อุรุดา โควินท์: ระหว่าง ‘เตียงหัก’ กับรสชาติกาแฟร้อนที่เย็นแล้ว เรื่องไหนจะขมกว่ากัน

Drink with adB
26 Mar 2020
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

(1)

‘ความกลัว’

        ก่อนหน้า COVID-19 จะมาถึงขั้นวิกฤตจนต้องปิดสถานที่หลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงอีกหลายจังหวัด ฉันนัดจิบกาแฟกับ ‘ชมพู’ – อุรุดา โควินท์ 

        เรานัดกันที่ร้าน Gallery กาแฟดริป ตรง หอศิลป์ฯ ในวันเสาร์ช่วงสายๆ ของวัน

        “วันนั้นจะพาลูกชายไปสวัสดีด้วย แต่เขาอาจจะป่วนๆ นิดหนึ่งนะคะ” ฉันพิมพ์แจ้งความจำเป็นอย่างตรงไปตรงมา

        “มาๆ มาให้ป้าแกล้งหน่อย” เธอพิมพ์ตอบกลับมาด้วยความเอ็นดู

         แล้ววันเสาร์ที่เรานัดกันก็มาถึง ฉันอุ้มลูกชายวัยหนึ่งขวบมาตามนัดหมาย อุรุดาถึงที่นี่ได้สักพักแล้ว เมื่อเราเข้าไปทักทาย สิ่งแรกที่เธอทำก็คือการก้มลงมองและเอ่ยทักเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเดินป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ

        วันนั้นเธอมาในชุดเสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีชมพูนีออน ทับอีกชั้นด้วยเสื้อยีนส์พอดีตัว พร้อมกระโปรงทรงเอสีแดงลายลูกไม้ที่ยาวคลุมเข่า และรองเท้าบู๊ตหนังสีน้ำตาลเข้มยาวเกือบถึงหัวเข่า เครื่องหน้าของเธอมีหน้ากากผ้าสีดำบังอยู่ ไม่นับต่างหูผ้าลายขนนกสีม่วง ที่ระย้าลงมาเกือบถึงหน้าอก เธอค่อยๆ ย่อตัวลงมาจนเท่ากับความสูงของเด็กชาย ยื่นสองแขนออกมา ก่อนที่จะหดกลับเข้าไป รอยยิ้มจากดวงตาเข้ามาแทนที่ ดวงตาของเธอวิบวับ แต่อ่อนโยน

        “สวัสดีครับป้าพูสิลูก” ฉันบอกลูกชาย ก่อนที่เขาจะยกมือสองข้างขึ้นด้วยความคุ้นชิน เธอยิ้มอีกแล้ว ไม่ช้าพ่อของลูกก็ขอพาตัวลูกชายไปเดินเล่น เพื่อให้เวลาเราสองคนได้พูดคุยกัน

        เธอเลือกกาแฟดริปร้อนเป็นเครื่องดื่มแกล้มบทสนทนา และอาจเป็นกาแฟร้อนแก้วนั้นก็ได้ ที่พาเราไปไกลถึงความกลัวการมีลูก

        ไม่ – เธอไม่ได้กลัวการมีลูกหรอก แต่เธอกลัวภาวะแวดล้อมของการมีลูกต่างหากเล่า

        “กลัวว่าเขาจะรอดมั้ย และรอดแบบไหน” เธอว่า สีหน้าของเธอจริงจัง “เพราะทุกวันนี้สังคมอยู่ยากขึ้น และนอกจากความกลัวแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ความเห็นแก่ตัวของเราเอง เรารักชีวิตแบบนี้ แบบที่เลือกแล้วว่าจะไม่มีลูก หากไม่อยากกลัวสิ่งข้างต้น ก็ต้องเลือกแบบนี้ “อีกอย่าง ผู้หญิงที่วันหนึ่งจะเป็นแม่คน ต้องแบ่งร่างมากมาย ไหนจะเป็นนักเขียนไหนจะเป็นพ่อเป็นแม่ ไหนจะเป็นลูก เป็นเมีย ไม่รู้จะซอยตัวเองอย่างไรแล้ว” เธอหัวเราะ

 

อุรุดา โควินท์

(2)

‘ความผิดหวัง’

        เวลาผ่านไป กาแฟดริปในแก้วเซรามิกปั้นมือของเธอแทบไม่พร่อง ร่องรอยลิปสติกสีน้ำตาลเข้มบนขอบแก้วยังคงชัดเจน เรื่องราวความรักความสัมพันธ์ฉบับอุรุดาพรั่งพรูราวกับฝนโปรย ที่ให้ความชุ่มฉ่ำ แต่ในขณะเดียวกัน บางประโยคกลับมีความผิดหวังเจือปนอยู่อย่างสัมผัสได้ 

        โดยเฉพาะเรื่องการแต่งงานครั้งแรก อันเป็นที่มาของคำนำหน้าชื่อบนบัตรประชาชน ‘นาง’

        เธอผ่านการแต่งงานเมื่อหลายสิบปีก่อน และใช้ชีวิตคู่จนเกือบจะมีลูกด้วยกันมา 5 ปี ก่อนจะเลิกราด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าอดีตสามีนอกใจเธอ

        เรื่องราวนี้ฟังดูดาษดื่น เกิดขึ้นกับผู้คนมากมาย แต่มันคือความเจ็บปวดฝังลึก ความหวังของเธอถูกทำลาย 

        “วันนั้นเพียงหนึ่งวัน ก็เหมือนชั่วนิรันดร์ของเรา”

        ‘วันนั้น’ คือวันที่ต้องทำเอกสารหย่าด้วยจุดเริ่มต้นที่ยุ่งเหยิงเกินว่าจะอธิบายได้จบ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเอกสารหย่าเสร็จเรียบร้อย ฝ่ายชายโทรศัพท์ไปหาคนรักใหม่ เพื่อบอกให้เตรียมดอกไม้ ธูป เทียน เพราะจะรีบกลับไปไหว้ คล้ายกับมีการบนบานศาลกล่าวเอาไว้

        “เหมือนเราเป็นตัวมารในชีวิตเขาเลย รู้สึกแย่มาก” น้ำเสียงของเธอฟังดูเศร้า แต่กระนั้นก็มีความแข็งแกร่งซ่อนตัวอยู่

 

อุรุดา โควินท์

(3)

‘ความไม่รัก?’ 

        กาแฟเย็นในแก้วของฉันหมดไปนานแล้ว แต่กาแฟดำของเธอยังเหลือเกือบเท่าเก่า ฉันไม่แน่ใจว่า ระหว่างเรื่องที่เธอเล่ากับรสชาติกาแฟ อะไรจะขมกว่ากัน 

        ความขมอมเปรี้ยวจากกาแฟดริป อาจจะสู้ความขมเข้มหนักๆ จากเครื่องเอสเพรสโซแมชชีนไม่ได้ แต่แท้ที่จริงแล้วกลับมีข้อดีคือ ต่อให้เย็นลงแล้ว ก็ยังดื่มได้ลื่นคอ และมีรสชาติที่อร่อย 

        กาแฟที่เย็นตัวลงแล้ว อาจไม่ต่างจากความรักในอดีตที่กลายมาเป็นความไม่รักในวันนี้  และไม่หลงเหลือความรู้สึกใดๆ ให้ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป

        “ไม่ใช่ว่าไม่รักหรอกนะ แต่เพราะยังคงรักต่างหาก จึงต้องไป ไปเพื่อไปเจอกับคนที่เราคิดว่าเราจะปรับตัวอยู่ด้วยกันยาวๆ ได้มากกว่า” 

        ใช่ – ความรักต้องการการปรับตัว ในช่วงแรกเริ่ม ความรักจะเต็มอิ่มอยู่ในใจ แต่คำถามก็คือหลังจากนั้นจะประคับประคองอย่างไรให้ความรักไม่แห้งเหือดไปตามสถานการณ์และปัญหาที่พบเจอระหว่างทาง การปรับตัวอย่างที่เธอบอก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคู่ผ่านพ้นวิกฤตของการหย่าร้าง

        ฉันอดคิดถึงสถานการณ์โรคระบาดในขณะนี้ขึ้นมาไม่ได้ เพราะเป็นไปได้เช่นกัน ที่สถานการณ์นี้อาจเป็นบ่อเกิดของการหย่าร้าง อย่างที่เมืองจีน มีคนตั้งหัวข้อถามตอบบน Weibo หนึ่งในแพลตฟอร์มสื่อสังคมที่ใหญ่ที่สุดของจีนคือว่า เมื่อคุณออกจากการกักกัน (quarantine) คุณจะทำอะไร?” 

        คนจำนวนไม่น้อยตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘หย่า’ แทบจะทันที ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป เชื่อมโยงไปกับข้อมูลของทางสำนักงานจดทะเบียนในเขตที่มีการปิดเมือง ซึ่งปริมาณของคู่สมรสที่มาจองคิวขอหย่า มีมากถึงวันละ 14 คู่ มากกว่าที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ 

        เชื่อกันว่า เหตุแห่งการหย่าร้าง อาจเป็นเพราะทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้านมากเกินไป พวกเขาถูกบังคับให้ใกล้ชิดกัน จนต้องทบทวนความสัมพันธ์ของพวกเขาในที่จำกัด การได้เห็นธาตุแท้ของกันและกันมากขึ้นย่อมสร้างความเครียด ทั้งความเครียดจากการอยู่ร่วมกัน ความเครียดจากการเลี้ยงดูลูก ไล่ไปถึงความเครียดเรื่องการเงินครัวเรือน เมื่อถูกบังคับให้หยุดงานเป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยที่ไม่ได้รับเงินเดือน รวมทั้งการค้นพบว่ามีใครบางคนนอกใจกันมาก่อนล่วงหน้า แต่ความจริงมาเปิดเผยเมื่อสถานการณ์บีบเค้นบังคับให้ออกไปไหนไม่ได้ 

        นั่นไม่ผิดอะไรกับเรื่องราวของอุรุดาเลย

        ลิปสติกที่เคลือบบนริมฝีปากของเธอจางลงจากการดื่มกาแฟ เธอเลือกลิปสติกขึ้นมาหนึ่งแท่งที่ไม่ใช่สีเดิม แต่เฉดเดียวกัน บรรจงทาที่ริมฝีปาก ความงามในวัย 50 ปี ของเธอยังคงอยู่ แต่ที่เหนือกว่าความสวย ก็คือวัยที่ตกตะกอนทางความคิด มีประสบการณ์ความรักและความเจ็บปวดมาหลากหลายรูปแบบ จนแม้แต่คำว่า ‘แตกหัก’ เธอก็มองมันได้อย่างเข้าใจ

        “แตก มีความหมายว่า เคยเป็นสิ่งเดียวกันมาก่อน” เธอว่า “ส่วนคู่รักที่แตกแยกกัน ออกจากกันไปนั้น ไม่ใช่เพื่อที่จะสูญสลาย แต่เราจะแตกออกเพื่อจะเริ่มต้นใหม่ เพื่อเป็นสิ่งใหม่ ต่างฝ่ายต่างผลิใบในทางของตัวเอง”

 

(4)

ความรัก

        ยิ่งพูดคุย ใบหน้าของอุรุดายิ่งสดใสขึ้น

        เมื่อลูกชายของฉันวิ่งกลับมาหา ฉันอุ้มเขาขึ้น บทสนทนาของเราชะงักลงชั่วครู่เพื่อตอบคำถามของลูก

        “นี่แหละคือ สิ่งสำคัญของความรัก คือเราต้องเห็นคุณค่าในสิ่งเดียวกัน” เธอว่า

        “เราต้องมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่คนรักของเรารัก ไม่ต้องรักด้วยก็ไม่เป็นไร แต่ต้องมองเห็นคุณค่า เราต้องหัวเราะเรื่องเดียวกัน และเศร้าในเรื่องเดียวกัน”

        ใช่เลย – เธอทำให้ฉันตระหนักว่า ฉันเองก็คิดเช่นนั้น

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ

ภาพโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN