่างๆ และทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น และด้วยสำนึกรับผิดชอบ เราจึงเชื่อมั่นว่าการออกแบบนี้จะนำมาซึ่งโอกาสต่างๆ ในการทำให้รถยนต์ของเราใช้งานได้อย่างยั่งยืนอย่างที่ควรเป็น

     ดังนั้น Omtanke จึงเป็นกระบวนการคิดสำหรับอนาคต และทำให้แน่ใจได้ว่าสิ่งที่เราตัดสินใจวันนี้เพื่อพรุ่งนี้ นั้นจะต้องดีจริงในอีกทศวรรษข้างหน้า 

     มีความพยายามอธิบายว่าสมดุลที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร ผมอาจจะตอบว่าเป็นได้ทั้งสัญลักษณ์ ความสวยงาม การใช้งาน และวิธีการที่คุณสัมผัสกับประสบการณ์ที่ได้จากรถยนต์ สิ่งที่พวกเราพยายามทำกับวอลโว่คือ เมื่อการออกแบบรถเพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของรถได้อย่างง่ายดาย ยกตัวอย่าง เวลาคุณนั่งรถของเรา จะรู้สึกสบายเหมือนตื่นขึ้นมาตอนเช้า คุณจะถือพวงมาลัยด้วยความรู้สึกสบายเหมือนกำลังพักผ่อน เราเชื่อว่านี่คือความรู้สึกที่ผู้คนต้องการรู้สึก วอลโว่ต้องการทำให้คนเข้าใจรถทันทีเมื่อได้นั่งลง คุณรู้ได้ทันทีว่าใช้งานอย่างไร เราต้องการทำให้เกิดประสบการณ์ที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ ไม่มีอะไรซับซ้อนเกินไป เชื่อมต่อและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้ง่ายเพียงกดปุ่ม นี่คือประสบการณ์แบบสวีดิช การออกแบบแบบสวีดิช

     ที่มาของสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องทำความเข้าใจวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลัง และที่ซึ่งบริษัทของเราก่อตั้งขึ้นมาว่ามันมีอิทธิพลต่อพวกเราอย่างไร เรามีทุกอย่างที่อยู่ภายในบริษัทมาปรากฏอยู่ภายในรถ ซึ่งจะค้นพบได้จากประสบการณ์ที่ได้ลองขับ เหมือนกับว่าคุณได้รับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมภายในรถของเรา นี่คือสิ่งที่เราพยายามทำกันตลอดเวลา โดยหลักแล้วเราต้องการนำเสนอประสบการณ์มากกว่า

 

เรื่องความยั่งยืน การออกแบบ และอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นประเด็นที่ผู้คนกำลังถกเถียงกัน

     ภายในงาน The Volvo Way – Freedom To Experience เราได้เชิญชวนผู้บริโภคชาวไทยให้มาร่วมสร้างความเข้าใจที่มากขึ้นถึงแนวทางการสร้างกิจกรรมต่างๆ บนความยั่งยืนของวอลโว่ และวางเป้าหมายให้การเข้าร่วมกิจกรรมของผู้คนกลายเป็นการช่วยเหลือสังคมไปพร้อมกัน

     แน่นอน เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ภายในวันเดียว ทว่าเราสามารถเผยแพร่ความตระหนักรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันได้ ดังนั้น เราจึงสร้างกิจกรรม Precious Plastic Workshop เพื่อเป็นแนวทางใหม่ให้ผู้คนได้เรียนรู้และสนับสนุนขั้นตอนการทำงานอันสำคัญยิ่งนี้ โดยทุกคนสามารถร่วมรีไซเคิลและลดมลภาวะจากขยะพลาสติก

     ในอนาคต วอลโว่พยายามขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนด้วยการลงมือทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่าสามารถทำได้จริง แม้เพียงทีละนิดและให้ผลดีขึ้นมาทีละน้อย แต่เราเชื่อว่าธุรกิจจำเป็นต้องแสดงคำมั่นสัญญาในเรื่องนี้ และต้องโน้มน้าวใจผู้คนให้มาสู่เรื่องนี้ เหมือนกับที่เราเคยสื่อสารเรื่องความปลอดภัยได้สำเร็จมาแล้ว เราไม่ได้บอกว่าในปี 2025 จะห้ามใช้พลาสติก แทนที่เราจะเอาแต่บอกว่าเลิกใช้กันเถอะ เราตัดสินใจทำในสิ่งที่เป็นไปได้จริงมากกว่านั้น ในฐานะบริษัทยานยนต์ ในปี 2025 ร้อยละ 25 ของรถยนต์รุ่นใหม่ของวอลโว่จะต้องมาจากพลาสติกรีไซเคิล

 

Volvo

 

     และเพื่อการบรรลุเป้าหมายนี้ บริษัทได้มุ่งพัฒนาส่วนประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยเฉพาะการใช้พลาสติกรีไซเคิลให้มากขึ้น ซึ่งความมุ่งมั่นนี้เห็นได้จากการที่บริษัทเปิดตัวรถยนต์เอสยูวี XC60 T8 plug-in hybrid SUV รุ่นพิเศษที่ดูเหมือนกับรุ่นปกติทุกประการ แต่ส่วนประกอบที่เป็นพลาสติกเดิม ถูกแทนที่ด้วยพลาสติกรีไซเคิลที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์และพลาสติกที่นำกลับมาใช้ซ้ำจากตาข่ายจับปลาและเชือกในเรือประมงที่ไม่ใช้งานแล้ว

     เรายังสาธิตให้ผู้บริโภคชาวไทยเห็นว่า รถยนต์รุ่น XC90 และ XC60 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ T8 Twin Engine Plug-in Hybrid และการขับขี่แบบ Pure Mode จะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเลยในการวิ่งช่วงระยะทางหนึ่ง เรานำเสนออนาคตแห่งการขับเคลื่อนนี้ด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและเครื่องยนต์ไฮบริด ตลอดจนตั้งเป้าหมายให้รถยนต์ 50% ที่เราจำหน่ายภายในปี ค.ศ. 2025 เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

     โดยในรถวอลโว่รุ่น XC60 T8 Plug-in Hybrid ประกอบด้วยชิ้นส่วน 170 ชิ้นที่ผลิตขึ้นมาจากพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งทำให้เรามีพลาสติกรีไซเคิล 60 กิโลกรัมในรถแต่ละคัน ไม่ใช่พลาสติกที่ผลิตใหม่ 60 กิโลกรัมในรถ

 

Volvo

Volvo

 

     พลาสติกส่วนใหญ่นำมาจากการประมง บางเส้นใยเราได้จากแหของชาวประมง นำมาผลิตเป็นชิ้นส่วนของพื้นและพรม เราสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานหนึ่งจากองค์กรสหประชาชาติ คือ Clean Seas เพื่อทำให้แน่ใจได้ว่าบริษัทผู้ผลิตรถอย่างเรานั้นพยายามสนับสนุน แสดงให้เห็นความเป็นได้จริง

     ในส่วนของโรงงานผลิต เรานำกระบวนการรีไซเคิลพรมและบางชิ้นส่วนของรถยนต์เข้าไปปรับใช้ในอีกหลายๆ สิ่งที่เราทำได้ อย่างเช่น การทำให้แน่ใจว่ารถจะต้องไม่รับน้ำหนักมากเกิน เรานำเบาะเก่ามาเข้ากระบวนการรียูสเพื่อผลิตเป็นชิ้นส่วนป้องกันตัวถังรถด้านล่าง

     ความคิดมากมายเหล่านี้ถูกปรับใช้เพื่อยืนยันเจตนาเรื่องความยั่งยืนและประสิทธิภาพ นักธุรกิจทุกรายจะต้องมาร่วมกันเปิดใจและไม่ปล่อยให้วอลโว่เป็นผู้ผลิตเดียวที่ลงมือทำ เมื่อเราต้องการหาทางแก้ไข เราสามารถแบ่งปันข้อมูล และหวังว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นจะทำได้เหมือนกัน

 

Volvo

 

เราอยากให้คุณแชร์ประสบการณ์การทำงานในหลายประเทศ หลากวัฒนธรรมทั่วโลก

     หลังจากสำเร็จการศึกษาหลักสูตรการบริหารธุรกิจในสวีเดน และในฐานะประชาชนชาวฝรั่งเศส ผมได้เดินทางกลับไปเริ่มทำงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ฝรั่งเศสและพำนักอยู่ที่นั่นราว 2-3 ปี หลังจากนั้นจึงมีโอกาสย้ายไปทำงานหลายประเทศในยุโรป ทั้งอิตาลี เบลเยียม เยอรมนี และได้ย้ายมายังเกาหลีใต้ อินเดีย และในปัจจุบันคือที่เมืองไทย แน่นอนว่า บางครั้งผมต้องทุ่มเทอย่างมากในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมใหม่และเข้าใจถึงคุณค่าที่แท้จริงในแต่ละประเทศ อย่างคุณค่าเรื่องความเชื่อใจ อาจตีความได้แตกต่างกันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้คน และแน่นอน อุปสรรคด้านภาษาด้วย

     หลังจากมีประสบการณ์ที่ประเทศต่างๆ จากยุโรปมาสู่เอเชีย ผมต้องยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในการทำงานร่วมกับทีมงานที่แตกต่างกันทั้งในด้านภูมิหลังและความเชี่ยวชาญ หากมีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือมันทำให้ผมมีความยืดหยุ่น อดทน และเคารพในตัวผู้คนมากขึ้น

     เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ สิ่งสำคัญคือต้องมีความคิดเชิงบวกอยู่เสมอเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและทีมเวิร์กที่เหนียวแน่น นอกจากนั้น ผมเชื่อว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม นับเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องยึดมั่นในหลักการบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ผมมักจินตนาการถึงตัวเองที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการภายใน 1 หรือ 2 ปีข้างหน้า เมื่อผมมองเห็นอย่างชัดเจนแล้วจึงเริ่มดำเนินงานในภาพรวม โดยสิ่งสำคัญมากคือการวางแผนและกำหนดขั้นตอนการทำงาน

     ดังนั้น สำหรับผม วอลโว่จึงไม่ได้เป็นเรื่องของการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการอยู่ร่วมกับคนอื่น เป็นบริษัทที่ทุกคนสามารถสร้างนวัตกรรมได้

 

Volvo

 

ความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากเย็น ย่อมคุ้มค่าต่อการทำงานหนักเพื่อรักษาไว้

     สำหรับนักการตลาด ความท้าทายก็คือการเชื่อมโยงสู่ผู้บริโภคของเราด้วยแนวทางดิจิทัลที่ดีที่สุด ซึ่งนับว่ามีความซับซ้อนมากเมื่อพิจารณาว่าในโลกดิจิทัลมีข้อมูลมหาศาล และความสนใจของผู้บริโภคก็มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผมคิดว่า นับเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและแนวทางที่เหมาะสม คุณต้องมั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบสาระสำคัญที่มีความหมายแก่กลุ่มผู้ชมที่เหมาะสมในช่วงเวลาของการรับข่าวสารบนโลกดิจิทัล

     สำหรับวอลโว่ คาร์ ทุกคนมีโอกาสในการคิดค้นสิ่งใหม่และท้าทายเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเอง ผมขอแบ่งปันเรื่องราวของแคมเปญการตลาด 2 กรณีที่ผมภาคภูมิใจมาก

     กรณีแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2017 เมื่อวอลโว่ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางจากการนำเสนอแคมเปญสู่ ‘การบอกเล่าเรื่องราว’ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าชาวไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยเราได้ริเริ่มแคมเปญ S90 Pure Power ซึ่งบอกเล่าสาระสำคัญของเราในด้านเทคโนโลยียานพาหนะแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-In Hybrid Electric Vehicle – PHEV) และทิศทางของการใช้พลังงานไฟฟ้าในอนาคต โดยเราได้สร้างป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์เพื่อบอกเล่าถึงแนวคิดพลังงานสะอาดอันโดดเด่นและงานดีไซน์ไฟของเทพเจ้าธอร์อันเป็นซิกเนเจอร์ของเรา

     นอกจากนี้เรายังติดตั้งสายล่อฟ้าและแปลงพลังงานจากฟ้าผ่าให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้แสงสว่างได้อย่างน่าตื่นตาและน่าประทับใจ สิ่งนี้คือสาระสำคัญของแนวคิดยานพาหนะแบบปลั๊กอินไฮบริดของเครื่องยนต์รุ่น T8 Twin Engine ของเรา แคมเปญนี้เป็นที่สนใจในโซเชียลมีเดียและกระตุ้นการประชาสัมพันธ์ของวอลโว่เพื่อการสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวไทยได้เป็นอย่างดี แคมเปญนี้ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Gold Award จากงาน Adfest 2018 Thailand ในประเทศไทย และ Ad Stars 2018 ในประเทศเกาหลีใต้

     กรณีถัดมาซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2018 คือการเปิดตัวเอสยูวีขนาดเล็กรุ่นล่าสุด Volvo XC40 ด้วยวิธีการใหม่เพื่อส่งเสริมแนวคิดตามสโลแกน ‘Designed to Break the Norms’ เนื่องจากเราไม่ต้องการให้เป็นงานเปิดตัวทั่วไป หากต้องการนำเสนอว่าแบรนด์วอลโว่ซึ่งเดิมทีถูกมองว่าเป็นแบรนด์อนุรักษ์นิยมสามารถมอบความบันเทิงและสร้างความตื่นตาได้ แต่เราไม่ต้องการแค่มอบความสุขเท่านั้น หากต้องการสร้างประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์อย่างโดดเด่นเพื่อนำเสนอความโฉบเฉี่ยวในแบบสวีดิช ทำให้เราออกแบบงานเปิดตัวรุ่น XC40 ให้แขกทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโชว์และมีประสบการณ์แรกกับ XC40 พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดง ซึ่งเราภูมิใจมากที่มีผู้คนมากกว่า 2,000 คน และสื่อมวลชนมากกว่า 330 ท่านที่มาร่วมงานเปิดตัวทั้ง 3 วัน

     และวันนี้ ผมภูมิใจมากที่ได้ทำให้งาน The Volvo Way – Freedom To Experience เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และรู้สึกยินดีที่จะได้แจ้งให้ทราบว่า งาน The Volvo Way จะกลับมาจัดที่กรุงเทพฯ อีกครั้งเร็วๆ นี้ในสถานที่จัดงานใหม่ที่น่าตื่นใจกว่าเดิม และผมขอเชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมงาน The Volvo Way ครั้งใหม่ของวอลโว่ด้วยกัน

 

Volvo

 

ความพิเศษรอเราอยู่ข้างหน้าเสมอ

     The Volvo Way : Freedom to Experience กิจกรรมในครั้งนี้ตั้งอยู่ที่ลานเซ็นทรัล ชิดลม เพราะเรารู้ดีว่าด้วยระยะทางเพียง 5 กิโลเมตรในกรุงเทพฯ นั้นอาจใช้เวลามากถึง 1 ชั่วโมง ดังนั้น เราจึงนำประสบการณ์สุดพิเศษนี้ไปไว้ในพื้นที่ต่างๆ จากที่ชิดลม เพราะเป็นพื้นที่ที่มีสำนักงานหลากหลาย มีการจราจรหนาแน่น และมองเห็นได้ง่าย

     แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้เปลี่ยนโลกภายในข้ามคืน แต่เราต้องการทำสิ่งเล็กสิ่งน้อยให้ค่อยๆ แข็งแรง เราสามารถร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในพื้นที่เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมกันสร้างสิ่งที่ดีขึ้นอย่างละนิดละน้อยร่วมกัน เรามีกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติกที่คนเคยทิ้งเป็นขยะให้นำมากลับใช้ใหม่ด้วยวิธีการที่สนุก เหมือนอย่างที่เราได้รียูสวัสดุพลาสติกมาใช้ใหม่เป็นบางชิ้นส่วนในรถยนต์ของเรา หนึ่งในพันธสัญญาในปี ค.ศ. 2025 ของวอลโว่ที่ระบุว่า ร้อยละ 25 ของรถยนต์ทั้งหมดของเรานั้นจะต้องมีชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นจากการรียูสขยะพลาสติก

     เราเชื่อว่าเมื่อผู้คนต้องการที่จะสัมผัสหรือได้มีประสบการณ์ร่วม พวกเขาจะเกิดการยอมรับ ความทรงจำจะเป็นเหมือนกับของที่ระลึกแห่งประสบการณ์ เหมือนกับเวลาที่คุณเกิดความทรงจำที่ดี สิ่งนั้นจะฝังตรึงอยู่ยาวนานและถูกระลึกขึ้นมาได้เสมอ มันอาจจะเป็นอะไรที่ง่ายๆ อย่างการพาลูกมาร่วมสนุกกับเวิร์กช็อปของเรา เด็กๆ ก็จะจดจำได้ว่ามีทางเลือกในการจัดการขยะพลาสติกมากกว่าการนำไปทิ้ง เป็นเรื่องคุ้มค่าที่จะเรียนรู้และใส่ใจกับเรื่องการจัดการขยะหรือการแยกประเภทขยะก่อนทิ้ง

     เบื้องหลังเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของการให้ความรู้ เราตั้งใจสื่อสารสำหรับทุกคนด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าพวกเราต้องการให้ทุกคนเข้าใจ เราต้องการให้พวกเขาเข้าใจว่าวอลโว่นั้น ‘สนุกและเท่’ มากขึ้น

     สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ของเราที่อาจจะพลาดการทดลองขับจากในโชว์รูม ก็สามารถมาที่นี่และทดลองนั่งเพื่อเข้าใจการออกแบบรถวอลโว่ให้มากขึ้นได้ สัมผัสว่าอะไรคือเครื่องยนต์ไฮบริด ความรู้สึกขณะรถเคลื่อนตัวใน Pure Mode นั้นเป็นอย่างไร มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ครั้งใหม่กับ The Volvo Way – Freedom to Experience

     และสำหรับบางคนอาจไม่ได้สนใจมากนักเกี่ยวกับรถยนต์ แต่สนใจเรื่องปรัชญาความยั่งยืน นี่จึงเป็นที่ที่เราสามารถนำคนที่มีความสนใจต่างกันมาแชร์ประสบการณ์ร่วมกันได้ และถ้าหากพวกเขาเข้าใจในวิธีที่วอลโว่สื่อสารเรื่องความยั่งยืน เหมือนที่เราสื่อสารเรื่องคุณค่าของบริษัท พวกเขาก็จะรู้สึกเชื่อมโยงกับเรามากขึ้น

     ดังนั้น การจะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่เพียงการบอกว่าวอลโว่เป็นผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่เราต้องการจะแบ่งปันว่าเกิดอะไรขึ้นในระดับโลก เราต้องการอธิบายอย่างชัดเจนและแสดงให้เห็นถึงข้อมูลว่า รถยนต์วอลโว่นั้นเป็นสิ่งที่ลูกค้าคนไทยไม่ควรพลาด

 


เรื่อง: กมลกานต์ โกศลกาญจน์

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

วงศกร ยี่ดวง

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำ a day BULLETIN