ฟาน.ปีติ | ตามอลิซในดินแดนแห่งความเป็นจริง เพื่อค้นหาที่พักใจและทำให้ชีวิตมีชีวา

The Guest
2 Jul 2019
เรื่องโดย:

ธนดิษ ศรียานงค์, ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

ทันทีที่เราเห็น ‘ฟาน’ – ปีติชา คงฤทธิ์ นักวาดภาพประกอบแห่ง a day และผู้เขียนหนังสือเรื่อง London Book Sanctuary มาในชุดเสื้อสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอสีน้ำเงินลายจุดยาวเลยเข่า ใส่หมวกเบเร่ต์สีแดง รองเท้าคัตชูสีดำ สวมถุงเท้าขึ้นมาถึงข้อเท้า เราก็เห็นเด็กหญิงอลิซในแดนมหัศจรรย์ซ้อนทับขึ้นมาทันที และเมื่อเรื่องราวของเธอเล่าขานถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยศิลปะ ความสุข และจุดพักใจ ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีอยู่จริงก็ปรากฏเป็นรูปธรรมและจับต้องได้อย่างไม่มีข้อสงสัย ดินแดนแห่งนั้น เธอเรียกว่า ‘Sanctuary ดินแดนแห่งการโอบกอด’

London Book Sanctuary

 

Embrace my heart with my Sanctuary

     “ดินแดนแห่งการโอบกอด” ฟังดูอ่อนโยนในความรู้สึกของเรา และช่างละมุนละไมในความคิดเห็นฟาน ซึ่งเธอได้เล่าถึงความหมายของประโยคนี้ให้ฟังว่า

     “Sanctuary สำหรับเราคือที่พักทางจิตวิญญาณ ที่ที่เปลี่ยนความเหนื่อยล้า ความท้อแท้ หรือเวลาเราเจอปัญหาและอุปสรรคให้เป็นเสมือนอ้อมกอด โอบกอดเราไว้แน่นๆ ให้รู้สึกปลอดภัย เพื่อยุติความคิดต่างๆ มากมายเพียงชั่วครู่ เป็นที่ที่เรากล้าเป็นตัวของตัวเองได้อย่างไม่เคอะเขิน จะใส่เสื้อเน่าๆ ก็ได้ แต่ฉันรู้สึกสบาย แล้วไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น ไม่ต้องพยายามทำตัวให้ใครมายอมรับ และไม่ต้องโดนเปรียบเทียบกับใคร พื้นที่นั้นคล้ายๆ กับความรู้สึกเดียวกับเวลาฝนตกหนัก แล้ว Sanctuary ก็คือพื้นที่ที่มีไออุ่นให้เราหลบฝน

     “ที่แห่งนั้นมีอยู่จริง ซึ่งก็คือสวนสาธารณะ เพราะเป็นที่ที่เราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แวดล้อมไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่นอกเหนือจากมนุษย์ ซึ่งรวมไปถึงต้นไม้และสระน้ำ ทั้งหมดเป็นความอบอุ่นที่เราได้รับโดยไม่ต้องพยายามทำอะไรเลย อย่างในกรุงเทพฯ เราก็มักจะไปที่สวนลุมพินี และสวนรถไฟ อย่างน้อยเราก็ได้อยู่ใกล้เคียงกับ Sanctuary ที่เราหลงรัก”

 

 

Finding Sanctuary in London

     ระหว่างสัมภาษณ์เราได้แอบจินตนาการถึงดินแดนแห่งการโอบกอดของเธอไปต่างๆ นานา และแล้วเธอก็เฉลยว่า ดินแดนแห่งนั้นมีอยู่จริง เป็น Sanctuary ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

     “สมัยตอนที่เราเรียนอยู่ประเทศอังกฤษ เราชอบไปริชมอนด์ ปาร์ก (Richmond Park) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองคิงส์ตัน ที่นั่นเป็นที่ที่ทำให้รู้สึกได้ถึงการโอบกอดจริงๆ เป็นสวนที่มีลักษณะเหมือนป่า มีกวาง หงส์ และสัตว์ตัวเล็กๆ อาศัยอยู่

     “เราไปที่นั่นในช่วงเช้าๆ เริ่มต้นวิ่งออกกำลังกาย พร้อมกับสำรวจเส้นทางใหม่ๆ จนหลายครั้งเราได้เจอกับ Secret Garden ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีต่อใจของเรามาก เพราะเป็นสวนที่ตั้งอยู่ในสวนอีกชั้นหนึ่ง ด้านในจะมีไม้เลื้อยไม้ดัดตกแต่งอย่างเป็นธรรมชาติ สวยงามมาก แถมยังมีคาเฟ่อีกด้วย”

     แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ความพิเศษต่างๆ มักจะเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณอะไรมาเกริ่นนำ ไม่มีเค้าลางอะไรให้ได้รอชม ซึ่งเธอได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์นั้นๆ ให้ฟังว่า

     “มีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่วิ่งออกกำลังกายอยู่ เราได้เจอกับกวางตัวผู้ โตเต็มวัย เขาสูงใหญ่เป็นเมตรอยู่รวมกันเป็นฝูง เต็มพื้นที่ แถมยังวิ่งตามเราอีก หรือเราได้เจอกับ Hidden Spot อย่างพื้นที่ที่เป็นเนินเล็กๆ บนเนินนั้นมีต้นไม้กำลังออกดอกสีชมพูจิ๋วๆ เหมือนดอกซากุระ เวลาโดนลมพัด ดอกไม้ก็ปลิวตกลงพื้น แล้วเจ้าไก่ฟ้า นกตัวเล็กๆ หรือหงส์ต่างก็จะมารอจิกกิน ด้านข้างคือลำธารเล็กๆ ที่มีกระต่ายโผล่ออกมาวิ่งเล่นอีก ภาพเบื้องหน้าทำให้เราอุทานในใจว่า โอ๊ย… บ้าไปแล้ว นี่ฉันหลงอยู่ในนิทานเรื่อง สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด หรือเปล่าเนี่ย (เสียงสูงเอามือทาบอก)

     “หรืออย่างตอนที่เราไปปั่นจักรยานยามเช้าตรู่ จู่ๆ หมอกก็ลง ทันใดนั้นเราก็เหลือบเห็นครอบครัวกวางอยู่เป็นฝูงใหญ่ไกลๆ ภาพเบื้องหน้าทำเอาใจสั่น แล้วบอกตัวเองว่า นี่ฉันอยู่ห่างจากเมืองนิดเดียวเองนะ”

 

London Book Sanctuary

 

Learning Curve

     “ถึงแม้ว่าความสวยงามเกินจินตนาการจะกินใจ แต่เชื่อมั้ยว่าพออยู่ไปได้สักพักจะเริ่มชาชิน” เราขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นสัญลักษณ์เชิงคำถาม ก่อนที่เธอจะอธิบายต่อว่า

     “ความชาชินจะทำให้เราเริ่มจะคุ้นเคยกับสิ่งเดิมๆ เช่น การเจอเส้นทางเดิม เจอคนเดิมที่ทักเราด้วยประโยคเดิมๆ ทุกเช้า หลายอย่างเรียกว่าทำจนเป็นกิจวัตร สิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากเราปล่อยให้ความชาชินกลายเป็นความเฉยชา ขีดความสามารถด้านการเรียนรู้ของเราก็จะหยุดอยู่แค่นั้น

      “ในเมื่อเราเจอกับที่พักใจของเราแล้ว ลองคิดให้มากขึ้นกว่าเดิม ก็จะทำให้เราค้นพบอะไรได้มากขึ้นตามไปด้วย จนถึงวันสุดท้ายที่เราต้องลาจากลอนดอน วันนั้นเราต้องนั่งรถเพื่อไปสนามบิน สายตาของเรามองทอดไปยังวิวทิวทัศน์ด้านนอก เราเห็นแม่น้ำ สวนสีเขียวต่างๆ ร้านรวงอีกมากมายที่เราตั้งใจว่าจะไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป ซึ่งความคิดแบบนี้ทำให้เราพยายามมองหาตลอดว่า ชีวิตนี้ยังมีอะไรอีกบ้างที่ยังไม่ได้ลองและยังไม่ได้ทำ หากมันดีก็ควรทำ จะได้ไม่มานั่งเสียดายภายหลังเหมือนอารมณ์ระหว่างทางไปสนามบินที่ลอนดอน”

     น้ำเสียงของเธอลดลงเล็กน้อย เมื่อเอ่ยถึงความเสียดาย แต่เธอก็ยืนยันกับว่า แค่เสียดายหลายอย่างกับหลายที่ที่ยังไม่ได้ไป แต่ใช่ว่าเธอจะเป็นทุกข์กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

     “นั่นเพราะเราเป็นคนที่มีปัญหากับตัวเองน้อย เราสามารถมีความสุขได้ด้วยตัวเอง จิตใจของเราค่อนข้างเสถียร คงคล้ายกับรูปบอลทรงกลม อาจมีบ้างที่รู้สึกว่าไม่เสถียร ก็เพราะมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้บางอย่างมากระทบ อย่างคนอื่น รวมไปถึงครอบครัว เพื่อน อาจารย์ หรือเจ้านาย แต่ถ้าอยู่เฉยๆ ก็จะเป็นคนที่มีความสุขได้ง่ายกับสิ่งรอบตัว

     “เราเคยคุยกับพี่ต้องการ (วลัยกร สมรรถกร ศิลปินวาดภาพสีน้ำ) ว่าเวลาว่างชอบทำอะไร พี่ต้องการตอบว่า ก็วาดรูปเหมือนเดิม เพราะได้วาดตามที่ตัวเองอยากทำ โดยไม่ต้องมีโจทย์จากใคร เพื่อที่เราจะได้กลับไปวาดรูปให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ได้ เพราะได้ชาร์จแบตจนเต็มแล้ว เราเองก็เหมือนกัน หากมีช่วงที่ทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามานาน พอมีเวลาได้วาดแบบที่ตัวเองอยากทำ ได้ทดลองเทคนิคใหม่ๆ ก็เหมือนการระบายความรู้สึกออกไปอย่างหนึ่ง แค่นี้ก็มีความสุขที่ได้เป็นตัวเอง เกิดเป็นความสุขกับงานต่างๆ ที่ได้ทำแล้ว”

     รอยยิ้มของเธอปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง และเรารู้แล้วว่า ครั้งนี้เธอจะพูดถึงดินแดนแห่งการโอบกอดนั้นอีกรอบ

     “ตอนที่อยู่อังกฤษ เรามักจะนั่งวาดรูปที่ริชมอนด์ ปาร์ก ระหว่างที่กำลังวาดรูปอยู่นั้น บรรยากาศโดยรอบทำให้เรารู้สึกขึ้นมาทันทีเลยว่าวินาทีนี้เรากำลังมีความสุข โชคดีจังเลยที่มานั่งอยู่ตรงนี้ และได้ทำสิ่งนี้ นอกจากความสุขที่เอ่อล้นแล้ว เราก็ยืนยันกับตัวเองว่า การวาดรูปนี่แหละคือสิ่งที่เรารัก และจะทำมันตลอดไป”

 

London Book Sanctuary

 

Leave Something of the Happiness

     เรื่องราวของฟานอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสุขจนเราสัมผัสได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอจึงพลิกมุมมอง บอกความคิดเห็น เพื่อชี้ให้เป็นความเป็นจริงของชีวิตในอีกแง่หนึ่งไว้ว่า

     “คุณเชื่อมั้ยว่า ที่ที่เป็นตัวเองหรือที่ที่ปลอดภัยของเรา เมื่ออยู่ไปนานๆ เราจะไม่รู้อีกต่อไปว่าที่นี่คือที่ที่เรารัก ที่ที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข เราจึงคิดว่า บางเวลาเราควรออกไปเผชิญกับโลกภายนอก ออกไปปะทะกับความทรมานเจ็บปวดบางอย่าง ออกนอกเซฟโซนของตัวเอง ออกไปเจอคนที่ไม่เคยเจอ ไปในที่ที่ไม่คุ้นเคยก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อที่จะเข้าใจว่าจุดเดิมที่เราอยู่เรียกว่าความสุข อย่าปล่อยให้หัวใจของเราชาชินกับความสุขมากเกินไป ต้องปล่อยทุกข์บ้างและได้รู้ว่ามีของดีแค่ไหนอยู่กับตัว”

 

Ask Myself This One Question

     ในวันที่เธอตอบคำถามที่มาของสุขและที่ไปของทุกข์ได้ แต่เราคิดว่าคนเราก็มียังมีสิ่งให้คิดต่ออีกมากมายอยู่ดี เธอพยักหน้าแล้วยกตัวอย่างเรื่องราวของตัวเองให้ฟังว่า

     “เราเองที่ชอบตั้งคำถาม จนวันหนึ่งเรานึกถึงคำพูดของอลิซ ที่ชอบพูดว่า ฉันสงสัย และก็จะสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมาคิดดูแล้ว ความสงสัยใคร่รู้ของอลิซช่างคล้ายกับตัวเราเอง อาจเป็นเพราะถูกปลูกฝังเรื่องหากสงสัยให้ยกมือถามมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เวลาเรียนจะเป็นเด็กหน้าห้อง ยกมือถามเสมอ ในขณะที่เด็กๆ หลายคนจะอายไม่กล้ายกมือ แต่เรากลับรู้สึกว่าเท่มาก เราดูเป็นคนที่กระตือรือร้นมากที่สุดในชั้นเรียน (หัวเราะ)

     “จนเมื่อสองปี เราได้ใช้ทักษะของการเป็นคนช่างสงสัยมาส่งเสริมอาชีพนักตั้งคำถาม สามารถนำไปสู่คำตอบที่ดำดิ่งลงไปถึงแก่นหลัก ขุดให้ลึกจนกระทั่งค้นพบกับคำตอบอะไรบางอย่างที่แสนพิเศษ ท้ายสุดเมื่อเราได้ไปเรียนที่อังกฤษ เราจึงนำศาสตร์แห่งการตั้งคำถามบวกกับนิสัยส่วนตัว นำไปใช้ด้วย ใช้ทั้งในห้องเรียนและการเรียนรู้ทุกๆ อย่าง ต้องเอาให้คุ้ม เพราะค่าเรียนแพง (หัวเราะ)

     “และนั่นทำให้เรากลายเป็นนักสำรวจไปโดยปริยาย เพื่อค้นหาสิ่งที่พิเศษบางอย่างตามที่ต่างๆ ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ สวนพฤกษศาสตร์ ห้องสมุด ร้านหนังสือ หรือแกลเลอรีต่างๆ เมื่อเจอแล้วก็จะหยุดดู สงสัยอะไรก็จะถาม และเก็บเกี่ยวคำตอบนั้นไว้ เผื่อวันหน้าอาจจะได้ใช้ และก็เป็นเช่นนั้น เพราะเรานำอลิซในตัวเองมาเป็นคอลัมนิสต์ให้กับ a day online แล้วส่งเรื่อง ร้านหนังสือในลอนดอนมาโดยตลอด ก่อนจะนำมารวบรวมกลายเป็นหนังสือที่ใช้ชื่อว่า London Book Sanctuary เล่มนี้”

 

London Book Sanctuary

 

FAAN’s Sanctuary VS London Book Sanctuary

     “หน้าปกของหนังสือเล่มนี้ เราได้พัฒนาไอเดียมาจากหนังสือนิทานเรื่อง อลิซในดินแดนมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่เราซื้อตอนที่อยู่ที่อังกฤษ เราชอบเพราะภาพวาดสวย เนื้อหาดี อ่านไปอ่านมา ทุกครั้งที่ได้อ่านเราก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนอลิซเข้าไปทุกวัน ยิ่งฉากที่อลิซวิ่งตามกระต่ายขาวไปจนตกลงไปในโลกวันเดอร์แลนด์ เราก็เป็นแบบนั้น แต่เราแค่ตกลงไปในห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ร้านหนังสือ และทุกที่ที่เราไป เหมือนวันเดอร์แลนด์ที่เราจะได้ค้นหาไปตลอด

     “ส่วนภาพปกคืออลิซกำลังแหวกม่าน แล้วเจอประตูเล็กๆ อยู่ข้างหลัง อลิซจึงนำกุญแจดอกเล็กๆ ที่อยู่ในมือออกมาไขประตูบานนั้น ภาพนี้ทำให้เราคิดขึ้นมาได้ว่าที่นั่นไม่ใช่แค่ประตู แต่เป็นร้านหนังสือในลอนดอน ที่เราต้องเปิดประตูบานนั้นเข้าไปแล้วเริ่มต้นสำรวจ เพราะที่อังกฤษมีร้านหนังสือเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเฉพาะทางให้กับคนหลากหลายกลุ่ม และมีหลายประเภทมาก

     “และที่เราหยิบยกคำว่า Sanctuary ขึ้นมาต่อท้ายชื่อหนังสือ ก็เพราะเราเห็นว่าร้านหนังสือสำหรับคนที่นั่น ไม่ใช่แค่ขายหนังสือ แต่เป็นเหมือนหลุมหลบภัยของคนรักการอ่าน เพราะว่าเวลาคนที่ไปร้านหนังสือ ไม่ได้ไปแค่ซื้อหนังสือ แต่ไปร้านหนังสือเพราะจะได้เจอคนที่มีความคิดและเสพอะไรคล้ายๆ กัน มีไอเดียเหมือนกัน เกิดเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่หลากหลายใจกลางกรุงลอนดอน ท้ายสุดก็กลายเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับบรรดานักอ่านจากทั่วทุกมุมโลก”

 

London Book Sanctuary

     “เราเรียกหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นคู่มือของนักแสวงบุญทางการอ่านก็แล้วกัน” ฟานได้บอกกับเราอย่างนั้น เพราะเธอตั้งใจรวบรวมร้านหนังสือทั่วลอนดอนที่มีกว่า 100 แห่ง คัดให้เหลือเพียง 15 ร้านที่มีเรื่องราวน่าสนใจเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการสัมภาษณ์เจ้าของร้านหรือผู้จัดการ ซึ่งเธอจัดการด้วยตัวเอง ถ่ายภาพเอง และวาดภาพประกอบเอง

     เมื่อนำมารวมเล่ม เธอจึงเติมความพิเศษเพื่อทำให้อ่านง่ายขึ้น ด้วยการจัดหมวดหมู่ร้านหนังสือตามโซนพื้นที่ของกรุงลอนดอน พร้อมวาดแผนที่เชิงท่องเที่ยวประกอบ ซึ่งต่อให้คุณเป็นนักอ่านตัวยง หรือนักท่องเที่ยวมือฉมังก็ใช้หนังสือเล่มนี้เป็น Guide Book ได้เลย 

     สั่งซื้อได้ที่ https://godaypoets.com/product/preorder-londonbooksanctuary

 

*ขอบคุณสวนหลวง ร.9 เอื้อเฟื้อสถานที่

 


อ่านการตามหาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของนักเขียน/นักแปล สำนักพิมพ์ a book เรื่องอื่นๆ ได้ที่

     – ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ | ทอม แฮงก์ส เรื่องสั้น งานแปล และบาร์ดีๆ ให้ใจได้ชื่นฉ่ำ

     – วีรนาถ โชติพันธุ์ | หากโลกนี้ไม่มีหนังสือก็ไม่เป็นไร เพราะการอ่านจะอยู่คู่ทุกคนตลอดไป

     – ชนัญญา เตชจักรเสมา | พาตัวเองออกไปอยู่ในที่ที่แตกต่าง แล้วจะค้นพบค่าของสิ่งที่คุ้นเคย

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง

เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ