เปลี่ยนความเครียดในสังคมให้กลายเป็นเสียงหัวเราะผ่านแฟนเพจจอมล้อเลียนเสียดสี

The Guest
26 Sep 2018
เรื่องโดย:

ชยพล ทองสวัสดิ์, ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

ในแต่ละวันเราต่างเผชิญหน้ากับความเครียดไม่ซ้ำรูปแบบ ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ออกจากบ้านไปพบเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่ทำงาน ไหนจะเรื่องเพื่อน เรื่องแฟน สไลด์หน้าจอมือถือเพื่อหวังหลีกเร้นจากโลกแห่งความจริงก็ดันไปเจอแต่ข่าวอาชญากรรม สังคม เศรษฐกิจที่ยิ่งทวีความเครียดให้มากขึ้นไปกว่าเดิม

     ว่ากันว่าวิธีกำจัดความเครียดที่ง่ายที่สุดคือการหาอะไรสักอย่างมาทำให้เราหัวเราะ มนุษย์อย่างเราๆ จึงต้องหาแหล่งพักพิง เพื่อปลดปล่อยความเครียดผ่านความขำ โดยเฉพาะกับยุคโซเชียลฯ เช่นนี้ จึงเกิดเพจต่างๆ มากมายที่เลือกทำหน้าที่สร้างเสียงหัวเราะ ผ่านการล้อเลียนเสียดสี

     a day BULLETIN จึงชักชวนแอดมินและผู้ก่อตั้งเพจล้อเลียน หรือเพจ Parody ที่มีคนติดตามจำนวนมากบนโซเชียลมีเดีย ทั้งความฮาแสบๆ แบบ คาราโอเกะชั้นใต้ดิน ความฮาแบบมีแง่คิดของ Contrast และ ฮาล้อเลียนคนดังกับ พาร์ค พากย์นรก มาพูดคุยเกี่ยวกับความจริงเบื้องหลังความฮาในการนำเสนอของแต่ละเพจ

 

parody

 

เบื้องหลังแคปชันเสียดสีแบบ ‘คาราโอเกะชั้นใต้ดิน’

     ความฮาของคาราโอเกะชั้นใต้ดินเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของการนำประเด็นในสังคมแสบๆ คันๆ มาเล่นกับรูปแบบคาราโอเกะสุดเฉิ่มที่เราเคยร้องเล่นในสมัยเด็ก แต่ภายใต้อารมณ์นอสทัลเจียของความเฉิ่มเชยเหล่านั้นมันกลับสะท้อนความจริงของสิ่งที่ตลกร้ายในสังคมไทยออกมาได้อย่างถึงพริกถึงขิง

 

โจทย์ของการทำเพจคืออะไร

     จริงๆ ต้องบอกว่าทำเอาสนุกเป็นอย่างแรก แต่ก็ต้องมีไดเรกชันบางอย่างที่ชัดเจน ส่วนโจทย์ก็คือต้องมีเนื้อเพลงที่เข้ากันกับรูป บางรูปตลกมากแต่คิดเนื้อเพลงใส่ไม่ได้เราก็ไม่เล่น แต่ส่วนใหญ่ก็จะหาเพลงใส่จนได้ เพราะเราเป็นคนฟังเพลงอยู่แล้ว เรารู้จักเพลงเยอะมาก ส่วนรูปแบบก็ดึงมาจากคาราโอเกะของจริงเลย ไอเดียก็เป็นแบบพวกหนังหรือละครมิวสิคัล ที่ตัวละครคุยโต้ตอบกันเป็นเนื้อเพลง เราเลยลองคิดว่าถ้ามันกลายมาเป็นชีวิตจริงๆ สถานการณ์แบบนี้มันจะร้องเพลงอะไรดี

 

มุกของเพจส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างเกาะกระแส จริงๆ แล้วคุณติดตามข่าวคราวในบ้านเมืองมากขนาดไหน

     ตามตลอด เพราะวันๆ เราก็อ่านแต่ข่าวตามสื่อต่างๆ เราคิดว่ามันสนุกดีที่สามารถหามุมตลกของทุกๆ เรื่องได้ เช่น เรื่องหวย พอไม่ถูกมันก็เซ็ง เสียใจ แต่เราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องขำๆ ก็ได้ หรือถ้าเป็นเรื่องหนักๆ หน่อยอย่างเช่น การวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล มันก็สนุกอีกนั่นแหละ การที่เรามีคนที่คิดเหมือนกันมาโพสต์มาแชร์อะไรที่ถูกใจก็จะรู้สึกเหมือนมีพวก ได้วิจารณ์ในสิ่งที่ไม่ชอบใจเหมือนกัน

 

การล้อเลียนเราควรจะล้อไปถึงจุดไหน ควรมีลิมิตในการล้อเลียนหรือเปล่า

     คงเป็นเรื่องกฎหมายที่จะมาลิมิตเรา ถ้าเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย หรือคนที่เราล้อมีอารมณ์เกรี้ยวกราด แบบใครด่ากูกูฟ้องแน่ ก็จะพยายามไม่ล้อหรือล้อให้ปลอดภัยที่สุด ถ้ามีเรื่องกันขึ้นมามันก็เสียเวลา

 

ที่สุดแล้วในทุกการล้อเลียนของเราย่อมต้องเคยสร้างความไม่พอใจให้กับคนบางกลุ่มใช่มั้ย

     ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างศาสนา แต่จริงๆ มันไม่ได้เกิดจากตัวเรานะ ความบานปลายคือเกิดจากคนที่มาคอมเมนต์ เราก็เลยใช้วิธีโพสต์รูปอื่นต่อ เล่นมุกอื่นต่อ คนก็จะลืมรูปเก่าไป อย่างว่า โลกโซเชียลฯ ทุกอย่างมันมาไวไปไว ยิ่งถ้าเป็นสื่อที่มีคนติดตามเยอะก็ยิ่งต้องระวังในการนำเสนอ พลาดทีโดนยับเลย โดยเฉพาะสื่อล้อเลียนแบบเรานี่ตัวเสี่ยงเลย

     แต่อย่างที่บอก สำหรับเพจเรา เราจะดูกระแสก่อน แล้วไปอยู่ให้ถูกฝั่ง คือพิจารณาจากตัวเองก่อน แล้วก็ไปอ่านคอมเมนต์ ว่าไปทางไหน ยกตัวอย่างเรื่องไม่พกใบขับขี่จะโดนปรับห้าหมื่น มันก็มีข้อดีคือพวกที่ไม่มีใบขับขี่ เช่น เด็กมัธยม ก็อาจจะไม่กล้ามาขับ ก็ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แต่ข้อเสียก็คือค่าปรับมันแพงไปอาจจะไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพของคนไทย อย่างเรื่องนี้เราไม่ได้เล่น เพราะไม่แน่ใจจริงๆ ว่าจะอยู่ฝั่งไหนดี

 

parody

 

เพราะการล้อเลียนคือการที่ทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นตัวตลก คนที่โดนล้อจึงไม่ขำและมักจะเกรี้ยวกราดเมื่อถูกล้อใช่มั้ย

     มันเป็นแบบนั้นแหละครับ ทุกๆ การล้อมันก็จะมีคนถูกล้อ แต่ก่อนที่จะถูกล้อก็จะต้องมีการทำอะไรที่คนเห็นว่ามันแปลกๆ อยู่ ก็เลยล้อ พอบางอย่างมันแปลกไป ผิดสังเกต ก็จะเกิดเป็นประเด็นขึ้นมา ไม่ใช่แค่ในสังคม คือทุกอย่างถ้ามันแปลกไปก็จะเป็นประเด็นขึ้นมาได้เสมอ แม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่น มีแมลงสาบอยู่ในจานข้าว หรือว่าไวไฟข้างบ้านตั้งชื่อแปลกๆ หรือเรื่องสังคม เช่น คนปกติไปจอดรถที่คนพิการ ชาวบ้านไปไหว้หมูสามหัวอะไรแบบนี้ หรือจะเป็นการเมือง เช่น รัฐบาลเอาเงินไปซื้ออาวุธมากไปแทนที่จะแบ่งเงินไปทำอย่างอื่นบ้าง นายกควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ด่านักข่าว รองนายกก็รวยผิดปกติ แบบนี้เป็นต้น อะไรที่ผิดปกติ มันมักเป็นที่สังเกต

     คือเราเดินออกไปตะโกนประท้วงก็ไม่น่าจะได้ การล้อมันก็จริงจังได้ จนทุกวันนี้เราว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ลืมนะ หรือจะมองให้มันตลกก็ได้ สบายใจดี อยู่กันไปแบบนี้แหละ

 

parody

 

ชวนมองสิ่งรอบตัวแบบรอบด้านกับอารมณ์ขันแฝงสาระของเพจ Contrast 

     ตัวการ์ตูนที่มาพร้อมเอกลักษณ์แบบลูเซอร์ ผู้ถ่ายทอดประเด็นร้อนในสังคมให้เห็นทุกมิติ ซึ่งไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับเขาหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยที่สุดมันก็ได้สะกิดเตือนตัวเราว่า เวลาจะตัดสินเรื่องอะไรนั้น ควรพิจารณาโดยไม่ละเลยความจริงในอีกด้านหนึ่ง

 

เหตุผลอะไรที่ผลักดันให้คุณเปิดเพจนี้ขึ้นมา

     เราเป็นคนติดตามข่าวสารต่างๆ หรือสื่อโซเชียลมีเดียตลอดเวลาอยู่แล้ว ทีนี้เห็นข่าวหลายๆ ข่าว หรือสิ่งที่คนนำเสนอหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเนื้อหาหรือคลิป แล้วเรามีความรู้สึกว่า มันเป็นเพียงมุมมองด้านหนึ่งที่เขาเอามานำเสนอ แต่เราเห็นว่าหลายคนไม่ได้มองอีกมุม หรือตั้งคำถามอะไรกับมันเลย

     เช่น สมมติมีคลิปที่แคปเจอร์ช่วงเวลาที่คนหนึ่งไปทำร้ายอีกคนหนึ่ง คนก็กรูไปด่าคนที่ทำร้ายว่าไปทำเขาทำไม ในทางกลับกัน ถ้าเราเริ่มมีสมมติฐานก่อนว่า เขาโดนทำร้ายก่อนหรือเปล่า นั่นคือการป้องกันตัวของเขาหรือเปล่า หรือนั่นคือการบันดาลโทสะหรือเปล่า มันก็จะมีความน่าเห็นใจมากกว่า ทำให้เราคิดว่ามีเหตุผลอะไรเขาถึงทำแบบนั้น ซึ่งส่วนใหญ่คนมักจะสรุปจากภาพที่เห็นเสียมากกว่า การเปิดเพจนี้ก็เพราะเราอยากจะเล่าอีกช่วงเวลาหนึ่งว่าเหตุการณ์อะไรก่อนที่จะมาเป็นสิ่งที่เขาแชร์เขาโพสต์กัน

     อีกอย่างความถนัดของเราไม่ใช่การเขียนบทความยาวๆ แต่ว่าเราถัดนำเสนอเป็นด้านภาพมากกว่า เลยเป็นที่มาของภาพกราฟิก

 

ติดตามหรือสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

     เรื่องพื้นฐานข่าวที่เกิดขึ้นในโซเชียลฯ ก็ตามปกติ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องใหญ่ เรื่องสังคม เรื่องเด็กแว้นเราก็ตาม เพราะต้องการรับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในประเทศเราบ้าง แล้วมันทำให้เราได้เห็นหลายมุมมากขึ้น หลายๆ เรื่องไม่ได้มีคนสนใจเป็นพิเศษ อาจจะดูแค่ผ่านๆ แต่พอเราไปดูเป็นพิเศษ เราก็ได้เห็นอะไรที่มันกว้างขึ้น

 

พอทำมานาน คุณสามารถบอกได้ไหมว่าคนในสังคมเราสนใจเรื่องอะไรกันแน่

     เรื่องของตรรกะ คือตรรกะสำคัญมาก มันเป็นสิ่งที่เอามาใช้ทำคอนเทนต์ได้ ไม่ว่าจะเป็นตรรกะที่ถูกต้อง หรือแม้แต่ตรรกะวิบัติ ก็กลายเป็นคอนเทนต์ได้เหมือนกัน ในความเข้าใจของคนเราเนี่ย เขาจะมองแค่ว่า ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามแต่ ถ้าเขาได้เถียงหรือยกเหตุผลนั้นมาเถียง เขาอาจจะคิดว่าเขาชนะแล้ว แต่ในมุมของตรรกะบางทีอาจจะยังไม่ถูกต้อง เช่น นายเอไปต่อว่านายบีว่า ‘คุณก๊อบปี้งานคนอื่นมา คุณทำไม่ถูกนะ’ แล้วนายบีสวนกลับมาว่า ‘คุณใช้วินโดวส์แท้หรือเปล่า’ แบบนี้เป็นต้น พอเราเอามาเทียบดูดีๆ ว่ามันผิดตรงไหน โอเค เอว่าบีก๊อบปี้งานคนอื่นมา บีผิดแน่นอน แต่ทีนี้บีไปโต้แย้งว่า คุณใช้วินโดวส์แท้หรือเปล่า มันก็ไม่ได้ทำให้สิ่งที่บีทำนั้นถูกต้องขึ้นมาเลย ก็ยังผิดอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นอาจจะไม่ต้องมีข้อแก้ตัวเลยก็ได้ ถ้าผิดก็คือผิด ส่วนเอใช้วินโดวส์ก๊อบฯ ถูกหรือเปล่า ก็ผิดใช่ไหม แต่สิ่งที่เอพูดขึ้นมาก็ไม่ได้ทำให้เอพูดผิดไปเลย ทีนี้มันก็เป็นเรื่องของการใช้ตรรกะนี่แหละ

 

 

อะไรที่คุณคิดว่า contrast ที่สุดของสังคมเรา

     เรายังสรุปรวมไม่ได้เหมือนกันนะ แต่เรามองเป็นกลุ่มมากกว่า เช่น กลุ่มเด็กแว้น ชาวซิ่ง เขาก็จะมีความคิดของเขาแบบหนึ่ง หรือกลุ่มทางการเมืองก็อาจจะมีความคิดของแต่ละกลุ่ม ก็เลยไม่สามารถสรุปรวมได้ว่าคนไทยโดยรวมชุดความคิดเป็นแบบไหน เพราะก็มีความขัดแย้งกันอยู่ทั้งสองฝั่ง เช่น เรื่องราวที่เกี่ยวกับประเพณี วัฒนธรรม ก็จะมีคนที่มองเห็นว่าไม่เหมาะสม ไม่ควร แต่คนที่ยึดติดวัฒนธรรมแบบเดิมเขาก็จะมองว่าแบบนี้ถูกต้องแล้ว มันก็จะเป็นมุมมองที่ไม่ชัดเจนในทางใดทางหนึ่ง ฉะนั้นถ้าถามว่าอะไรที่เป็น stereotype ของคนไทยก็ยังตอบไม่ได้

     จริงๆ แล้วความ contrast อยู่ในตัวหลายๆ คนเลย แม้กระทั่งเราเอง เช่น เราอาจจะไม่ชอบการกระทำแบบหนึ่ง แต่บางทีเราอาจจะไปทำเองก็ได้ หลายคนก็เป็น ยกตัวอย่างใกล้ตัวง่ายๆ เราไม่ชอบให้คนอื่นมาหงุดหงิดใส่เรา แต่ตัวเราเอง บางวันเราไม่พอใจ โมโห ไม่สบายใจกับการทำงาน เราก็อาจหงุดหงิดใส่คนอื่นก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ แต่เราก็ทำลงไปเหมือนกัน

 

คุณให้ความสำคัญกับคำคอมเมนต์ในเพจมากแค่ไหน

     จริงอยู่ที่ว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วยในเนื้อหาที่เรานำเสนอ ก็เป็นมุมมองของเขาไป ในส่วนที่ติมา เราก็โอเคนะ ถือว่าทำให้เขาได้คิด ได้โต้ตอบ ว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบที่เราได้นำเสนอก็ได้ เราว่ามันก็ดี ที่ได้มานำเสนออีกมุมหนึ่งหรือแลกเปลี่ยนกัน ถึงแม้เรากับเขาจะคิดไม่เหมือนกันก็ตาม เราว่ามีประโยชน์ แต่ต้องคุยด้วยเหตุผลนะ อย่างบางคอมเมนต์ที่มาแบบไม่พอใจหรือเข้ามาด่า เราก็ต้องข้ามๆ ไป

 

แล้วเพจมีลิมิตในการล้อเลียน เสียดสีไหม อะไรที่เราจะไม่แตะ

     น่าจะเป็นเรื่องของการเมือง ถ้าไม่จำเป็นเราไม่แตะเลย แต่ถ้าเป็นอะไรที่เป็นลักษณะที่ต้องนำเสนอจริงๆ อันนั้นก็อาจจะมีนิดหนึ่ง แต่ก็ยังต้องยืนบนพื้นฐานของความเป็นกลาง กับสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง จะบอกว่าไม่แตะเลยก็ไม่ใช่ เพราะบางสิ่งบางอย่างในการเมืองมันก็ควบคู่ไปกับปากท้องของประชาชนอยู่แล้ว ดังนั้นบางเรื่องก็ต้องนำเสนอบ้าง แต่ว่าเราจะไม่ได้ไปในทิศทางชี้นำว่าซ้ายหรือขวา

 

เคยมีปัญหาเกิดขึ้นกับสิ่งที่เรานำเสนอไปบ้างไหม

     ก็มีนะ ทั้งในส่วนที่เป็นความผิดของเราเองในการนำเสนอที่ไม่ถูกต้อง เราก็ต้องแก้ไขเท่าที่แก้ได้ แต่ในส่วนที่รู้สึกว่าเรานำเสนอปกติ เป็นกลาง แต่อาจจะไม่ได้ถูกใจคนบางกลุ่ม อันนั้นก็อาจจะโดนโจมตีเป็นพิเศษ

 

เรื่องอะไรบ้างที่คุณจะโดนโจมตี

     เป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น เรื่องสุนัขจรจัด เราเคยนำเสนอไป โดยเล่าว่า ณ หมู่บ้านหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่ต้องการความสงบ แล้วมีคนไปให้อาหารสุนัขจรจัด เพื่อให้เข้ามาในหมู่บ้าน วันหนึ่งก็มาเป็นฝูงเลย คลอดลูกมาเป็นคอก ทีนี้พอมันมากขึ้น มันก็สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน เลยมีความรู้สึกว่า เวลาเกิดเหตุการณ์สุนัขไปกัดคนอื่น คนที่ให้การอุปการะสุนัขเนี่ย ตามกฎหมายถือว่าเป็นเจ้าของที่ต้องรับผิดชอบหรือเปล่า นั่นคือการตั้งคำถามของเรา แต่บางกลุ่มที่มองว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่เราจะให้การอุปการะมัน แต่เวลาเกิดปัญหาต้องให้คนอื่นรับให้ได้ เราก็เลยสงสัยว่ามันถูกต้องหรือเปล่า เพราะเราก็ไม่ได้ต้องการให้สุนัขมาอยู่ในบริเวณพื้นที่แถวบ้านเรา เวลามันก่อเรื่องก็ต้องมีคนรับผิดชอบหรือเปล่า

     ทีนี้เราก็นำเสนอไปในมุมที่ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มารับผิดชอบอะไร ก็จะมีคนเข้ามาต่อว่า ซึ่งเราก็ไม่ได้มองว่าสิ่งที่เรานำเสนอมันถูกนะ สำหรับบางกลุ่มอาจจะดูเป็นคนใจดำก็ได้ที่ไม่รักสุนัขจรจัด แต่สิ่งที่เราต้องการนำเสนอจริงๆ ก็คือ ทำอะไรก็ตามแต่ไม่ควรจะสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง เราคิดว่าควรโฟกัสตรงนี้มากกว่า

 

ความตลกในการล้อเลียนหรือเสียดสีจริงๆ แล้วมันให้อะไรเรา

     เรามองได้หลายข้อ แต่ไม่เคยสรุปออกมาว่าคืออะไรกันแน่ ล้อเลียนเสียดสีมันมีทั้งมุมที่ตลกร้าย เราแค่นำเสนอให้บันเทิง กับอีกแบบหนึ่งคือ ล้อเลียนแล้วได้เปิดมุมมองที่หลากหลาย ได้เห็นได้คิดว่าอันนี้เป็นแบบนี้นะ ถ้าทำแบบนี้ก็จะเกิดสิ่งนี้นะ มันก็จะมีสองมุมหลักๆ

 

parody

 

บรรเทาความเครียดของสังคมด้วยเพจล้อเลียนคนดังแบบ ‘พาร์ค พากย์นรก’ 

     ถ้าการเห็นเทเลอร์ สวิฟต์ ร้องเพลงแฟนจ๋า หรือนางงามตอบคำถามแบบฮาๆ จะทำให้คุณขำจนท้องแข็ง แสดงว่าคุณหลงรักจังหวะของเพจนี้เข้าให้แล้ว เพจพากย์สุดฮานี้เกิดจากไอเดียของแอดมินเพื่อนซี้อย่าง พาร์ค และ เจ๊สวย ที่อยากนำฟุตเทจของดารา ศิลปิน คนดัง ในแวดวงต่างประเทศ มาพลิกกลับด้วยการพากย์นรกในประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง พร้อมความเป๊ะของการขยับปากที่เราต้องปรบมือให้ สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนที่คลิกมาดูต้องกดซ้ำอยู่หลายรอบกันเลยทีเดียว แต่ในที่สุดแล้วความขำขันของสิ่งเหล่านี้ จะพาพวกเราไปสู่จุดไหนกัน?

 

ไปเอาความคิดจากไหนมาเริ่มต้นทำเพจ

     ปกติเราเองเป็นคนชอบเพลงสากล ซีรีส์ หนังฝรั่งอยู่แล้ว แล้วเราเห็นบางมุมของฝรั่งที่มันตลก อย่าง มาห์ราย แครี เขาก็จะมีคาแร็กเตอร์ของเขา หรือเลดีกากา, บริทนีย์ สเปียรส์ แต่ละคนคาแร็กเตอร์ต่างกัน แล้วมีมุมตลกของตัวเอง เราเลยอยากนำมุมตลกตรงนี้มาล้อเลียน ซึ่งคนกลุ่มนี้เราก็ชื่นชอบอยู่แล้ว ที่ล้อเลียนไม่ใช่เกลียด แต่เราชอบ ที่สำคัญดาราฝรั่ง หรือเพลงฝรั่ง หนังฝรั่ง เราสามารถทำ parody ได้โดยที่แฟนคลับหรือคนที่ชอบศิลปินเขาไม่แอนตี้ ไม่ได้รู้สึกแย่ แล้วเราไม่ได้เอาไปล้อเลียนให้ดูแย่ แต่เราทำให้ตลก

 

คลิปแบบไหนที่ประสบความสำเร็จในแง่ยอดวิวหรือการไลก์การแชร์มากที่สุด

     คือต้องเล่าก่อนว่าทีแรกเราก็ทำเล่นๆ ทีนี้มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราทำคลิปล้อเทย์เลอร์ สวิฟต์ ตอนแรกเขาไว้ผมยาวมาตลอด แต่มีวันหนึ่งเขาไปงานแกรมมี แล้วตัดผมสั้น เราเลยเอาไปใส่เพลงแฟนจ๋า ที่เป็นท่อนร้องของพี่จินตหรา พูนลาภ ก่อนหน้านี้คลิปที่เราทำเงียบมาก แต่คลิปนี้กลายเป็นตัวที่พีกมากที่สุด พอหลังจากคลิปนี้คนก็เลยรอดูเรื่อยๆ ปกติเราทำคลิปอาจจะเดือนละครั้ง แต่พอมีคนรอดู เราก็เลยต้องทำเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้

 

ตามข่าวคราววงการบันเทิงฝรั่งมากขนาดไหน

     เยอะมาก ตลอดเวลา เราเป็นคนที่ชอบมากจริงๆ เราเคยมีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ แล้วก็ได้ไปดูคอนเสิร์ต เคยไปมีตแอนด์กรี๊ด ไปเจอศิลปินจริงๆ ไปถ่ายรูปคู่กับเขาด้วย

 

parody

 

แล้วทำไมถึงเลือกนำเสนอความตลกผ่านการพากย์

     คือกิมมิกของเพจเราจะต่างจากช่องอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด คือปากจะตรงมาก ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ตาม จะเน้นปากตรงไว้ก่อนแล้วตลกค่อยตามมา แล้วเวลาฝรั่ง อย่างเทเลอร์ สวิฟต์ หรือมาห์ราย แครี พูดภาษาไทยมันจะตลก เพราะสมมติเขาพูดภาษาไทย เราจะใส่ตัวตนความเป็นเขาไปด้วย การพากย์มันสามารถสื่ออารมณ์ออกมาได้ชัด แล้วคนส่วนใหญ่ก็น่าจะอยากเห็นด้วยว่ามาห์รายพูดภาษาไทยแล้วจะเป็นยังไง

     นอกจากพากย์แล้วเราก็มีเอาเพลงมาใส่ด้วย พอมาห์รายมาร้องเพลงไทยแล้วจะเป็นยังไง เอาเทเลอร์ สวิฟต์ มาร้องเพลงลูกทุ่งจะตลกไหม หรือเอาพี่จินตหรามาใส่เพลงสากลแล้วจะเป็นยังไง คือเหมือนเอาวัฒนธรรมต่างประเทศกับวัฒนธรรมไทยมาผสมกัน แล้วก็เกิดเป็นสิ่งใหม่ที่มันตลก

 

กังวลไหมถ้าคนมาบอกว่าเรากำลังล้อเลียนคนไทย หรือภาษาไทยให้ดูตลกขบขัน

     จริงๆ มันก็ตลกแหละ แต่ว่าส่วนตัวเรามองว่ามันไม่ได้เกินไป คือเราก็รู้ว่าถ้าทำเราควรทำขนาดไหน เพราะทุกคลิปก่อนที่จะปล่อยออกไป เราให้เพื่อนเราดูหลายคนมาก ว่าควรทำไหม ประโยคไหนไม่ควรเล่น หรืออาจส่งผลเสีย เราคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปมันไม่เกินไป แล้วถ้าพูดถึงคลิปพี่จินตหรา ส่วนตัวทีมงานเราเคยไปเจอเขาด้วย แล้วตอนนี้ทีมงานเรากับทีมงานเขาสนิทกันมาก เหมือนพี่เขาก็ชอบเวลาเห็นตัวเองร้องเพลงฝรั่งได้ แล้วทุกครั้งเขาก็แฮปปี้ที่เห็นคลิปนะ เหมือนเราสนุกในการทำงานตรงนี้ด้วยกัน อย่างเพลงเต่างอย เราก็เคยเอาไปใส่ให้บริทนีย์ร้อง เหมือนเป็นการช่วยเหลือกันและกันมากกว่า

 

เราสามารถล้อเลียนได้ทุกเรื่องโดยไม่เกินขอบเขตแต่ยังทำให้คนหัวเราะสะใจได้อย่างไร

     ไม่นะ ยกตัวอย่าง เรื่องการเมืองต้องระมัดระวังมาก จริงๆ เราก็แอบทำนะ แต่ทำค่อนข้างน้อยมาก กับเรื่องดูถูกเพศแต่ละเพศ เพศชาย เพศหญิง LGBT เราจะไม่เหยียด ไม่มีการ racist เลย เพราะตัวเราเองก็สนับสนุน LGBT อยู่แล้ว รวมถึงเจ๊สวยก็เป็นคนที่เฟมินิสต์เหมือนกัน ฉะนั้นเราทั้งสองจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ก็จะไม่มีการพูดในส่วนนั้น ส่วนเรื่องคำหยาบก็มีบ้างตามความสนุกสนาน

     สมมติมีเพลงของเทเลอร์ สวิฟต์ออกใหม่ ยกตัวอย่างเพลง Look what you made me do เป็นเพลงที่มีงูเต็มไปหมดในเอ็มวี พอเราเห็นเอ็มวีครั้งแรก เราก็คุยกันกับทีมงาน แล้วก็นั่งวิเคราะห์ว่างูเยอะมาก ก็จะมาโยนไอเดียกันว่ามีเพลงอะไรที่เกี่ยวกับงูบ้าง แล้วก็ลิสต์กัน สุดท้ายก็เลยออกมาเป็นเพลง รองูเข้าฝัน เหมือนแต่ละเอ็มวี เราจะมานั่งคิดว่ามีอะไรที่มันคล้ายกับวัฒนธรรมไทยบ้าง หรืออย่างที่เล่าไป เทเลอร์ สวิฟต์​ ตัดผมสั้น เราก็จะมานั่งคิดกันว่าใครที่ตัดผมสั้นแบบนั้นบ้าง ก็มาลงตัวที่พี่จินตหรา

 

เคยเจอปัญหาจากการล้อเลียนบ้างไหม

     ส่วนใหญ่เจอเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรม อย่างคลิปวันเทศกาลต่างๆ ของไทย เช่น วันแม่ เราก็เอาดาราฝรั่งมาพูดว่าวันแม่จะทำอะไรกัน Charlie Puth ก็จะตอบว่า ‘อยากพาแม่ไปกินข้าวที่โลตัสอ่อนนุช’ หรือ Camilla ที่บอกว่า ‘อย่าเปิดเพลงค่าน้ำนมนะ เพราะทุกคำที่ได้ยิน ฉันร้องไห้หมดเลย’ จริงๆ มันก็เป็นวัฒนธรรมไทยที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่เราก็พยายามทำให้มันซอฟต์ที่สุด

     คือดาราฝรั่งเขาสามารถล้อเลียนได้อยู่แล้ว แล้วแฟนคลับที่เป็นฝรั่ง เขาสนุกกับการทำ parody อยู่แล้ว มันอาจจะมีคอมเมนต์ที่ลบบ้าง แต่ถ้าคิดเปอร์เซ็นต์แล้วมันก็จะค่อนข้างน้อย ก็จะมีคนมาคอมเมนต์ทั้งชอบที่เราทำ กับที่ไม่ชอบที่เราทำ เราเคยคลิกเข้าไปดูเหมือนกันสำหรับคนที่เข้ามาคอมเมนต์ลบๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กทั้งนั้นเลย หรือไม่ก็เป็นคนมีอายุหน่อย เราก็คิดว่าอาจเป็นเพราะเขาเด็กไป อาจยังแยกแยะไม่ได้ ก็เลยโมโหที่เราไปล้อศิลปินที่เขาชอบ หรือผู้ใหญ่บางคนที่ยังไม่ค่อยเปิดรับ เขาก็จะคิดว่าทำไมต้องเอาวันแม่ วันลอยกระทงมาล้อเลียน

 

มันสะท้อนอะไรในสังคม ทำไมฝรั่งถึงรับการล้อได้ กระทั่งคนมีอำนาจมากๆ ยังโดนล้อหนักๆ แต่กับคนไทย กลับมองว่าเป็นปัญหา

     ประเทศไทยยังไม่ได้เปิดรับขนาดนั้น อันนี้เป็นข้อเสีย มีบางครั้งที่เราอยากทำเรื่องเกี่ยวกับการเมืองมาก เรามีไอเดียดีมาก แล้วคิดว่าคนแชร์เยอะแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะกลัว มันเป็นข้อเสียมากเลยที่เราไม่สามารถแตะต้องหลายๆ อย่างได้ในไทย มันมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เราไม่สามารถเล่นอะไรแบบสุดๆ ได้เลย

     อย่างต่างประเทศ เช่น อเมริกา คนที่ทำ parody มีเยอะ แล้วคนก็เอนจอย ยกตัวอย่าง ทรัมป์ หรือ โอบามา ที่เขาตัดต่อเอามาร้องเพลง คือเขาทำได้เต็มที่เลย เขาเปิดมากๆ ประเทศไทยจริงๆ ก็ทำได้แหละ แต่เพจก็อาจจะปลิว (หัวเราะ) เราก็เลยพยายามเลี่ยง ก็คิดว่าบ้านเรายังไม่ค่อยเปิดรับ เราก็รอวันที่เขาเปิดรับอยู่เหมือนกัน

 

คุณมองว่าความ parody จะเปลี่ยนแปลงสังคมเราให้ดีขึ้นได้หรือเปล่า

     จุดประสงค์ของเราจริงๆ ก็คือความบันเทิงนั่นแหละ ความบันเทิงของดารา ความบันเทิงของผู้มีชื่อเสียง อย่างที่เราทำคลิปการเมืองล่าสุด มันก็ไม่ได้เป็นผลลบอะไรเลย เราแค่เอาตัวตนของเขามาทำให้คนสนุก เพจอื่นไม่รู้เขาคิดยังไงนะ แต่เราทำเรื่องความบันเทิงเป็นหลัก ไม่ได้มีจุดคัดค้าน หรือว่าสร้างผลเสีย เพราะอย่างที่บอกว่าเราก็กลัวเพจปลิวเหมือนกัน

     เรามักเลือกคนที่มีชื่อเสียงมาล้อ เพราะว่ากลุ่มนี้เขามีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจน มีชื่อเสียง เป็นคนที่ใครๆ ก็รู้จัก แล้วแต่ละคนก็น่าจะมีมุมตลก เราคิดว่าคนน่าจะอยากเห็นมุมที่ตลกของบุคคลกลุ่มนี้ เพราะอย่างทรัมป์ ที่ไม่ได้เป็นคนตลกเลย แต่คนเอามาล้อเลียนเต็มไปหมด พอเอามาทำมันตลกคนเลยชอบดู อย่างก่อนหน้า คลิปโอบามา ที่คนตัดเอาคำพูดสั้นๆ จากการให้สัมภาษณ์หลายๆ ครั้งของเขามารวมกันให้กลายเป็นการร้องเพลง คนก็ชอบ คนไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วคนก็อยากรู้เรื่องพวกนี้ด้วย แต่ว่าถ้าเพจของเราจะเป็นการล้อเลียนที่มีข้อจำกัด ฉะนั้นเราจะไม่ล้อเลียนให้ดูน่าเกลียด หรือให้คนรู้สึกแย่ ให้ทั้งสองฝ่ายวิน-วินดีกว่า

 

นอกจากความฮา คุณคาดหวังอะไรมากกว่านั้นไหม

     อยากให้คนหลีกจากความเครียดมาสนุกมากกว่า เพราะคิดว่าคนไทยเครียดเยอะ อย่างเราเองก็เครียด เวลาเราทำคลิปออกมา เชื่อไหมว่าเรานั่งดูคลิปที่เราทำวนไปมาเป็นสิบรอบร้อยรอบ เพราะดูแล้วมันตลกดี เหมือนคนไทยปัจจุบันเครียดเยอะมาก เราก็อยากให้เขารีแล็กซ์ ไม่เครียด โดยเฉพาะสังคมเราที่เผชิญในขณะนี้ อะไรจะเกิดก็เกิด แต่เราเอาสนุกไว้ก่อน ไม่ว่าเทเลอร์ สวิฟต์ จะเลิกกับใคร หรือการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราอยากให้คนไม่คิดมาก อยากให้แฮปปี้ดีกว่า

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ชยพล ทองสวัสดิ์

กอง บก. ชาวเชียงใหม่ ผู้ทำเพลงในชื่อ TCNX เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เกิดและเติบโตในยุค 90s แต่มักฝันถึงชีวิตในยุค 60s อยู่บ่อยๆ

เรื่องโดย

ฐิติชญา อนันต์ศิริภัณฑ์

หญิงสาว Multi art skill ที่รับทำทุกอย่าง! จริงจังมากกับการคุมโทน ชอบใช้ชีวิตเหงาๆ อยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต อุทิศชีวิตตอนกลางคืนให้การติ่งบังทัน อยากเลี้ยงน้องหมา และฝากเพจเฟซบุ๊ก oneun cafe ด้วยค่ะ