การได้เข้าไปยืนอยู่ในรองเท้าคนอื่นบ้าง เราจึงจะได้รู้ความจริงทั้งหมด

Editor's Note
21 Oct 2019
เรื่องโดย:

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

วันก่อนน้องในทีมมาเสนอว่า เรามาทำสารคดีเรื่องฝุ่น PM2.5 กันเถอะ

        ก็คิดสงสัยว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปแล้วหรือเปล่า เกิดสถานการณ์แบบนี้เป็นประจำ กทม. มันก็เป็นแบบนี้ของมันมาตั้งนาน และแถมข่าวกระแสรายวันก็มีคนอื่นเล่นกันไปหมดแล้ว

        จนกระทั่งวันนี้เพิ่งไปประชุมงานแถวพระรามสี่ นั่งรถไฟใต้ดินไปขึ้นสถานีศาลาแดง แล้วเดินอยู่ริมถนนอยู่พักใหญ่ พอนั่งประชุมงานไปสักพัก ก็เริ่มไอแค่กๆ มีเสลดในคอ เสียงแห้ง ระคายเคืองตาขึ้นมานิดหน่อย

        จึงนึกขึ้นมาได้ว่ามันคือแบบนี้นี่เอง เราจะสนใจปัญหาอะไร ก็ขึ้นกับว่ามันเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อตัวเรามากแค่ไหน ปัญหาเรื่องฝุ่นใน กทม. หนักหนาจริง พอได้เข้ามาสัญจรไปมาในย่านกลางเมืองจึงได้รู้ เพราะปกติจะอยู่แต่ในบ้าน ในออฟฟิศ และขับรถส่วนตัวไปทำงาน ไม่ค่อยได้มาเดินริมถนนกลางเมืองแบบนี้ ก็เลยไม่ค่อยคิดว่ามันเป็นปัญหา

        ในขณะที่คนอื่นๆ เขาเจอปัญหานี้ทุกวัน และมันกระทบต่อตัวเขาอย่างชัดเจน จึงมีความตระหนักมากกว่า ตัวน้องคนที่เสนอสารคดีเขาขี่มอเตอร์ไซค์มาทำงานทุกวัน แน่นอนว่าต้องเจอปัญหาและถือว่านี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขา

        เราจึงจะเอาแค่มุมมองของตัวเราคนเดียวมาตัดสินไม่ได้ ว่าอะไรสำคัญหรือไม่สำคัญ การรับฟังคนอื่นเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อนำไอเดียของคนอื่นเข้ามาไว้ในตัวเอง ทำความเข้าใจ แสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจ การได้เข้าไปยืนอยู่ในรองเท้าคนอื่นบ้าง เราจึงจะได้รู้ความจริงทั้งหมด

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN นักเขียนผู้ชอบแมวและหมา แต่เกลียดเสียงหมาเห่า เลยเลี้ยงแมวดีกว่า เคยเชื่อว่าตัวเองเป็นคนลักษณ์ 4 แต่เพื่อนๆ บอกว่าเป็นลักษณ์ 5 ชอบเขียนถึงเรื่องราวที่โศกซึ้ง แต่เพื่อนบอกว่ามันเป็นมุมมองของคนคิดลึกซึ้งมากกว่า

ภาพโดย

อุษา นพประเสริฐ

สาวน้อยเมืองชลที่หลงแสงสีเข้ามาอยู่เมืองกรุง ใจรักการขี่มอเตอร์ไซค์ และมีเพจใสๆ ชื่อ alwaysaday ฝากกดไลก์ด้วยนะจ๊ะ