คนเลี้ยงมด | การเลี้ยงมดสอนให้อดทน เพราะเราทำได้แค่เฝ้าดูมันมีชีวิตของตัวเอง

The Guest
10 Jun 2019
เรื่องโดย:

ภัทรพร บุญนำอุดม

“ความหลงใหลของคนเลี้ยงมดคือการได้เลี้ยงมด ชีวิตของมดน่าสนใจไปทุกสิ่งทุกอย่าง นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นพญามดบินออกมาจากรัง เหมือนเวลาที่พวกคุณสงสัยต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ และอยากหาคำตอบให้กับมัน”

     การเลี้ยงมดของเขาเริ่มต้นจากความสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับบรรดามดที่พากันจากรังมาขนอาหารที่ขโมยจากมนุษย์กลับเข้าไปบ้าง? หลายคนก็อาจจะเคยสงสัยเหมือนกันใช่ไหมล่ะ แต่จะมีสักกี่คนที่มีระดับความสงสัยมากเสียจนนำไปสู่การตัดสินใจเลี้ยงมดเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง และการตัดสินใจออกไปจับพญามดกลับบ้านในวันหนึ่งก็ได้พาเขาถลำลึกลงไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นความหลงรัก ออกไปตามหามดสายพันธุ์แปลกๆ ใหม่ๆ นั่งเฝ้ามองชีวิตของพวกมันได้เป็นวันๆ และยอมเสียเงินราวๆ หนึ่งหมื่นบาทเพื่อถนอมชีวิตของนางพญามดไว้ไม่ให้สูญเสียไป

     ใช่! เงินจำนวน 10,000 บาทที่เราเอาไปแลกเป็นสิ่งของที่เป็นชิ้นเป็นอันกลับมาได้อย่างสบายๆ หรือใช้จ่ายเป็นค่าอาหารได้ทั้งเดือน แต่ กานต์ รมยาสัย หรือเจ้าของเพจคนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand ยอมแลกเงินจำนวนนี้กับมด 2 รัง ที่ประกอบด้วยมดจำนวนไม่ถึง 20 ตัว กับก้อนเชื้อราขนาดกว้างกว่าเหรียญ 10 บาทไม่เท่าไหร่ แน่นอนว่าคุณจะไม่มีวันเข้าใจความคุ้มค่าที่เขารู้สึกได้เลย หากคุณไม่เคยหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนกลายเป็นความสุขที่สุดในชีวิตประจำวัน

 

 

เจ้าของเพจ ‘คนเลี้ยงมด’ เป็นใคร และปัจจุบันทำอะไรอยู่ที่ไหน

     ผมชื่อ กานต์ รมยาสัย อายุ 28 ปี เป็นคนไทยที่มาเรียนต่อด้าน MBA ที่มหาวิทยาลัย California State University ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ปัจจุบันยังเรียนไม่จบ และได้หยุดเรียนไป เพราะเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตัดสินใจสมัครเป็นทหารอเมริกัน ซึ่งการตัดสินใจนั้นเองที่ส่งผลให้ชีวิตยุ่งเหยิงไปหมด ปัจจุบันก็ไม่ได้คิดจะกลับไปทำงานบริษัทอีกแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเรียนต่อด้าน MBA และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องอยู่ที่อเมริกาต่อ ผมวางแผนกลับไปอยู่ไทยในเดือนตุลาคมนี้เพื่อทำเพจ ‘คนเลี้ยงมด’ และทำธุรกิจเกี่ยวกับมดแบบเต็มตัว

     หลังจากเปิดเพจให้ข้อมูลความรู้ ทำให้เกิดชุมชนของคนเลี้ยงมดกันมากขึ้น ความตั้งใจต่อไปของเราคืออยากให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเลี้ยงมดได้จริงๆ รวมถึงเด็กๆ ที่ยังไม่มีรายได้ เราอยากแจกมดพื้นๆ และรังมดให้เด็กได้เลี้ยงกันฟรีๆ นอกจากนั้นก็จะเปิดขายมด อาหารมด รังมด และสินค้าอื่นๆ ที่ต่อยอดจากแบรนด์คนเลี้ยงมดของเรา สุดท้ายแล้วถ้าทุกอย่างลงตัวจริงๆ ก็ยังมีอีกความใฝ่ฝันหนึ่งก็คือเปิดพิพิธภัณฑ์ให้คนเข้ามาชมมดเจ๋งๆ จากทั่วโลก แบบที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย แต่นี่ยังเป็นความฝันที่ยังอีกยาวไกลครับ

 

ขอย้อนกลับมา ณ จุดเริ่มต้นก่อนแล้วกัน เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัยและเคยถามคุณไปแล้วว่าชีวิตของมดมันน่าสนใจตรงไหน

     ความหลงใหลของคนเลี้ยงมดคือการได้เลี้ยงมด ชีวิตของมดน่าสนใจไปทุกสิ่งทุกอย่าง นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นนางพญามดบินออกมาจากรัง จุดเริ่มต้นก็คงเหมือนกับการที่พวกคุณสงสัยต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ และอยากหาคำตอบให้มัน เช่น คุณเคยรู้สึกสงสัยอยากรู้ที่มาที่ไปของบรรดามดที่ต่อแถวเดินไปมาบนพื้นบ้างไหมล่ะ? การเฝ้าดูพวกมันดำเนินชีวิตประจำวันตั้งแต่เกิด เติบโต จนวาระสุดท้ายของชีวิตคือความอยากรู้อยากเห็นของเรา

     มดที่เราเห็นมันเดินไปเดินมาบนพื้นดินเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่น่าสนใจจริงๆ อยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน ตอนเด็กๆ เราเคยนั่งดูบรรดามดงานต่อแถวเดินไปมาแล้วมีคำถามมากมายในใจ แต่กลับหาคำตอบไม่ได้เพราะมันอยู่ใต้ดิน เราอยากรู้ว่าพวกมันทำอะไรกันบ้าง หลังจากขนอาหารมาถึงรังแล้วพวกมันเอาไปทำอะไรต่อ นางพญามดคืออะไร มดงานเดินมาจากไหน และยังมีคำถามอื่นๆ อีกมากมายที่เราอยากรู้ การที่คุณเห็นเรานำมดขึ้นมาเลี้ยงบนดินก็คือการหาคำตอบให้กับคำถามที่เราสงสัยมากๆ นั่นเอง

 

หลังจากรู้ตัวแล้วว่ามีความสงสัยและสนใจในสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามดเป็นอันมาก แล้วชีวิตการเป็นคนเลี้ยงมดในช่วงเริ่มต้นของคุณเป็นอย่างไร

     การเลี้ยงมดของเราเริ่มต้นจากการออกไปจับนางพญามดตัวหนึ่งมาจากธรรมชาติ และเริ่มซื้อมด 2 รังแรกเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พอได้ลองเลี้ยงมดจริงๆ จึงทำให้เราได้เห็นวงจรตามธรรมชาติของมดรังหนึ่ง ตั้งแต่ไข่ชุดแรกที่มีอยู่ไม่กี่ฟองซึ่งออกมาจากนางพญามดมือใหม่ตัวนี้ ตัวอ่อนที่ฟักออกมาจากไข่เหล่านั้น นางพญามดที่คอยดูแลให้อาหารตัวอ่อน จนกระทั่งมันเติบโตขึ้นเพื่อจะเข้าดักแด้และแปลงร่างเป็นมดงาน กระบวนการแรกเริ่มทั้งหมดนี้ จากนางพญาหนึ่งตัวจนกระทั่งเกิดมดงานตัวแรกของรังใช้เวลาทั้งหมด 1-3 เดือน แล้วแต่ชนิดของมด ซึ่งกว่ารังมดหนึ่งรังจะผลิตมดงานได้ 10-30 ตัวในช่วงแรกๆ อาจใช้เวลานานถึง 5 เดือนเลยทีเดียว

     สำหรับเรา การเลี้ยงมดจึงเป็นการอดทนและเฝ้าดู ค่อยเป็นค่อยไป เหมือนสำนวนไทยที่บอกว่า ‘ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม’ ความอดทนจึงเป็นบทเรียนสำคัญ ทั้งตัวคนเลี้ยงและตัวนางพญามดเอง การมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่แรกเริ่มอาณาจักรมดจนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายเมื่อนางพญามดตายจากไป ในรังมดรังหนึ่งกว่าจะเกิดมดงานตัวแรกใช้เวลา 1-3 เดือน กว่าจะมีมดทหารตัวแรกอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี มันอาจจะคล้ายกับการที่เราเล่นเกม The Sims ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ที่แตกต่างคือเราไปเร่งรัดมันแบบเดียวกับการเล่นเกมไม่ได้ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในรังเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นอย่างที่เราไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เห็น ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นมดที่เกิดมาพิการขาหงิก ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ แต่ก็ยังได้รับการป้อนอาหาร ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากเพื่อนมดงานตัวอื่นๆ จนกระทั่งมันตายไปเอง

     ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าแมลงส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่มีชีวิตแบบรูทีน คือเกิดมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ วนลูปกันไปในวงจรชีวิตอันแสนสั้นของพวกมันแล้วก็ตายจากไป แต่กับมดมันไม่ใช่แบบนั้น มดเป็นสัตว์สังคม พวกมันมีชีวิตที่น่าสนใจมากกว่าที่หลายๆ คนคิด ถ้าให้นั่งเล่าเรื่องของพวกมัน เล่าเป็นวันๆ ก็ไม่มีทางหมด

 

คนเลี้ยงมด

 

หมายความว่ามดมีชีวิตจิตใจและมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ใช่ไหม

     ถ้าจะถามถึงจิตใจของมดเราคงไม่สามารถตอบลึกลงไปในเชิงวิทยาศาสตร์ขนาดนั้นได้ เพราะมดก็คือมด มดเป็นแมลงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีความ friendly กับสัตว์ชนิดอื่นๆ เลย นอกจากมดในรังเดียวกัน แต่ก็มีหลายเหตุการณ์ที่เราได้เห็นกับตาและทำให้รู้สึกว่ามดมีความคิดที่ซับซ้อนและเป็นสังคมมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะตัวนางพญามดเอง

     ตัวอย่างที่ 1 เราเคยเลี้ยงนางพญามดรวมกัน 5 ตัว มีนางพญามดตัวหนึ่งหงายท้องตกลงไปในฝาน้ำหวานที่เราวางไว้ให้พวกมัน แล้วน้ำหวานได้ดูดปีกของมันไว้จนพลิกตัวกลับมาไม่ได้ อยู่ๆ นางพญามดอีกตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ก็วิ่งตรงมายังตัวที่กำลังจมน้ำ มันวิ่งเข้ามาเกาะฝาน้ำและเอาปากกัดตรงตัวนางพญามด ทำให้ตัวที่จมน้ำอยู่พลิกตัวขึ้นมาเกาะบนฝาน้ำได้ แล้วทั้งคู่ก็พากันเลียทำความสะอาดตัวให้กันและกัน

     ตัวอย่างที่ 2 คือถ้าเรานำมดมาจับคู่ โดยเอามดทุกตัวมารวมกันในพื้นที่หนึ่งแล้ววางหลอดทดลองลงไปหลายๆ หลอดเพื่อให้มดเลือกว่าจะอยู่กับใคร มดที่ไม่อยากอยู่กับใครเลยจะไล่มดตัวอื่นๆ ออกจากหลอดทดลองของมัน ส่วนมดที่จับคู่กันเองจะอยู่ในหลอดทดลองเดียวกันแล้วเลียทำความสะอาดตัวให้กัน

     การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมดด้วยกันเองภายในรัง เช่น การเลียทำความสะอาดตัวให้กัน การป้อนอาหารให้กัน เป็นสิ่งที่เห็นได้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์มดสื่อสารกันโดยการปล่อยสารเคมีในรูปแบบต่างๆ ในเหตุการณ์ต่างๆ ที่ต่างกัน อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า มดรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงปล่อยสารเคมีออกมาให้มดตัวอื่นๆ รู้ มดตัวอื่นๆ จึงเดินเข้ามาเช็กดู

 

การเลี้ยงมดช่วยให้เราใจเย็น หรือทำให้เราผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียนหรือการทำงานในชีวิตประจำวันหรือเปล่า

     นิสัยส่วนตัวยังเป็นคนใจร้อนอยู่ครับ แต่การเลี้ยงมดทำให้เห็นสัจธรรมข้อที่ว่า ต่อให้เราใจร้อนแค่ไหน ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราก็ควบคุมไม่ได้อยู่ดี (หัวเราะ) ส่วนเรื่องการเลี้ยงมดเพื่อความผ่อนคลายทำให้เรานึกถึงบทความหนึ่งที่เคยอ่านเจอว่า คนเลี้ยงมดคนอื่นๆ เขาบอกว่าการเลี้ยงมดช่วยให้เขาหายจากการเป็นโรคซึมเศร้า แต่สำหรับตัวผมเอง ไม่ได้เลี้ยงมดเพราะอยากแก้เครียด เราเลี้ยงมดเพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก จนกระทั่งมันกลายมาเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราคลายเครียดได้ในหลายๆ ครั้ง สร้างความเพลิดเพลินแก่ชีวิต หลายๆ ครั้งที่เรานั่งดูมดจนเผลอตัวลืมดูเวลาไปหลายชั่วโมงเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งนั่งให้อาหารมด ดูมด เขียนบทความลงเพจไปด้วยจนเวลาผ่านไปถึง 8 ชั่วโมง ซึ่งเรารู้ตัวอีกทีก็ตกใจว่า เฮ้ย มันเป็นแบบนั้นไปได้โดยไม่รู้ตัวเลย

 

คนรักหมารักแมวเขาส่งความรักผ่านการลูบคลำและสัมผัสตัวพวกมัน แต่กับ ‘มด’ คุณสื่อสารกับมันด้วยวิธีการไหน หรือสัมผัสถึงชีวิตจิตใจของมันได้อย่างไร

     มดเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มดใช้ชีวิตโดยสัญชาตญาณ มดสื่อสารกันเองด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่มันผลิตขึ้นมา ทำให้เราไม่สามารถสื่อสารหรือสัมผัสถึงจิตใจของมดได้ การแสดงท่าทางและหน้าตาของมดหลักๆ ที่เห็นมีแค่ 2 แบบ คือมดที่ใช้ชีวิตโดยปกติทั่วไปตามเรื่องราวของมัน และมดที่จ้องจะต่อสู้เมื่อถูกรบกวนโดยการตั้งท่าอ้าปากเตรียมพร้อมโจมตี จริงๆ แล้วสถานะของเราคือเป็นเพียงคนเฝ้ามอง โลกของมดค่อยๆ ดำเนินของมันไป เช่นเดียวกับที่เราเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ มันเคลื่อนชีวิตของมันไปเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของมดจึงอยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเรา

 

คุณตั้งชื่อให้มดหรือพูดคุยกับมดบ้างไหม

     เราเคยตั้งชื่อให้มดบางตัวอยู่นะ ในกรณีที่มดตัวนั้นมีความพิเศษหรือมีเรื่องราวให้จดจำ จนเราแยกมันออกมาจากมดงานตัวอื่นๆ ได้ เช่น ‘มดเอ๋อ’ หรือ ‘กัปตันหนวดเดียวผู้สังหารจิ้งหรีด’ (หัวเราะ)

 

 

ในชีวิตนี้คุณเสียเงินให้กับมดไปประมาณเท่าไหร่

     ถ้ารวมๆ ทั้งรังมดก็น่าจะเกินหนึ่งแสนบาทขึ้นไปแล้วครับ มดที่ซื้อมาแพงที่สุดคือ Leaf Cutter Ant ซึ่งเป็นมดที่มีความสามารถในการเพาะเชื้อราเอาไว้เป็นอาหาร เราซื้อมา 2 รัง รวมๆ แล้วน่าจะราวหนึ่งหมื่นบาท เหตุผลที่ต้องซื้อก็เพราะว่าเราไปหานางพญามดชนิดหนึ่งมาได้ในจำนวนมาก ซึ่งมดชนิดนี้ต้องการเชื้อราในการอยู่รอด ถ้าเราหาเชื้อราให้นางพญามดภายใน 1 เดือนไม่ได้ พวกมันก็จะตายทั้งหมด เราจึงต้องอ้อนวอนขอซื้อจากคนที่มี ซึ่งเขาก็ไม่ค่อยอยากจะขายเท่าไหร่ด้วยนะ แต่ในที่สุดเราก็ขอซื้อเขามาได้ 2 รัง เป็นรังขนาดเล็กที่มีมดงานอยู่ไม่ถึง 10 ตัว กับเชื้อราก้อนเล็กๆ ที่มีขนาดกว้างกว่าขนาดของเหรียญ 10 บาทไม่เท่าไหร่

     อีกครั้งหนึ่งคือเสียเงินไปเกือบ 7,000 บาท เป็นการซื้อรังมดที่ทำมาจากกล่องอะคริลิกทั้งหมด 2 รัง ซึ่งไม่สมราคาจนโดนแฟนด่าเลย (หัวเราะ) แต่ที่มันแพงเพราะมันเป็นรังที่ออกแบบมาเพื่อเลี้ยง Leaf Cutter Ant โดยเฉพาะ เรายอมเสียเงินเพื่อซื้อสิ่งที่ดีที่สุดและได้ผลในการเลี้ยงจริงๆ ดีกว่าทำแบบขอไปทีแล้วสุดท้ายมดของเราต้องมาตาย แต่การซื้อรังอะคริลิกครั้งนี้เองที่นำไปสู่เรื่องราวที่ทำให้หลายๆ คนสนใจเข้ามาอ่านเพจคนเลี้ยงมด อย่างเช่นเรื่อง ‘เหตุการณ์มดทหารพยายามโค่นล้มราชินีมดและสงครามกลางเมืองระหว่างมด’ แปลว่าการที่เราลงทุนซื้อรังมาในราคาแพง แต่สุดท้ายมันกลับทำให้คนจำนวนมากหันมาสนใจในสิ่งที่เราทำ นั่นเท่ากับว่าเราซื้อมันมาในราคาถูกมาก ใช่ไหมล่ะ (หัวเราะ)

 

การทุ่มเทความสนใจให้กับมดทำให้คุณสูญเสียความสัมพันธ์กับแฟน เพื่อน หรือครอบครัวบ้างหรือเปล่า

     ในช่วงแรกที่เริ่มเลี้ยงมด คนรอบตัวหลายๆ คนก็ไม่เข้าใจ หาว่าเราบ้าบ้างอะไรบ้าง ‘ไม่มีอะไรจะเลี้ยงแล้วเหรอ มานั่งเลี้ยงมด’ ส่วนแฟนก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรมากหรอก เพียงแค่เขาจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เราใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ไปกับการเฝ้าดูมด ส่วนครอบครัวก็ไม่มีใครว่าอะไรนะ จนมาถึงปัจจุบันนี้ ทุกคนเห็นในสิ่งที่ทำ ทั้งความตั้งใจ ความทุ่มเท และความบ้ามด จนกลายเป็นว่าหลายๆ คนที่เคยว่าเราบ้ากลับหันมาสนใจตามอ่านสิ่งที่เขียนลงในเพจ ตอนนี้พวกเขาก็เลยกลายเป็นแฟนของเพจเราไปโดยปริยาย

 

คนเลี้ยงมด

 

ความรู้สึกหนึ่งเดียวที่หากไม่ได้เป็นคนเลี้ยงมดจะไม่มีวันได้รับคืออะไร

     ความรู้สึกหนึ่งเดียวนั้นคงจะเป็นความสุขที่ได้รับหลังจากที่เราเปิดเพจคนเลี้ยงมดขึ้นมา เขียนสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับมดและการเลี้ยงมด ได้เป็นคนคอยตอบคำถามต่างๆ ที่หลายคนถามเข้ามา และช่วยให้เด็กจำนวนมากได้เลี้ยงมดเป็นสัตว์เลี้ยง อีกอย่างก็คือเราได้ทำให้ความฝันในวัยเด็กของผู้ใหญ่หลายๆ คนเป็นจริงขึ้นมา

     มีผู้ใหญ่หลายๆ คนทักมาขอบคุณที่เราช่วยให้ความฝันในวัยเด็กของเขากลับมาเป็นจริงขึ้นมา หลังจากที่เขาเลิกคิดถึงมันไปนานแล้วเพราะเขาไม่รู้ว่าจะเลี้ยงมดอย่างไร จนกระทั่งมาเจอเพจของเรา ขณะที่ผู้ใหญ่บางคนก็เริ่มเลี้ยงมดเพื่อเอาไว้ให้ลูกศึกษากันแล้ว

 

มดกัดก่อให้เกิดความทุกข์และถือเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับคนหลายๆ คน แล้วกับคุณล่ะ

     ต้องบอกเลยว่าทั้งชีวิตเราเคยโดนมดต่อยอยู่เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและยังจำมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ตอนนั้นโดนตรงฝ่าเท้าซึ่งนับเป็นส่วนที่หนามากๆ ของร่างกาย แต่ความเจ็บปวดทำให้ไม่สามารถเดินเอาเท้าเหยียบพื้นได้ถึง 30 นาที ดังนั้น เราจึงระมัดระวังเป็นอย่างมากในการที่จะต้องปฏิสัมพันธ์กับมดแต่ละชนิด ก็เลยไม่เคยโดนมดของตัวเองต่อยเลยสักครั้ง ด้วยความที่ศึกษา เราก็จะรู้ว่ามดชนิดไหนมีเหล็กใน ชนิดไหนดุ และชนิดไหนที่ไม่ดุ

     ส่วนมดกัดต้องเป็นทุกข์และรู้สึกรำคาญอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเกิดคุณเป็นคนแพ้พิษมดคุณอาจจะตายได้โดยการโดนมดตะนอยต่อยเพียงครั้งเดียว ทุกวันนี้ยังไม่รู้เหมือนกันนะว่าเราแพ้มดตะนอยหรือเปล่า แต่สโลแกนเราก็คือ มดเลี้ยงคือมดดี แต่มดที่ไม่ได้เลี้ยงและอยู่ในบ้านต้องถูกจำกัดออกไปให้หมด

 

 

ช่วยอธิบายความรู้สึกที่ว่า ‘มดเลี้ยงคือมดดี แต่มดที่ไม่ได้เลี้ยงและอยู่ในบ้านต้องถูกจำกัดออกไปให้หมด’ ที มันต่างกันด้วยเหตุผลแบบไหน

     สำหรับผมแล้ว มดเลี้ยงคือมดที่เลี้ยงในระบบปิด มดงานไม่สามารถออกมาเดินเพ่นพ่านนอกรังหรือนอกสถานที่ที่เราจัดเตรียมไว้ให้ เป็นมดที่เราเลี้ยงไว้ดูเล่นหรือเพื่อศึกษาพฤติกรรม ไม่สามารถออกมาสร้างความเดือดร้อนแก่เราได้

     ส่วนมดที่ไม่ได้เลี้ยงเป็นมดจากธรรมชาติที่บังเอิญนางพญาบินเข้ามาทำรังในบ้านหรือบริเวณบ้านของเรา มดหลายๆ ชนิดนั้นดุร้ายและมีพิษ มีลูกเพจหลายๆ คนส่งข้อความมาถามตลอดเวลาว่าโดนมดในบ้านกัดควรจะทำอย่างไร มีอยู่เคสหนึ่งลูกโดนมดทหารของมดตะลานกัดตอนนอน จนเกิดเป็นตุ่มบวมเป่งบนใบหน้า ทั้งๆ ที่มดตะลานนั้นเป็นมดที่ไม่มีเหล็กใน แต่ด้วยความที่มันเป็นมดทหารขนาดใหญ่จึงมีแรงกัดมากกว่ามดทั่วๆ ไป รวมถึงสามารถฉีดกรดมดใส่ได้อีกด้วย

     บางเคสก็โดนมดตะนอยที่ทำรังอยู่นอกบ้านแต่เดินลาดตระเวนเข้ามาในบ้านต่อยเข้า คนที่ไม่แพ้พิษมดอย่างมากก็แค่สร้างความเจ็บปวดชั่วครู่ชั่วคราว ส่วนคนที่แพ้พิษมดมากๆ อาจจะมีอาการผื่นขึ้น หายใจไม่ออก อาเจียน แล้วแต่ว่าแพ้มากแค่ไหน ถ้าไม่ไปโรงพยาบาลอาจจะถึงตายได้เลยทีเดียว ซึ่งก็มีหลายคนแล้วที่ตายเพราะโดนมดตะนอยต่อย

     ส่วนอีกเคสก็โดนมดง่ามบุกทำร้ายนกที่เลี้ยงไว้จนตายไปหลายตัว กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมด ฉีดยาฆ่าไปวันนี้ อีกสองวันก็มาใหม่ เพราะไม่ได้กำจัดตั้งแต่แรก ปล่อยทิ้งไว้หลายปีจนมดสร้างรังย่อยไว้หลายรัง มีประชากรมดเป็นหมื่นเป็นแสนตัว ตราบใดที่นางพญาไม่ถูกกำจัด มดงานมดทหารก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นทุกๆ วัน ยิ่งรังมีขนาดใหญ่มดยิ่งต้องการอาหารเยอะก็ยิ่งพากันลาดตระเวนในรัศมีที่ไกลมากขึ้น และกินทุกอย่างที่สามารถกินได้

     ทุกครั้งเวลามีคนมาถามเกี่ยวกับรังมดในบ้าน เราจะแนะนำให้กำจัดทิ้งทุกครั้ง ด้วยเหตุผลข้างต้น ไม่ต้องกลัวว่ามดจะสูญพันธุ์ การกระจายพันธุ์ของมดนั้นกว้างไกลมากๆ ซึ่งการที่เรากำจัดมดในบ้านของเราไม่ได้ทำให้มดตามธรรมชาติเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เลยสักนิด

 

คุณเข้าป่าไปหามดเองด้วยใช่ไหม ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่ามันสนุกตรงไหน และเคยเจออันตรายระหว่างทางหรือเปล่า

     เวลาเข้าป่าหามดทุกครั้งเราจะมีจุดหมายอยู่ในใจ และจะมีความสุขมากเวลาเจอมดที่เราคาดหวังไว้ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคาดเดามามันถูกต้อง การขับรถเข้าป่าเป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมงของเราจึงไม่สูญเปล่า แต่สำหรับใครที่คิดอยากเข้าป่าหามด เราอยากเตือนไว้ก่อนว่า คุณควรต้องมีการเตรียมตัว ต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีประสบการณ์เกี่ยวกับมดเป็นอย่างมาก เพื่อจะคาดคะเนว่ามดจะออกบินเมื่อไหร่ เพราะสถานที่แต่ละแห่งห่างจากบ้านของเราเป็นชั่วโมงๆ การจะเข้าป่าหามดจึงไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ นึกจะเดินก็เดินเข้าไปได้เลย

     สิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับเราก็คือกลัวรถเสียนี่แหละครับ (หัวเราะ) บางครั้งเราต้องขับรถไปหามดกลางทะเลทรายที่ห่างจากบ้านตัวเองถึง 3 ชั่วโมง แถมยังอยู่ห่างไกลจากบ้านผู้คน ถ้าเกิดรถไปเสียกลางทะเลทรายก็คงจะเป็นอะไรที่นรกมากๆ ทั้งต้องเผชิญกับอากาศร้อน แล้วไหนจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์อีก อาจจะต้องเดินเท้าเพื่อไปหาสัญญาณที่ถนนใหญ่ เราจินตนาการไม่ออกเลยนะว่าถ้ารถพังกลางทะเลทรายขึ้นมาจริงๆ มันจะลำบากแค่ไหน แล้วค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะตามมาอีก มันไม่ตลกเลยจริงๆ

     มีเรื่องประทับใจอยู่ครั้งหนึ่งที่เราออกไปหามดกลางทะเลทราย โดยไม่รู้ว่าที่ดินตรงนั้นเป็นที่ดินมีเจ้าของ เราคิดว่าคงเป็นทะเลทรายทั่วๆ ไป เพราะมันไม่มีรั้วกั้นด้วย ทีนี้จังหวะที่กำลังเดินขุดหามดอยู่นั้น สามี-ภรรยาเจ้าของที่ดินก็ขับรถผ่านมา แล้วจอดรถลงมาทำท่าขึงขัง ส่องไฟมาเหมือนจะเอาเรื่องเราที่มาบุกรุกที่ดินของพวกเขา เราก็รีบขอโทษขอโพยแล้วเอานางพญามดให้เขาดู เพื่อจะบอกพวกเขาว่าผมไม่ได้คิดจะมาขโมยหรือมาทำอะไรร้ายแรง ผมแค่มาหามดโดยที่ไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นที่ดินส่วนบุคคล สรุปคือพอพวกเขารู้ว่าเรามาหามดก็อารมณ์ดีขึ้น แถมยังบอกว่าให้ระวังงูหางกระดิ่งแถวนั้นด้วย แล้วก็ขับรถออกไป

 

สัตว์ชนิดไหนที่น่ากลัวและควรระมัดระวังมากที่สุดเมื่อต้องออกไปหามดในพื้นที่ห่างไกล

     ทุกครั้งที่เราขับรถไปในทะเลทราย ขึ้นเขา หรือเข้าป่าไปหามด เรารู้อยู่แล้วว่าสถานที่เหล่านั้นมีสัตว์ป่า ซึ่งสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดคืองูกับสิงโต เราจึงต้องระวังตัวตลอดเวลา ครั้งหนึ่งเรายังเคยเจอสุนัขจิ้งจอกมายืนจ้องอยู่ห่างๆ ด้วย แต่ตอนนั้นเฉยๆ เพราะมันทำอันตรายเราไม่ได้ ส่วนครั้งที่เรารู้สึกว่าอันตรายที่สุด น่ากลัวที่สุด ก็คือครั้งล่าสุดที่ขึ้นเขาไปหามดนี่แหละครับ เนื่องจากพื้นที่ตรงนั้นมันอยู่บนภูเขาสูง เป็นป่าไม้ทึบที่มีแต่พุ่มไม้สูงๆ บนพื้นมีใบไม้แห้งเต็มไปหมด จู่ๆ เราก็รู้สึกว่าเราถูกสัตว์ขนาดใหญ่มากๆ เดินตามมาในความมืด จากซ้ายไปขวา และคอยหลบหลังพุ่มไม้ เพราะเราได้ยินเสียงเหยียบใบไม้แห้งที่ดังและหนักแน่นมากๆ อยู่ใกล้ๆ ตรงที่เรากับแฟนยืนอยู่ ประจวบกับตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืน มืดจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากแสงของไฟฉาย ด้วยความที่เสียงมันอยู่ใกล้มากๆ แค่ตรงหน้าไม่กี่เมตร แต่พอส่องไฟฉายไปกลับไม่เจออะไร เหมือนตัวมันกำลังหมอบอยู่ใต้พุ่มไม้ ยิ่งมองไม่เห็นยิ่งน่ากลัวที่สุด แล้วพวกเรามีกันสองคน มีอาวุธป้องกันตัวอยู่ ถ้าสิงโตบุกเข้ามาโจมตีเราก็พร้อมต่อสู้เอาชีวิตรอด แต่จังหวะที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงนั้นคือตัวอะไร แฟนเรากลัวจนตัวสั่นขวัญเสียไปหมด แน่นอนเราเลือกที่จะถอยหนีออกมาแล้วขับรถกลับบ้านทันที

     ตอนนั้นแฟนเราพูดมาประโยคหนึ่งว่า ‘มันจะมีค่าอะไร ถ้าเราได้นางพญามด แต่เรากลับต้องถูกสิงโตภูเขาฆ่าตาย’ เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่เขียนเล่าเรื่องเวลาเข้าป่าไปหามด เราพยายามบอกคนอ่านตลอดว่าอย่าทำตามเด็ดขาด ความมืดมันน่ากลัวมากๆ จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างเราไม่รู้เลย

 

มดชนิดไหนที่คุณชอบมากเป็นพิเศษ​

     มดมีมากมายหลายประเภทและมีหลากหลายสายพันธุ์มากๆ แถมมดแต่ละชนิดยังมีจำนวนของวรรณะไม่เท่ากัน มดบางชนิดมีแต่มดงานอย่างเดียว ขณะที่บางชนิดมีมดทหารด้วย บางชนิดมีมดในรังถึง 7 ขนาด บางชนิดมีประเภทแปลกๆ เช่น เก็บน้ำหวานได้ แต่ที่สำคัญคือมดทุกชนิดล้วนต้องมีนางพญามดอยู่ในรังของมัน

     โดยส่วนตัวเราชอบมดในตำแหน่งนางพญามากที่สุด เพราะมันเป็นวรรณะที่สำคัญที่สุดในรังมด นางพญามีหน้าที่ออกไข่เพื่อผลิตมดงานเพื่อสร้างอาณาจักรขึ้นมา และไม่สำคัญว่าในรังจะมีมดงานกี่หมื่นกี่แสนตัว ถ้าหากนางพญาตายตัวเดียวทุกอย่างก็จบ เพราะในที่สุดมดตัวอื่นๆ ก็จะต้องตายตามลงไปด้วย

     ส่วนประเภทของมดที่เราชอบมากที่สุดคือ Honeypot และ Leaf Cutter Ant ซึ่ง Honeypot เป็นมดที่เก็บน้ำผึ้งไว้ในท้องจนมีขนาดท้องที่ใหญ่มาก ส่วน Leaf Cutter ก็คือที่เราบอกไปว่าเป็นมดที่เพาะเชื้อราไว้ในรังเพื่อกินเป็นอาหาร ซึ่งเราต้องคอยหาใบไม้ดอกไม้มาไว้ให้มดนำไปเพาะเชื้อราอยู่ตลอดเวลา ทำให้พวกมันเป็นมดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและน่าสนใจมากๆ

 

คนเลี้ยงมด

 

พฤติกรรมของมดแบบไหนน่าสนใจมากที่สุดสำหรับคุณ

     เราชอบพฤติกรรมการทำสงครามระหว่างมดแต่ละรังมากที่สุด จุดเริ่มต้นที่อยากเลี้ยงมดก็เป็นเพราะอยากดูสงครามของมด ความฝันของเราคือการเลี้ยงมดขึ้นมา 2 รัง รังละ 1 ตู้ปลา แล้วนำพวกมันมาเชื่อมหากันในตู้ปลาใบที่ 3 เพื่อให้ทำสงครามกัน วิธีการแบบนี้นับเป็นการควบคุมประชากรของมดด้วย แต่พอได้เลี้ยงมดเองจริงๆ แล้ว เราได้เห็นถึงความยากลำบาก กว่าจะก่อเกิดเป็นมดรังหนึ่งต้องใช้เวลานานนับปี ยิ่งเราเฝ้ามองดูมันทุกวันยิ่งเกิดความรักความผูกพัน รู้สึกว่าพวกมันน่ารักดี ทีนี้ก็เลยกลายเป็นว่าไม่สามารถส่งสิ่งที่เรารักไปตายได้ (หัวเราะ) ความคิดแบบนี้จึงถูกล้มเลิกไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ได้เลี้ยงมด

     บางครั้งที่ไปเดินตามป่าตามเขา เราชอบไปนั่งดูมดมันทำสงครามกันระหว่างรัง ตามธรรมชาติแล้วมดจากรังหนึ่งอาจจะยกขบวนไปบุกมดอีกรังหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่า ฆ่ามดงานทั้งรัง ฆ่านางพญามดตาย แล้วขโมยไข่รวมถึงตัวอ่อนทั้งหมดกลับรังเพื่อนำไปเลี้ยงดูให้มันเติบโตขึ้นมาเป็นมดงานในรังของตัวเอง ซึ่งเรื่องพวกนี้สำหรับเรามันดูยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรียกว่ามดจะสามารถทำได้ แต่นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติ เพราะศัตรูอันดับหนึ่งของมดคือมดด้วยกันเอง

 

แล้วมดมองคนอย่างไร มันรู้ตัวไหมเวลาที่เราบดขยี้มัน หรือใช้ยาฆ่ามด

     เราคงมองลึกไปถึงความรู้สึกนึกคิดของมดไม่ได้ เพราะมันก็เป็นเพียงแมลงชนิดหนึ่งในโลกใบนี้ เมื่อมดถูกรบกวนจากภายนอกมันจะสื่อสารกันด้วยการผลิตสารเคมีรูปแบบต่างๆ เพื่อบอกต่อเพื่อนมดที่อยู่รอบตัว ซึ่งทำให้เพื่อนมดตัวอื่นๆ รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

 

ในชีวิตนี้คุณเคยร้องไห้เพราะมดหรือยัง

     ก็เคยรู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ไม่ถึงขนาดร้องไห้ เพราะเราไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับมดเหมือนคนเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว คือเรามักจะรู้สึกเศร้าๆ เวลาที่มดตัวที่เราเฝ้ามองจนเกิดความผูกพันตายลงไป เช่น ‘มดเอ๋อ’ มันเป็นมดงานตัวหนึ่งที่เกิดมาพิการแขนขา หนวดของมันหงิกๆ งอๆ สมองของมันก็น่าจะไม่ปกติแบบมดตัวอื่นๆ คือตามธรรมดามดงานตัวอื่นๆ จะออกหาอาหาร เดินเข้าออกรังกันเป็นเรื่องปกติ แต่มดเอ๋อมันชอบยืนเอ๋อๆ อยู่นอกรังตลอดเวลา เดินไปข้างหน้าทีหนึ่ง แล้วก็เดินถอยหลังสองทีอยู่อย่างนี้ คือมันชอบทำพฤติกรรมแปลกๆ ที่เราเห็นแล้วก็รู้สึกรักและเอ็นดูมัน แต่มันก็มีชีวิตอยู่ได้หลายเดือนจนกระทั่งตายลงไป อาจจะเพราะหมดอายุขัยแล้ว

     วันที่พบมดเอ๋อนอนตายก็รู้สึกใจหายว่าเราจะไม่เห็นมดที่น่ารักตัวนี้อีกแล้วในชีวิต หรืออย่างเช่นบางครั้งรังมดที่เลี้ยงมานานหลายเดือนจนถึงเป็นปี เราก็รักของเรา นั่งเฝ้ามาตั้งนาน อยู่ดีๆ นางพญามดเกิดตายลงไปเฉยเลย ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่มีมดงานจำนวนมากแล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น บางทีเราก็ต้องเลี้ยงมดงานที่เหลืออยู่จนกว่าจะหมดอายุขัยตายไปเอง พอนางพญาในรังตายก็เท่ากับว่ารังมดรังนั้นหมดอนาคตไปด้วย

 

คนเลี้ยงมด

 

เราใช้ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจหลายๆ อย่างของมด เช่น การก่อกบฏของมดทหาร มาอธิบายเรื่องในสังคมของมนุษย์ได้บ้างไหม

     ขอสปอยล์เกี่ยวกับเรื่องนี้สักนิด ปัจจุบันมดทหารทั้งหมดที่ก่อกบฏได้ตายลงไปหมดเรียบร้อยแล้วนะครับ หลังจากแยกรังออกมาพวกมันยังไล่กัดกันเองจนแขนขาขาดตายไปหลายตัว ส่วนรังของนางพญาทุกวันนี้อยู่ดีมีสุข ปัจจุบัน มีมดงานและมดทหารขึ้นมากกว่าเดิมมาก เชื้อราก้อนใหญ่กว่าเดิมประมาณ 3-4 เท่าได้ และไม่มีการก่อกบฏอีกแล้วหลังจากเอามดทหารชุดเก่าออกจากรังไป

     ถามว่ามันเชื่อมมาสู่เรื่องของสังคมมนุษย์ได้ไหม เหตุการณ์นี้ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าถ้ากลุ่มบุคคลสำคัญของประเทศไทยไม่ทำหน้าที่ของตนเองอย่างที่มันควรจะเป็น มันจะนำความพินาศมาสู่ประเทศ แต่มันก็มีวิธีการแก้ไขอยู่ โดยการนำพวกตัวทำลายประเทศออกจากหน้าที่เหล่านั้นไปซะ (หัวเราะ)

 

ถ้าคนนิยมเลี้ยงมดกันมากขึ้น จะส่งผลในด้านดีหรือด้านร้าย แล้วมีข้อควรระวังหรือเรื่องอะไรน่ากังวลบ้าง

     เรามองว่าข้อดีคือการที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของมด สามารถต่อยอดความรู้หรือความสนใจไปทำสิ่งอื่นๆ ต่อได้ เช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักกีฏวิทยา หรือสถาปนิกก็ยังได้  

     ส่วนข้อที่น่ากังวลก็มี เพราะมดก็เหมือนกับสัตว์ชนิดอื่นๆ เมื่อไหร่ที่คนในประเทศได้เลี้ยงมดในประเทศจนพึงพอใจจนเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายแล้ว พวกเขาจะมองหามดที่สวยกว่า น่าสนใจกว่า นั่นก็คือมดจากต่างประเทศอย่างพวกมดที่เรากำลังเลี้ยงอยู่ เราไม่สนับสนุนให้ผู้เลี้ยงมดในประเทศไทยนำมดจากต่างประเทศเข้าไปเลี้ยง แต่ก็เข้าใจว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ ไม่ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่สุดท้ายแล้วคนเลี้ยงก็จะไปนำเข้าสายพันธุ์ที่สวยกว่าแปลกตากว่ามาเลี้ยง ก็หวังว่าในท้ายที่สุดถ้ามันเกิดขึ้นมาจริงๆ คนเลี้ยงจะมีความรับผิดชอบในสัตว์เลี้ยงของตนเอง ไม่ปล่อยสู่ธรรมชาติให้เป็นสัตว์สายพันธุ์ต่างถิ่น (Alien Spicies) เหมือนสัตว์ชนิดอื่นๆ

*ขอขอบคุณภาพจาก ‘คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand

 


อ่านบทสัมภาษณ์ซีรีส์ ‘geek’ อื่นๆ ได้ที่

     – คนตกปลา | พอคุณชอบตกปลาเมื่อไหร่ เตรียมใจไว้เลยว่าคุณไม่อาจหลุดจากวงโคจรนี้

     – คนดูนก | นกสอนให้มองเห็นความหลากหลาย และคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงหนึ่งเดียวไม่มีจริง

     – คนรักมวลเมฆ | เมฆช่วยบำบัดจิตใจ และคอยย้ำเตือนว่าโลกเรากำลังไม่ปกติ

     – นักวาดภาพพฤกษศาสตร์ | ตื่นพร้อมแสงเช้า ทุ่มเทและเฝ้ารอจนถึงวันที่ความพยายามผลิดอกออกผล

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภัทรพร บุญนำอุดม

บรรณาธิการออนไลน์ a day BULLETIN