ใส่ใจต่อกันอีกนิด เคล็ดลับความสนิทสุดฤทธิ์ของ ‘ป้าตือ’ – สมบัษร ถิระสาโรช

Drink with adB
4 Apr 2020
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

1

        ประตูลิฟต์เปิดขึ้นมาที่ชั้น 5 เราพาตัวเองมาอยู่หน้าประตูห้องของคอนโดมิเนียมที่มีอายุกว่า 20 ปี 

        หลังประตูบานนี้คือบ้านอันเป็นที่รักนักหนาของ ‘ป้าตือ’ – สมบัษร ถิระสาโรช ออร์แกไนเซอร์มือหนึ่งของเมืองไทย พ่วงด้วยการเป็นเน็ตไอดอลวัยเก๋าที่ยังเปรี้ยวเก๋จากรายการ ตือสนิท ที่ออกอากาศทางยูทูบ และแขกรับเชิญสุดแซ่บใน The Face Thailand ที่ออกมาแต่ละตอนคนดูต้องซู้ดปากกับความถึงเครื่องของเธอ

        ประตูห้องเปิดออกโดยแม่บ้านผู้ดูแลความเรียบร้อยที่ป้าตือเรียกเธอว่า ‘พี่เลี้ยง’ ภายในเป็นห้องพักขนาดใหญ่ที่ผ่านการต่อเติมจนมีขนาดใหญ่มาก ข้าวของแม้มีจำนวนมากแต่ก็จัดวางอย่างเป็นระเบียบ จนห้องนี้โล่งโปร่งคลับคล้ายจะเป็นอาณาจักรเล็กๆ โดยมีป้าตือเป็นเจ้าผู้ครองนครแห่งนี้

        เราก้าวเท้าเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะเกรงจะทำเสียงดังรบกวนเจ้าบ้าน เผื่อว่าเจ้าบ้านจะกำลังสะสางงานการที่คั่งค้างอยู่เพราะรู้มาว่าป้าตือเป็นคนบ้างานเอามากๆ

        สิ่งที่คิดก็เป็นจริงตามนั้น เมื่อเราเห็นป้าตือในชุดสีดำชินตา กำลังง่วนอยู่กับการสั่งงานสลับกับการรับสายที่โทร.เข้ามา โดยมีการพูดคุยที่สั้น กระชับ แต่หนักแน่นด้วยคำพูดราวสองสามประโยค เมื่อวางสายแล้ว ป้าตือหยิบแก้วสตาร์บัคส์ใส่คอฟฟีแฟรปปูชิโนขึ้นมาดื่ม แล้วมองลอดแว่นตามายังเรา

        ภาพในหัวตอนนั้นรู้สึกตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงหน้า มิแรนดา พรีสต์ลีย์ ในหนังเรื่อง The Devil Wears Prada 

        มารู้สึกตัวอีกที ก็เมื่อ ‘มิแรนดา’ เดินไปหยิบเสื้อคลุมพิมพ์ลายโอ่อ่าอลังการมานั่งที่โซฟา และเชื้อเชิญเรามานั่งพูดคุยด้วยกัน 

        เสื้อคลุมนั้นช่วยขับเน้นให้ผู้สวมใส่งามสง่า จนเผลอคิดไปว่าหรือคนตรงหน้าเราจะเป็นซูสีไทเฮาแห่งนครแห่งนี้กันแน่

 

สมบัษร ถิระสาโรช

2

        “เรื่องดีๆ ของป้ามีได้ทุกวัน” เธอพูดถึงตัวเองโดยใช้คำว่า ‘ป้า’ เหมือนที่ทุกคนเรียกเธอว่า ‘ป้าตือ’ 

        สิ่งแรกที่ป้าตือต้องทำในทุกเช้า คือการได้ดื่มกาแฟเมนูโปรดอย่างคอฟฟีแฟรปปูชิโน 

        “เป็นเมนูเดียวที่ป้าชอบดื่ม ต่อให้ไปอยู่ในที่หนาวเย็นแค่ไหนเราก็ต้องดื่มกาแฟปั่นนี้ แม้จะไปชิมกาแฟจากร้านอื่น หรือชงด้วยเมล็ดกาแฟที่ดีเลิศนำมาจากที่ไหนก็ตาม สุดท้ายเราก็ต้องกลับมากินคอฟฟีแฟรบปูชิโนของสตาร์บัคส์”  

        หลังจากสดชื่นด้วยกาเฟอีนที่ตัวเองชอบแล้ว สิ่งต่อมาก็คือการกล่าวขอบคุณทุกคนในบ้านที่ดูแลเธออย่างดี และโอบกอดทุกคนเพื่อรับพลังบวกในการออกไปใช้ชีวิตข้างนอก 

        ภาพลักษณ์ที่คนดูเห็นป้าตือผ่านจอโทรทัศน์ล้วนถูกสร้างขึ้นมาตามลักษณะของแต่ละรายการที่อยากให้เป็น แต่จุดร่วมเดียวกันที่เป็นตัวตนของเธอที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือการเป็นคนไม่ยอมแก่และแอ็คทีฟตลอดเวลา 

        รวมทั้งความเนี้ยบเป็นระเบียบในแบบฉบับของคนที่มักเรียกกันว่า ‘เปอร์เฟ็กชันนิสต์’

 

สมบัษร ถิระสาโรช

3

        ความใส่ใจอย่างเข้มงวดนั้นเห็นได้แม้เมื่อเธอถอดสร้อยข้อมือออก แล้วนำไปจัดวางลงบนจานอย่างเป็นระเบียบ

        ไม่ – เธอไม่ได้เพียงวางลงไปเท่านั้น แต่ใส่ใจแม้กระทั่งองศาการเรียงตัวของสายสร้อยที่ต้องออกมาดูดี ทั้งๆ ที่ก็ต้องหยิบมาใส่อีกทีในวันต่อไป 

        ของต่างๆ ในบ้าน หากวางอยู่ผิดตำแหน่ง แค่กวาดตามองก็รู้ในทันที ทำให้เธอเอ่ยปากถามทีมงานว่าของชิ้นนี้มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร 

       คงเพราะเป็นคนที่ชอบอะไรสมบูรณ์แบบ เราจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงเลือกกาแฟจากสตาร์บัคส์เป็นเครื่องดื่มประจำตัว เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไปที่ไหนในโลกก็ตามก็จะยังได้กินกาแฟรสชาติที่คุ้นเคย เป็นความปลอดภัยในใจลึกๆ ของคนที่ไม่ต้องการให้มีเรื่องเซอร์ไพรส์ใดๆ ให้ใจขุ่นมัว 

        นั่นจึงรวมไปถึงการมองคนเพื่อที่จะมาร่วมเป็นทีมงานของบริษัท ตือ จำกัด ด้วย 

        “คนที่มีเคมีเดียวกันเท่านั้นถึงจะอยู่ด้วยกันได้” 

        นั่นหมายถึงคนที่บ้างานสุดพลังแบบเดียวกันด้วยใช่ไหม – เราสงสัย 

        “คนที่ขี้เกียจจะอยู่กับเราไม่ได้ นี่คือกฎของบริษัท คนขยันกับคนฉลาด เราเลือกคนขยัน เกิดไปเจอคนฉลาดแต่ขี้เกียจ เราไม่อยากเสียเวลาไปกับคนแบบนี้” 

 

สมบัษร ถิระสาโรช

4

        การจะดูว่าใครที่เคมีเข้ากันได้ บางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งป้าตือก็ยอมรับว่าจริง

        “เราดูคนที่จะมาทำงานด้วยกันโดยมองจากรองเท้าของเขา” ป้าตือว่า

        นั่นทำให้เราอดถามป้าตือไม่ได้ – ว่า, แล้วเธอมองรองเท้าของเราอย่างไร

        หล่นคำถามนี้ไปแล้ว ใจก็หายวูบ เพราะถ้ามองจากรองเท้าที่เราใส่มาวันนี้ มันคือรองเท้าสนีกเกอร์สที่ไม่ได้มีราคาค่างวดสักเท่าไหร่ จนพานคิดไปว่าไม่น่าไปถามอย่างนี้กับเจ้าแม่แฟชั่นไฮเอนด์คนนี้เลย 

        เธอเหลือบตาลงไปที่เท้าของเรา ความหวั่นใจปะทุขึ้นไม่ต่างกับ แอน แฮทธาเวย์ ที่ใส่สเวตเตอร์สีฟ้าตกรุ่นในหนัง The Devil Wears Prada – ถ้ามองในมุมของคนทำงานด้านแฟชั่นระดับโลก และกำลังยืนท้าทายต่อหน้า มิแรนดา พรีสต์ลีย์ เจ้าแม่แห่งวงการนิตยสารแฟชั่นที่ใครก็ต่างเกรงกลัว 

        “คุณถอดรองเท้าคุยกับเรา และก็ไม่ผูกเชือกรองเท้า” ประโยคนี้ทำเราจี๊ดขึ้นมาเหมือนกับตอนที่สูดกาแฟปั่นโดยที่ไม่ทันตั้งตัว เส้นเลือดข้างศีรษะหดตัวอย่างรวดเร็วคล้ายไมเกรนจี๊ดประสาท

        “เราว่าคุณเป็นคนมีมารยาท” เธอยิ้ม – เป็นยิ้มจริงใจที่อบอุ่นและอ่อนหวาน ไม่ว่าใครได้เห็นรอยยิ้มนั้นก็ต้องผ่อนคลายลง 

        แสงแดดส่องผ่านรั้วต้นไม้เข้ามาในบ้าน แดดบ่ายส่องลงมาที่ใบหน้าของเธอ

        “เพราะคุณเข้าบ้านเราแล้วถอดรองเท้า ทั้งๆ ที่บ้านเราไม่ต้องถอดรองเท้า และที่คุณไม่ได้เก็บเชือกรองเท้าให้ดีเพราะคุณจะรีบมานั่งคุยกับเรา” 

        แล้วเธอก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ราวกับรู้ตัวว่าได้ทำให้เราหวั่นใจไปหลายนาที 

        นั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาแสนสนุกต่อเนื่องยาวนาน

 

สมบัษร ถิระสาโรช

5

        เธอเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการใช้ชีวิตให้มีความสุข  รวมถึงนิสัยส่วนตัวที่ยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นคนที่ ‘เยอะ’ มากๆ ในทุกเรื่อง 

        “ป้าเป็นคนเยอะระดับ maximum” ป้าตือพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง และบอกว่าจะขอบคุณมากถ้าใครมาบอกว่าเธอเป็นคนเยอะสิ่ง เพราะนั่นหมายความว่าเขารู้จักเธอเป็นอย่างดี 

        แล้วป้าตือมีอะไรที่ ‘น้อย’ ได้บ้าง – นั่นคือคำถามแย้งที่ทำให้เธอนิ่งไปอึดใจ คล้ายกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีต ก่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า – คือเรื่องของความสัมพันธ์

        “ชีวิตคู่ต้องจัดระบบให้ดี ถ้าเมื่อไหร่เราต่างข้ามเส้นของกันและกัน ความรักกับการครอบครองมันจะเข้ามาอยู่ใกล้กันมาก ถ้าเรารักใครสักคน ต้องทำให้เราอยู่กับเราแล้วรู้สึกอิสระ ไม่ใช่อยู่เพราะเป็นหน้าที่ ถ้าอยู่กันแบบนั้นอึดอัดกันเองเสียเปล่าๆ ถ้าเธอมีหน้าที่ที่ต้องมารักฉันก็หยุดเลย หรือถ้าเรารู้สึกว่าการรักคนคนนี้คือหน้าที่ เราก็ไม่เอาเหมือนกัน” 

 

สมบัษร ถิระสาโรช

6

        มีชีวิตอยู่เพื่อทำความสุขวันละหนึ่งอย่าง ป้าตือยังย้ำประโยคที่ตัวเองยึดถือมาตลอด ระหว่างพาเดินดูภาพวาดและของเล่นสังกะสีเก่าที่อยู่ข้ามเวลามาตั้งแต่ยุค 80s จนกระทั่งมาถึงส่วนที่เป็นห้องนอนที่มีเตียงใหญ่ปูทับด้วยฟูกที่คลุมด้วยผ้าสีขาวสะอาด โดยไม่วายจะเชื้อเชิญแกมบังคับให้เราลองขึ้นไปนอนบนเตียงนี้  พร้อมกับเปิดเพลง ‘เมียนายร้อยอย่าน้อยใจ’ คลอ 

        เพลงนั้นมาจากวิทยุขนาดฝ่ามือราคาหลักร้อย 

        แต่กลับสร้างความเพลิดเพลินให้เราจนเคลิบเคลิ้ม 

        คงจริงอย่างที่ป้าตือว่า – การได้นอนหลับบนเตียงนี้เป็นหนึ่งในความสุขประจำวันของเธอ

        แต่ที่จริงไปกว่านั้น ก็คือวันนี้ป้าตือได้สร้างความสุขให้กับผู้มาเยือนอย่างเราด้วยเช่นกัน

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง