‘มีชื่อ…คือมีตัวตน’ เรื่องราวของคนและวาฬ กับการจดจำในค่ำคืนหนึ่ง

       ในโลกที่มีมนุษย์กว่า 7 พันล้านคน มีพืชและสัตว์รวมกว่า 8 ล้านกว่าสปีชีส์ที่ดำรงอยู่ในโลกร่วมกันกับเรา

        แต่มนุษย์กลับรู้จักคนอื่น สิ่งอื่น น้อยจนน่าใจหาย บางคนสรุปว่าเพราะมนุษย์หมกมุ่นอยู่แต่เรื่องของตัวเอง จนไม่มีสิ่งอื่น หรือเรื่องอื่นอีกแล้วนอกจากตัวเอง

        แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…หมกมุ่นถึงขนาดนั้นแล้วก็เถอะ หลายครั้งเราก็ยังลงเอยด้วยการไม่รู้จักตัวเอง คำถามว่าตัวเองเป็นใคร อยู่เพื่ออะไร เกิดมาทำไม เลยเป็นคำถามที่ชวนเหนื่อยหนักกับหัวใจมนุษย์ที่ยากแท้หยั่งถึง

        เรียกว่าขณะที่สิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์หนึ่ง งุนงงสงสัยกับการมีอยู่ของตัวเอง สิ่งมีชีวิตอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง…กลับชัดเจนในเหตุผลของการมีอยู่ มีคุณค่ากับโลกเท่าที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งจะมีได้ กระทั่งมีคนรับรู้ถึงการมีอยู่

        แต่กำลังมีวิถีชีวิตที่นับวันจะอยู่ได้ยากบนโลกใบนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยากอยู่เพียงใด

 

        สิ่งมีชีวิตที่ว่านั้นคือ ‘วาฬ’ ที่ปัจจุบันในบ้านเรามีมากถึง 16 ชนิด และชนิดที่พบได้มากที่สุดก็คือ วาฬบรูด้า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในท้องทะเลไทย

        พูดเรื่องนี้เพราะล่าสุดผู้เขียนมีโอกาสได้ดูสารคดีเรื่อง วาฬบอกที หรือ Whale’s Tale ที่สเปซเล็กๆ B.E.D แกลเลอรี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่ง Gallery Night ที่จัดขึ้นที่บางแสนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง

        สารคดีเรื่องนี้ทุ่มเททำขึ้นมาโดยกลุ่ม ThaiWhale ที่เอาจริงเอาจังเรื่องการศึกษาวิถีชีวิตของวาฬมาเป็นสิบๆ ปีจนสร้างองค์ความรู้ที่ทำให้พวกเรารู้จักสิ่งมีชีวิตชนิดนี้มากขึ้น สารคดีเรื่องนี้แบ่งเป็นสามตอน แต่ละตอนสะดุดความรู้สึกของผู้เขียนแตกต่างกันไป เอาจริงๆ ใช้คำว่า ‘สะเทือน’ น่าจะเหมาะกว่า เพราะเหมือนชั่วโมงนั้น เรากำลังนั่งดูภาพกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ทำทุกวิถีทางเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและธรรมชาติ ดูภาพสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อย่างวาฬที่ดิ้นรนใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด…ในมหาสมุทรที่เป็นบ้านของวาฬ แต่เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ก็อ้างสิทธิในการทำมาหากิน

        เป็นวิถีชีวิตที่พัวพัน ดิ้นรน ลากดึง กระชากกลับ เวียนว่ายอยู่ในแหอวนแห่งชีวิต ที่เหมือนจะหาทางออกไม่เจอ ยิ่งสลัดยิ่งพันตัวและบาดเจ็บกันไปทุกฝ่าย

        หลายคนอาจไม่รู้ว่า วาฬที่เราเห็นกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำโครมๆ ให้คณะทัวร์ดูวาฬตื่นตาตื่นใจนั้น มีสิ่งที่เรียกว่า Photo ID หรือบัตรประชาชนวาฬด้วย เราอาจเห็นวาฬเป็นแค่วาฬ แต่แน่นอนว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดที่เหมือนกันไปหมด ธรรมชาติต่างกับโรงงานผลิตสินค้าก็ตรงนี้

        นั่นแหละคือความพิเศษของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด การที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย และทุกสิ่งมีชีวิตมีเหตุผลของการมีอยู่

        การระบุตัวตนของวาฬนั้นสำคัญไม่แพ้คน และกลุ่มนักวิจัย นักอนุรักษ์ทางท้องทะเลก็จำเป็นต้องแยกแยะอัตลักษณ์ของวาฬแต่ละตัว ซึ่งต้องอาศัยการถ่ายภาพในจังหวะที่วาฬผุดขึ้นมาหายใจจนละอองน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจนเป็นเอกลักษณ์นั่นแหละ

        วาฬแต่ละตัวมีลักษณะทางกายภาพต่างกัน ทั้งขนาด สี รูปแบบของครีบ ผิวหนัง แผลบนตัว ฯลฯ ถ่ายรูปแล้วยังไม่พอ ทีมนักวิจัยต้องตั้งชื่อให้วาฬด้วย ซึ่งเรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็ถือเป็นความเชื่อของชาวทะเลทั้งหลายด้วยว่า เนื่องจากวาฬเป็นสัตว์ใหญ่ เป็นจ้าวแห่งท้องทะเล การตั้งชื่อจึงหมายถึงการแสดงความเคารพ นอกเหนือไปจากเพื่อแยกให้รู้ว่าตัวไหนเป็นตัวไหน สามารถติดตามดูพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ หรือแม้กระทั่งในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด…ก็เพื่อระบุตัวตนหากวันหนึ่งพบวาฬเกยตื้น ไร้ชีวิต

        เพราะถ้าสัตว์ใหญ่ระดับนี้ ตอนอยู่ก็ไม่รู้ว่าเป็นตัวไหน ตอนตายก็ยังไม่รู้อีก เราว่าก็น่าเศร้าไม่น้อย

        ‘มีชื่อ คือมีตัวตน’ คือสิ่งที่ในหนังสารคดีกล่าวไว้

        วาฬเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เฉพาะสมองของวาฬหัวทุยนี่ก็ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ มีน้ำหนัก รอยหยักและร่องมากกว่าสมองมนุษย์ราวๆ 4-5 เท่า อาจเพราะเหตุผลที่มนุษย์เรามีรอยหยักของสมองน้อยกว่าก็อาจเป็นได้ พวกเราถึงทำในสิ่งที่บางทีก็เหมือนคิดน้อย หรือไม่คิดเลย

        ซึ่งผลที่ตามมาก็คือภาพการผ่าท้องวาฬที่เกยตื้นแล้วพบว่าในท้องมีถุงพลาสติกกว่า 80 ชิ้น หนักรวม 8 กิโลกรัม ภาพที่คณะนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยต้องยืนแช่น้ำกลางสายฝนเพื่อช่วยชีวิตวาฬเกยตื้นให้พยายามหายใจได้อีกครั้ง ก่อนที่วาฬจะพ่นถุงพลาสติกออกมา หรือแม้แต่ภาพที่ทุกคนต้องพบการสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกับวาฬที่มีชื่อและมีตัวตนในความรู้สึกของเรามาตลอดการดูสารคดีตั้งแต่ต้นจนจบ

       เรื่องการตั้งชื่อ เป็นมุมที่น่าสนใจสำหรับผู้เขียนเป็นพิเศษ เพราะนานมาแล้วเคยคุยกับเพื่อนที่ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์เพื่อการเกษตร มักจะบอกว่า ปกติจะไม่ตั้งชื่อสัตว์เหล่านี้ เพราะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแสนรักแบบหมาแมว การไม่ตั้งชื่อก็เพื่อจะได้ไม่ต้องรู้สึกผูกพัน ไม่ต้องรู้สึกเศร้าสลดมากนักหากต้องส่งไปโรงงานเมื่อถึงเวลา

        ฟังดูเหมือนว่า เมื่อไม่รับรู้ว่ามีอยู่ ก็ไม่ต้องรับรู้ว่าจากไป อะไรทำนองนั้น

        ถึงจุดหนึ่ง ใครจะตั้งชื่อหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน แต่การรับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตหนึ่งร่วมโลกกับเรา ก็ยังเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรลืม ซึ่งต้องบอกก่อนว่าในระหว่างการถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ มีการสูญเสียที่ต้องเรียนรู้และรับมือ ทั้งการสูญเสียที่เกิดกับคน และวาฬบางตัว

       แต่เมื่อรู้จักแล้ว เราไม่อาจทำเป็นไม่รู้ หรือผ่านเลยไปได้เมื่อพวกเขาไม่อยู่

       คนเรามีตัวตนเพราะสิ่งที่เราทุ่มเททำ และสร้างผลกระทบกับชีวิตอื่นๆ รอบตัว สิ่งที่ทำหรือที่สร้างไว้ จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เราไม่มีวันรู้ เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าเรามีเวลามากน้อยแค่ไหนบนโลกนี้ แต่ที่รู้ๆ ก็คือ ‘ชื่อเสียง’ กับ ‘ชื่อเรียก’ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน คนที่ทำเรื่องที่น่าชื่นชมยกย่อง อาจไม่ได้มีชื่อเสียง แต่เรารู้จักตัวตนของเขาอย่างลึกซึ้ง เราจดจำชื่อเขาได้ สัตว์บางตัวในโลก ก็อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักของใครทั้งนั้น แต่เรารู้จักและผูกพันกันอย่างลึกล้ำเพราะเรารู้ว่าเขาเป็นใคร เขาไม่ใช่อะไรก็ได้ แต่เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรารู้จัก

        ชื่อของพวกเขาจะยังคงดังอยู่ในใจเราเสมอ ไม่ว่าโลกจะรู้จักเขาหรือไม่ นั่นไม่ได้สำคัญอีกต่อไปแล้ว

        ทะเลที่วาฬอยู่ อาจดูสวย แต่โลกไม่ได้สวยไปทั้งหมด ความจริงที่เกิดจากน้ำมือคนมากมายหลายอย่างไม่ใช่เรื่องสวยงาม อาจเข้าขั้นน่ารังเกียจด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละ ล้วนคือสิ่งที่เราต้องรับรู้และอยู่กับโลก อยู่กับสิ่งที่มนุษย์ด้วยกันสร้างและทำลายไปพร้อมๆ กันในแต่ละวัน

       แต่อย่าลืมก็แล้วกันว่า โลกนี้ยังมีคนหลายคนที่ลงมือทำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ให้ซ้ำรอยความผิดพลาดเดิม หลายคนทิ้งร่องรอยที่บอกว่าพวกเขาเคยมาอยู่ที่นี่ สร้างระลอกคลื่นให้กระทบถึงพวกเราบนฝั่ง

       ไม่ได้เพียงผ่านมาและผ่านพ้นไปอย่างเงียบงันในมหาสมุทรแห่งชีวิต

ภาพ : Humberto Braojos / unsplash


  • ติดตามอ่านข้อมูลที่น่าสนใจต่อได้ที่กลุ่ม www.Thaiwhales.org ในนั้นมี 50 คำถามวาฬไทยที่ ดร.กาญจนา อดุลยานุโกศล ทำไว้เป็นข้อมูลและแนวทางในการทำสารคดีที่น่าสนใจเรื่องนี้ด้วย
  • ขอบคุณ B.E.D แกลเลอรี บางแสน สำหรับกิจกรรมดีๆ ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ FB: B E D