การรู้จักฟัง: ความจำเป็นในการสนทนา

Editor's Note
9 Nov 2020
เรื่องโดย:

โตมร ศุขปรีชา

1

        การฟังอย่างลึกซึ้งคือส่วนสำคัญยิ่งของบทสนทนา เราไม่อาจสนทนาได้หากไม่เรียนรู้ที่จะฟัง

        คำพูดคือสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่และซับซ้อน มันคือความพยายามในการส่งผ่านซึ่งความรู้ ความจริง ความงาม และความรู้สึกของฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ก้อนมวลอวลไอของสิ่งเหล่านั้นซอนแทรกเข้าสู่หัวใจของอีกฝ่าย

        วิวัฒนาการของสมองดำเนินมาพร้อมวิวัฒนาการของคำพูดและภาษา

        การฟังกันและกันจึงมีส่วนสำคัญยิ่งในการทำให้โฮโมเซเปียนส์ดำรงอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้

        ปราศจากการฟัง เราไม่อาจทำงานร่วมกัน สอดคล้องประสานกันเป็นกลุ่ม เพื่อจะตามล่าตามรอยสัตว์ตัวใหญ่ไปได้ยาวนานหลายวัน เพื่อเอาชนะสิ่งมีชีวิตที่มีพละกำลังมากกว่า มีเขี้ยวเล็บงวงเขา และอาวุธติดตัวอื่นๆ มากมาย ในขณะที่มนุษย์นั้นอ่อนแอ มีผิวหนังที่บอบบาง และไร้อาวุธติดตัว

        การฟังอย่างลึกซึ้ง ทั้งฟังเสียงของธรรมชาติและฟังเสียงของหมู่มนุษย์ด้วยกันเอง จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อการดำรงอยู่ของเรา

        แต่ดูเหมือน ‘การฟังอย่างลึกซึ้ง’ จะหล่นหายไปจากชีวิตของเรามาระยะหนึ่งแล้ว

2

        การฟังอย่างลึกซึ้งก็คือการมองอย่างลึกซึ้งเข้าไปในมวลแห่งถ้อยคำ การฟังอย่างลึกซึ้งจะทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงของความเจ็บปวด

        โดยเนื้อแท้แล้ว ไม่มีใครแบ่งแยกออกจากกันได้ ไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อสีอะไร ดำ แดง เหลือง ขาว เขียว หรือกระทั่งคนที่ใส่เสื้อลายพรางผู้ช่างเก็บงำความรู้สึก

        ในฐานะมนุษย์ผู้โง่เขลา เราอาจเคยคิดว่ามีเพียงตัวเราเท่านั้นที่เป็นทุกข์เพราะเราตกเป็นเหยื่อของผู้อื่น แต่เมื่อเราฟังอย่างลึกซึ้งแล้ว เราจะพบความเจ็บปวดของผู้ล่า และได้เห็นว่าผู้ล่าเองก็ตกเป็นเหยื่อด้วยเช่นกัน และในฐานะเหยื่อ, เราเองก็ซ่อนสถานะผู้ล่าเอาไว้ในตัวเองด้วย

        เราจึงตกเป็นเหยื่อของสิ่งยิ่งใหญ่ที่เรียกว่าความกลัว ความโกรธ ความเกลียด และความระแวงสงสัยซึ่งกันและกัน

        ปราศจากเสียซึ่งการฟังอย่างลึกซึ้ง บทสนทนาก็ไม่ได้เกิดขึ้น

        มีเสียงพูด มีความสั่นสะเทือนของโมเลกุลแห่งอากาศ ทว่าไม่มีบทสนทนา

        เพราะไม่มีใครฟังใคร

        การฟังจะทำให้เราเห็นความทุกข์ ความกลัว และความเศร้าของอีกฝ่าย เมื่อเห็นสิ่งนั้น ก็เท่ากับเราได้เห็นก้อนเมฆในถ้วยชาของเรา ได้เห็นจักรวาลในดอกไม้ เห็นความทุกข์ และเข้าใจความทุกข์นั้น

        เพราะเมื่อเราสูญเสียการฟังอย่างลึกซึ้ง เราก็สูญเสียบทสนทนาไปชั่วกาล

        และเมื่อสังคมสูญเสียการฟังอย่างลึกซึ้ง สังคมก็สูญเสียบทสนทนาไปชั่วกาล

        ดังนั้น เราจึงจะขว้างความโกรธเกลียดของเราใส่กัน,

        เพราะเราไม่รู้จักการฟังอีกต่อไปแล้ว

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โตมร ศุขปรีชา

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN