Friday: เรื่องราวของชั่วโมงต้องมนต์ และการคืนสู่เหย้ากับคอนเสิร์ต FRIDAY 22 ปียินดีที่ได้รู้จัก

The Guest
28 Nov 2019
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

Highlights

Friday I’m in Love วงดนตรีที่เกิดขึ้นในยุค 90s ตอนปลาย เป็นเหมือนทางเลือกของคนฟังเพลงที่ต้องการเสพดนตรีที่แตกต่างออกไป อัลบั้มแรกที่ชื่อเดียวกับวงมีหลายเพลงที่ฟังเพราะติดหูมาถึงวันนี้ เช่น ฉันมีความสุข, เหนื่อย หรือ คืนหนึ่งในกรุงเทพฯ แม้ผลตอบรับด้านยอดขายจะไม่ค่อยเข้าเป้านัก แต่พวกเขาก็ทำงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง ไปแจมกับเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่าง 2 Days Ago Kids ตัดชื่อวงให้เหลือแค่ Friday พร้อมกับพาอัลบั้ม Magic Moment มาพบกับคนฟังกลุ่มใหญ่ขึ้น และยังคงสร้างสรรค์งานเพลงดีมีคุณภาพออกมา เชื่อว่ามีหลายเพลงที่เรียกว่าถ้าเปิดขึ้นมาแล้ว หลายคนอาจจะเผลอฮัมตามได้โดยไม่ทันรู้ตัว

FRIDAY 22 ปียินดีที่ได้รู้จัก

Friday I’m in Love

“เมื่อไหร่ที่คิดที่ฝันถึงสิ่งใด รู้ไหมมีเธออยู่ เธออยู่กับฉัน ฉันก็สุขใจ เพราะเธอมีความหมาย มีค่าให้ใจฉันรักเธอ”  —ฉันมีความสุข 

 

        “อัลบั้มแรกของพวกเราใช้เวลาโปรโมตสามถึงหกเดือนโดยประมาณ ซึ่งเพลงก็ไม่ได้ไปไหนเท่าไหร่ มีคนฟังกลุ่มเล็กๆ เพราะเพลงของ Friday เป็นเพลงสไตล์ easy listening เพลงฟังสบายๆ ซึ่งในยุคนั้นคนที่ฟังเพลงแนวนี้ก็จะเป็นคนวัยทำงาน เป็นกลุ่มคนเล็กๆ ที่ไม่เยอะเท่าเพลงพ็อพหรือเพลงร็อก การขายอัลบั้มจึงไม่ง่าย ต่างกับสมัยนี้ที่ศิลปินสามารถทำเพลงปล่อยออกมาทีละเพลงได้ ทำเพลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาทางของตัวเองเจอ”

 

FRIDAY 22 ปียินดีที่ได้รู้จัก

Magic Moment

“อยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น ราวกับดอกไม้ได้ผลิบาน เป็นรักที่มีข้างใน มองเธออยู่นานรู้บ้างไหม แค่อยากให้เธอเข้าใจ ช่วงเวลานี้จะต้องหวั่นไหว สักเท่าไร ฉันก็ยอม” —ชั่วโมงต้องมนต์ 

 

        “อัลบั้มที่สองหลังจากทิ้งช่วงของความเงียบเหงาจากอัลบั้มแรกมาหลายปี เรากล้าพูดได้เลยว่า Magic Moment เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของ Friday อัลบั้มนี้เหมือนความไร้เดียงสา เป็นอัลบั้มที่ไม่ได้คมสำหรับพวกเราเลย เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น แต่เราตั้งใจให้อัลบั้มนี้เหมือนการผลิบานของความรู้สึก ณ ตอนนั้น ซึ่งตอนที่ทำเพลงในอัลบั้มนี้ ความรู้สึกของพวกเราเหมือนกับได้พบอะไรใหม่ๆ ทำอะไรก็รู้สึกเบิกบานไปหมดทุกอย่าง”

 

Song For Tomorrow

“อย่าเพิ่งรู้ว่าฉันนั้นคิดอะไรก็แล้วกัน ปล่อยให้ฉันได้ฝันได้เพ้อนานๆ อีกซักหน่อย แค่เท่านี้ก็ดีอยู่แล้วถึงมันจะเลื่อนลอย อาจเป็นเพียงความฝันน้อยๆ แต่ฉันก็จะคอยต่อไป ถ้าใกล้กว่านี้ กลัวว่าเธอจะถอยไป ห่างใจฉันไปไกลไม่กลับมา” —ใกล้ไป

 

        “เมื่อ Magic Moment เป็นอัลบั้มที่เราเรียกกันว่าประสบความสำเร็จที่สุดแล้วในแง่ของความรู้สึก ดังนั้น อัลบั้มต่อมาเราจึงใส่กันเต็มที่เลย กลายเป็นว่าอัลบั้มนี้คือการหนีตัวเอง เราต้องการไปให้สุด เพื่อที่จะรู้ว่า Friday สามารถไปถึงที่สุดได้ในจุดไหน เพลงในอัลบั้มนี้จึงมีความหลากหลายมาก มีความขม ความหม่นมืด พาไปโลกอนาคต ไปยังพื้นที่ที่เราไม่เคยไป เป็นการทำเพลงที่ท้าทายตัวเอง พวกเราสามคนมานั่งรวมกันและแต่งเพลงด้วยกัน ใช้วิธีการทำงานแบบใหม่ ไม่มีการมาบอกกันว่า บอยมีอารมณ์แบบนี้จึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมา เพราะพวกเราอยู่ด้วยกันทุกเพลง กลายเป็นว่าวิธีแบบนี้เป็นการทำงานที่ยากมาก แต่ก็โคตรเข้มข้นเลยในตอนนั้น พอกลับมานั่งฟังอัลบั้มนี้ก็รู้สึกว่านี่เป็นอีกวิธีที่พาวงไปให้ถึงสุดปลายทาง ไปถึงสุดปลายของวงแหวนที่ Friday อาจจะไม่สามารถไปถึงได้อีกแล้ว”

 

FRIDAY 22 ปียินดีที่ได้รู้จัก

Color Code: 01 Sevres, 02 Lavender, 03 Butterscotch

        “ปี 2551 เป็นยุคที่เพลงแบบดิจิตอลในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างเต็มตัว Friday ยังคงเป็นวงดนตรีที่ปล่อยเพลงแบบอีพีอัลบั้มออกมา ทำทีละสามเพลงใช้ชื่อแต่ละอีพีเป็นโค้ดสี มีมิวสิกวิดีโอเกือบทุกเพลง เป็นการทดลองปล่อยเพลงเป็นซิงเกิล ซึ่งตอนหลังเขาก็ทำแบบนี้กัน ข้อดีที่พบคือเราสามารถเอาเพลงมารวมเป็นอัลบั้ม Colorfication เป็นของที่จับต้องได้ แต่ก็มีข้อสังเกตคือถ้าศิลปินปล่อยเพลงเป็นซิงเกิลแล้วเพลงดัง เขาก็จะหากินกับเพลงนี้ต่อไปยาวๆ จนบางทีกว่าจะปล่อยเพลงใหม่ออกมาก็ขาดช่วง กว่าจะรวมเพลงได้ครบอัลบั้มก็ใช้เวลานาน จริงๆ เราอยากให้การทำอัลบั้มเหมือนต่างประเทศตอนนี้ที่ศิลปินค่อยๆ ทยอยปล่อยเพลงเป็นระยะแล้วใช้เวลารวมเป็นอัลบั้มไม่นานนัก แล้วข้อได้เปรียบนี้ทำให้บางครั้งเขาสามารถนำเพลงในอัลบั้มเดียวกันนี้เข้าชิงรางวัลแกรมมีได้ทั้งสองปี” 

 

Colorfication

“ไม่เคยเสียใจที่เคยรักเธอ เธอทำให้ฉันเจอความสุขมากมาย เราอาจไม่ใช่คนรักกันแล้ว แต่เราก็เคยรักกัน จนถึงวันสุดท้าย ฉันจะจำไว้เสมอ” —เพลงรักเก่า

 

        “เมื่ออัลบั้ม Song for Tomorrow เป็นการท้าทายตัวเอง ตอนที่ทำเราก็ยังไม่รู้คำตอบ มารู้ก็ตอนที่เสร็จแล้ว ซี่งเราก็ชอบอัลบั้ม Song for Tomorrow เวลาเอากลับมาฟังก็รู้สึกว่าเราไปได้ถึงตรงนี้เลยเหรอ พอมาทำอัลบั้ม Colorfication พวกเราก็รู้ว่าต้องถอยกลับมาแล้ว เราอยากทำเพลงที่สนุก ไม่ต้องท้าทายตัวเองอีกต่อไปไม่ได้ต้องการผลลัพธ์อะไรแล้ว ทำให้เพลงในชุดนี้มีเพลงที่ใช่จริงๆ สำหรับเราหลายเพลงมาก”

 

22 ปีในการเป็นนักดนตรี 

        บอย: เราใช้เวลา 20 กว่าปี เรียนรู้เรื่องการเป็นตัวเองกับการเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่น เรียนรู้การทำงานแบบไหนที่คนจะชอบแล้วทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เรียนรู้ความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการที่เราหวงความเป็นตัวเองไว้ แล้วทำให้ไม่มีใครชอบเพลงของเราเลย เรื่องนี้กลายเป็นสัจธรรมที่นักดนตรีทุกคนต้องมาหาคำตอบและเลือกคำตอบที่เหมาะกับตัวเอง

 

        ดุลย์: ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เวลาทำเพลงด้วยกัน เรายังพูดคุย ยังสนุกกันในแบบเดิมๆ อยู่เสมอ พวกเรายังนั่งอยู่ใน cockpit เดิม ทำอย่างไรให้เพื่อนตลก มีมุกสร้างบรรยากาศในการทำงานที่สนุกเหมือนเดิม เป็นความสนุกของการได้เดินทางลงเรือลำเดียวกัน เพราแต่ละคนมีความสามารถในการควบคุมเรือไม่เหมือนกัน แต่เราเลือกกันมาแล้ว และการที่เรือยังแล่นไปได้เพราะพวกเราสามารถเข้ากันได้ 

 

        หนึ่ง: ตอนนี้เรามีลูกมีครอบครัวแล้ว ความเกรี้ยวกราดหรือการเอาอารมณ์เป็นใหญ่นั่นเลิกไปเลย ผมได้เรียนรู้จากลูก ลูกเป็นคนสอนเรากลับมาว่าควรจะเข้าหาเขาอย่างไร ผมได้เรียนรู้เรื่องวุฒิภาวะจากเขา เขาสอนเราว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรให้เหมาะสม ส่วนเรื่องงานเพลง ผมทำค่ายอินดี้ของตัวเองก็รู้เลยว่าเราต้องทำอย่างอื่นด้วยเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต เช่น ทำฟาร์ม ทำเกษตรกรรม ส่วน Friday คือการได้ออกไปเจอเพื่อน เป็นงานอดิเรก เป็นสิ่งที่ต้องทำแล้วต้องใช้เวลาในการเหลาความรู้สึกของเรา การเตรียมเพลงของผมคือยังต้องเหลา ทำอย่างนี้นิดๆ หน่อยๆ อย่างน้อยก็ได้เหลา แต่สิ่งที่โฟกัสหลักๆ คือการเลี้ยงครอบครัว ผมอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ วิธีการทำงานเพลงของผมก็คงยังมีอยู่ แต่ที่เชียงใหม่มันไม่มีพื้นที่ให้อยู่รอดได้ด้วยเพลงแล้ว

เพลงของ Friday วันนี้ เพื่อใคร

        “เราคุยกันว่าจะทำเพลงในแบบที่เราชอบ ซึ่งเป็นเพลงที่มีเอกลักษณ์ของ Friday แล้วเพลงของเราจะรองรับคนฟังกลุ่มเดิมหรือต้องไปอยู่ในพื้นที่ของคนฟังรุ่นใหม่ๆ นั้น พวกเราก็ทอยลูกเต๋าจนได้คำตอบออกมาว่าเพลงของเราจะไปอยู่กับคนฟังกลุ่มไหนก็ไม่เห็นเป็นไร ถ้าเพลงนั้นเป็นเพลงที่พวกเราชอบกันแล้ว ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เวิร์กมากสำหรับ Friday ในวันนี้”

 

“สวัสดียินดีที่ได้รู้จัก จำได้ไหมที่ฉันกล่าวทักวันแรกไง เคยคิดไหมที่เรารู้จักกันนั้น มันมีความหมายใด รู้สึกว่าคนอย่างฉันโชคดี ที่อย่างน้อยหัวใจฉันได้รักใคร เป็นช่วงเวลาที่ดีแค่ไหน ที่ได้พบกับเธอ” —ยินดีที่ได้รู้จัก

FRIDAY 22 ปียินดีที่ได้รู้จัก

        “คอนเสิร์ตนี้เราอยากให้คนฟังได้รู้สึกใกล้ชิดและพาไปย้อนความรู้สึกเดิมของ Friday ว่าเริ่มต้นทำวงมาได้อย่างไร มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้น เน้นอะคูสติกเป็นส่วนใหญ่ เราคิดว่านี่คือช่วงที่ดีที่สุดของ Friday ในชั่วโมงนี้แล้ว และถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเหมือนกัน เพราะเราได้ผ่านชีวิตวัยรุ่นตอนปลายมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวที่ยังทำเพลงกันอยู่ และกำลังเตรียมตัวทำเพลงใหม่เพื่อออกเป็นอัลบั้มชุดต่อไป เราอยากให้วัฒนธรรมการทำเพลงในประเทศไทยเหมือนกับต่างประเทศ ที่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ยังทำเพลงออกมาได้ และยังมีคนชอบเพลงของเขาอยู่ แต่บ้านเราเหมือนกับว่าแก่แล้วแก่เลย เราอยากทำให้มีความกระชุ่มกระชวย เพราะพวกเราสำรวจตัวเองแล้วว่า ยังสนุกกับการทำเพลงอยู่ ยังรู้สึกว่าการทำเพลงเหมือนเป็นงานอดิเรก เป็นความสุข ไม่ได้เป็นงานที่เราต้องเอาชนะหรือเคร่งเครียดไปกับมัน”

 

FRIDAY 22 ปียินดีที่ได้รู้จัก

เพื่อนเก่า

“รู้ไว้เลยว่าใจฉันจะไม่เปลี่ยน (เป็นคนคนเดิม คนเก่าคนเดิม คนนี้เหมือนเดิม) และหวังว่าใจเธอจะคิดเหมือนกับฉัน (เป็นคนคนเดิม ไม่อยากให้เธอไม่เหมือนเดิม) คืนและวันที่มันยังหมุนไป เก็บใจเผื่อไว้บ้าง ไว้ให้เรากลับมาพบกัน” —เพื่อนเก่า 

 

        “พอเรากลับมารวมตัวกันอีกครั้งในคอนเสิร์ต ‘FRIDAY 22 ปียินดีที่ได้รู้จัก’ ทุกอย่างชัดเจนขึ้นในความรู้สึกเลย เราสามารถเป็นอะไรก็ได้ถ้าช่วยกันทำสามคน ตอนที่พวกเราแยกกันออกไปทำงานคนเดียว เดี๋ยวก็จะมีคำถามว่าไปตรงนี้ได้เหรอ แบบนี้ก็ได้เหรอ เกิดขึ้นเป็นประจำ เพราะเราไม่รู้ขีดจำกัดของตัวเอง มองอะไรไม่ออก ไม่มีการส่งพลังร่วมกัน พวกเราก็หวังว่า Friday จะหล่อเลี้ยงเราต่อไปได้โดยที่ไม่ต้องไปทำอย่างอื่น นี่คือความฝันที่มีมาตลอด แม้ในชีวิตจริงเรามีงานอื่นที่ต้องรับผิดชอบ มีงานที่ทำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตอยู่ก็ตาม แต่อย่างไรเราทั้งสามคนก็ยังอยากทำงานเพลงไปจนกว่าชั่วฟ้าดินสลาย”

ชอบตอนนี้ ชอบแบบนี้ แค่เท่านี้พอดีกับฉัน

        “พวกเราไม่ถึงกับคิดว่าการทำงานครั้งใหม่คือการเดินขึ้นภูเขาลูกใหม่ขนาดนั้น แต่เราเชื่อว่าเพลงคือการบันทึกเรื่องราว ณ ปัจจุบัน จิตใจของเราตอนนี้ เรื่องราวของเราในตอนนี้ เป็น Friday อย่างที่ควรจะเป็น เราไม่สามารถกำหนดได้เลยว่าจะทำเพลงที่มีจังหวะโคตรฮิต ต่อให้อยากทำก็เป็นไปไม่ได้ เพราะบริบทของคนฟังเพลงตอนนี้เป็นสิ่งที่พวกเรามองไม่ออกเลย เป็นอีกด้านที่เราไม่มีทางศึกษาให้เข้าใจได้ด้วย หลายเพลงที่ฮิตมากตอนนี้เราฟังแล้วก็ชอบ ชอบมากด้วย อยากทำให้ได้อย่างเขา แต่สุดท้ายก้ได้แต่มอง เพราะรู้ตัวเองเลยว่าทำออกมาก็ไม่ดีเท่า แต่เราทำได้ดีกับเพลงในแบบของเรา เป็นเพลงที่ละเมียดแบบ Friday ดนตรีขึ้นมาคนก็จะรู้ทันทีเลยว่านี่คือเพลงของวง Friday”

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

ภาพโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN