ฝันแล้ว (ไม่ต้อง) ฝันอีกของชายผู้หลงใหลกลิ่นอายอีสาน กับการจัดเทศกาลดนตรีอินดี้ที่โคราช

The Guest
6 Apr 2019
เรื่องโดย:

adB Team

เมืองจะเติบโตหรือถดถอยก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มคน ที่โคราชมีคนอีกกลุ่มที่กำลังสร้างจิ๊กซอว์รูปทรงใหม่มาเติมพื้นที่โคราชในส่วนที่หาย ผ่านพลังสร้างสรรค์ พลังของการเปลี่ยนแปลง พลังของเหล่าคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับนักออกแบบกราฟิกในโคราช ‘ฟลุ้ค’ – วิศิษฎร์สร รัชตะปีติ ที่พร้อมออกมาแสวงหาโอกาสในจังหวัดที่เขาเลือกจะอยู่อาศัยในอนาคต ผ่านรูปแบบการจัดงานเทศกาลดนตรี Grass Tone Sound Music Festival (GTS) ที่เริ่มต้นครั้งแรกจากการใช้เงินโบนัสมาเทจนหมดหน้าตัก ซึ่งจัดมาแล้วถึง 4 ครั้ง

เทศกาลดนตรี

 

    วิศิษฎร์สรโตมากับการเสพดนตรีทางเลือกตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา จนเข้าสู่ยุคการฟังเพลงผ่าน Myspace หลังเรียนจบและเริ่มทำงานประจำได้ไม่นาน บวกกับการอยากเห็นความแปลกใหม่ของกลุ่มคนฟังเพลงในโคราช เขาเริ่มตั้งกลุ่มจัดปาร์ตี้ L.I.M.P. (Life is Music Party) เพื่อแบ่งปันรสนิยมทางดนตรี ถัดมา 4 ปี ใช้ชื่อกลุ่ม Indigo และต่อมาในนามค่ายเพลง 3rd World Music เพื่อนำเสนอดนตรีที่สื่อวิทยุและโทรทัศน์ให้คนโคราชได้ฟัง

     “ปกตินักดนตรีในโคราชที่เล่นกลางคืน เขาต้องเล่นเพลงที่เขียนใส่กระดาษทิชชูมาให้ เจ้าของร้านเองก็อยากให้นักดนตรีเล่นเพลงฮิตเพื่อให้ลูกค้าสนุก ผมคิดว่าจะมีไหมสักวันที่คุณเป็นตัวของตัวเอง เล่นเพลงที่คุณสร้างสรรค์มา ผมเคยชวนวงอินดี้วงหนึ่งมาเล่นที่โคราชในร้านเหล้าเล็กๆ เป็นช่วงที่วงนี้ออกอัลบั้มแรก ผมบอกว่า ถ้าเป็นไปได้ไม่ต้องคัฟเวอร์นะครับ เราอยากให้เขาเล่นเพลงของตัวเอง นำเสนอสิ่งที่เขาเป็น เขาตอบกลับมาว่า พวกเราดีใจมากครับที่ไม่ต้องคัฟเวอร์ วันนั้นร้านแทบแตก คนเต็มร้าน สนุกมาก ทุกคนร้องเพลงเขาได้ ภาพวันนั้นทำให้เรารู้สึกว่าควรจะต้องทำอะไรแบบนี้อีกที่โคราช”

 

เทศกาลดนตรี

เทศกาลดนตรี

 

     การจัดปาร์ตี้เดือนละครั้งของวิศิษฎร์สรเดินทางมาเกือบสิบปี เขาเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ควรนำนักดนตรี ดีเจ และคนฟังเพลงในโคราชออกจากสถานบันเทิงไปสู่บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ Grass Tone Sound Music 2007 จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกบนสนามหญ้าข้างตึกร้างที่สามแยกปักธงชัย

     หลังเทศกาลดนตรีจบลง หลายคนในกลุ่มแยกย้ายกันไปทำงานประจำ และกลับมารวมตัวครั้งที่สองในปี 2556 ต่อเนื่องจนถึงปี 2558 เป็น GTS ครั้งที่ 4 นับว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยจัดมา เพราะนอกจากวงดนตรีในโคราชและภาคอีสาน ก็จะมีวงดนตรีจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และต่างประเทศ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน

     “นักดนตรีบางคนเป็นเด็กเสิร์ฟมาทั้งปี เป็นพนักงานบริษัท บางคนรับราชการ ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าเขาเล่นดนตรีได้ แต่เราสร้างค่ำคืนหนึ่งให้เป็นคืนของเขา เขามีเวลา 30-40 นาที เพื่อแสดงตัวตน ศิลปินเอาแผ่นมาขาย เราให้พื้นที่ นักดนตรีเปิดหมวกที่ทำงานเพลงของตัวเองเข้างานฟรี แต่คุณต้องเล่นดนตรีของตัวเอง มันเป็นบรรยากาศที่สนุกมาก”

 

เทศกาลดนตรี

 

     นอกจากบทบาทผู้สร้างสรรค์งานเทศกาลดนตรีในโคราช วิศิษฎร์สรรวมกลุ่มเพื่อนทำค่ายเพลง 3rd World Music ค่ายเพลงของโลกที่สาม โลกที่เขานิยามว่าเป็นโลกที่ไม่รู้อะไรเลย แต่สิ่งที่พวกเขารู้คือเป็นกลุ่มคนโคราชที่รักดนตรี และโลกที่สามของเขามี สงกรานต์ The Voice ที่คนโคราชรู้จักในนาม สงกรานต์ The Bantam เคยเป็นหนึ่งศิลปินในค่ายที่อยู่ตั้งแต่ GTS ครั้งแรก แต่ด้วยความไม่พร้อมของบุคลากร ทำให้ค่ายเพลงอิสระแห่งนี้เดินทางเพียง 3 ปีและต้องพักฝันไว้

     “เราเริ่มจากศูนย์เลย โปรดิวเซอร์ของเรา เอส ชัยณรงค์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ เอส The Voice เป็นโปรดิวเซอร์คนเดียวในค่าย เขานั่งทำเพลงตอนกลางคืน นอนตอนเช้า ถึงเวลาก็ออกไปเล่นดนตรีกลางคืน แล้วกลับมาทำเพลงให้น้องๆ ในค่ายต่อ คนเราก็ต้องกินข้าวนะ ต้องมีอาชีพมั่นคง มีวันหนึ่งศิลปินในค่ายพากันไปสอบบรรจุครูกันหมดเลยทั้งวง แต่นั่นก็เป็นวิถีชีวิตของเขา พ่อแม่หวังกับคุณไว้ คุณไปสร้างชีวิตกันก่อน ถึงเวลาค่อยกลับมาเจอกัน ทุกคนมีเส้นทางเดินของตัวเอง”

 

เทศกาลดนตรี

 

     ในขณะที่วิศิษฎร์สรกำมือข้างหนึ่งกุมความฝันที่ไม่เพ้อฝัน มืออีกข้างของเขาก็พร้อมโอบไหล่งานประจำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต

     “ศิลปินไม่ได้กินน้ำค้างเป็นอาหารนะ (หัวเราะ) คุณไม่ต้องเอาชีวิตไปแลก แค่บริหารชีวิตให้ดี เศรษฐกิจเมืองไทยขึ้นลงตลอดเวลา แล้วเราไม่ได้มีสวัสดิการที่พร้อมจะให้คุณเอาชีวิตออกไปลุยได้ ถ้าคุณออกไปเล่นดนตรี แล้วคุณป่วย คุณจะหาเงินจากไหนมารักษา ทุกอย่างต้องใช้เงิน กลุ่มเพื่อนๆ ที่มีส่วนร่วมกับการจัดงานทุกคนเป็นพนักงานบริษัท เป็นข้าราชการ เราไม่มีเงินทุน เราเอาเงินเก็บทั้งปีของเราเองมาทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน

     “ผมเอาโบนัสจากงานประจำของผมมาจัดงาน การที่คุณมีเงินเดือน คือโอกาสให้คุณทำความฝันต่อได้ คนอื่นอาจเอาโบนัสไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ผมเอาโบนัสมาซื้อฝันในจังหวัดของผม นั่นคือการจัดงาน Grass Tone Sound Music Festival เรื่องขาดทุนเป็นแค่เรื่องของเงิน ผมหาเงินใหม่ได้”

     มีคนเคยพูดว่า โคราชเป็นเมืองปราบเซียน เพราะแบบนี้เองโคราชจึงเป็นเมืองท้าทาย และน่าหลงใหลไปพร้อมกัน

 


Grass Tone Sound Music Festival

     เทศกาลดนตรีอินดี้ที่จัดและทำโดยคนโคราช สามารถอัพเดตสถานที่และรายละเอียดต่างๆ ได้ทางเฟซบุ๊ก Grass Tone Sound Music Festival

 

เรื่อง: นันท์พัทธ์ พูลสวัสดิ์ ภาพ: ปกาสิต เนตรนคร

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่