ธิติ ธเนศวรกุล | เผยเกร็ดเรื่อง Corporate Innovation ผ่านเครื่องมือขององค์กรที่มีแพชชันและอินโนเวชันเป็นปรัชญามากว่า 40 ปี

The Guest
18 Jun 2019
เรื่องโดย:

ภาสกร ธวัชธาตรี, ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

เมื่อความสำคัญของคำว่า Corporate Innovation ได้ทะยานขึ้น หลายธุรกิจหรือองค์กรกระตือรือร้นในการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ และปรับทัศนคติของคนทำงานในองค์กร เพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในสนามแข่งขันอันดุเดือด แม้แต่บริษัท I.P. Trading จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ดำเนินธุรกิจและนำคำว่า ‘นวัตกรรม’ มาใช้เป็นปรัชญาในการทำงานกว่า 40 ปี ก็ยังต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และปรับรูปแบบให้แตกต่างเพื่อเอาชนะคู่แข่ง อย่างที่ ‘อู๋’ – ธิติ ธเนศวรกุล ผู้บริหาร และทีมนำมาใช้ในองค์กร จนได้นวัตกรรมดีๆ หลากหลายรูปแบบขึ้นมา

ธิติ ธเนศวรกุล

 

Founding Philosophy

     “คำว่า นวัตกรรม เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรุ่นคุณพ่อเริ่มทำธุรกิจ สมัยก่อนที่บ้านเกิดวิกฤตทางการเงิน ตอนนั้นพ่อเรียนสายเคมีอยู่ที่อเมริกา ก็ต้องกลับมาช่วยที่บ้าน ทำให้เรียนไม่จบปริญญา แต่ตั้งใจว่าจะตั้งบริษัท จึงเริ่มคิดค้นสินค้าขึ้นมาคือผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ เพราะเป็น pain point ของคนสมัยก่อนที่ต้องเจอกับกลิ่นห้องที่น้ำเหม็นมาก

     “คุณพ่อคิดยาวไปถึงว่า หากห้องน้ำหอมสะอาด คุณภาพชีวิตคน (รวมทั้งตัวพ่อเอง) ก็คงจะดีขึ้น ทำให้พ่อเริ่มต้นทำสูตรผ่านการลองผิดลองถูกด้วยศาสตร์แห่งเคมีที่ร่ำเรียนมา ทดลองทั้งๆ ที่ยังไม่มีโรงงาน มีคนช่วยแค่ 3-5 คน มีถังใหญ่ๆ จุดไฟด้านล่าง และกวนเคมี อารมณ์เหมือนสินค้าโฮมเมด จนมีสินค้า และวิ่งขายตรงด้วยตัวเองโดยวิธีกดออดตามบ้านและสาธิตให้ดู สูตรแรกไม่โอเค พ่อก็กลับมาคิดสูตรใหม่ เติมนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น ขจัดคราบด้วยกรดที่ไม่เข้มข้นแต่ขจัดได้เกลี้ยง และการเติมน้ำหอมเข้าไป สรุปว่าทำให้บรรยากาศในห้องน้ำเปลี่ยนไป หอมสะอาดมากขึ้น อาจจะเรียกได้ว่าความสกปรกและความหอมสดชื่นสร้างเราให้เติบโตได้ในวันนี้”

 

New Way

     “สมัยก่อน นวัตกรรมอาจเกิดขึ้นแบบที่ ‘ยังไม่มีใครทำ’ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกนี้ต่างก็มีคนทำแล้วทั้งนั้น อีกอย่างสมัยนี้เทคโนโลยีตามกันทัน นั่นจึงเป็นเหตุว่าต่อให้ปรัชญาหลักของเราคือ innovation เราก็ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งกับที่ได้ ยิ่งผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เรายิ่งต้องไวมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยก็คือ กลุ่มผู้บริโภคที่เป็น Gen Z ความต้องการเขาคือ ‘เดี๋ยวนี้’ เขารอไม่ได้ นั่นทำให้เราต้องระดมความคิดผุดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาล่วงหน้าถึง 2 ปี”

 

ธิติ ธเนศวรกุล

 

New Innovation

     “สิ่งที่พวกเราพยายามทำเป็นอันดับแรกก็คือ catch up สิ่งที่เกิดขึ้นจากภายนอก ไม่ใช่ว่าจะหมกมุ่นกับภายใน เพื่อให้รับรู้เทรนด์และความเป็นไปต่างๆ ของทั่วโลก เราต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกระแสที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

     “อันดับสองคือนวัตกรรมรูปแบบเดิมจะเริ่มต้นจากภายใน เช่น มาจากทาง R&D (Research and Development) หรือฝ่ายการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่รูปแบบใหม่คือเริ่มต้นจากภายนอก ด้วยการเปิดโอกาสให้ innovation ffllow มาจากทุกๆ ภาคส่วน ทั้งพนักงานภายใน พนักงานที่ไม่ได้ประจำอยู่ในบริษัท ที่สามารถแชร์ไอเดียต่างๆ ขึ้นมาผ่านการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปจากภายในทีมคอมเมอร์เชียลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมาร์เกตติ้ง หรือเทรดเซล เพื่อระดมสมองโดยมีโจทย์ให้ทำร่วมกัน ซึ่งรวมไปถึงพาร์ตเนอร์ ซัพพลายเออร์ หรือสตาร์ทอัพ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน”

 

Critical Thinking

     “สิ่งเราต้องการคือ ‘การคิดต่าง’ มาจาก ‘มุมมองที่แตกต่าง’ ซึ่งเกิดจากโอกาสที่พนักงานทุกคนได้รับจากการแชร์ไอเดีย การรับฟังและพิจารณาไอเดียอย่างตั้งใจด้วยความเห็นที่เป็นกลางและไม่โยนไอเดียใครทิ้ง ต่อให้เป็นไอเดียที่ใครจะกล่าวหาว่าโง่แค่ไหนก็อยากฟัง ถึงจะคิดว่างี่เง่าแค่ไหนก็อยากฟัง หรือจะตลกแค่ไหนก็ตาม

     “อีกอย่างเรามองไปที่หัวหน้าซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมให้องค์กร เพราะบางครั้งไอเดียดีๆ ก็ถูกตัดตกมาตั้งแต่หัวหน้า จากที่ต้องรับฟังและมาประชุมเพื่อพัฒนาต่อกลับเป็นปฏิเสธแล้วบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เราต้องกลับมาฝึกฝนในระดับผู้จัดการ เรื่องของการผลักดันและสนับสนุนให้ลูกน้องในทีมคิดต่างเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”

 

Creativity and Collaboration

     “นอกจากระดับผู้จัดการ เรายังสนับสนุนให้พนักงานมีมุมมองความคิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ พลิกมุมกลับ ปรับมุมมอง ขยับไอเดีย เขย่าการแก้ปัญหา ดันเพดานที่ต่ำให้สูงขึ้นด้วยวิธีการใหม่ๆ รับฟังกันมากขึ้น พูดในที่ประชุมให้มากขึ้น โต้เถียงด้วยเหตุผล อย่างนี้ถึงจะมัน ไม่เช่นนั้นนวัตกรรมจะไม่เกิด ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะไม่มา องค์กรก็จะเคลื่อนไปข้างหน้าได้ช้ากว่าที่ตั้งเป้าหมายกันไว้“

 

 

Corporate Value

     “ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของเรา 70% มาจาก consumer insight ก็จริง แต่จะมีไอเดียหนึ่งในการสร้าง employee engagement จากทีมที่ช่วยขับเคลื่อน เขาเสนอกิจกรรมสะสมแต้ม แลกของในบริษัท คือพนักงานทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วยโปรโมตโปรโมชัน กระจายข่าวสาร หรือซื้อสินค้าต่างๆ ของบริษัทก็จะได้รับแต้ม เมื่อครบจำนวนที่ตั้งไว้ก็สามารถนำไปแลกเป็นสินค้าในบริษัทได้ฟรี ซึ่งคนภายนอกไม่รู้ แต่มันถูกขับเคลื่อนมาจากภายในที่เรายึดถือและปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน”

 

Innovate Passionately

     “สำหรับองค์กรของเรา นวัตกรรมทำให้พนักงานทุกคนทุกระดับสนุกไปกับการคิดงานใหม่ๆ ตื่นเต้นและท้าทายไปกับการค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในรูปแบบต่างๆ เมื่อการคิดใหม่และการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์มารวมกับบรรยากาศในการทำงานที่ดี พนักงานก็จะเกิดความสุข องค์กรก็จะได้บุคลากรที่ดีมีคุณภาพ กิจการก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน

     “และไม่เพียงแต่พนักงานเท่านั้น นวัตกรรมใหม่ๆ ยังส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยในแง่ที่ทำให้มันง่ายขึ้น ประหยัดเวลาขึ้น ทำให้มีเวลามากขึ้น เพื่อไปทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า ซึ่งหลังจากนี้เทรนด์ของธุรกิจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เรามีคือ Innovate Passionately และการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เทรนด์และสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโลกภายนอกเสมอ”

 


อ่านตอนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่

     – อรนุช เลิศสุวรรณกิจ | ถ้าไม่ออกจากคอมฟอร์ตโซนมารับรู้ว่าโลกไปถึงไหน ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ก็มีโอกาสล้มได้เหมือนกัน

     – อาร์ชวัส เจริญศิลป์ | อธิบายทางรอดของธุรกิจผ่านประสบการณ์ไปกับ HUBBA สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโต

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ