อานนท์ ธิติประเสริฐ | บนเส้นทางความสำเร็จของเจ้าของร้านกาแฟและแชมป์โลกลาเต้อาร์ต

The Guest
14 Aug 2018
เรื่องโดย:

adB Team

จากบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ ที่ไปเรียนภาษาแล้วได้ทำงานคาเฟ่ร่วมกับ แชมป์โลกบาริสตา เกิดเป็นความหลงใหลและต่อยอดมาสู่การฝึกฝน จนสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์โลก ลาเต้อาร์ต จากงาน World Latte Art Championship 2017 มาครองได้สำเร็จ โดยมีนมเมจิ ที่เป็น ‘Best Buddy’ เพื่อนคู่ใจและตัวช่วยสำคัญ ในการสร้างลายลาเต้อาร์ต ที่คอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอมา

     ตอนนี้ แชมป์โลกคนไทยคนแรกและคนเดียวอย่าง อานนท์ ธิติประเสริฐ นั่งอยู่ตรงหน้าเรา นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้งร้าน Ristr8to (ริสเทรตโต้) ร้านกาแฟสุดฮิป ย่านนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ ร้านซึ่งเริ่มต้นจากยอดขายวันละแปดแก้ว จนมาสู่หนึ่งพันแก้วต่อวันในปัจจุบัน

 

อานนท์ ธิติประเสริฐ

 

จากวิศวกรรมศาสตร์ สู่โลกของกาแฟ…

     ผมเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม แต่ไม่ค่อยชอบด้านนี้ เลยไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมที่ออสเตรเลีย ระหว่างนั้นได้ทำงานที่คาเฟ่แห่งหนึ่งซึ่งมีแชมป์โลกด้านบาริสตาทำอยู่ ตำแหน่งแรกของผมคือเด็กล้างจาน ทำให้ต้องมาคนแรกของร้าน ซึ่งบาริสตาคนนั้นก็จะมาคนแรกในฝั่งงานของเขาเสมอ ผมได้เห็นเขาตั้งแต่เริ่มเซตเครื่อง ทำกาแฟออกมาเป็นรูปต่างๆ แล้วรู้สึกว่าเท่ดี อยากวาดบ้าง เลยแอบดู แอบถามเขาหรือดูจากยูทูบบ้าง จากนั้นพอเขาลาออก ผมก็เลยลาออกด้วยพร้อมกัน ตั้งใจเลยว่าจะสมัครทำงานเป็นบาริสตาให้ได้ สุดท้ายมีร้านคาเฟ่ในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งรับเข้าทำงาน ซึ่งเขาเน้นขายขนมมากกว่า ทำให้ผมได้ทำกาแฟเฉพาะเวลาอาจารย์มาสั่งเท่านั้น แต่พอมีช่วงว่างผมก็จะเริ่มซ้อมวาดลาเต้อาร์ต

 

อานนท์ ธิติประเสริฐ

อานนท์ ธิติประเสริฐ

 

อายุ 22 กับการเปิดร้านที่ซิดนีย์…

     จากคาเฟ่ในโรงเรียนมัธยม ผมได้เข้าทำงานที่ร้านอิตาเลียน ซึ่งทำให้ผมพัฒนาขึ้น เพราะเขาส่งผมไปเรียนเกี่ยวกับกาแฟหลายที่ แล้วผมลงเรียนเพิ่มด้วย ระหว่างนั้นได้รู้จักกับบาร์เทนเดอร์ที่ได้รางวัลอันดับ 2 ของโลก ผมคุยกับเขาทุกวันจนสนิทเลยชวนกันเปิดร้าน ตอนนั้นอายุ 22 ปี รู้สึกดีใจมาก เพราะเป็นเงินเราทุกอย่าง ร้านไปได้ดีมาก แต่ทำได้ 2 ปีก็ตัดสินใจขายกิจการ ก่อนจะกลับมาประเทศไทย ผมอยากรู้ระดับฝีมือของตัวเองว่าอยู่ระดับไหนในโลกกาแฟ เลยได้ลองเดินทางไปแข่งขันตามรัฐต่างๆ ในออสเตรเลีย

 

เส้นทางสู่แชมป์โลกเริ่มต้นขึ้น…

     พอกลับประเทศไทยมาก็นำเงินเก็บทั้งหมดให้ที่บ้าน ตอนนั้นเขาอยากให้เป็นวิศวกร แต่ผมไม่ยอม เลยนำทุนส่วนตัว 1 ล้านบาทมาเปิดร้าน Ristr8to ที่เชียงใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2011 ช่วงแรกขายได้วันละ 8 แก้ว ค่อนข้างลำบาก แต่ไม่ถอดใจ ช่วงนั้นก็ลงแข่งขันงานประกวดกาแฟที่จัดขึ้น ซึ่งก่อนจะไปแข่งระดับโลกได้ ก็ต้องเป็นตัวแทนประเทศไทยให้ได้ก่อน ผมก็นั่งรถไฟชั้น 3 จากเชียงใหม่ลงมาแข่งที่กรุงเทพฯ เลย เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเครื่องบิน

 

อานนท์ ธิติประเสริฐ

อานนท์ ธิติประเสริฐ

 

กาแฟ 2 ล้านแก้ว และเทคนิคที่เปลี่ยนโลกลาเต้อาร์ตไปตลอดกาล…

     การแข่งขันกาแฟมี 4 ประเภท คือ Latte Art, Barista, Brewer Cup, และ Coffee in Good Spirit ผมชอบลาเต้อาร์ต เพราะมองว่ารูปวาดสื่อสารกับคนภายนอกได้ดีกว่า ผมเป็นตัวแทนประเทศเข้าแข่งลาเต้อาร์ตทั้งหมด 4 ครั้ง ได้ที่ 6, 5, 11, และ 1 ตามลำดับ ตอนที่ได้แชมป์โลก World Latte Art Championship 2017 ความรู้สึกแรกคือสะใจที่เราทำสำเร็จแล้ว มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก ผมชง ฝึก และพัฒนาตลอด นับถึงตอนนี้น่าจะชงกาแฟไม่ต่ำกว่า 2 ล้านแก้ว ซึ่งในการแข่งปีที่ได้แชมป์ ผมคิดเทคนิคใหม่ในการวาดลาเต้อาร์ตขึ้นมา ซึ่งเทคนิคและแพตเทิร์นที่สร้างขึ้นมันเหมือนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนโลกลาเต้อาร์ตไปเลย เหมือนการสร้าง iPhone ขึ้นมาในโลกลาเต้อาร์ต ซึ่งพอคนรู้จัก iPhone แล้วก็ไม่มีใครกลับไปใช้มือถือปุ่มกดของ Nokia อีก เทคนิคและแพตเทิร์นการวาดที่ผมสร้างมาก็ถูกรับช่วงต่อแบบนั้น

 

อานนท์ ธิติประเสริฐ

 

สิ่งสากลที่เชื่อมร้อยผู้คนเข้าหากัน…

     ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่า ถ้าได้เป็นแชมป์โลกแล้วจะหยุดทุกอย่าง ไม่ทำอะไรเลย แต่พอได้เป็นแล้วเหมือนเราได้รับโอกาสที่จะแบ่งปันต่อ มีคนจากทั่วโลกอยากให้เราบินไปหาเพื่อแชร์ความรู้กับเขา ซึ่งเวลาเราไปก็ไปในฐานะของแชมป์โลกจากประเทศไทย เหมือนเราแบกชื่อประเทศติดไปด้วย ที่อินเดียเคยเชิญผมไป แล้วเขาบอกว่า เขาไม่เคยมาไทยนะ แต่จากที่ได้ฝึกกับเรามา 5 วัน ตอนนี้เขารู้สึกเคารพคนไทยทุกคนมาก ซึ่งฟังแล้วดีใจมาก ผมรู้สึกมาตลอดว่า กาแฟคือสิ่งสากล เป็นสิ่งที่เชื่อมคนให้เข้าหากัน เป็นความสุข เป็นตัวสร้างบรรยากาศ ทำให้เราอยากคุยกับคนอื่น ซึ่งลาเต้อาร์ต เป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้มีบทสนทนานั้นกับคนทั่วโลก

 


Best Buddy 

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่