‘ปั้นเด็กให้มี LIT’ บทบาทใหม่ของ ‘โดม จารุวัฒน์’ เพื่อผลักดัน T-Pop ให้ปังระดับโลก

The Guest
9 Dec 2021
เรื่องโดย:

คุลิกา แก้วนาหลวง

Highlights

สำหรับคนที่เกิดช่วงต้นยุคปี 2000 ภาพจำที่ยังเด่นชัดที่สุดเกี่ยวกับวงการ T-Pop ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงศิลปินค่าย Kamikaze ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เพียงแค่เมโลดี้ขึ้นมาก็สามารถร้องตามได้ทุกเพลง แต่หลังจากหมดยุค Kamikaze ภาพความเป็น T-Pop ก็ดูจะเลือนราง

        จนเมื่อปี พ.ศ. 2560 ได้มีการเดบิวต์ Girl group อย่าง BNK48 วงน้องสาวต่างประเทศลำดับที่ 2 ของ AKB48 จากประเทศญี่ปุ่น เหมือนเป็นการเปิดประตูแวดวงเพลง T-Pop ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นอุตสาหกรรมดนตรี แม้กระทั่งแฟนคลับอย่างเราๆ ก็เริ่มให้ความสนใจกับการผลักดัน T-Pop มากขึ้น 

        โดยเฉพาะช่วงปีสองปีที่ผ่านมาที่ผู้คนล้วนพูดถึงคำนี้กันมากขึ้น ทั้งยังมีการเดบิวต์ Girl Group, Boy Band และ Co-Ed Group กันหลายต่อหลายกลุ่ม ซึ่งสมาชิกทุกคนล้วนมาพร้อมกับความสามารถที่ล้นเหลือ คอนเซปต์คาแรกเตอร์วงชัดเจน และโปรดักชันที่พรีเมียมมากขึ้น จนสามารถครองใจแฟนคลับได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากจะเรียกว่านี่เป็นการเริ่มต้นที่ดีอีกครั้งของ T-Pop ก็คงไม่ผิดไปนัก

        เราจึงชวน ‘โดม’ – จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม หรือ ‘โดม เดอะสตาร์’ ที่ตอนนี้นั่งแท่นผู้บริหารค่าย LIT Entertainment ค่ายเพลงน้องใหม่ที่อยากผลักดัน T-Pop ให้ไปได้ไกลถึงระดับโลก มาพูดคุยถึงมุมมองที่มีต่อวงการ T-Pop ซึ่งผลงานของศิลปินทั้ง 2 เบอร์ของค่ายที่เปิดตัวออกไป ได้สร้างความฮือฮาไม่น้อยด้วยเพลง ‘เด็ด’ ‘มูเตลู’ จาก 3 สาว Pixie และ ‘โดนเทแต่ยังเท่อยู่’ ‘เอ๋ง’ จาก bamm 

โดม จารุวัฒน์

เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนจะเริ่มบทบาทใหม่ของตัวเองในฐานะผู้บริหารค่ายเพลงให้ฟังหน่อยว่าจุดเริ่มต้นมาจากไหน 

        ความจริงในหัวผมไม่ได้มีความคิดเรื่องการทำค่ายเพลงขนาดนั้น ถามว่าอยากทำเบื้องหลังไหม เราอยากทำนะ แต่ถึงขั้นว่ามาบริหารค่ายเพลงเลยนี่ไม่เคยคิดมาก่อน กระทั่งช่วงโควิด-19 ปีที่แล้ว เดือนมีนาคมมีโทรศัพท์จากพี่มุก (นิตา ชวลิต) ซึ่งพวกเราอยู่ชมรมดนตรี TU Folk Song ด้วยกันมาก่อน พี่มุกโทรมาชวนว่า “เรากำลังจะทำค่ายเพลงนะ สนใจไหม” 

        เราจึงลองเข้าไปคุยดูก่อนว่าเป็นทิศทางที่เราเห็นตรงกันไหม ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่คิดว่าถ้าเราทำค่ายเพลงเราก็อยากจะทำแบบนี้แหละ ผู้บริหารค่ายเพลงจึงกลายมาเป็นบทบาทใหม่ที่ผมทุ่มเทอยู่ในขณะนี้ครับ

แล้วที่มาของชื่อค่าย LIT Entertainment คำว่า Lit มีความหมายพิเศษอย่างไรถึงใช้คำนี้

        เราพยายามหาคำที่เป็นทั้งภาษาอังกฤษ และสามารถพ้องเสียงเป็นภาษาไทยได้ด้วย เนื่องจากเรากำลังจะเปิดค่ายที่พูดถึงเด็กยุคใหม่ จึงต้องหาคำที่เด็กยุคใหม่เขาใช้กัน เลยไปดูว่าเด็กวัยรุ่นฝรั่งเขาใช้คำอะไรกันบ้างนะ ซึ่งก็มีคำว่า ‘Lit’ ซึ่งแปลว่า จุดไฟ เป็นความหมายที่ดีเหมือนกำลังจะปลุกไฟบางอย่างขึ้นมา ในที่นี่คือการปลุกไฟ T-Pop ขึ้นมา แล้วในภาษาไทย คำนี้ก็ไปพ้องเสียงกับคำว่า ‘ฤทธิ์’ ก็เหมือนกับว่า มีฤทธิ์มีเดช พอนำคำนี้มาใช้ก็แปลได้ว่าเป็นเด็กที่มี LIT ที่หมายความว่ามีไฟ และเป็นเด็กที่มีฤทธิ์ด้วย 

โดม จารุวัฒน์

หลังจากก้าวเข้ามานั่งแท่นผู้บริหารค่ายเพลงแล้ว เป้าหมายของคุณคืออะไร

        หลักๆ LIT อยากทำค่ายเพลงซึ่งเป็นเพลงของคนไทยที่เราเติบโตมา หรือเคยฟังเมื่อตอนยังเป็นเด็กอย่างเพลง T-Pop ซึ่งเรารู้สึกว่าเมื่อก่อนเพลงป๊อปไทยมีเอกลักษณ์บางอย่างที่ต่อให้เวลาผ่านไปแค่ไหน จนถึงทุกวันนี้เราก็ยังเปิดกันอยู่ มันเป็นอมตะเหมือนกันนะ ดังนั้น ถ้ายุคนี้เขาบอกว่าเพลงอมตะคือเพลงลูกกรุง ในวันข้างหน้า T-Pop ที่เปิดได้ทุกที่ก็คงกลายเป็นเพลงอมตะได้เหมือนกัน 

        แต่ผมรู้สึกว่าเด็กยุคนี้ยังไม่มีเพลง T-Pop เป็นของตัวเองขนาดนั้น อาจเพราะเราได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศเสียเยอะ ไม่ว่าจะเป็น K-Pop J-Pop หรือเพลงสากลเองก็ตาม จึงทำให้เอกลักษณ์ของ T-Pop ค่อยๆ เลือนหายไป เราเลยอยากสร้างเอกลักษณ์ของ T-Pop ให้เกิดขึ้นมาใหม่

เพลง T-Pop มีมาหลายยุคหลายสมัย ส่วนตัวคุณมีความรู้สึกอย่างไรกับ T-Pop ยุคนี้บ้าง  

        ผมรู้สึกว่าจริงๆ แล้ววงการเพลงก็ไม่ได้ต่างจากวงการอื่นๆ ที่ต้องปรับตัวไปตามยุคสมัย เพราะผู้คนต่างก็ต้องปรับตัวให้ทันไปกับโลกเหมือนกัน จะด้วยการได้รับอิทธิพลมาจากสื่อต่างๆ ทั้งต่างประเทศก็ดี เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้วงการเพลงเชื่อมถึงกันหมด คนในโลกขยับเข้ามาใกล้กันมากๆ 

        จึงไม่แปลกที่จะมีภาพเอ็มวีที่เราได้รับอิทธิพลมาจาก K-Pop เพราะเขาใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ถ้าเราไม่อยากจะล้าหลัง ไม่เชย เราก็ต้องดูการอ้างอิงจากเขาหรือเปล่า แล้วจึงนำมาปรับใช้ว่าของเราจะเป็นอย่างไร หรือตัวเพลงเอง ซาวนด์ที่เกิดขึ้นแล้วฮิตกันทั่วโลกเราก็พยายามนำมาปรับใช้กับเรา แต่ก็ต้องดูว่าอะไรที่พอดีและเหมาะสมกับเราที่สุด 

หลายครั้งเรามักจะเจอคนแสดงความคิดเห็นว่า T-Pop ทำไมไม่มีความเป็นไทยเลย บ้างก็ว่าเราไปเอาความเป็น K-Pop มาเยอะมาก สำหรับคุณมองประเด็นนี้อย่างไร

        ผมเห็นด้วยกับการที่บอกว่าควรเอามาใส่ แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่บอกว่าต้องเอามาใส่ เพราะศิลปะหรือผลงานเพลงไม่มีถูกผิดอยู่แล้ว เราจะเอามาใช้ก็ไม่ผิดเลย นั่นเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วเพราะเป็นวัฒนธรรมของเรา ยิ่งนำมาผสมกับความสมัยใหม่ได้ลงตัวมากเท่าไรก็ยิ่งดี แต่ก็เข้าใจสำหรับคอมเมนต์ที่เราก็ได้อ่านเหมือนกัน เช่น “เฮ้ย T-Pop ต้องใส่ความเป็นไทยเข้าไปนะ” ผมมีความรู้สึกว่าพอเราไปขีดเส้นให้งานศิลปะ นั่นทำให้งานศิลปะไม่เติบโต ส่วนตัวผมชอบหลายงานที่นำความเป็นไทยมาประยุกต์กับความโมเดิร์นของต่างประเทศ หลายๆ งานนะ แต่เราอย่าไปขีดเส้นว่าควรจะต้องเป็นแบบไหน 

แล้วเราจะสามารถบอกได้ไหมว่า จุดเด่นของ T-Pop ที่แตกต่างกับชาติอื่นๆ คืออะไร

        ถ้าถามผม ผมว่าเรายังไม่สามารถพูดถึง T-Pop รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจนขนาดนั้น เพราะการหาเอกลักษณ์ของแต่ละยุคสมัยก็ต้องใช้เวลา ถ้าย้อนกลับไปอย่างสมัย Kamikaze เวลาเราพูดถึงเพลงป๊อปแบบไหนคือสไตล์กามิฯ มันก็จะเป็นเพลงที่มีเมโลดี้ที่จำง่ายสำหรับคนไทย มีบันไดเสียงแบบ Pentatonic หรือมักจะใช้คำที่ติดหู การเล่นคำซ้ำๆ ย้ำๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมว่าไม่ถึงขั้นเป็นเอกลักษณ์หรอก แต่ถามว่าจำได้ไหม จำได้ ถูกไหม ทุกวันนี้เวลาใครจะทำเพลงแล้วถ้ามีเอกลักษณ์เหล่านี้อยู่ เขาก็จะบอกว่านี่คือเพลง T-Pop แบบ Kamikaze 

        ดังนั้น เราก็ต้องค่อยๆ หาเอกลักษณ์ไปแหละ ผมเห็นคอมเมนต์ในยูทูบเยอะทำนองว่า “จะไปทำตามเกาหลีทำไม” แต่ก็จะมีคนมาคอมเมนต์แย้งซึ่งเราอ่านแล้วก็คิดว่านี่คือเหตุผลที่สามารถเป็นไปได้คือ “กว่าที่ K-Pop จะหาเอกลักษณ์ของตัวเองเจอก็จะมีการใช้เวลาพอสมควรเหมือนกัน ต้องลอง หรือหาอะไรที่เหมาะกับตัวเขาจริงๆ ซึ่งพอเจอแล้วก็ไปยาว” ซึ่งผมคิดว่า T-Pop ก็ต้องเป็นแบบนั้นเหมือนกันในการใช้เวลาเพื่อค้นหาตัวเองให้เจอ

เวลาเราพูดถึง T-Pop มักจะมีภาพของการรวมกลุ่มกันเป็นหลัก แต่ความจริงแล้ว T-Pop มีภาพนิยามที่ชัดเจนไหมว่าต้องเป็นแบบไหน 

        คำว่า T-pop ถ้าให้แปลตรงตัวก็คือเพลงป๊อปที่เป็นภาษาไทยนั่นแหละ ซึ่งเราจะนับบอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ป หรือศิลปินเดี่ยวเป็น T-Pop ด้วยไหม จุดนี้เส้นแบ่งค่อนข้างเลือนรางอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเราแค่ได้รับอิทธิพลมาจาก J-Pop และ K-Pop ที่เราจะเห็นว่าเขาเป็นกลุ่มนะ 

        เวลาพูดถึงแนวเพลงที่มีตัวอักษร ขีด แล้วตามด้วยคำว่า pop คนมักจะนึกถึงความเป็นกรุ๊ปมากกว่า แต่ความจริงเราอาจจะบอกได้หมดเลยว่าทุกอย่างคือ T-Pop เหมือนรายการ T-Pop stage ถึงแม้ชื่อรายการจะใช้คำว่า T-Pop แต่ก็มีศิลปินที่ไม่ใช่กรุ๊ปอย่างศิลปินเดี่ยว หรือมีวงดนตรีมาโชว์ด้วย ดังนั้น เส้นแบ่งตรงจุดนี้ก็เลยค่อนข้างคาบเกี่ยวกันพอสมควรครับ 

โดม จารุวัฒน์

เปิดค่ายมาเกือบ 2 ปี ปลุกปั้นศิลปินให้เติบโตมาแล้วในระยะหนึ่ง คุณคาดหวังกับสิ่งที่สร้างขึ้นมานี้ไว้อย่างไร

        เราเริ่มต้นการทำค่ายเพลงด้วยความรู้สึกว่าอยากให้เด็กๆ เหล่านี้เป็นแบบอย่าง หรือตัวแทนของเด็กยุคใหม่ ถ้าภาพใหญ่ผมว่าทุกคนคงคิดไว้แล้วแหละว่าอยากให้ T-Pop ไปได้ไกล ซึ่งสิ่งนี้เราไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องค่ายตัวเองแล้ว แต่พูดถึงเรื่องวงการเลย เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงการนี้ให้กลับมาเห็นว่าจริงๆ แล้วเด็กไทยเจ๋งนะ เขาตั้งใจจริงๆ เพียงแต่ว่า ต้องมีโอกาส มีเรื่องการสนับสนุนเข้ามาเกี่ยวข้อง 

        ไม่ใช่แค่การสนับสนุนจากทางภาครัฐอย่างเดียว แต่เป็นการสนับสนุนจากคนในประเทศด้วยกันเองด้วย ที่บางคนรู้สึกว่างานศิลปะ หรือความบันเทิงในประเทศนี้ยังไม่ใช่เป็นสิ่งที่ต้องเสียเงินซื้อ เขามองว่าศิลปะเป็นสิ่งที่ควรได้ดูฟรีสิ ฟังเพลงก็ควรจะฟรีสิ ซึ่งถ้าเราเปลี่ยนความคิดตรงนี้ได้โดยการทำงานให้ดี ทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะช่วยเหลืออุดหนุนผลงานของน้องๆ ก็ต้องทำงานให้ดีมากๆ เพื่อให้เขาไม่มีข้อกังขาในการเสียเงินสนับสนุนเรา 

เมื่อสักครู่คุณใช้คำว่า “อยากให้เป็นตัวแทนของเด็กยุคใหม่” คำว่า ‘เด็กยุคใหม่’ ในความหมายของคุณเป็นอย่างไร

        อย่างที่บอกแหละว่า เด็กวัยรุ่นสมัยผม สมัยคุณ หรือสมัยนี้ไม่เหมือนกันเลย ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม โลกที่เปลี่ยนไปอย่างไร ความเร็วของการเข้าถึงเทคโนโลยีก็เปลี่ยนไปเยอะพอสมควร ถ้าจะขยายความคำว่า “จะเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนทุกวันนี้ได้อย่างไร” 

        เด็กยุคนี้อยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พอทุกอย่างเร็วมากๆ ก็จะต้องมีวิธีการมองโลกอย่างไรให้เห็นได้กว้างขึ้น ผมพยายามจะสอนสิ่งนี้ให้เด็กๆ ในค่ายว่า นอกจากทุกอย่างที่เร็วแล้ว อย่าลืมที่จะใช้เวลา และมีสติกับมันมากๆ โลกที่เร็วขึ้นแปลว่าเราต้องใช้สติมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก 

        เด็กวัยรุ่นทุกวันนี้ถูกมองว่าหัวแข็ง ไม่ฟัง แต่เราว่าจริงๆ เขาฟัง เพียงแต่ว่าเขาจะฟังคนที่มีเหตุผลพอ ถ้าเรามีเหตุผลเพียงพอ เขาก็ยินดีที่จะรับฟัง พร้อมพูดคุยและแลกเปลี่ยนด้วย 

        ซึ่งยากเหมือนกันนะ เพราะเราเองก็ไม่ได้เข้าใจเขาทั้งหมด แต่ผมก็พยายามทำความเข้าใจอยู่เรื่อยๆ ว่าตัวเขาเป็นอย่างไร อย่างในคืนที่คอนเสิร์ตของค่าย LIT เพิ่งจบไป เราก็มานั่งคุยกันกับเด็กๆ ให้พวกเขาได้ระบายว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เขารู้สึกอย่างไร นี่ก็เป็นโมเมนต์ที่จริงๆ แล้วเราสามารถแลกเปลี่ยนกันได้นะ

สำหรับค่าย LIT คัดเลือกน้องๆ เข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดด้วยเกณฑ์อะไรเป็นหลัก 

        ตัวเราเองเป็นคนที่ร้องเพลงมาก่อนจึงรู้สึกว่าการร้องเพลงบนเวทีสำคัญมาก ตอนที่คุยกับพี่มุกช่วงแรก เราอยากได้เด็กที่สามารถแสดงบนเวทีได้จริงๆ หมายความว่าคุณต้องร้อง ต้องเต้นได้จริงๆ ถ้ายังไม่เก่งให้มาเรียนเพิ่ม แต่เราต้องรู้สึกว่าคุณมีของที่สามารถพัฒนาได้ ส่วนเรื่องหน้าตา สวย หล่อแบบไหน สำหรับผมมองเรื่องของคาแรกเตอร์มากกว่า ว่าคนนี้มีคาแรกเตอร์เป็นอย่างไร ถ้ามาอยู่กับคนอื่นแล้วสามารถไปด้วยกันได้ไหม

        เราเชื่อในความสวยงามของแต่ละคนอยู่แล้ว ผมว่าทุกคนมีความสวยงาม ความดีงามเป็นของตัวเอง แต่เป็นหน้าที่ของเราต่างหากที่ต้องหาเหลี่ยมมุมให้คนได้รู้จักมุมที่สวยงามของเขา แล้วนำมุมที่สวยงามเหล่านั้นมารวมกันเป็นภาพที่สวยงามได้อย่างไร ซึ่งน้องๆ ทั้งหมดผ่านการทดลองที่เราจับเล็กผสมน้อยจนได้ส่วนผสมที่ลงตัว ที่เรารู้สึกว่าถ้าปล่อยออกไปคนดูจะรู้สึกได้ว่าทุกอย่างผ่านการคิดมาหมดแล้ว 

สำหรับเด็กๆ ที่มีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นศิลปิน T-Pop บ้าง มีคำแนะนำให้พวกเขาไหม 

        จริงๆ ไม่ได้เจาะจงเฉพาะแค่เรื่องอยากเป็นศิลปิน อยากบอกกับทุกคนที่อยากเป็นอะไรก็แล้วแต่ แค่หมั่นอย่าให้แพสชันตัวเองหายไป ผมว่านี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่ความอยากทำของเราลดน้อยลง เราก็จะไม่มีความสุขกับมัน แล้วเวลาที่เราทำอะไรออกมาก็จะไม่มีความสุข แล้วคนเรามักจะเลือกคนมาทำงานด้วยจากความสุข เราจะรู้ว่าคนนี้ทำแล้วเขามีความสุขนะ มันเป็นตัวเขาจริงๆ เพราะฉะนั้นแนะนำเลยครับว่าอย่าให้แพสชันตัวเองหายไป 

        นี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะบอกเด็กๆ ที่ทำงานด้วย เราจะถามเลยว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไรตั้งแต่วันแรกที่ฝึกกัน ทุกคนตื่นเต้นมากกับการได้ทำ แต่เวลาไปถึงแล้ว อย่าทิ้งมัน ยังต้องรักษาให้ตัวเองมีแพสชันอยู่เรื่อยๆ แล้วก็เป็นสิ่งที่ผมบอกตัวเองเหมือนกันนะว่า อย่าลืมว่าในวันที่เราอยากเข้ามายืนอยู่ตรงนี้ เราอยากทำมันเพราะอะไร เรามีความสุขกับมันใช่ไหม สิ่งนี้สำคัญมาก แล้วแพสชันนี้จะหล่อเลี้ยงให้เราได้ทำงานไปยาวๆ 

คุณมีวิธีการบอกตัวเอง หรือบอกกับเด็กๆ ในค่ายเวลาที่หมดไฟอย่างไรให้กลับมาฮึดสู้ได้อีกครั้ง

        ผมบอกอยู่บ่อยๆ ว่า “ให้กลับไปนอน” (หัวเระา) บางทีแต่ละวันเราเจอกับอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะมากมาย ทุกการทำงานย่อมมีอุปสรรคทดสอบเรา แต่ถ้าเราไม่ปล่อยวาง เราแบกเอาไว้ อุปสรรคมันก็จะยังอยู่กับเราไปเรื่อยๆ ต่อให้เราแก้ได้ สุดท้ายก็ยังเป็นปมในใจ เพราะฉะนั้น พยายามปล่อยวางลงครับ กลับไปนอนพักผ่อนให้ตัวเองได้รีเฟรช ให้สดชื่นกลับมาอีกครั้ง 

        อีกอย่างคือ อยากให้ทุกคนอยู่กับปัจจุบันเยอะๆ อย่าพยายามไปคิดถึงวันข้างหน้า ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันกลัวจัง หรืออะไรที่ผ่านมาแล้วมันเจ็บปวดจัง สิ่งเหล่านี้มักทำให้เราไม่ไปไหนสักที ดังนั้น จะพยายามบอกตัวเองและน้องๆ ด้วยว่ากลับไปนอนพักผ่อน ตื่นขึ้นมาค่อยสู้ใหม่ จริงๆ เราจะหาทางเจออยู่เสมอ เพียงแต่อุปสรรคเป็นสิ่งที่ถ้าเรามองให้เป็นเรื่องแย่ก็ได้ หรือถ้าจะมองให้เป็นเรื่องท้าทายก็ได้ มันเป็นบททดสอบที่เราต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งถ้าผ่านไปได้ เราจะพัฒนาตัวเองไปได้อีก 

โดม จารุวัฒน์

มองว่ากุญแจที่จะผลักดันให้ T-Pop ประสบความสำเร็จไปสู่ภาพที่เราวาดหวังไว้ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

        ผมคิดว่าเป็นการร่วมมือกัน เพราะเราทำคนเดียวไม่ได้หรอก เราเห็นจากการที่ค่าย xoxo ของเวิร์คพอยท์ที่พยายามจับมือกับหลายๆ ค่าย เรารู้สึกว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีมาก หรือการเจอกันในการเสวนา การพูดคุยต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือความคิดเห็นกัน ในเวทีต่างๆ กับผู้บริหารค่าย ผมรู้สึกว่านี่คืองานที่ต้องทำไปด้วยกัน 

        สมมติถ้าจะมองโมเดลนี้ง่ายๆ ให้มองโมเดลที่ทำแล้วประสบความสำเร็จอย่าง K-Pop เขาเกิดจากที่ทุกฝ่ายจับมือไปด้วยกันจริงๆ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ สิ่งนี้ต้องทำไปด้วยกัน เพียงแต่ว่าตอนนี้เราค่อยๆ ทำครับ เป็นช่วงเพิ่งเริ่มต้นเพื่อให้ทุกคนเห็นก่อนว่า T-Pop ไปได้จริงๆ ด้วยการสนับสนุนจากคนไทยด้วยกันก่อน ทำให้เขาเห็นก่อนว่าเราน่าสนใจ แล้วภาครัฐก็จะยื่นมือมาช่วยสนับสนุนอีกที เมื่อเขาก็คงเห็นความเป็นไปได้ว่า วงการนี้สามารถไปได้ไกลในขั้นที่เขาสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนได้ 

Author

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

ชอบพูดคุยผ่านตัวอักษร เรียนรู้ที่จะอยู่กับดาร์กไซด์ของตัวเองทุกวัน ขับเคลื่อนชีวิตด้วยความรัก รักในชาไทยและช็อกโกแลต