“ตอนนั้นไม่ค่อยมีใครอยากเป็น บ.ก. ให้นิตยสารแจกฟรีหรอก” ดื่มด่ำรสชาติชีวิตกับ วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

Drink with adB
2 Mar 2020
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

1

        น่าแปลก ที่บรรยากาศครึ้มฝนของวัน กลับไม่ทำให้รู้สึกอบอ้าว 

        ผู้ที่นั่งรอเราอยู่ คือบรรณาธิการคนแรกของ a day BULLETIN

        ใช่ – เธอคือ วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม คนที่พูดได้ว่า ‘ทำคลอด’ a day BULLETIN ขึ้นมาเมื่อสิบสองปีที่แล้ว

        “ในตอนนั้นไม่ค่อยมีใครอยากมาเป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสารแจกฟรีหรอก” เธอเล่ากึ่งหัวเราะ คล้ายขำ คล้ายไม่ “เพราะเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนถูกลดคุณค่าลง แต่สำหรับเรา Free Copy คือนิตยสารที่ฟรีไอเดีย เราสามารถใส่อะไรลงไปเต็มที่กับมันได้ทุกอย่าง รวมถึงการแหกขนบของการทำนิตยสารด้วย”

        เรานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ Hario Cafe ซึ่งเป็นร้านกาแฟจากญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดเป็นสาขาที่ 3 ของโลก – ในซอยโชคชัย 4 ด้วยรูปลักษณ์เรียบง่าย เป็นคิวบิสม์แบบมินิมัลลิสม์ ชวนให้คิดถึง How to ทิ้ง แบบ มาริเอะ คนโดะ

        กาแฟในแก้วของเธอชงจากเมล็ดที่เดินทางมาจากคอสตาริกา

        มันคือกาแฟดริปที่หอมกรุ่นเจือด้วยกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ

 

2

        “ครั้งหนึ่ง เราเคยไปญี่ปุ่น” เธอเล่าทวนความ “แวะไปเที่ยวที่เมืองนิกโก แล้วเดินเข้าไปหลบความหนาวที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง”

        ตอนนั้นเธอไม่รู้เลยว่า ร้านกาแฟแห่งนั้นเชี่ยวชาญด้านกาแฟดริปอย่างมาก

        “แต่เราสั่งมาดื่ม พบว่ากาแฟดริปแก้วนี้หอมมาก แล้วไม่ใช่แค่กาแฟ แต่ทั้งอารมณ์ บรรยากาศ​ เสียงที่ได้ยิน กลิ่น ทั้งหมดเมื่อมารวมเข้าด้วยกัน ทำให้เรารู้สึกว่านี่เป็นกาแฟที่อร่อยมาก”

        เธอบอกด้วยว่า นั่นอาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ แต่หากไม่มีเรื่องบังเอิญเช่นนั้น เธอก็อาจไม่หลงใหลในกาแฟดริป จนทุกวันนี้ถ้าเลือกได้ เธอจะไม่ดื่มกาแฟที่ชงด้วยวิธีอื่นใด – นอกจากการดริป เช่นเดียวกับที่เธอเลือกร้านกาแฟนี้, ในวันนี้

        ใช่ – ชีวิตมักจะมีเรื่องบังเอิญพ้องพานเกิดขึ้นเสมอ ความมหัศจรรย์ของเรื่องบังเอิญก็คือ มันมักพาเราไปอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกที่ถูกทาง คลับคล้ายเมื่อสิบสี่ปีก่อน เมื่อเธอได้เข้ามาเป็นบรรณาธิการบริหารของ a day BULLETIN ตอนที่เธอเดินสวนกับ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ – ผู้ก่อตั้ง, โดยบังเอิญ

        เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ เป็นตอนนั้นเองที่เราสังเกตเห็นนิ้วชี้ข้างขวาของเธอ

        มันไม่ใช่นิ้วชี้เปลือยเปล่า ทว่าห่อหุ้มอยู่ด้วยปลาสเตอร์ปิดแผล

        แน่นอน – เราย่อมเอ่ยปากถาม, ก่อนพบว่า นิ้วชี้ปิดปลาสเตอร์นี้ โดยเนื้อแท้ก็เป็นเรื่องพ้องพานอีกแบบหนึ่ง

        มันพ้องพานกับความเรียบง่ายมินิมัลลิสม์ของร้านกาแฟ และพ้องพานกับการ ‘ทิ้ง’ คล้ายแนวคิดของ มาริเอะ คนโดะ

 

วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

3

        แผลที่นิ้วมือได้มาจากการย้ายบ้านครั้งล่าสุด

        การย้ายบ้านครั้งนี้มีเรื่องใหญ่ให้เธอต้องตัดสินใจ มันคือการ ‘ทิ้ง’ หนังสือและนิตยสารที่สะสมมานานหลายสิบปี หลังคัดไปบริจาคหรือมอบให้คนอื่นแล้ว เธอบอกว่ายังมีจำนวนรวมๆ กันถึง 900 กิโลกรัม

        “ทุกคนมีเรื่องต้องทิ้งตลอดเวลาแหละ เพียงแต่ไม่ได้ต้องทิ้งอะไรใหญ่ๆ แบบนี้กันบ่อยๆ”

        เธอบอกว่า คนอื่นอาจมองการทิ้งของเราว่าเป็นเรื่องง่าย – แต่แท้จริงแล้วไม่เคยมีการทิ้งครั้งไหนที่ ‘ง่าย’ เลย

        “การทิ้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตของเราและคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ครั้งหนึ่งของที่มีค่าสำหรับเรา ถูกเปลี่ยนสภาพเป็นของที่ไม่มีค่า ของที่เราคิดว่าทิ้งๆ ไปก็ได้นี้ อาจกลับมีค่าต่อคนที่มารับซื้อก็ได้”

        หนังสือเหล่านี้เก็บอยู่ที่คอนโดมิเนียม และอยู่ห่างไกลจากชีวิตของเธอไม่น้อย

        “พวกมันไม่ได้อยู่ในชีวิตเราอีกแล้ว แต่ตอนนั้น เรารู้สึกสบายใจว่ามันยังอยู่ จะกลับไปหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พอถึงวันหนึ่งที่ชีวิตถูกบังคับว่าจะกลับไปอีกไม่ได้แล้ว ก็จะเกิดการตัดสินใจขึ้นว่า – แล้วเราจะเอายังไงกับมัน” 

        ใช่ – แล้วเราจะเอายังไงกับมัน

 

วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

4

        ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม การ ‘ทิ้ง’ ที่น่าจะยากที่สุด ก็คือการทิ้งของที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ กระทั่งเจ้าแม่แห่งการทิ้งอย่าง มาริเอะ คนโดะ ก็ยังยอมรับเลยว่าเป็นความท้าทายที่ผ่านไปได้ยากที่สุด 

        “เราเองก็เจอของแบบนั้นหลายชิ้น” เธอบอก “แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะทิ้งของเหล่านั้นไป เพราะเราเลิกเอาตัวเองไปผูกติดอยู่กับความทรงจำที่มีต่อคนคนนั้นแล้ว”

        ไม่ใจร้ายหรอกหรือ – เราสงสัย

        “ใช่ อาจฟังดูใจร้าย แต่นั่นก็เป็นความจริงข้อหนึ่งของชีวิต เมื่อถึงวันหนึ่งถ้าเราไม่ลืม คนอื่นก็ลืม ถ้าเราไม่ทำ คนอื่นก็ทำ”

 

วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

5

        ฟ้าที่อุ้มเม็ดฝนอยู่นั้นหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ อากาศเย็นลง ลมพัดแรง แต่คล้ายความอ้าวกลับทวีขึ้น

        บทสนทนาล่วงเลยมาจนกาแฟหมดแก้ว เราบอกลากันและกัน เมฆหม่นเป็นสีเทา และดึงรั้งความจ้าของแสงทั้งโลกให้จางลง การลาจากนั้นจึงคล้ายฉากในหนัง – เมื่อใครบางคนกำลังจะ ‘ทิ้ง’ ใครอีกบางคน

        แต่แล้วความหนักอึ้งของเมฆก็ปลิดตัวเองโปรยลงเป็นเม็ดฝน มันร่วงหล่นลงมาเป็นม่านหนาฉับพลัน

        การจากลาจึงถูกขัดจังหวะ เรามองหน้ากัน และแทบเอ่ยออกมาพร้อมกันว่า – นั่งดื่มกาแฟอีกสักแก้วกันเถอะ

        นี่ก็เป็นเหตุบังเอิญอีกใช่ไหม

        บังเอิญ – ที่ฟ้าครึ้มฝนในฤดูหนาว

        บังเอิญ – ที่เราได้จิบกาแฟร่วมกัน

        บังเอิญ – ที่ฝนตกหนัก

        เป็นเหตุบังเอิญ – ที่ทำให้เราไม่อาจละทิ้งกันไปได้,

        อย่างน้อยก็ชั่วคราว

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง