Conversations for All: สร้างบทสนทนาที่นำทางเราไปสู่ ‘ความเป็นไปได้’ ทั้งมวล

Editor's Note
2 Mar 2020
เรื่องโดย:

โตมร ศุขปรีชา

1

คุณคิดว่าตัวเองอยู่ตรงจุดตัดไหนของประวัติศาสตร์ครับ

        ในบทสัมภาษณ์ของ ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ใน adB ฉบับ 632 เขาพูดถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีลักษณะเป็น S Curve หรือเป็นกราฟรูปตัว S ซึ่งเราถ้าย้อนกลับไปดูวิวัฒนาการของมนุษย์ในเรื่องต่างๆ เราจะเห็นได้เลยนะครับว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในแทบทุกด้านของมนุษย์ ก็มีลักษณะเป็นกราฟรูปตัว S แทบทั้งนั้น

        ในแง่เทคโนโลยีนั้นเห็นชัดมาก เช่น ก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ถ้าเราพล็อตกราฟระหว่างเวลาและความเจริญทางวัตถุ เราจะพบว่ามันดำเนินมาเรียบๆ เรื่อยๆ ช้านานแต่กาลก่อน จนกระทั่งเมื่อเทคโนโลยีถึงพร้อม ทุกอย่างบูมและก้าวกระโดดไปพร้อมกัน กราฟก็จะพุ่งขึ้นสูง ซึ่งก็คือความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตรงแนวตั้งของตัว S นั่นแหละครับ

        การบูมขึ้นมาอยู่ตรงแนวตั้งของตัว S ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น มนุษย์อาจคิดค้นเครื่องยนต์ได้มานานแล้ว คิดได้ด้วยว่านำมาใช้ขับเคลื่อนรถยนต์ แต่ในระยะแรก การใช้รถยนต์ยังจำกัดมากๆ อยู่ ต้องรอเทคโนโลยีการผลิตในโรงงานแบบสายพานให้เกิดขึ้น และพร้อมกันนั้นก็ต้องรอความพร้อมของสังคมและภาครัฐในการสร้างเครือข่ายถนนขนาดใหญ่ วัฒนธรรมรถยนต์จึงค่อยๆ เติบโตช้าๆ ในยุคแรก แต่แล้วเมื่อผ่าน ‘ธรณีประตู’ แห่งความป๊อปไปได้ มันก็เกิดอาการ ‘บูม’ ขนานใหญ่ขึ้นมา แนวตั้งตัว S ของวัฒนธรรมรถยนต์นั้นกินเวลายาวนานหลายสิบปี 

        แต่ในปัจจุบัน เราคงเห็นได้ว่าเราน่าจะอยู่ตรงด้านบนของตัว S คือเริ่มราบเรียบ เนื่องจากตลาดอิ่มตัว รถยนต์กลายเป็นของธรรมดาๆ และหลายคนก็พบว่ามันสร้างปัญหา ทั้งปัญหาจราจร ปัญหามลพิษที่เกิดจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ก็มีความพยายามจะสร้างแนวคิดใหม่ๆ อื่นๆ ขึ้นมา ซึ่งในที่สุดก็อาจไปดิสรัปต์การใช้รถยนต์แบบเดิมๆ 

        ไม่ได้มีแต่เทคโนโลยีเท่านั้นที่เติบโตด้วยกราฟรูปตัว S แต่ในด้านอื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน ลองนึกถึงแฟชั่นล้ำสมัยในรูปแบบต่างๆ ลองนึกถึงความนิยมในตัวดารานักร้อง หรือลองนึกถึงความนิยมในอาหารการกินบางอย่างดูก็ได้

        จริงอยู่ บางสิ่งหรือบางคนสามารถสร้างกราฟรูปตัว S ต่อเนื่องขึ้นไปได้ คือเมื่อไปถึงด้านบนของตัว S แล้ว ยังสามารถยืนระยะ แล้วพุ่งสูงขึ้นไปได้อีก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมากก็คือความนิยมในตัวนักร้องอย่าง ‘พี่เบิร์ด’ – ธงไชย แมคอินไตย์ หรือความนิยมในเครื่องดื่มอย่างชานมไข่มุก ที่สร้างกราฟรูปตัว S ขึ้นไปได้หลายชั้นผ่านการเปลี่ยนแปลงในตัวเองหลายแบบ

2

        คำถามก็คือ – คุณคิดว่าตัวเองอยู่ตรง ‘จุดตัด’ ไหนในประวัติศาสตร์ครับ

        กราฟรูปตัว S ไม่ได้มีอยู่ S เดียว แต่ทุกมิติสังคม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม เทคโนโลยี ความคิด ความเชื่อ ค่านิยม ฯลฯ ล้วนมีกราฟของตัวเองที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นกราฟรูปตัว S ที่มีค่าต่างๆ ไม่เหมือนกัน จึงมีความเอนความชันไม่เหมือนกัน คล้ายๆ กับเมื่อต่างคนต่างเขียนรูปตัว S ลายมือก็จะทำให้ตัว S ต่างกันออกไป

        แล้วกราฟเหล่านี้ก็มา ‘ตัด’ กัน ณ จุดที่เรากำลังมีชีวิตอยู่ บาง S ตัดกับอีกบาง S ตรงแนวดิ่งชัน แต่บาง S ก็อยู่ตรงแนวนอนอันราบเรียบเพื่อรอวันพุ่งชันขึ้นอีกครั้ง

        เราตอบได้ยากว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของเส้นกราฟเหล่านี้ เพราะมีแต่การมองย้อนกลับมาเท่านั้น เราถึงจะ ‘เห็น’ ได้อย่างแท้จริง ว่ากราฟของเราเคยเป็นอย่างไร 

        a day BULLETIN ก็เป็นหนึ่งในองคาพยพใหญ่ของสังคมที่เราทุกคนอาศัยอยู่ สิ่งที่นิตยสารเล่มหนึ่งทำ ก็คือการพยายามมองให้เห็น – ว่าเราอยู่ตรงไหนในเส้นตัดของกราฟต่างๆ

        ด้วยเหตุนี้ เราจึงเชื้อเชิญผู้คนมากมายมาร่วมกับเรา เปิดพื้นที่ทั้งบนหน้ากระดาษและในโลกออนไลน์ผ่านเพจและเว็บไซต์ เพื่อสร้าง ‘บทสนทนา’ ต่างๆ ให้เกิดขึ้น ทั้งบทสัมภาษณ์ การร่วมกระตุกความคิดไปกับสกู๊ปต่างๆ และที่สำคัญก็คือการเชื้อเชิญนักคิด นักเขียน และคอลัมนิสต์ต่างๆ เข้ามาร่วมมองกราฟแห่งโลกและจุดตัดแห่งชีวิต, จากมุมมองที่ที่เหยียบยืนของแต่ละคน

        เราเชื่อว่า ไม่มีใครมองเห็นภาพทั้งหมดได้ด้วยตาสองคู่ของตัวเองเพียงลำพัง แต่การได้ร่วมสร้างบทสนทนา ไม่ว่าจะปะทะถกเถียงหรือเห็นพ้อง อาจทำให้เรา ‘เห็น’ จุดตัดต่างๆ ได้ชัดขึ้นบ้าง 

        a day BULLETIN จึงมีสโลแกนใหม่ว่า Conversations for All นั่นไม่ได้หมายถึงการสร้างบทสนทนากับทุกๆ คนเท่านั้น แต่ยังหมายให้บทสนทนานั้น นำทางเราไปสู่ ‘ความเป็นไปได้’ ทั้งมวลด้วย

 

        คุณคิดว่าตัวเองอยู่ตรง ‘จุดตัด’ ไหนในประวัติศาสตร์,

        คุณคิดว่าพวกเราทั้งหมดกำลังอยู่ตรง ‘จุดตัด’ ไหนในประวัติศาสตร์,

        มาร่วมมองและร่วมสร้างบทสนทนาสู่อนาคตด้วยกันครับ

 

HOW SO?

        กราฟรูปตัว S มีช่ื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Sigmoid Function คำว่า Sigmoid มาจากคำว่า Sigma ซึ่งเป็นตัวอักษรกรีกตัวที่ 18 เดิมที Sigma เทียบเท่ากับตัว C แต่ต่อมาก็ใช้เทียบเท่ากับตัว S ดังนั้น Sigmoid Function ก็คือกราฟรูปตัว S นั่นเอง

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โตมร ศุขปรีชา

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN 

ภาพโดย

อุษา นพประเสริฐ

สาวน้อยเมืองชลที่หลงแสงสีเข้ามาอยู่เมืองกรุง ใจรักการขี่มอเตอร์ไซค์ และมีเพจใสๆ ชื่อ alwaysaday ฝากกดไลก์ด้วยนะจ๊ะ