อาทิตย์ ประสาทกุล: รู้จักแอฟริกา ดินแดนแห่งอนาคต ที่ไม่ได้ขี่สัตว์ หรือมีแค่ชนเผ่า

The Guest
1 Mar 2020
เรื่องโดย:

ชยพล ทองสวัสดิ์, ภัทรพร บุญนำอุดม

Highlights

ถ้าไม่นับภาพความแร้นแค้น การล่าสัตว์ ชนเผ่า เมื่อพูดถึงแอฟริกาคุณจะนึกถึงอะไร   

        ไม่แปลกที่คุณจะนึกไม่ออก เพราะเราอาจรู้จักแอฟริกากันน้อยนิด ทำให้แอฟริกากลายเป็นดินแดน ‘กาฬทวีป’ หรือทวีปแห่งความมืดดำไป แต่รู้ไหมว่า สหประชาชาติบอกว่าแอฟริกาจะเป็น The Next Big Thing แห่งใหม่ พูดง่ายๆ ก็คือเป็น ‘อนาคต’ ของโลกก็ว่าได้

        ด้วยเหตุนี้ a day BULLETIN จึงชวน อาทิตย์ ประสาทกุล นักการทูตสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ประจำการอยู่ที่ประเทศเคนยาและโมซัมบิก มาเล่าเราให้ฟังถึงประสบการณ์การทำงานในดินแดนที่ลึกลับที่สุดของโลก ความเป็นจริงที่เขาได้สัมผัส และเหตุผลว่าทำไมเราควรทำความรู้จักดินแดนที่เคยถูกขนานนามว่าเป็น The New Frontier และทั่วโลกกำลังมองมาที่นี่ในฐานะทวีปแห่งอนาคต

 

อาทิตย์ ประสาทกุล

เราห้ามมองแอฟริกาอย่างแฟนตาซี แต่อยากให้เรามองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เขามีความหลากหลายเหมือนทุกแห่งหนบนโลก เหมือนเราอยากไปญี่ปุ่นเพราะญี่ปุ่นมีอะไรที่แตกต่างจากเรา แอฟริกาก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างนั้นเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยเท่านั้นเอง

เวลาพูดถึงยุโรปหรืออเมริกา เรายังพอนึกออกว่ามีลักษณะบ้านเมืองหรือผู้คนเป็นอย่างไร แต่พอพูดถึงแอฟริกา หลายคนมักนึกถึงแค่ภาพความแห้งแล้ง ความยากจน ชนเผ่า และนึกไม่ออกว่ามีสิ่งอื่นใดอีกบ้าง จริงๆ แล้วแอฟริกาที่คุณเคยสัมผัสมันเป็นอย่างไร

        พอพูดถึงแอฟริกา คนส่วนใหญ่จะคิดอะไรที่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เรื่องแรกคนชอบคิดว่าแอฟริกาจนมาก อยู่กันด้วยความลำบาก เราจะเห็นภาพของคนผอมๆ ตามสื่อ ซึ่งในความเป็นจริงมันก็อาจจะจริงแค่ส่วนน้อยหรือส่วนเดียว แอฟริกาเป็นทวีปของเพชรและทอง มีทรัพยากรมากมาย มีการนำไปใช้ประโยชน์ทั่วโลก นอกจากนั้นยังมีพวกแร่ธาตุต่างๆ ที่เอาไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตของโรงงานสมัยใหม่

        ข้อที่สอง แอฟริการ้อน แห้งแล้ง อยู่กันอย่างไร เพราะพอพูดถึงแอฟริกาคนจะนึกถึงทะเลทรายซาฮารา ซึ่งอยู่ตอนบนของทวีปแอฟริกา แต่ในความเป็นจริงทะเลทรายซาฮาราคือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด แอฟริกามีทั้งเขตที่เรียกว่าเขตพื้นที่สูง อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี หรือมีเขตที่ตั้งอยู่ตอนใต้สุดที่อากาศเย็นแบบเมืองฝรั่ง มีหน้าหนาว มีหน้าร้อน เพราะอยู่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก และในหลายที่ของแอฟริกาก็มีหิมะ 

        ข้อที่สาม คือคนชอบคิดว่าแอฟริกาเป็นแค่ประเทศเดียว ความจริงแอฟริกามี 54 ประเทศ แต่ละประเทศมีการปกครองของตนเอง ในอดีตส่วนใหญ่ทั้งหมดถูกปกครองโดยเจ้าในอาณานิคมจากยุโรป ทั้งเบลเยียม ฝรั่งเศส โปรตุเกส แล้วก็อังกฤษ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการรับรู้ของเราด้วย เพราะว่าแผนที่ที่เราเห็นอยู่ทุกวัน ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่ถูกลดย่อจากความเป็นจริงมากที่สุด คนก็เลยชอบคิดว่าแอฟริกาเล็ก แต่จริงๆ มีขนาดใหญ่เท่ากับจีน ยุโรป และบางส่วนของรัสเซียมารวมกัน

        อีกข้อคือเรื่องที่คนชอบคิดว่าแอฟริกาต้องมีแต่ชนเผ่า พูดภาษาไม่รู้เรื่อง แต่ในความเป็นจริงแอฟริกามีเมืองใหญ่ๆ มีเมืองท่า มีเมืองท่องเที่ยวใหญ่อันดับหนึ่งของโลกอย่างเคปทาวน์ มีความเจริญ ซึ่งในฐานะที่ผมทำงานอยู่กระทรวงการต่างประเทศ และเป็นนักการทูต อยู่กระทรวงมา 15-16 ปี ผมมีโอกาสไปทำงานในทวีปแอฟริกา ได้สัมผัสแอฟริกา และคิดว่าคนไทยก็ควรได้รู้จักแอฟริกาอย่างที่เป็นจริงๆ มากกว่าความเข้าใจผิด

คนทั่วไปที่มองเข้าไปในแอฟริกามักจะมองด้วยสายตาที่แฟนตาซีและเชื่อฝังหัวว่าเป็นแบบนั้น เช่น เขาต้องขี่สัตว์ เขาต้องมีแต่ชนเผ่า

        ที่แอฟริกาเขาไม่ขี่สัตว์เลย เขาเห็นบ้านเราขี่ช้างเขาทึ่งนะ เพราะเราสามารถเทรนสัตว์ได้ หรือการคิดว่าแอฟริกามีแต่คนใส่ชุดชนเผ่า หรือต้องเต้น เป็นสิ่งที่คนนอกมองเข้าไปอย่างแฟนตาซี คือเราห้ามมองแอฟริกาอย่างแฟนตาซี แต่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เขามีความหลากหลายเหมือนทุกแห่งหนบนโลก เหมือนเราอยากไปญี่ปุ่นเพราะญี่ปุ่นมีอะไรที่แตกต่างจากเรา แอฟริกาก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างนั้นเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยเท่านั้นเอง

ย้อนกลับไป ทำไมนักการทูตหนุ่มอย่างคุณถึงเลือกเดินทางไปประจำการที่แอฟริกา

        ผมเคยไปประจำการอยู่ที่ประเทศเคนยาตอนปี 2554-2556 อยู่ที่ประเทศโมซัมบิกในปี 2559-2562 เพราะผมอยากผจญภัย ผมรู้สึกว่าโลกมันกว้างใหญ่ และโอกาสที่จะได้ไปผจญภัยแบบสบายที่สุดก็คือการอยู่กระทรวงการต่างประเทศ ผมคิดว่าแอฟริกามีอะไรให้เราได้เรียนรู้และผจญภัยมากมาย แอฟริกาถือเป็นอะไรที่เรายังไม่รู้จัก ผมโชคดีที่เคยได้ไปเก็บข้อมูลตอนเรียนปริญญาโท พอได้ไปอยู่จริงๆ มันไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด แต่ก็ไม่ได้สบาย แอฟริกาจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา มันไม่ใช่อย่างที่เราเคยคิดเคยฝันไว้ แต่มันเกินฝัน เกินคาด 

การที่เราไปทำงานในฐานะนักการทูตที่แอฟริกา ประเทศไทยหรือแอฟริกาเองจะมีส่วนได้ส่วนเสียอะไร

        ส่วนใหญ่งานของสถานทูตก็มีไว้เพื่อเป็นผู้แทนของรัฐบาล เหมือนสองประเทศเป็นเพื่อนกัน ด้วยความที่สองประเทศอยู่ไกลกันเราก็ส่งทูตไปเป็นผู้แทน งานพื้นฐานของกระทรวงการต่างประเทศมีแค่นี้ ผมเข้าใจว่าเราไม่ได้เปิดสถานทูตทุกประเทศ แต่อย่างในโมซัมบิกที่ผมไปอยู่ก็จะมีประโยชน์ในแง่การลงทุน มีบริษัทใหญ่ๆ ของไทย มีคนไทยไปทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชรพลอย หรือในบางที่ก็เป็นประเทศที่อาจจะมีความเรียบร้อยที่สุด สามารถดูแลประเทศรอบๆ ได้ เราก็ไปเปิดสถานทูตที่นั่น โดยหลักๆ ก็คือทำให้คนรู้จักกัน ช่วยเหลือกัน เพราะว่าถ้าเราอยากมีเพื่อน การที่เราจะซื้อใจเพื่อนใหม่ของเราได้ก็ต้องทำประโยชน์ให้กับเขา 

ประเทศไทยกับทวีปแอฟริกามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

        ถ้าเทียบกับทวีปอื่นก็ต้องยอมรับว่าอาจจะน้อยที่สุดทั้งในแง่ของการค้า การลงทุน ในแง่การเป็นที่อยู่ของคนไทยที่อยู่นอกประเทศไทย แอฟริกาแทบจะไม่มีคนไทยอยู่ แต่ก็เริ่มมีมากขึ้น โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ที่เริ่มมีเกือบพันคนแล้ว แต่ในประเทศอื่นๆ ก็ยังมีหลักสิบหลักร้อย​ ซึ่งถือว่าน้อยมาก เราแทบจะไม่รู้จักแอฟริกาเลย เรารู้จักแค่ในหนัง รู้จักในบางมุม คนที่ชอบดูหนังอาจจะรู้จัก Hotel Rwanda (2004) ซึ่งพูดถึงเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างกัน หรือถ้าคลาสสิกหน่อยก็อาจจะรู้จัก Out of Africa (1985) ซึ่งเป็นหนังคลาสสิก ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังพยายามจะทำให้คนไทยได้รู้จักกับแอฟริกามากขึ้น เพราะโอกาสอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมด 

โอกาสที่ว่าเช่นอะไรบ้าง

        คือแอฟริกาเป็นทั้งตลาด แหล่งทรัพยากร เป็นที่ลงทุนอันดับใหญ่ต้นๆ เพราะว่ามีทุกอย่าง ทั้งในเชิงเกษตร เชิงอุตสาหกรรม ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา บางคนอาจบอกว่าเรามองการณ์ไกลเกินไปไหม แต่ความจริงคือเราใกล้ตกขบวนด้วยซ้ำ เพราะถ้าดูพี่ใหญ่อย่างจีนเขาไปลงทุนกันมานานมากแล้ว ทุกอย่างที่เราบริโภคและเป็น Made in China ผมเชื่อว่าต้องมีวัตถุดิบที่มีต้นกำเนิดมากจากแอฟริกา ทั้งอะลูมิเนียม ทอง หรือแร่ที่นำมาใช้ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือถ้ามองเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม เขาก็ไปทำการลงทุนมากมายในแอฟริกา รวมทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย ก็มีการลงทุนค้าขายในแอฟริกาเป็นอย่างมาก โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

 

อาทิตย์ ประสาทกุล

สามารถพูดได้ไหมว่าแอฟริกาเป็นทวีปที่กำลังจะผลิบานรับแสง เพราะยังมีความอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่หลายประเทศเริ่มโรยรา ทรัพยากรหมด เศรษฐกิจถดถอย 

        หลายสิบปีก่อนคนขนานนามว่าแอฟริกาเป็น The New Frontier เป็นพื้นที่ใหม่ที่ทุกอย่างและโอกาสอยู่ที่นั่น มีคน มีแรงงานจำนวนมาก มีทรัพยากรมหาศาล มีพื้นที่เต็มไปหมด จะทำโรงงาน จะปลูกผัก ปลูกพืช ปลูกข้าว ตอนนี้คนทั่วโลกมองไปที่แอฟริกา เพราะทุกคนพูดว่าแอฟริกาคือทวีปแห่งอนาคต ในทางการเมืองก็ดีขึ้นเรื่อยๆ มีหลายประเทศในแอฟริกาไม่เคยทะเลาะกันเลย มีรัฐบาลที่มั่นคงมาโดยตลอด แน่นอนว่าปัญหาในระดับย่อยก็อาจจะมี เช่น โซมาเลีย ซึ่งตอนนี้อาจจะยังไม่มีรัฐบาล แต่ผมเชื่อว่าในที่สุดทุกประเทศก็จะต้องไล่ตามกันไป อาจจะไม่ใช่เรื่องว่าประเทศไหนถูกทิ้ง เพียงแต่ว่าใครใกล้เส้นชัยกว่ากันเท่านั้นเอง แอฟริกามีประเทศที่มีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือการเติบโตของ GDP ปีละ 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงมาก สำหรับทั่วไป 1 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าสูงแล้ว ฉะนั้น 7 เปอร์เซ็นต์ สำหรับหนึ่งประเทศถือว่าสูงมากๆ สูงกว่าไทยตอนที่บอกว่าเป็นเสือตัวใหม่ของเอเชียด้วยซ้ำ

หากพูดลงไปถึงในแง่ประชากร คนแอฟริกันส่วนใหญ่มีอาชีพประมาณไหน ทำงานในโรงงาน หรือมีครีเอทีฟ มีโปรแกรมเมอร์ เหมือนที่บ้านเรามีเป็นปกติ 

        มีหมด แต่จำนวนมากหรือน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ที่มีจำนวนมากจะเป็นแรงงาน แต่ก็จะมีส่วนที่ทำงานด้านโปรแกรมเมอร์เช่นกัน อย่างเคนยาประกาศตัวเองว่าอยากจะสร้าง Silicon Valley ในประเทศเขาให้เป็น Technology Hub หรือแอฟริกาใต้ประกาศว่า เคปทาวน์จะเป็นเมืองแห่งดีไซน์ แต่ถ้ามองในภาพรวม มองลงไปในระดับทวีป คนส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแรงงาน แต่เป็นแรงงานที่มีรายได้ประจำ ไม่ใช่แรงงานในไร่ในสวนเหมือนสมัยก่อนที่แทบจะไม่มีรายได้ คืออาจจะอยู่กินฟรี มีที่อยู่ แต่โดนใช้แรงงาน และไม่ได้มีรายได้ในเชิงตัวเงินที่เขาสามารถเอาไปจุนเจือครอบครัวไปส่งลูกเรียนหนังสือหรือเข้าถึงทรัพยากรบางอย่างได้ เช่น ความรู้ 

อย่างกลุ่มวัยรุ่น คนหนุ่มสาวที่แอฟริกา เขามีไลฟ์สไตล์อย่างไร เหมือนคนชั้นกลางทั่วไปของทวีปอื่นๆ ไหม

        ผมว่าไม่เหมือน เพราะคนชั้นกลางเขาอาจดูจน พูดให้รวบรัดก็คือคนชั้นกลางในแอฟริกาตามมาตรฐานคือจน รายได้น้อย เสื้อที่เขาใส่ก็ไม่ใช่เสื้อสมัยเราเด็กๆ ที่มีคนเอา NEXT หรือเอารองเท้ามาขายที่มาบุญครอง เขายังไม่มีแบรนด์เข้ามา วัยรุ่นในแอฟริกาซื้อเสื้อผ้าจากกองเสื้อบริจาคจากต่างประเทศ หรือเสื้อมือสองจากต่างประเทศ บรรยากาศเหมือนตลาดโรงเกลือ ตลาดนัดสวนจตุจักร และเอามาปรับเปลี่ยน พวกเขาชอบใส่เสื้อฟิตๆ ก็จะมาเลาะตะเข็บออก แต่เขาจะไม่ไปซื้อแบรนด์ เขาไม่ได้มีอาดิดาส หรือไม่มีร้านแบบยูนิโคล่

        ส่วนไลฟ์สไตล์ในการกินก็มีร้านอย่าง KFC แต่ค่อนข้างแพง เหมือนบ้านเราสมัยก่อนที่แมคโดนัลด์ก็ต้องเป็นคนมีเงินถึงจะได้กิน ตอนผมอยู่ที่นั่น หากมีโอกาสดีๆ ผมมักจะพาน้องๆ ที่เป็นพนักงานทำความสะอาด พนักงานสถานทูต ไปกิน KFC เชื่อไหม ทุกคนจะบอกว่านี่คือครั้งแรกของเขาที่ได้กิน การกินอาหารนอกบ้านเป็นสิ่งที่หรูหรามาก ไม่เหมือนบ้านเรา กินข้างนอกถูกกว่ากินในบ้าน แต่การทำกินเองที่บ้านกลายเป็นของหรูหราสำหรับคนไทย

ทุกวันนี้ก็มีเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนประเทศตัวเองในประเด็นต่างๆ ที่แอฟริกา ความฝันหรือว่าความหวังของคนรุ่นใหม่ในแอฟริกามีประเด็นอะไรบ้าง เขาต้องการจะขับเคลื่อนไปในทิศทางไหน

        ถ้าพูดถึงคนรุ่นใหม่ก็มีหลายระดับ คนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกคนรวยก็จะคิดในเชิงธุรกิจว่าจะทำเงินให้มากที่สุดได้อย่างไร แต่คนรุ่นใหม่ที่เป็นคนที่พ่อแม่พอมีรายได้ ตัวเองพอมีงานทำ หรือพวกศิลปินที่ขับเคลื่อนเชิงสังคม ก็ยังเป็นความรู้สึกเดิมที่เขาอยากเห็นบ้านเมืองดีกว่านี้ มีรัฐบาลที่ไม่คอร์รัปชันเหมือนกับทั่วโลก ไม่มีความเหลื่อมล้ำ คนที่อยู่ข้างใต้มีโอกาสในทุกๆ เรื่อง มีโอกาสในการทำธุรกิจ เข้าถึงทรัพยากร มีโอกาสรับการรักษาพยาบาลที่ดี มีโอกาสรับการศึกษาที่ดี มีโอกาสที่จะเอ็นจอยชีวิต ได้ไปเที่ยวไปโน่นไปนี่ เขามีความฝันที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น 

อีก 10 ปีข้างหน้า คุณคาดการณ์ได้ไหมว่าแอฟริกาจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป เราจะเห็นเขาเป็นบทบาทไหนในเวทีโลก   

        แน่นอนว่าเขายังคงความเป็นแหล่งวัตถุดิบ แหล่งทรัพยากรของโลก เราเองเป็นสังคมบริโภค เราต้องบริโภค มีการคิดค้นเทคโนโลยี มีการก้าวหน้าไป เพื่อให้ชีวิตเราสบายขึ้น แอฟริกาก็จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่ที่เขาจะเป็นคนให้ในเรื่องของทรัพยากร ถ้าเราขาดเขา เทคโนโลยีก็จะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเทคโนโลยี เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ นอกจากเรื่องความคิดแล้ว สิ่งที่จะมาประกอบกันในแง่วัตถุดิบของการผลิตก็เป็นสิ่งสำคัญ

ถ้าให้ประเมินบทบาทไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า มีอะไรที่เราอาจจะตามแอฟริกาไม่ทัน หรือว่ามีอะไรที่เทียบกันแล้วที่เขาจะแซงเรา เหมือนกับเวียดนามที่เมื่อก่อนเราประมาทเขา ตอนนี้เขาแซงไปไหนต่อไหนแล้ว จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไหม

        ถ้าสิบปีอาจจะไม่มี เพราะพวกเขาอาจจะล้าหลังเราไปสักห้าสิบปี แต่ถ้าพูดถึงในเชิงกระแสโลก เราอาจจะไม่ทันในแง่ที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากแอฟริกา เพราะเราไม่รู้จักแอฟริกา คือมองได้สองแบบ เรากับแอฟริกา หรือเรากับประเทศอื่นๆ ในแอฟริกา สมมติยกตัวอย่างไทยกับเวียดนามในแอฟริกา เราสู้เวียดนามไม่ได้แน่นอน ถ้ามองในเชิงเศรษฐกิจเสรีนิยม ตลาดวันหนึ่งมันก็ต้องมีจุดที่อิ่มตัว เพราะทุกอย่างมันเจริญไปหมด เหมือนญี่ปุ่นที่เจริญไปหมด ไม่สามารถพัฒนาต่อได้ ประเทศไทยก็ต้องหาที่อื่นๆ เพื่อเป็นแหล่งลงทุน เป็นแหล่งทรัพยากร เป็นแหล่งค้าขาย เหมือนอย่างสิงคโปร์ที่เขาไปแอฟริกามาเรียบร้อยแล้ว สิงคโปร์ได้ผลประโยชน์มากกว่าเราหลายเท่า เพราะเขามีการเชื่อมโยงในการเป็นอาณานิคม

ในฐานะนักการทูต คุณมีเป้าหมายอยากจะเห็นอะไร หรือพยายามผลักดันอะไรไหม 

        เป้าหมายส่วนตัวในฐานะที่ทำงานเป็นนักการทูตกระทรวงการต่างประเทศ คืออยากให้คนรู้จักในที่ที่เราไม่รู้จัก อาจจะไม่ใช่แค่ในแอฟริกา แต่อาจจะเป็นในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง สำหรับคนไทย บางทีการรู้ว่ามีอะไรอยู่ในถิ่นที่อื่น เราสามารถเรียนรู้กับมันได้ แต่ตอนนี้เรารู้จักแต่ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี จีน หรืออย่างประเทศแถบสแกนดิเนเวียเราอาจจะรู้จักเขาไม่มาก แต่เราไม่รู้จักแอฟริกาเลย ผิดกับคนญี่ปุ่น เวลาเราไปญี่ปุ่นเราจะเห็นแบรนด์ที่มากกว่าแบรนด์ที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น แบรนด์ฝรั่งเศสหรือแบรนด์โปรตุเกส อาหารหรือขนมญี่ปุ่นที่มีอิทธิพลมาจากทางยุโรป ผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เขาก้าวหน้ากว่าเรา เพราะเขาเห็นโลกมากกว่าเรา 

 


Into Africa

        “Into Africa คือเราเข้าไปรู้จักแอฟริกากันเถอะ เราอยากนำประสบการณ์ที่เคยทำงานและใช้ชีวิตในทวีปแอฟริกาที่ผ่านมา เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับแอฟริกามาอธิบายให้ยาวขึ้น ประกอบการคิดวิเคราะห์ และเขียนเล่า โดยพยายามทำให้แอฟริกาเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัว อีกสิ่งที่อยากเขียนคือความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในแอฟริกา โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรมที่อาจจะเป็นนวัตกรรมพื้นๆ ที่เกิดขึ้นบนความขาดแคลน หรืออาจจะบนความก้าวหน้าก็ได้ในบางเรื่อง”

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ชยพล ทองสวัสดิ์

กอง บก. ชาวเชียงใหม่ ผู้ทำเพลงในชื่อ TCNX เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เกิดและเติบโตในยุค 90s แต่มักฝันถึงชีวิตในยุค 60s อยู่บ่อยๆ

เรื่องโดย

ภัทรพร บุญนำอุดม

บรรณาธิการออนไลน์ a day BULLETIN