‘เอหิปัสสิโก’ ท่านจงมาดูเถอะ

Director's Cut
19 Apr 2021
เรื่องโดย:

ฌอห์ณ จินดาโชติ

ในช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมา ผมตั้งปณิธานไว้ว่าจะดูหนังที่อยากดูให้เยอะที่สุดและอ่านหนังสือที่ค้างไว้ให้จบ หนึ่งในปณิธานนั้นคือ การได้ไปดูภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘เอหิปัสสิโก’ (Come and See)

        หนังสารคดีที่ผู้กำกับ อย่าง ‘ไก่’ – ณฐพล บุญประกอบ ทำไว้เป็นธีสิสเพื่อจบการศึกษาระดับปริญญาโทตอนที่เรียนอยู่เมืองนอก ดังนั้น มันไม่ใช่หนังที่ทำเพื่อตอบโจทย์ในการเข้าโรงภาพยนตร์แต่แรก แต่ต้องการตอบโจทย์ตัวผู้ทำที่ต้องการพูดถึงประเด็นสังคมในไทย เรื่องศาสนา ความเชื่อ และความขัดแย้ง ให้ชาวต่างชาติได้เข้าใจเพียงเท่านั้น ด้วยสารตั้งต้นแรกที่มีคือ การอยากเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดความเข้าใจแก่คนที่ไม่ทราบในต่างแดน ประกอบกับทัศนคติต่อเรื่องนี้ที่มีความเป็นกลางและความที่ไม่ได้อินกับเรื่องศาสนามาก หนังสารคดีเรื่องนี้เลยให้มิติใหม่แก่คนดูนอกจากความรู้และความบันเทิง นั่นคือคำถามปลายเปิดที่เราต้องไปหาคำตอบต่อเองว่าเราคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ และมีอะไรที่เรายังรู้ไม่มากพอ

        ต้องยอมรับเลยว่าหนังสารคดีไทยในบ้านเราไม่ได้มีมาก และที่มีอยู่ก็ไม่ได้ถูกโปรโมตหรือขยายต่อให้เป็นวงกว้าง ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้หนังสารคดีไทยไม่ได้ถูกพูดถึงบ่อย แต่ไม่ใช่กับหนังสารคดีไทยเรื่องนี้ ด้วยประเด็นที่ต้องการนำเสนอถือว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรา และด้วยเวลาที่ผ่านไป ทำให้ทุกคนนั้นต้องการที่จะรับฟังมุมมองที่ต่างออกไปให้มากขึ้น ยิ่งทำให้คนอยากออกไปหาคำตอบกับมุมมองใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเห็น ดั่งชื่อเรื่อง ‘Come and See’

        หนังเรื่องนี้เล่าออกมาโดยไม่มีทัศนคติใดปนอยู่ นับว่าเป็นการเล่าเรื่องที่ยาก เพราะหนังของใครงานของใครก็ตาม ต้องมีความคิดของตัวเองปนหรือซ่อนอยู่บ้างแหละ ซึ่งผมขอชื่นชมในจุดนี้ เพราะนอกจากการเล่าเรื่องที่เป็นกลางดั่งเป็นกรรมการโต้วาที ที่คอยให้โอกาสแต่ละฝ่ายเล่าในมุมที่ตัวเองอยากเล่า มีมุมของผู้ที่ศรัทธา มุมของผู้ไม่ศรัทธา เลิกศรัทธา รวมไปถึงมุมของนักวิชาการแล้ว ตัวสารคดียังพูดในมุมของผู้ศรัทธาที่บอกว่าวัดนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับสถานที่อื่นที่ต้องการให้ทุกคนได้พบความสุข พ้นทุกข์ และทำดี มีการทำวัตร สวดมนต์ และฟังธรรมเทศนา ซึ่งการรับบริจาคที่วัดรับก็ไม่ต่างจากการวางตู้รับบริจาคซึ่งที่ไหนๆ เขาก็ทำ แต่ในขณะเดียวกันในมุมผู้ไม่ศรัทธาก็ตั้งคำถามกลับไปว่ามันคือระบบทุนนิยมใช่หรือไม่ และมันคือการสร้างทัศนคติที่ไม่เหมาะสมหรือเปล่า

        ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ผู้กำกับได้พยายามจัดสรรเวลาในการนำเสนอและการถ่ายทำอย่างพอเหมาะพอสม ทำให้ผู้ชมเหมือนได้ฟังคำบรรยายพร้อมกับคิดตามในสิ่งที่เห็นและฟัง มากกว่าการพยายามจับผิดและรีบเทคะแนนให้กับคนที่เราเห็นด้วยหรือมีเหตุผลมากกว่า หนังทำหน้าที่ได้อย่างดี ปล่อยให้เราได้ไหลไปตามเวลา มีจังหวะให้เราได้คิดตามและตั้งคำถามอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่จะเร่งจังหวะเวลาเจอจุดหนักหรือลากให้ยืดยาวเวลาพูดถึงหลักธรรมคำสอน ซึ่งต้องยอมรับว่าจังหวะในการตัดต่อนั้นลงตัวเหมือนกำลังดูหนังสืบสวนสอบสวนอยู่เหมือนกัน

        ‘เอหิปัสสิโก’ ไม่ใช่หนังสารคดีที่คุณจะได้คำตอบในทุกข้อสงสัยหรือทุกสิ่งที่เราต้องการรู้ แต่มันเป็นการเรียกให้คุณมาดูและได้ตั้งคำถามกลับไปเสียมากกว่าว่า เราจะเชื่อในสิ่งไหน และสิ่งที่จะเชื่อนั้นเราจะนำเข้ามาไว้กับตัวเราไหม ดั่งคำว่า ‘โอปะนะยิโก’ (สิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ใจตน) และคำถามที่เราได้กลับไปมากกว่าข้อสงสัยที่ว่าตอนนี้พระธัมมชโยอยู่ที่ไหน กลับเป็นอะไรหรือสิ่งใดที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกบ้าง และเรื่องอื่นๆ นอกจากเรื่องนี้ที่เรายังไม่รู้คืออะไร…

        ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ลองไปชมกันครับ หนังดีที่ให้เราได้ฝึกคิดในเวลา 85 นาที

 

จาก . จินดาโชติ (หมาป่าสีดำ)
บรรณาธิการอำนวยการ
a day BULLETIN

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ฌอห์ณ จินดาโชติ

จาก . จินดาโชติ หรือ (หมาป่าสีดำ)
ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ การเขียน งานศิลปะ รวมไปถึงการเดินทางไปในที่ต่างๆ
ซึ่งมุมมองต่างของเขาถูกบันทึกเป็นเรื่องราวไว้ในทาง
IG: @seanjindachot
Twitter: @sean_jinda