Doomsday Clock ขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้นทุกที อะไรคือสาเหตุของหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโลก

Editor's Note
24 Jan 2020
เรื่องโดย:

โตมร ศุขปรีชา

รู้ไหมครับ – ว่านักวิทยาศาสตร์เพิ่งหมุน ‘เข็มนาฬิกาแห่งหายนะ’1 (Doomsday Clock) เข้าไปใกล้เวลาเที่ยงคืน – ซึ่งก็คือจุดจบของโลก มากขึ้นอีก 20 วินาทีแล้ว นั่นทำให้มนุษย์เข้าใกล้หายนะมากที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาในประวัติศาสตร์โลก – คืออยู่ห่างหายนะแค่ 100 วินาที (หรือ 1 นาที 40 วินาที) เท่านั้นเอง 

        นั่นแปลว่า จากการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ ที่ประมวลประเมินสถานการณ์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทุกมิติคล้ายกำลังเขม็งเกลียวและพุ่งตรงไปสู่จุดเดียว – นั่นก็คือหายนะของโลก

        Doomsday Clock คือนาฬิกาเชิงสัญลักษณ์ที่เอาไว้เป็นมาตรวัดหรือเป็นตัวแทนของ ‘โอกาส’ ที่จะเกิดหายนะระดับสิ้นโลก (Global Catastrophe) ขึ้นมา และส่งผลต่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งปวง

        องค์กรที่ดูแลเรื่องนี้คือ Bulletin of the Atomic Scientists ซึ่งคณะกรรมการเป็นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล 13 คน มานั่งพิจารณาร่วมกันว่า โลกนี้ใกล้ถึงคราวหายนะแล้วหรือยัง โดยเมื่อถือกำเนิดขึ้นในตอนแรก นาฬิกานี้มีเป้าหมายเพื่อเปรียบเทียบหายนะที่จะเกิดจากสงครามนิวเคลียร์และเทคโนโลยีต่างๆ มีการตั้งค่า ‘วาระสุดท้าย’ เอาไว้ที่ ‘เที่ยงคืน’ แล้วคณะกรรมการก็จะคอยขยับปรับเข็มนาฬิกา ถ้ามีใครฮึ่มฮั่มจะทำสงครามนิวเคลียร์ เกิดความขัดแย้งระดับโลก ก็จะมีการคำนวณให้เข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้ ‘เที่ยงคืน’ มากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่สถานการณ์คลี่คลายลง ก็จะมีการคำนวณเพื่อปรับเข็มนาฬิกาให้ออกห่างเที่ยงคืน

 

        นาฬิกานี้เกิดขึ้นเพราะกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยที่ทำงานด้านปรมาณู (เรียกว่า Atomic Scientists) ซึ่งเคยเข้าร่วมในโครงการแมนฮัตตันช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากที่ได้เห็นผลลัพธ์ในการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิแล้ว พวกเขาก็เริ่มรู้สึกว่าระเบิดปรมาณูเป็นภัยที่อาจทำให้โลกล่มสลายได้ ดังนั้น จึงคิดมาตรวัดเป็นนาฬิกาหายนะนี้ขึ้นเพื่อเตือนใจพวกผู้นำโลกทั้งหลาย ว่าเราเข้าใกล้หายนะมากน้อยแค่ไหนแล้ว

        ครั้งแรกสุดที่นาฬิกานี้เกิดขึ้น คือปี 1947 ตอนนั้นเข็มนาฬิกาอยู่ห่างเที่ยงคืน 7 นาทีถ้วน แม้ตอนนั้นจะเป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มาตรวัดนี้แสดงให้เห็นว่าโลกน่าจะ ‘น่าอยู่’ ไม่น้อยทีเดียว

        หลังจากนั้น คณะกรรมการมีการขยับเข็มนาฬิกานี้อีกถึง 23 ครั้ง โดยครั้งที่โลกห่างไกลจากหายนะมากที่สุด คือปี 1991 (หรือยุค ‘เก้าศูนย์’ ที่สถานการณ์โลกคลี่คลายในหลายระดับ ทั้งการพังทลายของกำแพงเบอร์ลิน รวมถึงการยุติลงของสงครามเย็น) 

        ส่วนครั้งที่เข้าใกล้หายนะที่สุดเพราะความขัดแย้งทางการเมือง คือเมื่อนาฬิกาถูกตั้งค่าอยู่ห่างหายนะแค่ 2 นาที ซึ่งเคยเกิดขึ้นสองครั้ง นั่นคือปี 1953 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สงครามเย็นถึงจุดสูงสุด ทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่างทดลองระเบิดไฮโดรเจนกันทั้งคู่ และอีกครั้งในปี 2018 หลังบรรดาผู้นำโลกล้มเหลวในการเจรจาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์และภาวะโลกร้อน

        จะเห็นว่า ในยุคก่อนๆ สิ่งที่คณะกรรมการพิจารณาว่าอาจทำลายล้างโลกได้มากที่สุดคือสงครามนิวเคลียร์และความขัดแย้ง แต่ในยุคถัดมา มีการนับรวมประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปด้วย

        ทว่าแม้นับรวมทั้งภาวะโลกร้อนและความขัดแย้งทางนิวเคลียร์เข้าด้วยกันแล้ว นาฬิกาแห่งหายนะก็ยัง ‘เคย’ เข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดเพียงสองนาทีเท่านั้นเอง

 

        จนกระทั่งปีนี้ ปี 2020 นี้ – ที่นักวิทยาศาสตร์ขยับเข็มเวลาให้เข้าใกล้หายนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์

        คำถามก็คือ – อะไรทำให้นักวิทยาศาสตร์ทำอย่างนั้น

        ดูมสเดย์เข้าใกล้เราแล้วกระนั้นหรือ

        หลายคนอาจคิดว่า นี่เป็นเพราะไวรัสจากอู่ฮั่นที่อาจก่อให้เกิดโรคระบาดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Pandemic ใช่ไหม

        แต่คำตอบที่น่าขนลุกก็คือ – (ยัง) ไม่ใช่

        นาฬิกาถูกขยับเข้าใกล้หายนะ เพราะสนธิสัญญานิวเคลียร์พิสัยกลางระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียพังทลายลงในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ทำให้ทั้งสองประเทศสามารถติดตั้งมิสไซล์ทำลายล้างได้ไกลขึ้น และต่างฝ่ายต่างมีโอกาสเตรียมตัวรับมือได้น้อยลง ที่สำคัญก็คือ รัฐบาลของทรัมป์ยังตั้งท่าจะถอนตัวออกจากสนธิสัญญา Open Skies Treaty ที่อนุญาตให้ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซีย สังเกตการณ์กองกำลังของกันและกันได้เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอาไว้ก่อนด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องอิหร่านและเกาหลีเหนือ รวมทั้งความล้มเหลวในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ

        นั่นแปลว่า การที่เข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้หายนะที่สุดครั้งนี้ ยังเป็นเพียงเรื่องความขัดแย้งและภาวะโลกร้อนเท่านั่น ยังไม่มีประเด็นหายนะอย่างเรื่องโรคระบาดเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยซ้ำ

        เข็มนาฬิกาจริงอยู่ที่ไหน – ใครเล่าจะรู้แน่?

        นักวิทยาศาสตร์ย่อมต้องรัดกุมเสมอ การนำเสนอข้อมูลใดๆ ออกมาต้องรอบคอบ ไม่ก่อให้เกิดอาการตื่นตูม     

        ดังนั้น การที่เข็มนาฬิกาแห่งหายนะขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ โดยยังไม่ได้นับรวมผลลัพธ์ของหายนะจากโรคระบาดเข้าไปด้วย – จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด,

         ว่า ‘เที่ยงคืน’ กำลังเคลื่อนเข้าหาเราอย่างเงียบเชียบอยู่หรือเปล่า


1www.npr.org/2020/01/23/799047659/the-end-may-be-nearer-doomsday-clock-moves-within-100-seconds-of-midnight

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โตมร ศุขปรีชา

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN