BMMF | อะไรคือความเวอร์มากในวาระก้าวสู่ปีที่ 9 ของมิวสิกเฟสติวัล ยิ่งใหญ่ที่สุดและโอเวอร์ที่สุด

The Guest
23 Sep 2018
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ, ธนดิษ ศรียานงค์

เราเชื่อว่าความฝันหนึ่งที่วัยรุ่นหนุ่มสาวจำนวนมากมีคือ การได้ไปร่วมเปิดประสบการณ์กับมิวสิกเฟสติวัลเจ๋งๆ สักครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Big Mountain หลายคนที่ได้ไปก็อยากกลับไปอีกครั้ง แต่ก็มีอีกหลายคนก็พลาดเพราะจองบัตรไม่ทันอย่างน่าเสียดาย จนออกอาการฟูมฟายเล่นใหญ่โอเวอร์มากจนเพื่อนๆ เวทนา

     ปีนี้ Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งโดย ภาวิต จิตรกร และ ‘ป๋าเต็ด’ – ยุทธนา บุญอ้อม สองแม่งานหลักของ GMM Grammy ซึ่งพวกเขากำลังจะมาเล่าถึงสิ่งที่ ‘มัน เว่อร์ มาก’ ที่อยู่ในงานนี้ และทำให้รู้ว่าคราวนี้จะช้าไม่ได้แล้วนะ

 

big mountain

 

ก่อนหน้านี้ Big Mountain เป็นเหมือนหัวหอกที่ทำให้เกิดคอนเสิร์ตเฟสติวัลต่างๆ ในประเทศไทย แต่ตอนนี้ต้องยอมรับคอนเสิร์ตแนวนี้ก็ดูคล้ายกันไปหมดเลย แล้ว Big Mountain จะฉีกตัวเองให้แตกต่างขึ้นไปอีกได้อย่างไร

     ภาวิต: สำหรับผม Big Mountain คือคัลเจอร์ แต่เราก็ไม่หลอกตัวเองนะว่าตอนนี้ทุกงานมีหน้างานที่คล้ายคลึงกัน มีไลน์อัพที่เป็นศิลปินไทยมารวมตัวกัน แต่สิ่งที่ทำให้เรากล้าพูดในเรื่องความแตกต่างคือ ประสบการณ์ในการดูคอนเสิร์ตที่คนดูจะได้รับ ซึ่งจะมาจากการที่เราฉีกตัวเองออกมาจากกฎที่ Big Mountain ตั้งไว้อีกที โดย Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 ครั้งนี้ พวกเรารวบรวมข้อคิดเห็นที่ได้รับมาจากงานครั้งที่ 8 และครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา มาสร้างเป็น Big Mountain ที่สนุกแบบเวอร์ๆ ขึ้นไปอีก

     ป๋าเต็ด: ความน่ารักอย่างหนึ่งของคนฟังเพลงในบ้านเราคือ พวกเขาพร้อมที่จะสนับสนุนศิลปินไทย ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกครั้งตั้งแต่เราจัดงาน Big Mountain มาตั้งแต่ครั้งแรก

     ภาวิต: มีสถิติจาก Big Mountain ครั้งที่ 8 ซึ่งน่าสนใจมากคือ เราพบว่าจำนวนคนที่ซื้อบัตรเพื่อมา Big Mountain ครั้งแรกนั้นมีมากถึง 65% ของจำนวนบัตรทั้งหมด ทำให้เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าในครั้งนี้เราจะมีคนมาร่วมงานได้ถึงแปดหมื่นคน และขยับเป็นหนึ่งแสนคนให้ได้ภายในสามปี แล้วเราจะเป็นมิวสิกเฟสติวัลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

     ป๋าเต็ด: เราแตกต่างด้วยไซซ์ของงานที่ครั้งนี้จะมีเวทีให้ศิลปินได้ขึ้นโชว์ถึง 9 เวที แบ่งตามกลุ่มแฟนเพลง เช่น เวทีร็อกแต่ก็จะมีวงเร็กเก้สกาขึ้นเล่นด้วย เพราะคนที่ฟังเพลงร็อกเขาน่าจะสนุกกับเพลงเร็กเก้สกาได้ แต่ก็ยอมรับว่ากว่าที่เราจะออกแบบแต่ละเวทีเพื่อให้เหมาะกับศิลปินแต่ละประเภทนั้นเป็นงานที่ยากมาก แต่ในที่สุดเราก็ค้นพบความลงตัวบางอย่างจากงาน Big Mountain ครั้งที่ 8 ซึ่งทุกเวทีนั้นคนดูเต็มหมด ในขณะที่วงดังๆ กำลังเล่นอยู่บนเวทีใหญ่ แต่เวทีเล็กซึ่งเป็นศิลปินที่ใหม่มากๆ อินดี้โคตรๆ คนก็แน่น นี่คือสิ่งที่ Big Mountain ทำได้

 

ความสนุกของเราในการดูมิวสิกเฟสติวัลคือ การได้วิ่งรอกไปดูเวทีนั้นทีเวทีโน้นที แต่ความสนุกตรงนี้ก็มาจากการจัดลำดับคิวศิลปินที่เหมาะสมด้วย ซึ่งคุณคัดเลือกวงดนตรีกว่า 200 วงด้วยวิธีการอย่างไร

     ป๋าเต็ด: Big Mountain ถูกออกแบบมาให้เป็นพื้นที่ที่ไม่ว่าคุณจะชอบดนตรีแบบไหน เล่นดนตรีแนวอะไร ทำเพลงอย่างไร หรือคุณมีรสนิยมในการฟังดนตรีแบบไหนก็ตาม เรามีพื้นที่ให้หมดเลย และเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมด้วย เราจะไม่เอาศิลปินไปอยู่แบบผิดที่ผิดทางเด็ดขาด เพราะผมเชื่อว่าโชว์ที่ดีคือการมีศิลปินที่ดีและคนดูที่เหมาะสม ศิลปินบางคนเหมาะที่จะเล่นในเวทีที่มีคนดูสองหมื่นคน แต่บางคนเขาจะโชว์ได้ดีมากๆ ในเวทีที่มีคนดูสองร้อยคน เรื่องนี้เราลองผิดลองถูกกันมาตลอด 9 ปี จน Big Mountain เป็นพื้นที่ของทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นที่ชอบฟังดนตรียากๆ หรือโคตรจะแมสทุกคนสามารถมาอยู่ในงานนี้ได้หมด

 

big mountain

 

 ไซซ์งานที่ใหญ่ขึ้นการจัดการเรื่องความสะดวกต่างๆ ก็ต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน และหลายปัญหาที่คนพูดถึงมาตลอด เช่น ห้องน้ำหรือที่จอดรถ ครั้งนี้คุณมีการจัดการอย่างไร

     ภาวิต: ยอมรับตรงๆ ว่าเรื่องพวกนี้เราโดนด่าทุกปี (หัวเราะ) ห้องน้ำไม่พอ รถติด ฝุ่นเยอะ แต่ครั้งนี้เราต้องจัดการให้ได้เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเดินไปสู่จุดที่ Big Mountain จะเติบโตขึ้นอีกไม่ได้ ดังนั้นใน BMMF 9 เราเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นเป็นสองเท่าทั้งห้องน้ำ ลานกางเต็นท์ เพิ่มที่จอดรถ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมาเราไปลงพื้นที่เพื่อเตรียมงานตลอด เพราะต้องวางแผนเรื่องการจัดการ เช่น ถ้าเวทีใหญ่เลิกคนกว่าสองหมื่นก็จะเดินไปเข้าห้องน้ำ ถ้าเราจัดการระบบตรงนี้ไม่ดี ต่อให้มีสองหมื่นห้องก็ไม่พอ เราไปดูเลยว่าต้องตั้งห้องน้ำตรงไหนเพื่อสามารถเติมน้ำได้อย่างรวดเร็วหรือขนน้ำไปได้ ถ้าไม่ได้จริงๆ ต้องสร้างแทงค์น้ำสำรองไว้ไหม มีทีมทำความสะอาดทำงานตลอดเวลาเพื่อให้ห้องน้ำพร้อมใช้เสมอ

     ป๋าเต็ด: ส่วนที่จอดรถนั้นเราก็ขอเช่าพื้นที่จอดรถจากคนในพื้นที่ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เรายอมฝืนกฎตัวเองที่เคยเชื่อว่า การจัดงานมิวสิกเฟสติวัลต้องมีทางเข้าออกทางเดียว แล้วจะสามารถควบคุมได้ง่าย แต่ครั้งนี้เราทำทางเข้าออกสามทาง ยอมเพิ่มการจัดการด้านความปลอดภัยเป็นสามเท่า แบ่งเป็นประตูที่คนเอารถมาเอง ประตูสำหรับคนที่ใช้รถสาธารณะ และประตูสำหรับคนที่จะมากางเต็นท์ เมื่อแบ่งคนออกไปความแออัดตรงทางเข้างานก็จะลดน้อยลง

 

เห็นเทรลเลอร์ของงานที่ปล่อยออกมาแล้ว มันเวอร์มากเลยนะ และพบว่ามีการรียูเนียนความสนุกเก่าๆ กลับมาด้วย อยากรู้ว่าคนดูจะได้เจออะไรบ้างใน Big Mountain ครั้งนี้

     ภาวิต: เรียกว่าเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 9 ปี ของ Big Mountain เลย ดังนั้นงานนี้ต้องยิ่งใหญ่ โอเวอร์ที่สุด นอกจากไลน์อัพกว่า 200 ศิลปินแล้ว ก็มีเวทีที่ 9 เกิดขึ้นมานั่นคือ เวทีฮิปฮอปโดยเฉพาะ และเอาของดีทั้งแปดปีที่เคยจัดมาซึ่งเราเรียกว่า แปดสิ่งมหัศจรรย์ของ Big Mountain กลับมารวมไว้ในงานครั้งนี้ทั้ง PRE-PARTY STAGE, TOILET CITY, เวทีลับ By TRASHER (SOI 2), ไข่เจียวซิตี้×สุดยอดเชฟ, คาเฟ่เปลญวน×ตลาดผ้าขาวม้า, PARADOX วัว TOUR, ยูเอฟโอ ยานแม่กลับมา, E-TAN×CHIC และ วัวฮาคาเฟ่ ที่เราเอาบรรยากาศของตลกคาเฟ่กับมา นำโดย บริษัทฮาไม่จำกัด และคณะถั่วแระ เชิญยิ้ม ซึ่งผมรู้สึกว่าของพวกนี้คือเวทย์มนต์แห่งการเอนเตอร์เทนคนเลย

     ป๋าเต็ด: Big Mountain สำหรับผมคือการเที่ยวแบบไทยๆ อารมณ์ไปเที่ยวงานวัด ดังนั้นในแต่ละปีผมขอใช้คำว่า เรามีเรื่องเรื้อนๆ ที่สนุกมาก กวนมาก อย่างเวทียูเอฟโอที่อยู่ในปีแรก ก็คือเวทีรำวง เป็นเวทีเล็กๆ ที่มียูเอฟโอลอยอยู่ ปีนี้เราเลยเอามารวมเข้ากับตัวก็อตซิลล่าที่อยู่ตรงกลางเวทีให้เหมือนกับว่ายูเอฟโอกำลังจะมาลักพาตัวก็อตซิลล่าไป

     ส่วน PARADOX วัว TOUR เป็นการตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตของวง PARADOX ไปตามเวทีต่างๆ ซึ่งวงนี้เป็นวงดนตรีเดียวในประเทศไทยที่ผมรู้สึกทึ่งกับพวกเขามาก เพราะเขาเป็นวงดนตรีที่ทำอะไรก็ไม่ผิด เขาอยากทำอะไรก็ได้ไม่มีใครด่าพวกเขาเลย (หัวเราะ) ปีนี้เราเลยเอา วัว Tour ของพวกเขากลับมาอีกครั้ง ซึ่งแฟนเพลงของวง PARADOX แค่ตามดูพวกเขาไปเล่นแต่ละเวทีนี่ก็แทบจะจบงานแล้ว (หัวเราะ) 

     เวที Soi 2 เรามีมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็คิดว่าจะชนกับเวทีแดนซ์ไหม แต่พอดูจริงๆ จะพบว่าคนที่มาเวที Soi 2 เขาจะมีความสนุกบางอย่างที่แตกต่างออกไป เราจึงออกแบบให้ครั้งนี้เวที Soi 2 เป็นเวทีลับ หน้าทางเข้าจะเป็นเหมือนห้องน้ำแต่ถ้าเปิดประตูเข้าไปจะพบว่ามีเวทีอยู่ข้างใน เป็นถ้ำของ TRASHER ซึ่งในงานก็จะมีทั้งความเซอร์ไพรส์ และความสนุกเรื้อนๆ ในสไตล์ของ TRASHER ซึ่งตามเทศกาลดนตรีใหญ่ๆ เขามักจะมีเวทีลึกลับที่ไม่ปรากฏอยู่ในแผนที่แบบนี้ไว้ให้คนมาร่วมงานได้ตามหา คนดูต้องออกผจญภัยหาเอง แต่เนื่องจากเราลองทำเวทีแบบนี้ครั้งแรก แน่นอนว่าเราจะทำป้ายบอกไว้อย่างชัดเจนว่าเวทีลับอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวจะหากันไม่เจอ (หัวเราะ)

     ภาวิต: เวทีลับ By TRASHER (SOI 2) เป็นหนึ่งในเวทีที่ผมอยากไปที่สุดเลยนะ (หัวเราะ) เพราะผมรู้สึกเลยว่าเป็นเวทีที่ต้องสนุกมากๆ เพราะทุกคนเหมือนเป็นเพื่อนกันหมด ทุกคนพร้อมที่จะสนุกไปด้วยกัน

 

big mountain

 

ฟังที่พวกคุณเล่ามาแล้วก็รู้สึกว่า Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 นี้ ต้องเดือดมากๆ เลย

     ป๋าเต็ด: เพราะเวทีใหญ่ไลน์อัพของแต่ละศิลปินนั้นสุดอยู่แล้ว บอดี้แสลม บิ๊กแอส โปเตโต้ สล็อตแมชชีน ลาบานูน ทุกคนเล่นต่อกันหมดเลย ดังนั้นเวทีเล็กหรือเวทีย่อยก็ต้องไปให้สุดเช่นกัน ประนีประนอมไม่ได้ พวก TRASHER ก็ต้องเต็มที่ เวทีอโคจรของน้าเน็กก็ต้องไปให้สุด เวทีรำวงของโจอี้ บอย ก็ต้องสุด เพราะคนที่มางาน Big Mountain นั้น เขาเตรียมตัวมาเพื่อพบกับความสุดอยู่แล้ว ศิลปินแต่ละคนจะไม่มานั่งกลัวว่าจะต้องชนกับบอดี้แสลม หรือ เป๊ก ผลิตโชค เขาต้องสุดขั้วเท่านั้น

     ภาวิต: มิวสิกเฟสติวัลคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เราไม่เคยเจอ อย่างผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบฟังเพลงแนว EDM เลย ปกติเพลงแนวนี้จะไม่มีทางได้ใจผมแน่นอน แต่ Big Mountain ปีที่แล้ว เวทีแดนซ์เป็นเวทีที่ผมไปอยู่ตรงนั้นนานมาก เพราะมันสนุกมาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนุกขนาดนี้

     ป๋าเต็ด: ดีเจแต่ละท่านที่เราเชิญมา ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แต่พวกเขาก็เป็นดีเจระดับที่เล่นให้กับงานใหญ่ๆ อย่างงาน Tomorrowland มาแล้ว ดังนั้นผมแนะนำเลยว่า จงเดิน เดิน และเดิน ผจญภัยให้ครบทุกเวที เดินไปเวทีที่เราไม่รู้จักศิลปินสักคนเลยยิ่งดี เพราะนี่คือเสน่ห์ของมิวสิกเฟสติวัล หลายๆ ครั้งเราจะได้เจอกับวงโปรดวงใหม่โดยไม่รู้ตัว นี่แหละที่เรียกว่าการเปิดประสบการณ์ให้ตัวเอง

 

เราควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างมั้ยก่อนจะไปสนุกกันในงานนี้

     ภาวิต: คุณต้องมั่นใจก่อนนะว่าได้ไปจริง (หัวเราะ) เพราะปีที่แล้วบัตรหมดภายในสิบชั่วโมง ถึงปีนี้เราจะเพิ่มบัตรให้แล้วก็อย่าประมาท ตื่นแล้วเดินไปซื้อบัตรที่ 7-11 หน้าบ้านเลย อย่าเพิ่งล้างหน้า อาบน้ำ แต่งตัว หรือจะเข้าไปซื้อทางออนไลน์ที่ www.allticket.com ก็ได้ แต่บอกเลยว่าปีที่แล้วมีคนพลาดเพราะชะล่าใจแบบนี้เยอะมาก

     ป๋าเต็ด: เขาใหญ่มีครบทุกฤดู ดังนั้น อย่าวางใจดินฟ้าอากาศช่วงเดือนธันวาคม เพราะถึงแม้อุณหภูมิจะอยู่ประมาณยี่สิบองศา แต่ตอนกลางวันแดดก็แรงอยู่ การมีหมวกดีๆ ก็จะช่วยคุณได้ ตอนกลางคืนก็จะมีน้ำค้างถ้ามีเสื้อแจ็กเก็ตที่มีฮู้ดก็ดี ที่ผ่านมามีคนแต่งตัวสวยๆ ใส่รองเท้าส้นสูงมาที่งานซึ่งผมก็ชอบ (หัวเราะ) แต่เชื่อเถอะว่ารองเท้าวิ่งที่เราใส่แล้วรู้สึกสบายที่สุดเหมาะสมที่สุด

     ภาวิต: เช็กการเดินทางให้ดี จองเต็นท์ โรงแรม หรือที่พักให้เร็ว จริงๆ คุณต้องจบเรื่องนี้หลังจากได้ตั๋วแล้วด้วยซ้ำ เพราะคนอื่นๆ เขาก็หมายตาที่พักดีๆ เดินทางได้สะดวกเหมือนๆ กับคุณ แล้วก็ใช้เวลาก่อนถึงวันงานออกกำลังกายเตรียมไว้ ศึกษาตารางโชว์ แผนที่งานในเพจ Big Mountain Music Festival ซึ่งทางทีมงานจะคอยใส่ข้อมูลต่างๆ ที่ควรรู้อัพเดตให้ตลอด

     ป๋าเต็ด: กระเป๋าสะพายใบขนาดพอดีตัวสำหรับใส่อุปกรณ์ต่างๆ ให้เลือกแบบที่ค่อนข้างมีความแน่นหนาด้วย และเพาเวอร์แบงก์อย่าให้เพื่อนยืมเด็ดขาด ให้เขาพกของเขามาเอง (หัวเราะ)

 

big mountain

 

Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 ‘มัน เว่อร์ มาก’

     จะจัดขึ้น 2 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 8-9 ธันวาคม 2561 ณ ดิ โอเชี่ยน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ถ้าคุณอยากปลดล็อกความยุ่งยากให้ชีวิตสะดวกขึ้น เราแนะนำให้จับจอง บัตร VIP Early Cow ที่มีสิทธิพิเศษให้คุณได้เข้างานแบบเร็วเวอร์ๆ ด้วย Fast Lane และพื้นที่จอดรถแบบเอ็กซ์คลูซีพตรงข้ามทางเข้างาน โดยมีรถชัตเตอร์บัสไปส่งถึงหน้าประตู และห้องน้ำติดแอร์ในโซนวีไอพี พร้อมจุดชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ฟรี

     เปิดให้จองทั้งบัตร Early Cow ในราคา 1,900 บาท (จากราคาปกติ 2,500 บาท) และ บัตร VIP Early Cow ราคา 3,000 บาท (จากราคาปกติ 3,500 บาท) วันที่ 5 ตุลาคม เพียงวันเดียวเท่านั้น พุ่งไปซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ ทิคเก็ต ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั่วประเทศ หรือ www.allticket.com ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก Big Mountain Music Festival และ www.bigmountainmusicfestival.com

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง