ม่านมุก Sweat16! | ความเหมือนในความต่างระหว่างสโมสรฟุตบอลกับวงไอดอล

The Guest
7 Jul 2018
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ, ภาสกร ธวัชธาตรี

กีฬาฟุตบอลแม้เคยมองกันว่ามีไว้สำหรับแฟนผู้ชมเป็นเพศชายเป็นหลัก แต่นั่นก็เป็นความคิดของคนในโลกเก่า เพราะตอนนี้ฟุตบอลเป็นกีฬาของคนทุกเพศทุกวัย เรามีนักฟุตบอลหญิงเก่งๆ หลายคนที่กำลังเริ่มกลายเป็นดาวสจรัสแสงเกิดขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ และฝั่งของกองเชียร์เอง ผู้หญิงก็เข้ามามีส่วนร่วมกับการเชียร์ทีมหรือนักเตะขวัญใจของพวกเธอกันอย่างจริงจังไม่แพ้ผู้ชายมากขึ้นด้วยเหมือนกัน 

เมื่อพูดถึงการเป็นแฟนคลับฟุตบอล ทำให้เรานึกถึง ชดาธาร ด่านกุล หรือ ม่านมุก Sweat16! หนึ่งในสมาชิกของวงไอดอลจากค่าย LOVEiS 

ในขณะที่มีเหล่าโอตะหนุ่มๆ ติดตามเธออยู่เป็นจำนวนมาก เธอเองก็ประกาศตัวว่าเป็นโอตะตัวยงของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยเช่นกันทำให้ศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้จึงมีความตื่นเต้นอย่างมากเพราะใจหนึ่งก็ลุ้นว่าทีมชาติอังกฤษที่ตัวเองเชียร์อยู่นั้นจะไปได้ไกลถึงรอบไหน 

ม่านมุก

 

     “ฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่สามารถเล่นคนเดียวได้ ต้องใช้ความเป็นทีมและความเป็นพวกพ้องสูงมาก บางคนแค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว ฟุตบอลทำให้เรารู้ว่าทีมเวิร์กนั้นสำคัญมาก และเกมก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เห็นว่านำอยู่สามประตูก็จริง แต่หลายครั้งเราก็จะเห็นว่าทีมที่น่าจะแพ้กลับทำประตูคืนและเอาชนะไปได้ ความสนุกของการเชียร์ฟุตบอลสำหรับเราอยู่ตรงนี้เลย”

     ม่านมุกเล่าว่าเธอดูฟุตบอลตั้งแต่อยู่ชั้นประถมเพราะพี่ชายและคุณพ่อของเธอก็เป็นแฟนฟุตบอลอย่างเหนียวแน่นไม่แพ้กัน นั่นจึงทำให้เธอเข้าไปอยู่ในโลกของกีฬาผู้ชายได้อย่างเข้าใจ

 

ม่านมุก

 

     “คนภายนอกจะมองว่ากีฬาผู้ชายเข้าถึงยาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่การเข้าถึงยาก แต่เราต้องเปิดใจก่อนว่าเกมของฟุตบอลเป็นอย่างไร แล้วทำความเข้าใจกับกฎ ระเบียบ กติกาต่างๆ เมื่อเข้าใจแล้วจะรู้ว่าการดูฟุตบอลจะทำให้เราสามารถเอาความเข้าใจนี้มาต่อยอดในชีวิตได้เรื่อยๆ อย่างไม่มีวันจบสิ้น

     “สโมสรฟุตบอลก็เหมือนกับวงไอดอลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลามีขึ้นมีลงและมีสมาชิกที่เปลี่ยนแปลงไป ฟุตบอลก็เป็นอย่างนั้น คนที่เราเชียร์ก็มีวันที่เขาออกจากสโมสรไปแต่ก็มีคนใหม่เข้ามาเล่นเพื่อให้สโมสรเติบโตต่อไปได้อีก เราเรียนรู้จากระบบของกีฬาฟุตบอลในแง่นี้ทำให้เข้าใจว่าความเป็นวงไอดอลนั้นหัวใจอยู่ที่ความสามัคคี ความทุ่มเท ความพยายามซึ่งกันและกัน การพยายามปรับจูนความคิดกันให้ติด รวมถึงเรื่องของแฟนคลับด้วย

     “เราเป็นแฟนคลับฟุตบอลอยู่แล้วจึงมีความรู้สึกผูกพันกับสโมสรที่ตัวเองชอบ อยากให้เขาได้แชมป์ แค่เขาประสบความสำเร็จเราก็มีความสุขแล้วและนั่นทำให้รู้ว่าแฟนคลับของ Sweat16!  รู้สึกอย่างไรกับเราด้วย ซึ่งเราเองก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อยากให้คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จ ความรู้สึกที่แค่เขายิ้มให้ เราก็มีความสุขแล้ว ทำให้เรารู้ว่าแฟนคลับเขารู้สึกยังไงกับเรา เราจึงไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นผู้ให้หรือผู้รับ แต่ต้องเป็นทั้งสองอย่าง อยากมอบความสุขกลับไปให้พวกเขา และที่สำคัญเลย การมีคนมาติดตามทำให้เราอยากเป็นที่ดีขึ้น”

 

ม่านมุก

 

     ตอนนี้เราเริ่มเห็นความรักความทุ่มเทของเหล่าแฟนคลับที่มีต่อวงไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบและติดตามมากขึ้น มีหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์รักมากหวงมากจนบางครั้งก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทนไอดอลที่ติดตามอยู่ ซึ่งตัวเธอเองก็ยอมว่าก็มีอาการใจหายบ้างเวลาเห็นนักฟุตบอลคนโปรดได้รับบาดเจ็บขณะแข่งขันและเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอหันมาดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด 

     “ขนาดเราเองยังห่วงเลยว่าเขาจะเป็นอะไรมากไหม เราจึงต้องดูแลตัวเองมากๆ เพราะถ้าเราได้รับบาดเจ็บคนในวงก็จะลำบากเพราะเราแล้วแฟนคลับเขาก็คงร้อนใจกันแน่ๆ ถ้าคนที่เขาชื่นชอบเป็นอะไรไป วงเองก็จะไม่สมบูรณ์ด้วยเพราะสมาชิกในทีมไม่พร้อม”

 

ม่านมุก

 

     การมาถึงของฟุตบอลโลกปี 2018 ก็กลายเป็นความตื่นเต้นอีกเรื่องหนึ่งในตอนนี้ของเธอเพราะอย่างที่รู้กันว่าการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่นี้จะจัดขึ้นในทุกๆ 4 ปีและชีวิตที่ได้สัมผัสกับมหกรรมศึกลูกหนังนี้ก็เริ่มต้นในปี 1990 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศอิตาลีโดยเธอจำได้แม่นยำเลยว่าเพลง Ole! Ole! We are the Champion คือภาพจำที่ทำให้นึกถึงฟุตบอลโลกครั้งแรกของเธอ 

     “ตอนนั้นยังเด็กอยู่เลยก็ดูฟุตบอลแบบไม่ได้เครียดอะไรมากไม่ได้เชียร์สโมสรไหนจริงจัง แต่ระยะห่าง 4 ปี เราก็โตขึ้นตามวัย ก็เริ่มดูการแข่งขันต่างๆ มากขึ้นกลายเป็นความผูกพัน พอย้อนกลับไปเราเห็นการเติบโตของนักฟุตบอล เห็นเวลาที่เขาล้มเขาเจ็บแต่สุดท้ายเขาก็กลับมาได้เพราะเขาสู้ และความผูกพันที่ติดตามมากลายเป็นแรงเชียร์ให้เขาไปถึงความฝันให้ได้”

 

ม่านมุก

 

เธอทำให้เรานึกถึงเรื่องราวของเดวิด เบ็กแฮม ที่โดนใบแดงในฟุตบอลโลกปี 1998 จนทำให้คนทั้งสหราชอาณาจักรเกลียด และกลับมาแก้ตัวได้อย่างสวยงามอีกครั้งในฟุตบอลโลกปี 2001 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสัจธรรมของมนุษย์อย่างหนึ่งว่าทุกคนสามารถล้มได้เจ็บได้และพร้อมจะลุกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไหร่

การดูฟุตบอลมันก็เหมือนได้เห็นชีวิตคนมีขึ้นก็มีลง บางสโมสรเคยรุ่งเรืองสุดๆ แต่พอเวลาผ่านไปก็ไม่ได้รุ่งเรืองอย่างในอดีตอีกแล้ว ชีวิตกับเกมกีฬาก็เหมือนกัน เราล้มวันนี้ในอนาคตเราก็ลุกขึ้นได้ มนุษย์จึงต้องมีความหวัง

“ทีมฟุตบอลที่เราเชียร์อาจจะไม่ได้แชมป์มานานแล้วแต่เราก็ยังตามเชียร์อยู่เพราะเรามีความหวังว่าสักวันเขาต้องขึ้นมาได้ และถ้าเขาขึ้นมาได้จริงๆ แฟนคลับอย่างเราก็จะรู้สึกภูมิใจและดีใจมาก”

 

ม่านมุก

 

     ฟังเรื่องราวความคลั่งไคล้ในการดูกีฬาฟุตบอลของเธอจนทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า Sweat16! เองก็มีระบบของวงไม่ต่างจากทีมฟุตบอลเหมือนกันไม่ว่าใครจะเป็นเซ็นเตอร์ กองหน้า หรือกองหลัง ทุกคนล้วนแต่มีความสำคัญเหมือนกันหมดไม่มีการเกี่ยงตำแหน่งของกันและกัน แต่เอาจริงๆแล้วก็ชักอย่างรู้ว่าถ้าเลือกได้ม่านมุกจะเลือกลงเล่นตำแหน่งไหนของทีม

     “เราอยากเป็นกองหน้า (หัวเราะ) เพราะเป็นคนชอบลุยชอบพุ่งเข้าไปหาทุกสิ่งทุกอย่างด้วยพลังทั้งหมดของเรา ถ้ามีเป้าหมายแล้วก็อยากจะไปให้ถึงให้ได้ แต่ในความเป็นจริงคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นผู้รักษาประตูมากกว่า ถ้าเกิดว่าเปรียบเทียบกับในวง sweat16! จะมีน้องแอ๊นท์ที่เป็นกัปตันวง เราก็ให้น้องลุยให้สุด ซึ่งเราเป็นคนที่โตเกือบที่สุดในวงและเป็นพี่สาวของน้องๆ ทุกคน ดังนั้นเราขอเป็นฝ่ายซัพพอร์ตเอง พี่จะปกป้องทุกคนเอง” เธอจบประโยคด้วยการกำหมัดขึ้นมาแสดงถึงความแน่วแน่และเข้มแข็งกับเรา

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

เรื่องโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN