เราต้องบอกความฝันให้คนอื่นรู้มั้ย?

Editor's Note
19 Jul 2022
เรื่องโดย:

วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

เราต้องบอกความฝันให้คนอื่นรู้มั้ย

        ไม่น่าเชื่อว่าคำถามข้างต้นนี้จะเป็นประเด็นให้ถกกันในหมู่เพื่อนฝูงของผู้เขียนได้ โดยที่แต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลมารองรับแบบเถียงกันสนุกไม่น้อย บางคนเชื่อว่า การประกาศความฝันเป็นเรื่องดี เพราะมันจะทำให้เรามีภาระผูกพันให้ทำตามสิ่งที่เราประกาศไว้ ถ้าเพื่อนฝูงรับรู้ความตั้งใจก็อาจช่วยให้เราทำตามความฝันได้ง่ายขึ้น เรียกว่าได้พลังบวกกันไปทุกฝ่าย ดีจะตาย ทำไมต้องไม่บอกให้ใครรู้ ถ้าเราฝันในเรื่องที่ดี

        อีกฝ่ายบอกว่า ขอทำตามสิ่งที่ฝันไปแบบเงียบๆ ดีกว่า รู้สึกไม่กดดัน ไม่เป็นภาระที่ต้องทำให้สำเร็จ เพราะระหว่างทางอาจมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทำให้ความฝันในตอนแรกเปลี่ยนไปเยอะ เอาเป็นว่าทำให้สำเร็จก่อนแล้วค่อยบอกดีกว่า 

        ฝ่ายแรกย้ำว่า การบอกความฝันให้คนอื่นรู้ ก็เหมือนประกาศความสำเร็จไปแล้วก้าวหนึ่ง ทำนองว่า ยิงปืนที่จุดสตาร์ทให้รู้ว่าจะวิ่งแล้วนะ อะไรทำนองนั้น ส่วนฝ่ายหลัง ก็ตบท้ายว่า ไม่ยิงปืนอะไรทั้งนั้น จะวิ่งก็วิ่งไปเลย ไม่ต้องบอกใคร ไม่ต้องลงแข่งรายการไหน วิ่งเสร็จแล้วอยากบอกก็บอก วิ่งๆ ไปอยากเลิกวิ่งไปทำอย่างอื่นก็ทำได้เลย ไม่ต้องรู้สึกกดดันว่าต้องวิ่งให้จบ ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำแล้ว 

        ส่วนตัวเข้าใจทั้งสองฝั่ง เพราะก็เคยเป็นมาแล้วทั้งสองอย่าง ทั้งบอกและไม่บอก สุดท้ายแล้ว ถ้าวันนี้จะต้องเลือก ก็น่าจะเลือกการไม่บอก เพราะเรียนรู้ว่า ต่อให้บอกก็ไม่ได้แปลว่าปลายทางเราจะทำได้อย่างที่พูด ถ้าเราไม่ทำสิ่งที่สำคัญกว่านั้น นั่นก็คือ 

        การประเมินเบื้องต้น 

        ประเมินความฝันบนพื้นฐานความเป็นจริง ณ วันนี้ ว่าเราทำได้มากน้อยแค่ไหน อะไรที่เราทำไม่ได้เลย อะไรที่เราทำได้ด้วยตัวเองคนเดียว และอะไรที่เราต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง เพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลายในเวลาที่รวดเร็วกว่าทำคนเดียว ยอมปรับลด หรือเพิ่มขนาดความฝันเท่าที่เราสามารถทำไหว เหมือนเวลาเติมน้ำหนักบนบาร์เหล็ก วันนี้กำลังไม่พอ ก็ไม่ต้องฝืนยกให้มันหนักจนกล้ามเนื้อฉีก เรายังมีพรุ่งนี้ให้สะสมเรี่ยวแรงอีก ดีกว่าเจ็บหนักแล้วพักยาว (คนเล่นฟิตเนสน่าจะเข้าใจตรงจุดนี้ ฮา) รู้ไว้แค่ว่า วันหนึ่งจะยกให้ได้เท่านั้นเท่านี้ แล้วก็สะสมกำลังไปให้ถึงก็พอ แล้วถ้าวันหนึ่งยกได้ก็ยก แต่ถ้าไม่เห็นประโยชน์ว่าต้องยกให้หนักจนกล้ามปูดไปทำไม ก็ไม่ต้องยก เราเป็นคนแบกน้ำหนักนั้น ไม่ใช่คนอื่น เราต้องฟังตัวเองไว้ก่อน 

        สำคัญที่สุดคือ นิยามคำว่าแพ้-ชนะ สำเร็จ-ล้มเหลว แบบที่เหมาะสมกับเรา เอาเท่าที่เราสะดวก ข้อนี้เราว่าสำคัญมากสำหรับการลงมือทำอะไรสักอย่าง เผลอๆ ไม่ต้องลงคำว่าแพ้ไว้ในพจนานุกรมส่วนตัวเลยก็ยังได้ เพราะทุกอย่างที่ทำไปแล้วไม่เวิร์กก็คือไม่เวิร์ก ไม่ได้แปลว่าแพ้ มันแค่ไม่เหมาะสำหรับตอนนั้น ไม่มีประโยชน์สำหรับตอนนั้น ไม่ใช่ในจังหวะนั้น คำว่าชนะก็เหมือนกัน ชนะใคร? คู่แข่งคือใคร เขารู้หรือเปล่าว่าเราไปแข่งด้วย แล้วเขามองว่าเราชนะเหมือนที่เรามองหรือเปล่าอีก

        ท้ายที่สุด ชัยชนะก็อาจเป็นแค่หมุดหมายหนึ่งที่เราเอาไว้บอกตัวเองว่าเราทำได้แล้ว มันคือเส้นชัยส่วนตัว เพื่อให้เราค้นพบคุณค่าและศักยภาพในตัวเอง ชื่นชมตัวเองให้ได้ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาชื่นชมอะไรมากมาย… แต่ถ้ามีใครชมบ้าง ก็ขอให้เป็นคนที่จริงใจจริงๆ ก็พอ 

        ว่าแล้วก็ต้องหยิบเรื่องนี้มาเล่า…มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนส่งภาพมาให้ในไลน์ เปิดดูพบว่า เป็นภาพกุหลาบหลากสี มองแวบแรกก็นึกว่าญาติผู้ใหญ่จะสวัสดีวันอังคารมาตามปกติ เอ้า เพ่งดูอีกที เป็นภาพแปลงกุหลาบที่คุณเธอลงแรงปลูก ขุดดิน ยกร่อง ด้วยตัวเอง ปลูกจนกุหลาบแข่งกันออกดอกใหญ่โต สามารถตัดมาใส่แจกันวางไว้ทั่วบ้าน 

        เพื่อนส่งข้อความตามมาบอกว่า “ชั้นว่าชั้นเก่ง” ทางเราก็ปรบมือให้ไปตามระเบียบ เออ เพื่อนฉันเก่งจริงๆ นั่นแหละ ที่ผ่านมาเป็นปีไม่เคยรู้เลยว่าซุ่มปลูกกุหลาบอยู่คนเดียว เพราะต้องยอมรับว่าการทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่เคยมีความรู้มาก่อน ได้จนถึงขั้นนี้ ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้ มันต้องมีความพยายาม มีเวลา มีปัจจัยลมฟ้าอากาศ และต้องอดทนจนถึงระดับหนึ่งเลยจริงๆ กว่าจะเห็นกุหลาบออกดอก

        ความฝันไม่ใช่คำโรแมนติก ทุกคนมีสิทธิครอบครอง และทุกคนก็เลือกได้ว่าจะลงมือทำหรือไม่ ท้ายที่สุด ฝันที่เป็นจริงอาจจะเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาไปจากตอนแรกที่เราอยากให้เป็นก็ได้ เพราะวันเวลาที่ผ่านไป ปัจจัยที่ไม่เหมือนเดิม มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ เรื่องแม้แต่ความฝัน 

        จริงอยู่ว่ากุหลาบปลูกที่ไหนก็เรียกกุหลาบ แต่เชื่อเถอะว่ามันมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน เพราะมันมีปัจจัยที่ส่งผลต่างกัน ประเด็นมันอยู่ที่ว่าถ้านี่คือกุหลาบที่ไม่สวยเท่ากุหลาบที่ปลูกท่ามกลางดินฟ้าอากาศที่สมบูรณ์แบบกว่าอย่างในภาคเหนือ 

        เราจะชื่นชมสิ่งที่เราทำได้อยู่หรือเปล่า เราจะเห็นว่ามันเป็นกุหลาบที่สวยหรือเปล่า เราอาจไม่ได้บอกใครเลยก็ได้ว่าเรากำลังทำอะไร แต่เมื่อเราทำได้ และเราตัดสินใจบอกใครสักคนออกไป  

        เราสบายใจกับสิ่งที่เรามีหรือเปล่า ต่อให้คนอื่นจะมองว่ามันสวยงามหรือไม่ก็ตาม

        ฝันของเรา เราเพียงผู้เดียวที่จะทำให้มันงอกงามได้ดีในพื้นที่เฉพาะของเรา เพราะนั่นแหละ คือความจริงของความฝัน ที่เชื่อว่ามันสำคัญไม่น้อยไปกว่าความฝันที่เป็นจริง 

Author

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN ที่สนใจการ ‘หาเรื่อง’ มาสนทนา และนำเรื่องที่ซุกซ่อนอยู่ในชีวิตรอบตัว มาบอกเล่าในแง่มุมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและหาทางออกที่สร้างสรรค์
ติดตามและพูดคุยได้ที่ Twitter: @khaopan