ฝ้าย เบียร์จ๋า: ปัญหาระหว่างเบียร์และกฎหมาย เสรีภาพของผู้บริโภคที่หายไปพร้อมกับเงินห้าหมื่นบาท

The Guest
7 Aug 2020
เรื่องโดย:

กฤตนัย จงไกรจักร

Highlights

“สมัยก่อนเราก็เหมือนคนทั่วไปที่ชอบดื่มเบียร์ลาเกอร์ตามท้องตลาด จนวันหนึ่งที่เราไปเที่ยวเกาะเกร็ดแล้วได้ลองดื่มเบียร์ Indian Pale Ale (IPA) ครั้งแรก พูดตรงๆ ตอนนั้นไม่ชอบเลย เบียร์อะไรขมอย่างกับฟ้าทลายโจร (หัวเราะ) แต่ประสบการณ์ครั้งนั้น ก็ทำให้เรารู้จัก ‘คราฟต์เบียร์’ ​และ ‘วัฒนธรรมการดื่มเบียร์อีกแบบ’ ที่ไม่ต้อดื่มให้เมาหัวราน้ำ หมดเป็นลังเหมือนแต่ก่อน”

        ความประทับใจครั้งแรกที่มีต่อคารฟต์เบียร์ของ ‘ฝ้าย’ – ธราทิพย์ ธาราพืช ส่งผลให้เธอกลายเป็นผู้ที่หลงใหลในการดื่มเบียร์ให้มีอาระยะมากขึ้น รู้จักการดื่มเพื่อรับรู้รสชาติมากกว่าแค่เมาแล้วล้มฟุบไปแต่ละคืน กลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่เธอที่เริ่มเดินทางเสาะหาคราฟต์เบียร์หลากหลายประเภทมากขึ้น จนกลายเป็นคอนเทนต์หลักใน ‘เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ’ ช่องยูทูบที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อบันทึกประสบการณ์การร่ำเมรัยของเธอโดยเฉพาะ

        แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลับได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา หลังจากที่ทำการแนะนำเบียร์รสชาติต่างๆ ในช่องของเธอ ซึ่งถือป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตรา 32 ที่ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุดท้ายเธอต้องยอมเสียค่าปรับจำนวน 50,000 บาทเพื่อให้รอดพ้นจากคดีนี้ในที่สุด

        “ถึงอย่างนั้น เรายังยืนยันเหมือนเดิมว่าแอลกอฮอล์ก็เป็นสินค้าเหมือนกัน เป็นเครื่องดื่มที่ควรจะวิพากษ์วิจารณ์ได้” ใจความสำคัญที่เธอประกาศกร้าวกลางช่องยูทูบหลังจากผ่านเหตการณ์ครั้งนั้น นำไปสู่การพูดคุยในครั้งนี้ที่เธอจะมาอธิบายถึงปัญหาระหว่างเบียร์และกฎหมาย ที่จะกำหนดทิศทางของวงการคราฟต์เบียร์ไทยในอนาคต

 

ฝ้าย เบียร์จ๋า

อะไรที่ทำให้ความหลงไหลในการดื่มเบียร์ของคุณ พัฒนาจนกลายมาเป็นช่อง ‘เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ’ 

        จริงๆ เราทำเพจ ‘เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ’ ในเฟซบุ๊กตั้งแต่ปี 2556 แล้ว ตอนนั้นเราก็ไม่ได้เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์แบบนี้เลย อินเทอร์เน็ตยุคนั้นจะมีพวกเพจมีมตลกๆ ทั่วไปเช่น 9GAG หรือ 7 second ทำให้เราที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์อยู่แล้ว เลยเปิดเพจ ‘เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ’ เป็นเพจตลกแชร์มีมเหมือนกัน ซึ่งจะคอบแชร์แก๊กเกี่ยวกับคนเมาทั่วไป ตอนนั้นเราวางคาแรกเตอร์เพจให้ดูสนุกมากกว่า 

        แล้วหลังจากนั้นเราค่อยมาเปิดช่องในยูทูบทีหลัง เพราะเราสังเกตว่าเวลาไปเที่ยวหรือได้ดื่มเบียร์แปลกๆ เราจะชอบอัดวิดีโอเก็บไว้เอาไว้ ก็เลยเอามาลงตรงนี้ดีกว่า กลายเป็นที่มาของช่อง ‘เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ’ อย่างจริงจัง

ย้อนกลับไปตอนนั้น สถานการณ์คราฟต์เบียร์ในไทยเป็นอย่างไรบ้าง

        เอาแค่คำว่าคราฟต์เบียร์ในตอนนั้น เพื่อนเราที่ดื่มเบียร์ด้วยกันยังไม่เคยได้ยินเลย กลุ่มคนที่ดื่มเบียร์ประเภทนี้ในตอนนั้นเป็นกลุ่มที่เล็กมากๆ อย่างเราเองกว่าจะได้รู้จักก็ต้องไปถึงเกาะเกร็ดถึงจะได้ลองเป็นครั้งแรก ทำให้ช่อง เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ ในตอนแรกต้องเริ่มต้นจากแอลกอฮอล์ทั่วไปเช่นเหล้า ไวน์​ เบียร์ตามท้องตลอด เราถึงบอกว่าตัวเองไม่ใช่ช่องที่นำเสนอคราฟต์เบียร์ แต่เป็นช่องที่บันทึกเรื่องราวของเราไว้มากกว่า ช่วงไหนเราชอบดื่มอะไร ชอบกินอะไร ก็จะบันทึกเก็บไว้

แต่สุดท้ายคุณก็หลงไหลคราฟต์เบียร์ในที่สุด แอลกอฮอล์ประเภทนี้มีเสน่ห์อย่างไรตามความคิดของคุณ

        เรารู้สึกว่าคราฟต์เบียร์ที่มีหลากหลายสไตล์ สามารถตอบสนองอารมณ์ได้ครบถ้วนดี บางวันเราอยากนั่งชิลก็เปิดเบียร์ไวเซน (Wizen) รสชาติบางๆ จิบให้สดชื่น หรือในบางวันทุกข์ใจ เราก็จะเปิดเบียร์สเตาต์ (Stout) รสชาติขม กลบความเจ็บปวดเอาไว้ ทั้งหมดนี้คือ ‘เสน่ห์’ ที่ทำให้เราหลงรักคราฟต์เบียร์อย่างจริงจัง

        หลังจากนี้การดื่มคราฟต์เบียร์ของเราเลยกลายเป็นการท่องเที่ยวมากกว่า เราเริ่มเสาะหาเบียร์ใหม่ๆ มาลองดื่มดู ซึ่งจะไม่ได้ดื่มเพื่อให้เมาแล้ว แต่จะลองให้รู้รสชาติ ให้เบียร์ทำงานกับความรู้สึกและอารมณ์ของเราได้อย่างครบถ้วน เลยทำให้เพจ เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ มีอีกคอนเทนต์หนึ่งคือการนำเสนอคราฟต์เบียร์ยี่ห้อต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

แต่ยังมีหลายคนมองว่าเบียร์ยังเป็นของมึนเมาที่ไม่เหมาะสมกับสังคมไทยอยู่ คุณคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร

        ไม่ใช่แค่สมัยก่อน ทุกวันนี้ยังมีคอมเมนต์ในช่องยูทูบของเราทำนองว่าผู้หญิงดื่มเบียร์แล้วดูไม่ดีอยู่เลย มันคือปัญหาของชุดความคิดแบบอนุรักษ์นิยม (Conservative) ที่ยึดติดว่าผู้หญิงต้องอยู่ในกรอบและระเบียบ ต้องเรียบร้อย ประพฤติตนให้ดีงามและสำรวมเข้าไว้ เบียร์เลยกลายเป็นของแสลงสำหรับผู้หญิงตามความคิดพวกเขา

        แต่เรารู้สึกว่าผู้หญิงเป็นเพียงเพศสภาพเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วผู้หญิงก็คือมนุษย์โลกคนหนึ่งเหมือนกับผู้ชาย เรามีรสนิยม ความนิยมชมชอบที่หลากหลายแตกต่างกัน สังคมก็ไม่ควรมานั่งตีกรอบว่าอะไรที่ทำได้และอะไรที่ทำไม่ได้แบบนี้เราว่าไม่ถูกต้อง

        หรืออย่างเรื่องศาสนาที่เขียนไว้ว่าแอลกอฮอล์ผิดศีลข้อ 5 เรามองว่าเป็นเรื่องความเชื่อที่ส่วนบุคคลมากๆ ใครที่เคร่งศาสนา แล้วไม่ดื่มเบียร์ก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่การดื่มเบียร์ก็เป็นสิทธิ์ของคนที่ไม่ได้เคร่งในศาสนาหรือนับถือศาสนาอื่นเช่นกัน บ้านเราไม่ควรมีการจำกัดวันห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เพียงเพราะความเชื่อของคนบางกลุ่มแค่นั้น

        อย่างเราเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ที่สังคมถกเถียงกันอยู่ เราดื่มเบียร์เพราะอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ อยากเรียนรู้มากกว่า ถ้ามัวแต่คิดเรื่องแบบนี้ ชีวิตนี้เราคงตายไปพร้อมกับการไม่ได้ลิ้มรสเครื่องดื่มที่มีเสน่ห์แบบนี้เลยสักครั้งในชีวิตแน่ๆ

 

ฝ้าย เบียร์จ๋า

แต่สุดท้ายช่องของคุณโดนหมายเรียกตามมาตรา 32 ตอนนั้นคุณเจ็บปวดแค่ไหน

        จริงๆ ตอนแรกเราไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย แถมยังไม่เคยคิดจะศึกษาด้วยซ้ำว่ากฎหมายเกี่ยวกับเบียร์มีอะไรบ้าง เราคิดแค่ว่าตัวเองมีเจตนาดีคงไม่ได้ผิดข้อหาอะไร เพราะเป้าหมายในการทำคลิปคือการบันทึกประสบการณ์ชีวิต และเป็นกระบอกเสียงให้วงการคราฟต์เบียร์เท่านั้น อีกอย่างเราก็ไม่ได้รับเงินโฆษณาด้วย คงไม่น่าโดนอะไร

“เพราะตอนนั้นเราก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่บันทึกชีวิตประจำวันแล้วมีคนติดตาม แค่นั้นเอง”

        แต่ช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ตอนนั้นวงการคราฟต์เบียร์ยังไม่มีประเด็น กฎหมายมาตรานี้ยังไม่เคยถูกพูดขึ้นมา เราเองก็ยังใช้ชีวิตทำคอนเมนต์ในเช่องตามปกติ กลับมีจดหมายไปที่บ้านต่างจังหวัดซึ่งแม่เราอาศัยอยู่ คุณลองคิดดู อยู่ดีๆ มีจดหมายจากราชการจ่าหน้าซองถึงลูกตัวเองส่งมาก็ต้องตกใจเป็นธรรมดาใช่ไหม แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือข้างในเป็นจดหมายที่หน่วยงานของรัฐเรียกให้เราไปเข้าพบ เขาก็เลยรีบโทร.มาหาเราเลยว่าไปทำอะไรเอาไว้ พอเราเห็นรูปจดหมายที่แม่ส่งมาให้ดู คำแรกที่อุทานออกไปคือ เหี้_อะไรวะ (หัวเราะ)

        แต่ตอนนั้นไม่ตลกแบบนี้เลย เรากลัวมาก แถมยังสับสนอีก เพราะวันก่อนหน้าก็ไม่มีสัญญาณบอกเลยว่าตัวเองจะโดนหมายเรียกแบบนี้ แต่พอวันถัดมาทุกอย่างก็โถมเข้ามาหาเราแบบไม่ทันตั้งตัว

 

มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม

 

        เราจึงตัดสินใจโทร.ไปนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ว่าได้รับหมายเรียกและรับทราบเรียบร้อยแล้ว จะเข้าไปเจรจาในภายหลัง ซึ่งประเด็นที่พูดคุยกันในวันที่เจรจา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการทำช่อง เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ ว่ามีจุดประสงค์อย่างไร ซึ่งเราก็ตอบเหมือนที่เล่าก่อนหน้านี้เลย แล้วเรายังถามต่อด้วยจุดไหนของช่องที่ดูมีปัญหาตามมาตรานี้ ซึ่งเขากลับตอบมาว่ามีปัญหาทั้งช่องเลย จากนั้นก็ทำการชี้ให้ดูเลยว่า วินาทีไหนในคลิปที่มีภาพแอลกอฮอล์ หรือมีคำพูดเชิญชวนปรากฏขึ้นมาบ้าง

        ถึงแม้เราจะพยายามอธิบายว่าเจตนาในกาารทำช่องคือการบันทึกชีวิตประจำวันในฐานะผู้บริโภค แต่เขาก็ได้แต่รับฟัง ทำอะไรมากไม่ได้เพราะได้รับมอบหมายมาอีกที วันนั้นเลยจบที่การเขียนคำให้การ รอตัดสินอีกทีว่าเรามีความผิดหรือไม่ 

        ซึ่งกว่าคำตัดสินจะออกก็ต้องรออีก 3 เดือน ตอนนั้นแอบดีใจไปแล้วด้วยซ้ำว่ารอดแล้ว เพราะเงียบไปขนาดนี้ แต่จู่ๆ วันหนึ่งแม่ก็โทร.มาอีกว่าได้รับจดหมายจากสถานนีตำรวจ คราวนี้น่าตกใจกว่าเพราะเป็นหมายเรียกผู้ต้องหาที่ระบุชื่อเราชัดเจนเลย

คุณกลายเป็นผู้ต้องหาที่มีความผิดเต็มตัวไปแล้ว 

        ใช่ เกิดมาเพิ่งเคยได้เป็นผู้ต้องหากับเขาครั้งแรก ตอนนั้นคิดเล่นๆ เหมือนกันว่าถ้าเราต้องติดคุกแล้วมีคนถามว่าไปทำอะไรมา ถ้าตอบโฆษณาเบียร์เลยติดคุกไปคงตลกดี (หัวเราะ)

        จากนั้นเราก็เริ่มคุยกับทนายว่าต้องทำอย่างไร เขาก็แนะนำมาว่ามี 2 ทางเลือกคือ ยอมรับสารภาพ หรือสู้คดีต่อ ซึ่งเราตัดสินใจยอมรับสารภาพและเสียค่าปรับดีกว่า เพราะอย่างที่บอกว่าช่อง เบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ ในตอนนั้นก็ทำมาหลายปีแล้ว มีเป็นร้อยคลิปเลย ซึ่งถ้าจะต่อสู้จริงๆ เขาเลือกคลิปไหนมาสอบพยานก็มีความผิดหมด บางคลิปแค่เราพูดว่า ‘อร่อย’ ก็ถือว่าผิดแล้ว ทั้งที่จริงๆ คือธรรมชาติของมนุษย์เวลากินอะไรบางอย่างไม่ใช่เหรอ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราสู้กันอยู่ในกฎที่เขาเขียนขึ้นมา

        สุดท้ายเราเสียค่าปรับจำนวน 50,000 บาท ซึ่งก็ต้องไปยืมคนอื่นมาก่อน เพิ่งผ่อนจ่ายหมดเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเอง เหนื่อยมากๆ กับเรื่องนี้  

 

ฝ้าย เบียร์จ๋า

เห็นด้วยไหมกับผลตัดสินที่เกิดขึ้น

        ไม่เลย เงินครึ่งแสนกับการพูดว่าอร่อยในวิดีโอของตัวเองแบบนี้เราไม่เห็นด้วยมากๆ คดีเมาแล้วขับที่อันตรายกว่าโดนปรับแค่ 20,000 เอง นี่เราพูดถึงแค่จำนวนค่าปรับก็ไม่สมเหตุสมผลแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงข้อกฎหมายที่มาตามจับคำวิจารณ์ของผู้บริโภค สิ่งนี้ควรเป็นสิทธิ์ของพวกเขาไม่ใช่เหรอ 

        ความจริงแล้วเราเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้ดี ว่าเพื่อป้องกันการชักจูงหรือกล่าวอ้างเกินจริง แต่ที่มีปัญหาเลยคือการบัญญัติกฎหมายว่า ‘ห้ามมิให้ผู้ใด’ คำถามคือจำเป็นไหมที่ต้องไปจำกัดสิทธิ์พวกเขาที่เป็นผู้บริโภค ทำไมถึงไม่เจาะจงไปเลยว่าห้ามมิให้ผู้ผลิตโฆษณาเพียงอย่างเดียว 

        แต่ถ้าพูดถึงเนื้อกฎหมายจริงๆ เราก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมการโฆษณาถึงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่ในหลายประเทศเขาก็ให้สิทธิ์เรื่องนี้ ถ้าคุณจะบอกว่าป้องกันการถูกล่อลวงหรือชักจูง บ้านเราก็มีกฎหมายห้ามขายแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีแล้วไม่ใช่เหรอ เราคิดว่าคนอายุ 21 ปีขึ้นไปก็ต้องมีวิจารณญาณบ้างแล้ว

        เรายังยืนยันเหมือนเดิมว่าแอลกอฮอล์ก็เป็นสินค้าเหมือนกัน เป็นเครื่องดื่มที่ควรจะวิพากษ์วิจารณ์ได้

พวกคุณดื่มเบียร์กันเงียบๆ ไม่ต้องโพสต์หรือทำอะไรที่ผิดตามมาตรานี้ไม่ได้เหรอ

        หลายคนมากที่บอกว่า ถ้าไม่ได้โพสต์จะตายเหรอ เราว่ามันไม่ใช่ มันไม่ถูกต้อง การที่คุณคิดกันแบบนี้หมายความว่าคุณยอมให้ตัวเองถูกลิดรอนสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว เราเสียเงินซื้อของบางอย่างมาบริโภค เราก็ควรมีสิทธิในการวิจารณ์สิ จริงไหม

        อยากให้ทุกคนตั้งคำถามว่าทำไมผู้บริโภคแบบเราถึงโพสต์ ถึงวิจารณ์ไม่ได้มากกว่า แล้วจะทำตามข้อบังคับจากทางรัฐโดยไม่มีเหตุผลรอบรับจริงๆ เหรอ เพราะถ้าเรายังยอมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ วันหนึ่งอาจจะไม่ใช่แค่เบียร์ อาจจะเป็นชานมไข่มุก อาจจะเป็นหมูกรอบก็ได้ ถ้าเขาอ้างว่าเป็นอาหารที่ทำลายสุขภาพห้ามโฆษณา ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงจะน่ากลัวมาก สุดท้ายเราในฐานะผู้บริโภคก็จะไม่มีโอกาสได้วิจารณ์ และผู้ผลิตก็จะขาดช่องทางในการโฆษณาสินค้ากันทุกภาคส่วน

        เห็นไหม ไม่มีใครได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

ต้องเสียเงินครึ่งแสนแบบนี้ ถามตรงๆ โกรธขนาดไหน

        ถามว่าโกรธไหม โกรธมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ศึกษาส่วนนี้ให้ดีพอ ไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่ต้องเสียเงินมากขนาดนี้ 

        หลังจากนั้นเราก็ทำการปรับเนื้อหาในช่องใหม่หมดเลย คลิปเก่าๆ ที่มีประเด็นก็กดซ่อนไว้หมดเลย ส่วนคลิปใหม่ๆ เราก็ทำการบ้านกันให้หนัก ระมัดระวังกันมากขึ้น และก็เหนื่อยขึ้นกว่าเดิม เพราะเวลาจะทำอะไรเราก็ระแวงตลอดว่าจะไปเข้าข่ายมาตรา 32 ของพวกเขาอีกหรือไม่

ทำไมถึงยังทำเพจนี้ต่อ เพราะถ้าเป็นคนอื่นเสียเงินไปมากขนาดนี้ คงหันไปทำคอนเทนต์อื่นกันแล้ว

        ที่เรายังตัดสินใจทำช่องนี้ต่อ เพราะเรายังรู้สึกว่าการมีอยู่ของเพจเบียร์จ๋าฉันมาแล้วจ้ะ คือ หนึ่ง หลักฐานสำคัญว่ายังมีคนที่ต่อสู้เพื่อวงการคราฟต์เบียร์และสิทธิของผู้บริโภคอยู่ ถึงเราจะมีปากมีเสียงได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ขอเป็น Soft Power ที่อาจทำให้ใครอีกหลายคนได้ตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของตัวเองที่หายไปจากมาตรา 32 ได้

 

ฝ้าย เบียร์จ๋า

สุดท้ายคุณอยากให้ทิศทางของวงการคราฟต์เบียร์ในอนาคตเป็นอย่างไร

        เราอยากให้คนไทยมีวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ Drinking Culture ที่น่ารักขึ้น มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ไปสร้างปัญหาให้คนอื่น เราว่าส่วนนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำให้ภาครัฐเห็นว่าคนไทยดื่มเบียร์กันอย่างมีสติ ซึ่งนั่นจะสามารถต่อยอดไปสู่การเรียกร้องในการโพสต์และวิจารณ์แอลกอฮอล์ในอนาคตข้างหน้าได้

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตนัย จงไกรจักร

KFC, ฟิลเตอร์สตอรีไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง