วางใจไปกับ ‘Jamesji SeeMore’ โปรเจกต์ทางดนตรีที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นประจำของ ‘เจมส์ จิรายุ’

The Guest
8 Jul 2021
เรื่องโดย:

คุลิกา แก้วนาหลวง

“แค่เธอบอกไม่ไหวจะรีบไปในทันที (จึด จึด จือ ดึด จึด จือ)

ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน ให้วางใจอยู่ตรงนี้ (จึด จึด จือ ดึด จึ๊ด จื้อ)

        เราเปิดเพลงบิลต์ในขณะที่กำลังเรียบเรียงบทสัมภาษณ์นี้ แล้วก็นึกย้อนกลับในช่วงวัยมัธยม ครั้งแรกที่เห็นชายหน้าละมุนคนนี้ในบทบาทแรกของเขา ‘คุณชายพุฒิภัทร’ จากละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ การทำให้ผู้ชมเชื่อในบทบาทที่แสดงออกมาตั้งแต่แรกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักแสดงมือใหม่ แต่เขาคนนี้ทำให้ใครหลายคน รวมทั้งเรา เชื่อว่านี่คือคุณชายหมอพุฒิภัทรได้อย่างสนิทใจในทันที

        บางคนอาจบอกว่าเพราะมีพรสวรรค์ หรือบางคนอาจบอกว่าเพราะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ หรือบางคนก็แค่ฝึกฝนมานานก่อนจะเผยให้คนอื่นได้เห็นก็เท่านั้น แต่สำหรับนักแสดงชายที่ฉายแววในบทพระเอกตั้งแต่ครั้งแรกอย่าง ‘เจมส์’ – จิรายุ ตั้งศรีสุข หากให้พูดเข้าข้างเลยก็ต้องยอมรับว่า เขาอาจมีทั้งพรสวรรค์และเกิดมาเพื่อเป็นนักแสดงจริงๆ เลยก็ได้ เพราะหลังจากนั้นไม่ว่าจะแสดงในบทบาทใดก็ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ทั้งยังไม่เคยหยุดพัฒนาศักยภาพในการแสดงให้ดีขึ้นตลอดเวลา 

        แม้กระทั่งด้านการร้องเพลงเขาก็มีศักยภาพที่ดีไม่แพ้กัน อย่างที่เรามักจะได้ฟังจากผลงานเพลงประกอบละครที่ผ่านมา ด้วยเสียงอันนุ่มละมุนละไมนั้น ได้ฟังทีไรก็เผลอไผลไปกับพระเอกคนนี้ทุกที ครั้งนี้เราจึงชวนเขามาคุยเกี่ยวกับการลงมือทำโปรเจกต์ ‘Jamesji SeeMore’ ผลงานเพลงอีพีแรกที่เราจะได้เห็น เจมส์ จิ ในบทบาทนักร้องเต็มตัว และมุมที่หลากหลายของตัวเขาผ่านทั้ง 5 บทเพลงในอัลบั้มนี้มากขึ้น 

จิรายุ ตั้งศรีสุข

ก่อนหน้านี้เราเคยดูช่องยูทูบของคุณมาบ้าง แต่ก็เพิ่งรู้ว่าขยับมาทำเพลงด้วย

        ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบเสพดนตรี ชอบฟังเพลง และชอบสนุกสนานไปกับเสียงเพลงมากๆ แต่พอเข้าวงการบันเทิงมาผมได้รับบทเป็นนักแสดงมาโดยตลอด แม้ว่ามีโอกาสทำงานเพลงประกอบงานแสดงมาบ้าง เช่น ร้องเพลงในแฟนมีตติ้ง ร้องเพลงละคร แต่ก็รู้สึกว่าคงจะดีนะถ้าเราได้มีเพลงอีกหลายๆ รูปแบบ และคงจะดีนะถ้าได้ลองค้นหาตัวเองอย่างจริงจังว่าเราถนัดอะไร เราชอบงานด้านไหนบ้าง หรืองานแบบไหนที่เราทำออกมาได้ดี จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ ‘Jamesji SeeMore’ ขึ้นมา 

โปรเจกต์การทำเพลงนี้จึงขับเคลื่อนด้วยแพสชันที่อยากลองค้นหาตัวเองในมุมใหม่ใช่ไหม

        เริ่มต้นจากความสนุกที่ผมอยากรู้อยากเห็นในตัวเอง และผมชอบเพลงหลายแนวมาก จนไม่รู้จะทำแนวไหนดีก็เลยนำแนวดนตรีที่เราชอบมาทดลองทำ ดูว่าแนวไหนเป็นแนวที่เราสนุก หรือแฟนคลับฟังแล้วชอบแนวไหนบ้าง ถือว่าเป็นโปรเจกต์ที่สนุก เพราะได้พี่ๆ โปรดิวเซอร์ทั้ง 5 คนมาช่วยฟอร์มทีมทำเพลงขึ้นมา ซึ่งแต่ละคนก็เขียนเพลงกันคนละสไตล์ เลยทำให้ทั้ง 5 เพลงมีความหลากหลายมาก และไม่ใช่แค่แนวเพลง ทำนอง และดนตรี แต่มิวสิกวิดีโอของแต่ละเพลงก็จะมีมูดแอนด์โทนที่ต่างกันออกไป ให้แฟนคลับได้ค้นหาความสนุกในตัวผมได้อีกเรื่อยๆ 

เหมือนกับมมิวสิกวิดีโอเพลง ‘วางใจ’ เราเปิดดูหลายรอบแล้วก็สงสัยว่าความสัมพันธ์ของตัวละครใน MV อยู่ในสถานะไหนกันแน่ ‘แฟน’ หรือ ‘เพื่อน’ 

        ทุกคนน่าจะมีคำถามเยอะมากหลังจากดูจบว่าสรุปแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งตอนทำผมก็มีคำถามเยอะมากว่าจะทำเพลงออกมาในรูปแบบไหนดี ก็เลยเป็น  MV ที่ออกมาเป็นแนวตั้งคำถาม ดูจบแล้วก็จะมีคำถามไปเรื่อยๆ ผมว่าก็โอเคนะเพราะสำหรับเพลงนี้ต้องการสื่อสารว่า สุดท้ายแล้วก็แค่วางใจไว้กับคนนี้แหละ 

        ซึ่งไอเดียเริ่มต้นของเพลงนี้มาจากกลุ่มเพื่อนๆ ของผม คือส่วนใหญ่กลุ่มผู้ชายเวลามีอะไรจะไม่ค่อยพูดกันมาก เรียกว่าประหยัดคำพูดกัน (หัวเราะ) พอนำมาตีความในมุมมองของความรักจึงกลายเป็นแนวคิดว่า แค่มองหน้าหรือเห็นแววตากันก็สามารถเข้าใจกันได้ สามารถวางใจกันได้โดยที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราก็ยังอยู่ตรงนี้นะ 

ถ้าเป็นตัวคุณเองจะเลือกวางใจไว้ที่ไหน กับอะไร หรือกับใคร

        ตอนนี้ก็พยายามจะวางใจกับทุกๆ เรื่องครับ โดยที่เราสามารถ ‘วางใจ’ แบบ ‘ค่อยๆ ไป’ (ชื่อเพลง) อย่าง ‘เป็นประจำ’ ให้ได้ (แอบเนียนๆ ขายเพลง)

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำโปรเจกต์นี้ไปเรียบร้อย ตอนนี้คิดว่าตัวเองสามารถเป็นนักร้องเต็มตัวได้ไหม

        ผมชื่นชอบการร้องเพลงเลยเชื่อมั่นเรื่องนี้มาตลอดมาว่าทำได้ดีมาก แต่พอได้มาทำเองอย่างจริงจังก็เริ่มไม่เชื่อมั่นในตัวเองแล้ว (หัวเราะ) ต่อให้ผมเคยมีโอกาสได้ร้องเพลงเวลาจัดแฟนมีตติ้ง แต่นั่นเป็นการร้องเพลงของคนอื่นบวกกับการเอนเตอร์เทนด้วย ส่วนเพลงประกอบละครก็จะเป็นการร้องในคาแรกเตอร์ที่เราได้รับ พอมาเป็นโปรเจกต์เพลงของตัวเองนั่นหมายความว่าเราต้องดึงคาแรกเตอร์ของตัวเองออกมา 

        แต่เพราะผมเป็นนักแสดงมาตลอด ทำให้เราไม่รู้ว่าคาแรกเตอร์ของตัวเองที่ชัดเจนจริงๆ คืออะไร เวลาทำงานเราเปลี่ยนคาแรกเตอร์ไปตามบทบาทที่ได้รับ ก็เลยเป็นเรื่องยากที่ผมจะค้นหาความเป็นตัวเองจริงๆ ให้เจอ ไม่ใช่แค่เรื่องไอเดียตั้งต้น แต่รวมถึงกระบวนการทำงานด้วยที่ยากเพราะกว่าจะหาเจอก็ต้องใช้เวลา แล้วกว่าจะพัฒนาให้ได้ในสิ่งที่เราคิดไว้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยากขึ้นไปอีก 

        การทำโปรเจกต์ Jamesji SeeMore ออกมาเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ แห่งการเริ่มต้น ผมขอพูดถึงเพลงที่สองคือ เพลง ค่อยๆ ไป ก็เริ่มมาจากนิสัยของผมที่ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างบางทีการทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันก็อาจจะไม่ดีในความหมายที่ว่าทำหลายอย่างก็ไม่เสร็จ แต่พอโปรเจกต์นี้ทำออกมาจนเสร็จก็เลยทำให้ผมรู้ว่า ถ้าเราค่อยๆ ทำไปยังไงก็มีโอกาสสำเร็จ แล้วยิ่งถ้าเราค่อยๆ ทำต่อไปผมว่าก็มีโอกาสที่จะดีขึ้นกว่านี้ได้ 

หมายความว่าตอนนี้ก็ยังค้นหาความเป็นตัวเองในบทบาทของศิลปินอยู่ใช่ไหม

        ใช่ครับ ผมว่าเป็นอีกเรื่องที่สนุกดี คือผมสนุกกับการทำเพลงมากต่อให้มีบางทีที่รู้สึกไม่อยากทำต่อ แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่เป็นไร เพราะผมทำโปรเจกต์นี้ขึ้นมาเพื่อความสนุกนี่นา เพราะฉะนั้น ก็ตัดความกังวลนั้นทิ้งแล้วมาเริ่มสนุกใหม่อีกครั้งหนึ่ง 

จิรายุ ตั้งศรีสุข

เพราะคุณชอบที่ได้ร้องเพลงมากกว่าการไม่ได้ร้องเพลง เลยสามารถทำโปรเจกต์นี้จนจบได้หรือเปล่า

        เป็นความดื้อรั้นอย่างหนึ่งของผมด้วยแหละ เพลงสุดท้ายเลยชื่อว่า ‘ดื้อ’ น่าจะชี้ชัดถึงความเป็นตัวผมว่าเป็นคนดื้อรั้นหน่อยๆ คือสามารถรับฟังได้ทุกอย่างแต่บางทีผมอาจจะไม่ได้ปรับตามสิ่งที่รับฟังมา ไม่มีความเชื่อมั่นอยู่ในใจของเราอยู่ว่าเรายังสนุกอยู่กับสิ่งนี้ 

พอบอกได้ไหมว่าช่วงที่ความรู้สึกไม่อยากทำโปรเจกต์นี้ต่อแล้วเกิดขึ้นเพราะอะไร

        ผมว่าความรู้สึกแบบนี้เป็นเรื่องปกติเลยครับ เพราะตอนคิดมันสนุก ตอนนั่งคุยกันกับทีมงานก็คิดว่าโปรเจกต์นี้ต้องสนุกมากแน่ๆ แต่พอทำไปสักพักได้เจอกับปัญหา 2-3 อย่างก็จะเริ่มเกิดคำถามกับตัวเองว่ายากไปไหม ทำไมร้องไปแล้วไม่ดีเลย พอเจอปัญหามากๆ เข้าเราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเหนื่อย จากความสนุกเต็มร้อยก็จะเหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ช่วยกันลากเข็นผมมาได้ เพราะตอนนั้นผมหลงทางไปเยอะเหมือนกัน แต่พอคุยกับเพื่อนก็ช่วยได้เยอะ 

        แล้วผมก็ได้คำตอบว่าเมื่อไหร่ที่กำลังจะเลิกทำ จะมีคำพูดขึ้นในหัวว่า “เราเริ่มทำโปรเจกต์นี้ขึ้นมาจากความสนุก ไม่เห็นต้องเครียดเลย” ผมก็เลยกลับไปคิดถึงวันแรกที่เราเริ่มต้นทำ เราทำเพลงขึ้นมาเพื่อความสนุกแล้วถ้ารู้สึกเหนื่อยก็คงจะผิดวัตถุประสงค์ที่เราเริ่มมาตั้งแต่แรก ดังนั้น ต้องละทิ้งสิ่งที่เราคิดว่ายากไปแล้วก็กลับมาสนุกกับการทำเพลงอีกครั้งหนึ่ง

ต่อให้เหนื่อยยากแค่ไหนก็จะทำต่อไปเพราะสนุกที่ได้ทำ

        เพราะเริ่มต้นทำด้วยความสนุก แล้วถ้าทำให้มันไม่สนุกก็ไม่ควรคิดว่าจะสนุกตั้งแต่แรกแล้ว ถึงประโยคนี้จะดูเป็นคำที่สวยหรูแต่ก็เป็นคำที่เอาไว้ปลอบตัวเองได้ในช่วงเวลาที่คิดว่ายากจังเลย ผมคิดว่าคำนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนที่อยากทำสิ่งใหม่ได้นะ ว่าจะใช้อะไรเป็นแรงผลักดันในการเริ่มทำสิ่งนั้นขึ้นมา คุณแค่คิดถึงวันที่เราอยากทำมันสิ เรามองภาพนั้นไว้แบบไหนเราก็จำภาพนั้นไว้แล้วค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ปรับต่อไปเรื่อยๆ

จิรายุ ตั้งศรีสุข

เราคิดว่าเพราะอยากทำงานออกมาให้ดีที่สุด ต่อให้เริ่มต้นด้วยความรักแค่ไหน สุดท้ายก็จะมีสภาวะหนึ่งที่รู้สึกกดดันตัวเองใช่ไหม

        ก็เป็นสัจธรรมที่วนลูปครับ เมื่อไรก็ตามเราเริ่มต้นลงมือทำจะมีจุดให้แวะเรื่อยๆ คือพอเริ่มลงมือทำ ก็จะเจอกับปัญหา ต่อไปเราต้องวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา แล้วก็วนไปที่ลงมือทำใหม่อีกครั้ง แล้ววนลูปต่อไปเรื่อยๆ แต่เราต้องต้องยึดเป้าหมายที่เราจะไปให้มั่นคง เพราะไม่อย่างนั้นต่อให้เราวนลูปนี้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายเราก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปจนสุดปลายทาง

แล้วเวลาอยู่ในสภาวะที่ไม่อยากทำต่อ คุณใช้วิธีไหนเยียวยาตัวเอง

        แค่อดทนกัดฟันทำไปเรื่อยๆ ครับ เพราะว่าเราตกปากรับคำกับทีมงานไปแล้วว่าเราจะทำ ดังนั้น จะยกเลิกกลางคันเอาตัวรอดคนเดียวไม่ได้ โปรเจกต์นี้ผมจึงพยายามชักชวนคนมาทำด้วยเยอะๆ เพราะจะได้เป็นแรงผลักดันให้เราทำให้เสร็จ เวลาเจอปัญหาคนเดียว หรือเหนื่อยคนเดียวก็อาจจะไม่ได้สนุกมากนัก แต่ถ้าเราเจอปัญหาด้วยกันหลายๆ คนก็จะได้ปวดหัวกันหลายๆ คน (หัวเราะ) แต่ก็ได้สนุกไปด้วยกันหลายคนด้วย นี่ก็เป็นวิธีการแก้ปัญหาของผม ถ้าเราเหนื่อยมากๆ ก็แค่คิดถึงอีกคนหนึ่งแล้วเราก็ยังลงมือทำต่อจนผ่านไปให้ได้ก็จะรู้สึกสนุกเอง หรือพอเราหลับไปสักหนึ่งตื่นแค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้ว

        ส่วนวิธีอื่นก็คิดในแง่ที่ดีเข้าไว้ เชื่อมั่นในสิ่งที่เราปักธง และตั้งใจเอาไว้ แต่ว่าปัญหาแรกมักจะยากตอนเริ่มต้นตั้งเป้าหมายนี่แหละ แต่ถ้าเรามีหมุดหมายที่ดีแล้วก็ให้ยึดมั่นในสิ่งนั้นไว้ ต่อให้มีความลำบากระหว่างทาง หรือว่าเหนื่อยระหว่างทาง หากผ่านไปได้ก็จะเจอกับวิวที่สวยงาม ‘เป็นประจำ’ เสมอครับ 

ในเมื่อมีจุดยากจนรู้สึกไม่อยากทำต่อ แล้วกระบวนการไหนที่คุณมีความสุขที่สุดในการทำเพลง

        กระบวนการเริ่มต้นคือจุดสนุกที่สุดครับ เรียกว่าเป็นช่วงฝันเพราะว่าเราจะละเลงอะไรลงไปก็ได้ ผมอยากได้แบบนี้ ต้องการแบบนี้ แต่พอได้ลงมือทำจริงความฝันก็เริ่มเลือนลางลงไป (หัวเราะ)

จิรายุ ตั้งศรีสุข

สำหรับ จิรายุ ตั้งศรีสุข อะไรยากกว่ากันระหว่างการทำเพลง กับการแสดง

        ผมแอบลักขโมยในสิ่งที่ใช้ในการแสดงมาใช้เหมือนกัน เพราะการแสดงคือเราต้องจำบท เชื่อในตัวละครแล้วก็แสดงออกมา ส่วนการร้องเพลงก็เป็นการจำเนื้อเพลง เชื่อในเรื่องราวของเพลงแล้วก็ร้องออกมา หมายความว่าถึงกระบวนการจะคล้ายกัน และผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบที่ต่างกัน แต่ความยากของการร้องเพลงคือถ้าอยากจะสื่อสารความหมายของเพลงออกให้ดีจริงๆ ก็ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักเหมือนการแสดงนั่นแหละ เราอาจจะต้องวิ่งไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะจบมาราธอนนี้ให้ได้ 

ถ้าอย่างนั้นคำว่า ‘ร้องเพลงดี’ ในความคิดของคุณคือแบบไหน

        น่าจะเป็นการร้องเพลงออกมาได้อย่างที่ใจนึก สมมติว่าเสียงพูดเราประมาณนี้ เราต้องการสื่อสารประมาณนี้ หรือบางทีอาจจะต้องกระซิบหน่อยๆ ตะโกนหน่อยๆ ซึ่งการควบคุมให้ได้อย่างที่ใจนึกคิดนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนค่อนข้างเยอะกว่าจะเดินทางไปถึงในแบบที่ต้องการได้ คือตอนนี้ในใจเราคิดไปแล้วว่าต้องร้องแบบไหน แต่ว่าเสียงเรายังแข็งแรงไม่พอ หรือยังฝึกมาไม่พร้อมให้ไปถึงจุดนั้นได้ก็เลยเป็นเรื่องที่ยาก

ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบชื่อทั้ง 3 เพลงที่ปล่อยออกมามาก ดูเป็นวลีสั้นๆ ที่เป็นเหมือนคำปลอบโยนใจคนฟัง

        ผมชอบมากเลยที่มีคนชมชื่อเพลง เพราะผมกับเพื่อนเถียงกันเรื่องตั้งชื่อเพลงเยอะมาก คิดชื่อเพลงกันเป็นเดือนก็ยังไม่ลงตัวสักที สุกท้ายผมก็คิดว่าไม่เป็นไร ตั้งแบบนี้แหละ เลยจะดูแหวกแนวจากตลาดเพลงทั่วไปหน่อย 

เรียกว่าโปรเจกต์ Jamesji SeeMore กลายเป็นเหมือนไดอารีเล่มหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้จักตัวตนของ เจมส์ จิ มากขึ้น

        ก็ต้องฟังให้ครบทุกเพลง แล้วก็ต้องฟังหลายๆ รอบด้วย

ต่อไปเราจะได้ฟังเพลงที่จะทำให้ดำดิ่งไปกับความรู้สึกด้านเศร้าของคุณบ้างไหม

        ในโปรเจกต์นี้ไม่มีเพลงเศร้าเลย นับเป็นสิ่งที่น่าเศร้ามาก ถือว่าเป็นความเศร้าแบบหนึ่งแล้วกันครับ (หัวเราะ) 

จิรายุ ตั้งศรีสุข

สำหรับช่วงชีวิตในตอนนี้ มองอนาคตในวันข้างหน้าไว้ว่าอย่างไรบ้าง 

        ในช่วงก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเด็กเราก็จะวาดฝันไว้ยันแก่เลย พอสักพักหนึ่งก็จะเริ่มรู้ว่าฝันไกลขนาดนั้นคงไม่ได้ช่วยอะไร ปัจจุบันก็คิดได้ว่าสิ่งที่ควรจะทำที่สุดคือ พัฒนาในสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ผมว่าน่าจะเป็นจุดหมายของผม ณ วันนี้ เพราะผมมองว่าเราไม่จำเป็นจะต้องไปตะแคงข้างทำอะไรที่พิลึกพิสดารไปมากกว่านี้ เพราะจะเสียเวลามากๆ แต่ถ้าเราพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้นดีกว่าเดิม ทั้งเรื่องของหน้าที่การงานหรือว่าความสุขของชีวิต ผมว่าก็จะช่วยให้อัพเลเวลขึ้นไปได้

ถ้าอย่างนั้นความสุขในวันนี้ของคุณคือ…

        ถ้าตอบแบบขายของ… ผมก็จะบอกว่าผมมีความสุขกับการได้ฟังเพลงตัวเองในโปรเจกต์นี้มากๆ (ยิ้ม) แต่จริงๆ ผมก็มีความสุขเรื่อยๆ ‘เป็นประจำ’ นะ ความสุขไม่ใช่เรื่องยากที่จะมี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้มีได้เหมือนกัน ผมมองว่าความสุขเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลมากๆ แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถตามหาได้ คือเราจะเจอได้ในระหว่างทาง ถ้าเราพร้อมที่จะเจอความสุขจะปรากฏตัวให้เราเห็นได้ง่ายนิดเดียว

        แต่ประเด็นสำคัญคือไม่สามารถมีใครบอกได้ว่าความสุขคืออะไร เพราะความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขนาดแต่ละช่วงวัยของเราความสุขยังเปลี่ยนแปลงไปเลย แต่สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมคือ เราต้องพร้อมที่จะเปิดรับความสุขให้ได้อยู่เสมอ

ตลอดเวลาที่สนทนากันมา เราก็สัมผัสได้ว่าคุณมีความสุขกับการทำเพลงมาก ถ้าให้เปรียบการทำเพลงกับสิ่งหนึ่ง คุณจะเปรียบเทียบเป็นอะไร

        ผมว่าน่าจะเป็น ‘เครื่องดึงความรู้สึก’ นะ สมมุติว่าเราต้องการที่จะอยู่ในอารมณ์ไหน สิ่งที่เราต้องทำก็แค่เปิดเพลงนั้นดังๆ ใส่หูฟัง แล้วดำดิ่งไปกับเนื้อเพลง แค่นี่เราก็สามารถเปลี่ยนไปเป็นอารมณ์นั้นได้แล้ว 

อยากฝากอะไรถึงเหล่าบานาน่าของคุณไหม 

        เพราะ ‘กว่าจะมี…เธอ’ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก็ต้องขอบคุณที่คอยสนับสนุน และติดตามกันมามากๆ นะครับ เพลงทั้งหมดที่ทำออกมาบางคนอาจจะชอบฟังแค่บางเพลง  หรือบางคนก็ชอบทุกเพลง สำหรับผมแค่อยากทำให้ทุกคนได้สนุก ได้มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมตั้งใจทำใน Jamesji SeeMore

        สุดท้ายจริงๆ ผมอยากจะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนในช่วงโควิด-19 ด้วยว่าให้เตรียมพร้อมเสมอนะครับ ทั้งกำลังกายและกำลังใจ เพราะวันที่กลับมาเป็นปกติเราก็ต้องไปสู้รบปรบมือกับหลายสิ่งหลายอย่างอีกเหมือนกันครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

ชอบพูดคุยผ่านการขีดเขียนด้วยตัวอักษร อาศัยอยู่ในโลกจินตนาการ และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นลูกครึ่งสัตว์วิเศษ