ชีวิตเป็นดั่งรสขมของกาแฟ ที่คลอเคล้าด้วยกลิ่นหอมของชา

Director's Cut
14 Jun 2021
เรื่องโดย:

ฌอห์ณ จินดาโชติ

        ในวันที่บรรยากาศของกรุงเทพฯ มืดครึ้มคล้ายจะฝนตก และบางวันคล้ายว่าพระอาทิตย์จะโคจรมาใกล้โลกกว่าปกติ ในวันที่เราต่างยังสงสัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน ในวันที่ช่วงชีวิตเราต่างต้องพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น เพราะภาระที่ติดตัวมากมายกว่าเดิม คงเป็นวันเดียวกับที่รสชาติของความขมกลายเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยในยามเช้า แต่ในอีกมุมก็รอที่จะพบกับความหวานและความกลมกล่อมในจังหวะที่ทุกอย่างนั้นเรียบง่าย ผมจึงอาจจะอนุมานได้ว่านี่แหละชีวิตของคนที่มีทั้งความขมและหอมหวาน

        เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ผมติดน้ำหวานเป็นอย่างมาก เพราะมันให้ความรู้สึกของคำว่า ‘ชีวิตชีวา’ จากน้ำตาลและความซ่าที่บรรจุลงไปในขวดทำให้ลืมเรื่องราวต่างๆ ได้ไปพักหนึ่ง น้ำโซดาซาบซ่านี้ยังให้ความหวังว่าอะไรในชีวิตจะง่ายขึ้น และมองว่ากาแฟหรือชานั้นเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่ ที่อย่างไรก็ไม่อยากเข้าใจว่ารสขมและความเรียบง่ายของมันมีประโยชน์อย่างไรกับชีวิต

        เมื่อโตขึ้นมาก็ยิ่งเข้าใจได้เองว่า ทำไมเราจึงขาดเครื่องดื่มรสขมปร่าของมันไม่ได้ 

        ใช่ครับ–คนดื่มกาแฟหรือชาจะเข้าใจดีว่า วันที่คุณตื่นขึ้นมาและขาดมัน วันนั้นคุณจะรู้สึกอย่างไร อาจจะด้วยกาเฟอีนหรืออะไรที่คุณต้องการ แต่อีกสิ่งหนึ่งแน่ๆ คือ ความรู้สึกที่เราได้สัมผัสมันด้วยลิ้นและกลิ่นหอมจากจมูก

        ชายสูงวัยคนหนึ่งเคยกล่าวกับผมเกี่ยวกับกาแฟว่า “จงเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจชีวิต ดั่งกาแฟที่มีรสขม” 

        “กาแฟรสขมคืออะไร” ผมถามกลับ 

        ท่านกล่าวต่อว่า “ความขมของมันสอนให้เข้าใจชีวิต ความขมของมันหากเคยชินจะกลายเป็นความกลมกล่อมที่เราเข้าใจได้ จงยอมรับและเห็นคุณค่าของมันมากกว่าการไปพิจารณาว่ามันขมเพียงอย่างเดียวโดยไม่มองสิ่งอื่น จนไม่ได้เห็นคุณค่าที่แท้จริงจากการเรียนรู้และได้สัมผัสมัน”

        ณ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจหรอกว่าสิ่งที่ท่านพูดไว้คืออะไร ชีวิตที่เปรียบเปรยดั่งกาแฟรสขม คนวัยยี่สิบกว่าๆ ที่ฟังในตอนนั้นคงเป็นเรื่องที่สวนทางกันอยู่แล้ว เพราะยังอยู่ในช่วงวัยที่มีความฝันและมองว่าชีวิตคือเรื่องที่น่าตื่นเต้น เต็มไปด้วยเรื่องน่าเรียนรู้มากกว่าสิ่งใด แต่ในวันนี้กับช่วงเวลาที่ผ่านมาเกือบจะสิบปี  วันที่ผมมองหน้าต่างและตั้งข้อสงสัยกับดินฟ้าอากาศว่าจะตกตอนไหน วันที่ทุกอย่างมีระยะห่างไปหมด มีเพียงกาแฟร้อนหนึ่งแก้ววางอยู่ตรงหน้าเท่านั้น

        ผมนั่งมองกาแฟแก้วนั้นอยู่นาน และอดไม่ได้ที่จะนำคำสอนของผู้ใหญ่ที่ผมรักและเคารพมาทบทวนอีกครั้งผ่านการเข้าสู่วัยที่เข้าใจแล้วว่า ‘รสขม’ ที่ท่านกล่าวนั้นหมายถึงอะไร

        สำหรับผม รสขมที่ว่าคงหมายถึงชีวิตที่ผ่านอะไรมาดั่งการเคี่ยวและบดจนเกิดการเรียนรู้ ความขมของมันสอนให้เรามีสติกับปัจจุบัน การรู้เท่าทันและการวางแผนในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ส่วนเรื่องของความร้อนหรือเย็นเป็นแค่ภาวะขณะใดขณะหนึ่ง ทั้งจากที่เราเลือกเองหรือใครเลือกให้ก็ตาม ก็สุดแท้แต่สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมจะพาเราไปถึง ความขมคือส่วนหนึ่งของชีวิตเรา มันไม่ใช่เรื่องความทุกข์ แต่คือเรื่องจริงของชีวิต ถ้าเราย่อยความทุกข์ให้เป็นชิ้นเล็กๆ และค่อยๆ ลิ้มรสชาติของมันอย่างตั้งใจ ผมเชื่อว่ามันกำลังให้บางอย่างแก่เรา นั่นคือ ‘ประสบการณ์’ 

        ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมได้เจอกับชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ผู้ชื่นชอบในศิลปะและการดื่มชายามบ่าย เขาพูดถึงการทำความเข้าใจในรสชาติของชีวิตนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะมันคือสิ่งใกล้ตัว ไม่ใช่เรื่องของความพยายาม ไม่ต่างกับน้ำชาในแก้ว ซึ่งชานั้นมีกลิ่นที่เรียบง่าย ความหอมของมันเบาบางแต่มีรสชาติที่กลมกล่อม หวานกลาง และรสขมที่ติดปลายลิ้น สัดส่วนของมันสะท้อนให้เห็นว่าชีวิตของเรานั้นมีเสน่ห์และเป็นจริงที่ไม่มีอะไรเกินไปกว่านั้น ถ้าความจริงของชามันซับซ้อนจนเกินไป เราอาจจะมองข้ามมันไปได้ง่าย และมันก็อาจจะไม่เหมาะแก่การทำความเข้าใจ เหมือนชีวิตที่บางคนมีคำถามติดค้างในใจอยู่มากมาย ชายคนนั้นเล่าพลางยิ้มและจิบชาไปด้วย

        ในช่วงชีวิตที่ต่างออกไป ผมได้เห็น ‘ความจริง’ ของคนที่ได้พูดคุยด้วย ผ่านมุมมองเรื่องชีวิตที่มีแง่มุมและการเปรียบเปรยที่ต่างกัน แต่ไม่ว่าจะแตกต่างกันอย่างไร ความจริงก็มีเพียงอย่างเดียวคือ ชีวิตนั้นเรียบง่าย เป็นความจริงที่ไม่ซับซ้อนเกินกว่าจะทำความเข้าใจ มันจะเป็นอะไรก็ได้ตามแต่ตัวเรากำหนด แต่ต้องยอมรับว่าอย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตต้องมีสัดส่วนของความทุกข์และความสุขอยู่คู่กันไป ในสัดส่วนที่ไม่ต่างกันมากจนเกินพอดี 

        เพราะมันคือเสน่ห์และคุณค่าของชีวิตคนที่เราล้วนต่างต้องเจอตามวาระและโอกาสของความเหมาะสม แต่สุดท้ายไม่ว่าชีวิตเราจะมีรสชาติแบบไหน ก็อย่าลืมเก็บเกี่ยวในทุกความขมและหวานที่เกิดขึ้นกับตัวของเราให้ดี

        ป.ล. ขอขอบคุณนักดื่มกาแฟดำอย่าง ปู่ชุมพล จินดาโชติ ผู้สอนคำว่า ‘ชีวิตดั่งกาแฟรสขม’ ในวันนั้นให้กับผม และ ‘ก๊อต’ – จิรายุ ตันตระกูล ที่ให้แง่มุมใหม่ๆ ทั้งความสุขและความทุกข์ที่เรียบง่ายในขณะที่คุณนั่งดื่มชาด้วยกัน

จาก.จินดาโชติ 
(หมาป่าสีดำ)
บรรณาธิการอำนวยการ
a day BULLETIN


ภาพ: Unsplash

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฌอห์ณ จินดาโชติ

จาก . จินดาโชติ หรือ (หมาป่าสีดำ)
ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ การเขียน งานศิลปะ รวมไปถึงการเดินทางไปในที่ต่างๆ
ซึ่งมุมมองต่างของเขาถูกบันทึกเป็นเรื่องราวไว้ในทาง
IG: @seanjindachot
Twitter: @sean_jinda