บางทีไวรัสอาจเกิดขึ้นเพื่อสอนสั่งเรามนุษย์ก็ได้

Editor's Note
3 Feb 2020
เรื่องโดย:

โตมร ศุขปรีชา

ผมชอบไวรัส ชอบ – ไม่ใช่ในความหมายที่มันร้ายกาจหรือทำลายชีวิตผู้คน แต่ ‘ชอบ’ เพราะไวรัสเป็นสิ่งที่น่าทึ่งเอามากๆ ผมทึ่งกับไวรัสตั้งแต่เรียนรู้เรื่องของมันในชั้นเรียนชีวเคมีตอนเรียนปริญญาตรี และคิดว่ามันน่าทึ่งเสมอมา

        ถ้าได้อ่านสกู๊ปประจำเล่ม คุณจะรู้ว่าไวรัสนั้น ‘เกือบ’ เป็นสิ่งมีชีวิตไม่ได้ แต่กระนั้นมันก็มีอะไรหลายอย่างที่ดูเหมือนมีชีวิต ที่สำคัญก็คือไวรัสจะ ‘ปรากฏ’ อยู่ทุกหนทุกแห่งที่ชีวิตปรากฏอยู่ เพราะมันอยู่ไม่ได้เลย แพร่ขยายตัวเองไม่ได้เลย – ถ้าหากไม่ใช้สิ่งมีชีวิตอื่น ไวรัสที่เกือบไม่มีชีวิต จึงอยู่คู่กับชีวิตมาตลอด

        แต่ถ้าถามว่า แล้วไวรัสมีกำเนิดมาจากไหนอย่างไร นักวิทยาศาสตร์จะตอบยากมาก อย่างหนึ่งเพราะความจิ๋วของมัน ไวรัสจึงไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ ไม่มีฟอสซิลไวรัส ดังนั้น จึงต้องพยายามใช้เทคนิคในระดับโมเลกุลต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของไวรัส เพื่อสืบสาวว่ามันผุดขึ้นมาบนโลกอย่างไร

        มีหลายสมมติฐานเกี่ยวกับกำเนิดของไวรัส เช่น สมมติฐานที่ว่า มันเคยเป็นเซลล์ขนาดเล็กๆ มาก่อน แล้วก็ไปเกาะเซลล์ใหญ่กว่าแบบปรสิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป แทนที่เซลล์เล็กนั่นจะค่อยๆ พัฒนาไปข้างหน้า มันกลับพัฒนา ‘ถอยหลัง’ (ถึงเรียกสมมติฐานนี้ว่า Regressive Hypothesis) ค่อยๆ สลัดความเป็นเซลล์ทิ้งไป จนกระทั่งกลายมาเป็นไวรัสแบบที่เรารู้จัก

        อีกสมมติฐานหนึ่งบอกว่า ไวรัสอาจจะเกิดจากบางเสี้ยวส่วนของสารพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตปกติทั่วไปนี่แหละ แต่เป็นเสี้ยวส่วนที่ ‘ไม่รักดี’ แล้วเลย ‘หนี’ หรือหลุดรอดออกมาจากเซลล์ มันก็เลยเป็นเหมือนสารพันธุกรรมเปลือย คือไม่มีอะไรมาห่อหุ้มปกป้อง แล้วค่อยสร้างเปลือกหรือเกราะขึ้นมาหุ้มตัวเองภายหลัง ที่เชื่อว่าเป็นแบบนี้ ก็เพราะมีการค้นพบว่า จริงๆ แล้วยีนหรือสารพันธุกรรมนั้นมัน ‘กระโดด’ ได้ เรียกว่า Jumping Genes คือมันหลุดออกมาจากเซลล์ได้นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้น่าสนุกมากนะครับ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้

        ส่วนสมมติฐานที่สามเป็นเรื่องของ ‘วิวัฒนาการร่วม’ คือทฤษฎีนี้บอกว่า จริงๆ แล้วไวรัสเกิดมาก่อน มันวิวัฒนาการมาจากโมเลกุลที่ซับซ้อนจนกลายเป็นสารพันธุกรรม ถ้าเราคิดว่าไวรัสจิ๋วแล้ว จริงๆ ยังมี ‘ไวรอยด์’ (Viroid) อีกอย่างหนึ่งที่จิ๋วกว่า คือมีแต่สารพันธุกรรมแบบ RNA ที่ไม่มีเปลือกหุ้มอยู่อีก ก็เลยเชื่อกันว่า มันอาจจะมีวิวัฒนาการเป็นขั้นๆ ค่อยๆ เกิดร่วมกันไปก็ได้

        แต่จะสมมติฐานไหนก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีข้อบกพร่องให้ถกเถียงทั้งนั้น เช่น สมมติฐานเรื่องการถดถอยก็อธิบายไม่ได้ว่าแล้วทำไมปรสิตอื่นที่มีขนาดเล็กจิ๋วเหมือนไวรัส ถึงได้ไม่เป็นแบบไวรัส ส่วนสมมติฐานสารพันธุกรรมหนีออกจากเซลล์ก็อธิบายความซับซ้อนของเปลือกไวรัสไม่ได้ ว่าทำไมมันสามารถสร้างอะไรได้มากขนาดนั้น และสมมติฐานที่สามก็อธิบายไม่ได้อีกว่าแล้วทำไมไวรัสถึงทำร้ายเซลล์ที่มันไปอาศัยอยู่

        แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สำหรับผม ไวรัสก็ยังน่าทึ่งอยู่ดี มีคนบอกว่า ไวรัสคือสิ่งที่อยู่ตรง ‘สุดขอบของชีวิต’ (At the edge of life) คือเกือบไม่มีชีวิตแล้ว

        ไม่น่าเชื่อเลยว่า สิ่งที่เล็กจิ๋ว เปราะบาง แลดูอ่อนแออย่างไวรัส กลับมีอานุภาพทำลายล้างมหาศาล

        บางทีไวรัสอาจเกิดขึ้นเพื่อสอนสั่งเรามนุษย์ก็ได้ – ว่าอย่าทะนงในความยิ่งใหญ่ของตัวเองมากเกินไปนัก

        เพราะกระทั่งไวรัส – เราก็ยังอาจพ่ายแพ้

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

โตมร ศุขปรีชา

บรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN 

ภาพโดย

อุษา นพประเสริฐ

สาวน้อยเมืองชลที่หลงแสงสีเข้ามาอยู่เมืองกรุง ใจรักการขี่มอเตอร์ไซค์ และมีเพจใสๆ ชื่อ alwaysaday ฝากกดไลก์ด้วยนะจ๊ะ