‘น้ำน้อย’ – ปรียศรี พรหมจินดา | เจ้าของนามปากกา NAAMNOI กับการใช้ภาพวาดสื่อสารเพื่อส่วนรวม

The Guest
3 Apr 2018
เรื่องโดย:

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล, ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

เช้าตรู่ของวันศุกร์แห่งชาติ จู่ๆ สายฝนก็โปรยลงมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จากละอองฝนเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ เพิ่มขนาดจนใหญ่ขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ซาลง และบางพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมขังจนเป็นภาพชินตา ซึ่งเป็นจังหวะดีที่เราได้มาคุยกับ ‘น้ำน้อย’ – ปรียศรี พรหมจินดา นักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้น NAAMNOI ถึงเรื่องการเป็นนักวาดภาพประกอบที่ใช้ความสามารถในการวาดภาพ เพื่อการสื่อสาร และสะท้อนถึงสิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมได้มากที่สุด

naamnoi

 

น้ำท่วมปี 2554…

     เป็นจุดเริ่มต้นที่เธอได้ใช้ความสามารถด้านวาดภาพ และทักษะการสื่อสารตามแบบนักวางแผนโครงงาน รวบรวมเป็นผลงานชุดน้ำท่วม เพื่อให้กำลังใจและให้ความรู้กับคนอื่นๆ

     “เราเป็นคนจังหวัดอยุธยา บ้านเราเจอน้ำท่วมกันเป็นเรื่องปกติ พวกเราต่างรับมือและเตรียมตัวกันได้ดีเสมอ แต่แล้วกรุงศรีฯ ก็แตก (หัวเราะ) คืนหนึ่งมวลน้ำลูกใหญ่ก็พังรั้วกั้นและไหลบ่าเข้ามาในบ้าน ในเวลาเพียงไม่กี่นาที บ้านชั้นสองก็จมอยู่ใต้น้ำทันที ตอนนั้นเราก็คิดว่ากรุงเทพฯ ยังไงก็ไม่รอด สถานการณ์เวลานั้นมันหนักมาก เราเข้าใจ อาจเพราะเราเคยชินและรู้วิธีรับมือมาระดับหนึ่งแล้ว”

 

(คงมี) คนจิตตก…

     “ในเมื่อเรารับมือกับน้ำท่วมได้ และรู้วิธีการเอาตัวรอดจากอุทกภัยนี้ เราคิดว่าคนส่วนใหญ่อาจจะไม่เคยเจอและคงจิตตกกันไม่น้อย เราจึงเริ่มวาดรูปขึ้น เพื่อให้คนที่ยังไม่ประสบเหตุการณ์ได้เตรียมตัวหรือรับมือ จนออกมาเป็นเซตภาพประกอบข้อความที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นวิธีอยู่กับน้ำท่วม วิธีเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ วิธีย้ายสัตว์เลี้ยง หรือขั้นตอนการทำเสื้อชูชีพแบบง่ายๆ ทั้งหมดคือสิ่งที่เราเจ็บมาก่อน เมื่อเราสื่อสารออกไป กลายเป็นว่าคนเข้าใจและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก จุดนั้นเองที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ ดีที่สุดหรือเปล่าเราไม่แน่ใจ แต่เราก็ได้ทำแล้ว”

 

naamnoi

 

เด็กผู้หญิงหน้าม้าเต่อ

     “คือตัวเราเองตอน 5 ขวบที่เจอน้ำท่วมบ้านครั้งแรก เราจึงดึงเขากลับมาพร้อมกับน้องหมาคู่ใจอย่าง ‘เจ้าเก๋า’ เพื่อเป็นตัวประกอบ คอยเชื่อมโยงเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นไปอีก ทั้งเด็กผู้หญิงและหมาเก๋าทำหน้าที่นี้ได้ดีเสมอมา”

 

งานประจำ (ไมได้) ทำ (เพื่อ) เงิน…

     ระหว่างการวาดรูป ชีวิตของเธอก็ยังต้องทำงานประจำ หลังจากที่ทำงานด้านวางแผนโครงงานได้ไม่นานเธอก็เปลี่ยนสายงานอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่างานประจำที่ทำอยู่นอกจากจะได้เงินแล้ว ยังเติมเต็มคุณค่าชีวิตและก่อประโยชน์เพิ่มขึ้น

     “เรายังทำงานประจำในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ ทำเกี่ยวกับสื่อการเรียนการสอนให้กับเด็กพิเศษ หรือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เรารู้สึกดีกับงานนี้มาก จึงตัดสินใจมาทำเพราะเราอินกับวงการการศึกษา เราอยากให้วิชาศิลปศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ สามารถใช้ศิลปะช่วยเด็กที่มีปัญหาเรื่องการอ่านและเขียนได้ดีขึ้น”

 

naamnoi

 

งานแทรกซึม และงานอาสา

     “งานที่สองคืองานวาดภาพประกอบ ซึ่งเป็นงานที่ทำไปเป็นวันๆ ไม่ได้ งานนี้ได้แทรกซึมอยู่ในชีวิตตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ และเสาร์-อาทิตย์เป็นบางครั้ง ส่วนงานที่สามคือจิตอาสา เราได้ทำอยู่เรื่อยๆ ทำแล้วมีความสุขมาก รวมทั้งยังเรียนจิตรกรรมที่มหาวิทยาลัยศิลปากร งานทั้งหมดนี้อยู่ในเจ็ดวันของเรา ซึ่งแยกยากและสับสนเหลือเกิน แต่ก็เป็นสิ่งที่เราสนใจ เพราะรู้สึกว่าสุดท้ายปลายทางคือ ‘ประโยชน์’ ”

 

หมาซ่า

     เมื่อทั้ง 7 วันที่เธอหมดไปกับศาสตร์และศิลป์ที่เธอหลงใหล ‘หมาซ่า’ สัตว์เลี้ยงแสนรักของเธอก็ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในเนื้องานของเธอมากขึ้น

     “ซ่าเป็นหมาที่มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน แถมยังมีนิสัยเหมือนเรามาก ซ่าไม่ได้สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เราเข้าใจหรอก แต่เราว่ามันคิดแบบนี้ มโนและตีความจากสิ่งที่ซ่าทำขึ้นมาเอง บางอย่างก็ตลกจนต้องจดเพื่อเอามาวาด กลายเป็นว่าเราให้หมาซ่าสื่อสารความคิด ส่งกำลังใจ เตือนสติ ชวนให้คนอื่นๆ ฉุกคิดแบบอมยิ้มแทนเรา และเราก็ได้ซ่าตัวจริงมาช่วยปลอบประโลมเวลาเครียดๆ ด้วย”

 

naamnoi

 

ภาพวาดสะท้อนสังคม

     “เราอยากแสดงความคิดเห็น หรือสื่อสารอีกด้านโดยที่ไม่ได้ไปเพิ่มดีกรีความรุนแรงให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางภาพอาจจะไม่ได้ใช้ซ่า แต่ยังคงเป็นลายเส้นของน้ำน้อย ผ่านการใช้โทนสีนุ่มๆ แทนน้ำเสียงของเรา”

 

กลุ่มนักวาดใจดี

     “เป็นโปรเจ็กต์เล็กๆ ที่เราสร้างขึ้นได้ราวๆ สองปีแล้ว โดยมีน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ นักวาดภาพประกอบกว่าร้อยคนเข้ามาอยู่ในกรุ๊ป เวลามีกิจกรรมอาสาเกี่ยวกับศิลปะก็จะมากระจายข่าวสารในนี้ ล่าสุดทำเป็นสมุดกิจกรรมระบายสีเพื่อให้เด็กเกิดคุณธรรม เมตตาธรรมชาติและสัตว์ ทุกคนต่างวาดและส่งเข้ามามากมาย เราก็ชื่นใจในสิ่งที่ได้ลองทำ ทุกอย่างที่เราทำจนเกิดเป็นประโยชน์ ตัวเองก็ไม่เดือดร้อน สิ่งนี้แหละคือคุณค่าทำให้เรารู้สึกว่า ‘ชีวิตนี้ไม่เสียชาติเกิด’ (หัวเราะ)

 


กลุ่มนัดวาดใจดี (JaideeArtist)

     กรุ๊ปของคนวาดรูปจิตอาสาเพื่อการศึกษาและหมาแมวไทย กรุ๊ปนี้ไม่มีใครได้เงินจากการวาดภาพ และไม่มีใครต้องเสียเงินจากการโหลดภาพ สามารถเข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักวาดจิตอาสา หรือดาวน์โหลดแบบเรียนน่ารักๆ ได้ที่ www.facebook.com/groups/JaideeArtist

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ