โดยปกติแล้วผมเป็นคนใจเสาะ ไม่ค่อยชอบเผชิญหน้าหรือทะเลาะกับใคร

Editor's Note
9 Sep 2019
เรื่องโดย:

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

ดยปกติแล้วผมเป็นคนใจเสาะ ไม่ค่อยชอบเผชิญหน้าหรือทะเลาะกับใคร

        เวลามาอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ ก็มักจะสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ค่อยมีปากมีเสียงอะไร ทีนี้เมื่อเวลาที่มาอยู่ในโลกโซเชียลมีเดียแล้วเห็นใครสักคนที่ทำอะไรผิดพลาด แล้วเขากำลังโดนรุมถล่มลงโทษหนักๆ แทนที่จะรู้สึกสะใจ สาแก่ใจ สนุกสนาน กลับจะเกิดความรู้สึกสงสารและเห็นอกเห็นใจเขาขึ้นมา

        ถึงแม้จะรู้ว่าเขาคนนั้นได้ทำเรื่องชั่วช้าสามานย์แค่ไหน หรือคนนั้นจะโง่เขลาเบาปัญญาแค่ไหน ก็จะรู้สึกสลดใจ สะเทือนใจเมื่อเห็นผลกรรมที่เขาได้รับ โดยที่ไม่อยากเข้าไปร่วมวงซ้ำเติม ไม่กล้าไปช่วยวิเคราะห์หรือวิพากษ์วิจารณ์อะไรให้ยืดยาว ไม่ชอบแม้กระทั่งจะนำเรื่องนั้นมาพูดถึงให้ลุกลามต่อไปอีก

        ยุคสมัยแห่งการสื่อสารที่รวดเร็วและท่วมท้นขนาดนี้ ได้สร้างคนกลุ่มแบบใหม่ขึ้นมา เป็นกลุ่มใหญ่มากๆ เสียด้วย เป็นคนกลุ่มที่เกิดขึ้นจากเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์โดยแท้ คือคนประเภทที่มารวมกลุ่มกันเพื่อเล่นสนุกกับการรวมหมู่กันประจานคนอื่น หัวเราะสะใจกับความล้มเหลวผิดพลาดของคนอื่น เป็นคนแบบใหม่ที่จิตใจแข็งกระด้างมาก ปฏิบัติต่อคนอื่นโดยไม่มีความเมตตากรุณาใดๆ

        ถ้าไม่นับการโพสต์ด่าบนหน้าวอลล์ของตัวเองที่อาจจะถือว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนที่เราใช้คุยกับเพื่อนสนิทเท่านั้น จะคุยอะไร จะหยาบอย่างไรก็ได้ นั่นก็แล้วแต่คนไป แต่ที่เห็นเยอะกว่านั้นมากๆ คือพวกที่เห็นได้ตามเพจหรือบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ที่ชอบแชร์ข่าวแห่งความเกลียดชังทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกข่าวอาชญากรรมและข่าวการเมือง เราจะเห็นคนกลุ่มใหม่นี้เข้าไปรวมตัวกันจำนวนมากจริงๆ

        พวกเขาสามารถพูดคำด่าทอสาปแช่งได้น่าสะอิดสะเอียนอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนกับจะแข่งขันประชันกันด้วยซ้ำ บางคนเป็นแค่เด็กผู้หญิงอายุน้อยๆ เขียนคอมเมนต์ด้วยอวัยวะเพศทุกคำ ได้รับไลก์ในคอมเมนต์นั้นมากเป็นร้อยเป็นพัน พอคลิกเข้าไปดูโปรไฟล์ก็เห็นเธอโฆษณาขายครีม ขายยาลดความอ้วน บางคนเป็นคนแก่คนเฒ่าแล้วก็ยังมาเล่นเฟซบุ๊ก ด่าทอหยาบคายหนักยิ่งกว่า พอลองคลิกเข้าไปดูโปรไฟล์ก็เป็นรูปเขากำลังอุ้มลูกอุ้มหลานน่ารัก ดูเหมือนว่าครอบครัวมีความสุข ไม่น่าเชื่อว่าพอมาอยู่ในโลกเสมือนอีกแห่งที่ห่างกันเพียงแค่ลัดนิ้วมือ ลุงป้าพวกนี้จะกลายเป็นคนละคน

        มันไม่ใช่ว่าเราไม่ควรตำหนิ เราไม่ควรสั่งสอนคนผิด คนเลว ผมว่าเราก็ควรลงโทษสั่งสอนพวกเขาให้สาสมกับความผิด แต่ถ้ามันมาถึงจุดที่เรารู้สึกสนุกสนานกับการลงโทษ และมีอารมณ์ร่วมไปกับคนกลุ่มใหญ่มากๆ มายืนมุงกันเพื่อหัวเราะเยาะสะใจ ผมว่ามันไม่ใช่แล้วล่ะ

        ทุกวันนี้สิ่งที่ผมพยายามทำอยู่โดยส่วนตัว คือการชะลอการติดตามข่าวลบๆ พวกนี้ และคิดทบทวนตัวเองอยู่เสมอ ว่าเราเองก็ไม่ต่างจากเหยื่อพวกนี้นักหรอก

        เราอาจจะหลงทำผิด ทำชั่วแบบนั้นก็ได้สักวัน ใครจะไปรู้ เราเองก็โง่เขลาพอกันกับเขาเช่นกัน

        และเมื่อถึงคราวของเรา ถ้าเราต้องไปตกอยู่ในสภาพแบบนั้นบ้าง โดนแอบถ่ายคลิป โดนแคปหน้าจอไปประจาน โดนรุมถล่มเละเทะแบบนั้น เราจะมีสภาพเป็นอย่างไร คิดแล้วก็สลดหดหู่ใจ จนรู้สึกว่าปรากฏการณ์นี้มันทำให้โลกทุกวันนี้น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN นักเขียนผู้ชอบแมวและหมา แต่เกลียดเสียงหมาเห่า เลยเลี้ยงแมวดีกว่า เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4 แต่เพื่อนๆ บอกว่าเป็นลักษณ์ 5 ชอบเขียนถึงเรื่องราวที่โศกซึ้ง แต่เพื่อนบอกว่ามันเป็นมุมมองของคนคิดลึกซึ้งมากกว่า

ภาพโดย

อุษา นพประเสริฐ

สาวน้อยเมืองชลที่หลงแสงสีเข้ามาอยู่เมืองกรุง ใจรักการขี่มอเตอร์ไซค์ และมีเพจใสๆ ชื่อ alwaysaday ฝากกดไลก์ด้วยนะจ๊ะ