เมื่อความ ‘พอเพียง’ ในการมี ‘กองดอง’ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

Editor's Note
14 Sep 2020
เรื่องโดย:

โตมร ศุขปรีชา

หลายคนเรียกหนังสือที่ซื้อเอาไว้แล้วยังไม่ได้อ่านว่า ‘กองดอง’ และหลายคนก็มีความเห็นว่า ‘กองดอง’ คือกองแห่งความเสียเปล่า เพราะซื้อหนังสือแล้วทิ้งเอาไว้อย่างนั้น ไม่ได้อ่าน

           คำถามก็คือ แล้ว ‘กองดอง’ คือความเสียเปล่าจริงหรือ?

           ถ้าจะตอบคำถามนี้ ก็ต้องย้อนกลับไปถามกันเสียก่อนว่า – เราซื้อหนังสือกันไปทำไม

           หลายคนคิดว่า เมื่อซื้อหนังสือมาแล้วหนึ่งเล่ม ก็ควรจะอ่านทันทีทันควันให้จบ ไม่ควรซื้อหามาแล้วนำมาวางไว้เปล่าๆ ไม่อ่าน

           แต่นั่นเป็นวิธีคิดแบบหนึ่ง

           นักเขียนหญิงคนหนึ่ง ชื่อ ซารา เนลสัน (Sara Nelson) เคยเขียนหนังสือชื่อ So Many Books, So Little Time: A Year of Passionate Reading เอาไว้

           ชื่อของหนังสือแปลได้ตรงตัวว่า – หนังสือมีมากมายเหลือเกิน ทว่าเวลาที่จะอ่านนั้นกลับมีน้อยอย่างยิ่ง

           ก็เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว ไฉนเลยเราจึงยังขวนขวายจะซื้อหาหนังสือมา ‘กอง’ เอาไว้อีกเล่า ไม่ดีกว่าหรอกหรือหากจะซื้อหนังสือ ‘อย่างพอเพียง’ เท่าที่มีเงินและเวลาจะอ่านเท่านั้น ส่วนไอ้ที่ซื้อมากองเอาไว้นั้น ส่วนใหญ่ก็กองให้ฝุ่นเขรอะ แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้หยิบมาอ่าน ดังนั้น หนังสือเหล่านั้นจึงเป็นได้แค่ความสูญเปล่า ฟุ่มเฟือย และสนองความสุรุ่ยสุร่ายในทางหนังสือ

           บางคนถึงกับปรามาสว่า – ซื้อหนังสือเยอะๆ อย่างนี้ เพียงเพื่อเอาไว้ ‘โชว์’ ล่ะสิ ว่าตัวเองเป็นปัญญาชน เป็นคนฉลาด แต่หากไม่ได้อ่าน สิ่งที่เพิ่มพูนขึ้นมาก็เพียงเป็นความสูงของตั้งหนังสือ หาใช่ความฉลาดอย่างไรไม่

           แต่ใช่ – นั่นคือวิธีคิดแบบหนึ่ง

           สำหรับผม นั่นคือวิธีคิดที่มองว่าหนังสือเป็นคล้ายๆ อาหาร นั่นคือเมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องกินให้หมด คล้ายว่าหนังสือบรรจุ ‘สาร’ บางอย่างไว้ และการอ่านก็คือการเคลื่อนย้าย ‘สาร’ เหล่านั้นเข้าไว้ในหัวของเรา ดังนั้น เมื่อเสพหมดแล้ว หนังสือก็เป็นคล้ายๆ ชานอ้อยที่คลายความหวาน จะอ่านซ้ำอีกก็ไม่สนุกเหมือนเดิมแล้ว

           วิธีมองหนังสือแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้ได้กับหนังสือประเภทบันเทิง เช่น เมื่ออ่านนิยายจบไปแล้วเรื่องหนึ่ง หากไม่ได้รักชอบมากนัก ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บเอาไว้ให้รกบ้าน วิธีมองหนังสือแบบนี้นำไปสู่ปัญหาอีกแบบหนึ่ง นั่นคือการ ‘ยืม’ หนังสือโดยไม่ค่อยจะคืนกัน นั่นเพราะคนจำนวนมากมองว่าเมื่ออ่านแล้ว เคี้ยวอ้อยจนหมดหวานสำหรับตัวเองแล้ว ก็ควรเอาอ้อยนั้นไปให้คนอื่นเคี้ยวต่อ

           แต่วิธีคิดเกี่ยวกับหนังสือไม่ได้มีแบบเดียว

           สำหรับนักอ่านบางคน หนังสือเป็นมากกว่าแค่การเสพชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็ ‘ทิ้ง’ มันไปได้ วิธีคิดแบบนี้ยังเกี่ยวพันกับ ‘กองดอง’ และการไม่ยอมให้ใครยืมหนังสืออย่างลึกซึ้งอีกด้วย

           คนหนึ่งที่คิดแบบนี้ คือ โจนาธาน รัสเซล คลาร์ก (Jonathan Russell Clark) ซึ่งเป็นเจ้าของบล็อก Read It Forward เขาเล่าว่า ตัวเขามี ‘กองดอง’ อยู่มากมาย แต่เขาไม่ได้รู้สึกว่านั่นเป็นเรื่องผิดร้าย เพราะอย่างที่ ซารา เนลสัน ว่าไว้ว่า หนังสือมีมากมาย แต่เวลามีน้อยเหลือเกิน ดังนั้น ถ้าเราพอมีกำลังทรัพย์ และมีความสนใจในหนังสือเล่มต่างๆ ที่ออกวางตลาด ‘ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง’ แต่ยังไม่มีเวลาอ่าน สิ่งที่หลายคนเลือกทำ – ก็คือการซื้อหนังสือเหล่านั้นมาเก็บไว้ก่อน เพราะเราไม่รู้เลยว่า ผ่านไปอีกปีสองปี หนังสือเหล่านั้นจะยังคงมีให้หาซื้อได้อยู่อีกหรือเปล่า

           คลาร์กก็เป็นแบบนี้ เขาเล่าว่า ‘กองดอง’ คือความสุขอย่างหนึ่งของนักอ่านแบบเขา เพราะ ‘กองดอง’ ก็คือการสร้าง ‘จักรวาล’ แห่งหนังสือขึ้นมาเพื่อให้เขาอุ่นใจว่า เมื่ออ่านหนังสือเล่มหนึ่งจบลงแล้ว เขาจะสามารถ ‘เลือก’ ได้ทันทีว่าจะอ่านเล่มไหนต่อไป

           คลาร์กจะรู้เลาๆ ว่าหนังสือที่ซื้อมาดองไว้เป็นหนังสือแนวไหน หนังสือที่เขาเพิ่งอ่านจบ จะเป็นเหมือนตัวส่งให้เขาเลือกหนังสือแนวเดียวกัน หรือแนวตรงข้ามกันมาอ่านในบัดดล แต่ถ้าเขาไม่ได้ซื้อหนังสือมา ‘ดอง’ เอาไว้ก่อน ถึงเคยเห็นในร้านหนังสือ ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไปหาซื้อมาได้ในทันทีเพื่ออ่านต่อจากเล่มที่เพิ่งอ่านจบไป

           ดังนั้น ‘กองดอง’ จึงมีความหมายกับเขามากนัก เพราะยิ่งมีกองดองมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งมีตัวเลือกเยอะมากเท่านั้น เขาอาจจะเพิ่งเริ่มอ่านหนังสือที่ออกวางตลาดเมื่อห้าปีที่แล้ว เพราะความสนใจของเขาเพิ่งจะ ‘คลิก’ ตรงกับหนังสือเล่มนั้นๆ ก็ได้ แต่หากห้าปีที่แล้วเขาไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มนั้นเอาไว้ เขาก็จะไม่มีวันได้อ่านมันจนตลอดกาล

           คลาร์กยังเป็นคนที่ต่อต้านการ ‘ยืม’ และ ‘ให้ยืมหนังสือ’ อีกด้วย เขาบอกว่า เขาไม่ให้ยืมหนังสือที่เขาอ่านไปแล้ว เพราะเขาไม่รู้เลยว่า เมื่ออ่านหนังสือเล่มใหม่อยู่ จะมีข้อมูลบางอย่างจากเล่มเก่าที่ฟื้นตัวขึ้นมา ทำให้เขาอยากหยิบเล่มเก่ามาทบทวนเมื่อไหร่ และเขาก็ไม่ให้ยืมหนังสือที่ยังไม่ได้อ่านหรือหนังสือใน ‘กองดอง’ ด้วย เหตุผลง่ายๆ ก็คือ เพราะเขายังไม่ได้อ่าน และนั่นคือจักรวาลแห่งทางเลือกในการอ่านในอนาคตของเขา

           ‘ความพอเพียง’ ในการมี ‘กองดอง’ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โปรดอย่านำความพอเพียงของคุณ ไปตัดสินความพอเพียงหรือไม่พอเพียงของใคร

           ที่จริงก็ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘กองดอง’ เท่านั้นหรอก

           แต่รวมไปถึงทุกๆ เรื่องนั่นแหละ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โตมร ศุขปรีชา

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN