Homeflick | กลับบ้านไปฉายหนังเพื่อตอบว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นเพราะใครและเพื่ออะไร

The Guest
3 Apr 2019
เรื่องโดย:

adB Team

“สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามา… ” ประโยคเรียกแขกสุดคลาสสิกที่ไม่มีสาเหตุว่า ทำไมเราต้องเดินตามเสียงนี้ไปจริงๆ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเราเกิดตั้งคำถามขึ้นมาว่า ต้นตอของเสียงนั้น กำลังจะทำอะไรให้ผู้คนได้ชม และคงไม่ต่างจากการเดินตามเสียงที่ดังก้องอยู่ในใจของชายหนุ่มชาวกรุง ‘โจ้’ – ชลัท ศิริวาณิชย์ ผู้เลือกเดินทางไป-กลับโคราช เพื่อตอบคำถามกับตัวเองว่า กำลังทำอะไรและเพื่อใคร ผ่านอาชีพที่เรียกว่า คนฉายหนัง กับโรงหนังนอกกระแสที่มีชื่อ Homeflick

     ช่วงเวลาประมาณห้าโมงของเย็นวันศุกร์ เราพบกับชลัทที่มาในชุดลำลองสวมเสื้อยืดสีดำด้านหน้าสกรีนคำว่า Homeffllick กำลังเลื่อนประตูเหล็กแง้มให้เห็นห้องภายในตึกแถวเก่ากลางเมืองโคราช เตรียมจัดวางโต๊ะขนาดเล็กบนริมทางเท้า ยกป้ายตัวอย่างหนังออกมาตั้ง ด้านข้างมีม้านั่งยาวเรียงแถวเป็นระเบียบ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขานั่งโต๊ะประจำตำแหน่ง เพื่อรอขายตั๋วชมภาพยนตร์ หากไม่มีคน เขาแค่เข้าบ้านกลับไปนั่งกินข้าว และรอเวลาสองทุ่ม เพื่อออกมาตั้งโต๊ะใหม่อีกครั้ง ถ้ามีคนเดินผ่านแล้วถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาจะตอบกลับทันทีว่า “ผมกำลังทำห้องฉายหนังเล็กๆ” พร้อมกับยิ้มแฉ่ง

 

Homeflick

 

01 ตัดสินใจ

     จากเด็กมัธยมที่ใช้เวลาเสาร์-อาทิตย์เช่าหนังดูคนเดียวในบ้าน ระยะเวลาผ่านไป จากการดูคนเดียวของเขาเปลี่ยนรูปแบบเป็นชวนคนโคราชมาร่วมดูเป็นเพื่อน บ้างฉายหนังในร้านหนังสือ บ้างนึกสนุกฉายหนังบนดาดฟ้า บางครั้งฉายในห้องมืดใต้บันไดบ้านของตัวเอง หลังจากชมภาพยนตร์จบ เขาชวนคนดูออกทริปขึ้นรถไฟ เพื่อพูดคุยถึงหนังผ่านฉากชีวิตเคลื่อนไหวในเมืองโคราช

     “ผมเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-โคราช ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ทำงานประจำ จนออกมาเป็นฟรีแลนซ์รับงานตัดต่อ เป็นช่วงที่ผมรู้จักคนรุ่นใหม่ในโคราชมากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นโอกาสของการฉายหนังนอกกระแสที่นี่ ผมจัดฉายหนังเรื่องแรกในปี 2556 เป็นโปรเจ็กต์นำชื่อหนังสือ ‘ยูโทเปียชำรุด’ มาทำเป็นหนังสั้น ผมนำหนังสั้นจากโปรเจ็กต์ชุดนั้นมาฉายในร้านหนังสือเฟื่องนคร ซึ่งตอนนี้ปิดไปแล้ว หลังจากนั้นผมเช่าโรงหนังในโคราช เอาเรื่อง ตั้งวง มาฉาย เพราะอยากให้คนโคราชได้ดูในโรงแบบที่เราได้ดูที่ลิโด การฉายหนังในวันนั้นทำให้เราเห็นว่า คนโคราชกลุ่มนี้คือคนที่อยากดูหนังจริงๆ”

 

Homeflick

 

     เขาควักเงินส่วนตัว จนมาถึงเรื่องที่ 5 คือเรื่อง ภวังค์รัก จากนักฉายหนังที่ใช้ใจเดินทางเป็นหลัก โจ้เริ่มบริหารเงินฉายหนังด้วยการหาสปอนเซอร์จากห้างร้านและกลุ่มนักธุรกิจในโคราช เพื่อจัดสรรค่าใช้จ่าย ผลลัพธ์ของวิธีการนี้ทำให้โจ้คืนทุนได้ทั้งหมด บ้านโฮมฟลิคมีกำไรเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อมีโมเดลของการบริหารเงิน การเดินทางต่อจากนี้คือสร้างการรับรู้ และขยายกลุ่มคนดูหนังในโคราช

     “อย่างเรื่อง Mary is Happy, Mary is Happy ผมให้เพื่อนวาดโปสเตอร์หนังบนแผ่นไม้ แล้วมีคนถ่ายตอนยังวาดไม่เสร็จส่งไปให้พี่เต๋อ (นวพล ธํารงรัตนฤทธิ์) ดู พี่เต๋อเอาไปขยี้ต่อ เรารับมุกกันไปมาในโซเชียลฯ ครั้งนั้นกลายเป็นการเปิดตัวบ้านโฮมฟลิค คนรู้จักเรามากขึ้น และอีกหนึ่งโมเดลการฉายที่มีคนสนใจ ตอนนั้นฉายหนังเรื่อง Homme Less เป็นหนังเกี่ยวกับคนไร้บ้าน ใช้ชีวิตบนดาดฟ้า เราอยากหากิมมิกใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับหนัง เลยเป็นที่มาของการฉายหนังบนดาดฟ้า”

 

Homeflick

 

02 ลงมือทำ

     การวางรากฐานวัฒนธรรมชมภาพยนตร์นอกกระแสที่ชลัทปูทางไว้ให้คนโคราชเริ่มแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการแข่งขันของภาคธุรกิจห้างใหญ่ถึง 3 แห่งในโคราช ที่มีโรงภาพยนตร์เป็นของตัวเอง ชลัทมองว่าความเจริญที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเมือง ทำให้การดูหนังทางเลือกของคนโคราชจะมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นด้วย

     “ตอนแรกผมมีเป้ากว้างมาก เราดีไซน์ตัวเองว่าเราจะเป็นกลุ่มฉายหนังนอกกระแส จัดฉายเฉพาะหนังไทยเท่านั้น เราคิดว่าเดี๋ยวก็คงมีคนมาช่วยฉายแหละ เราไม่สนด้วยว่าคุณฉายหนังฝรั่งหรือหนังญี่ปุ่นแล้วจะฮิตกว่า เรารู้สึกแค่ว่า เฮ้ย! มาช่วยกูหน่อย (หัวเราะ) แต่พอผ่านไปสามสี่ปีก็เหมือนเดิม ไม่มีใครทำ เราก็ เออ โอเค ฉายแต่หนังไทยอาจจะฝืนตัวเอง เพราะส่วนตัวเรายังชอบหนังต่างประเทศเลย เมื่อไหร่ที่หนังทางเลือกเริ่มเข้ามาในโคราชมากขึ้น ภาระของเราก็น้อยลง เพราะสิ่งที่เราตั้งใจคืออยากให้สิ่งนี้มันเกิดขึ้นในโคราช แต่ถ้าหนังเรื่องไหนที่เรารู้สึกว่าต้องฉายแล้วไม่เข้าโรงในโคราช เราเอามาฉายของเราก็ได้”

 

Homeflick

 

     “สำหรับผม ‘บ้านโฮมฟลิค’ คือฮอบบี้ ผมเอาเวลาว่างจากงานมาทำ โคราชอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และเป็นจังหวัดที่เอื้อให้ผมใช้ชีวิตแบบนี้ได้ ช่วงไหนไม่มีงาน ก็แค่กลับบ้านมาฉายหนัง เราอยากให้คนโคราชเข้าถึงการดูหนัง อยากให้การดูหนังเป็นมากกว่าการดูเพื่อความบันเทิง”

     การนำเสนอภาพยนตร์ทางเลือกเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่โจ้นำมาจุนเจือสิ่งที่ขาดในโคราช เพราะถ้าจะให้เขากลับบ้านเพื่อมาเปิดร้านอะไรสักร้าน หรือทำสิ่งอื่นที่ไม่สอดคล้องกับชีวิต นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัด แต่ในเมื่อธรรมชาติของมนุษย์คือการดิ้นรน และในความดิ้นรนนั้น ยังคงมีความหวังที่จะกลับบ้าน

 


Homeffllick

     ห้องฉายหนังบ้านโฮมฟลิค ถนนไชยณรงค์ ตรงข้ามโรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ติดตามรายชื่อหนังที่เข้าฉาย วันเวลา และรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Homeffllick

 

เรื่อง: นันท์พัทธ์ พูลสวัสดิ์ ภาพ: ปกาสิต เนตรนคร

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

adB Team

Conversations for All: เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายแวดวงเข้าด้วยกัน รวมตัวให้เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ชวนตั้งคำถามกับสิ่งเก่า กระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่