กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ | ความตายวางแผนได้ เตรียมตัวตายดีอย่างมีคุณค่ากับชีวามิตร

The Guest
28 Jul 2018
เรื่องโดย:

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ, ธนดิษ ศรียานงค์

มนุษย์มีกลไกของสมองให้คิดอะไรเป็นลำดับขั้น นั่นก็คือการวางแผน คาดการณ์ ตอนเป็นเด็กเรายังชอบเล่นเกมวางแผน พอโตขึ้นมาก็ต้องเริ่มคิดแล้วว่าอยากเรียนอะไร เมื่อเข้าสู่วัยทำงานหลายคนก็เริ่มมองไปที่เรื่องของการวางแผนทางการเงิน พอแต่งงานมีครอบครัวก็เริ่มวางแผนอนาคตให้กับลูก

     แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองข้ามหรือทำเป็นไม่สนใจเสมอคือ ‘ความตาย’ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งการวางแผนชีวิตเพื่อให้เรา ‘ตายดี’ นั้นไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของตัวเองในช่วงสุดท้าย ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานคณะกรรมการ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ยังบอกด้วยว่าการจากไปของคนหนึ่งคนจะสร้างชีวิตให้กับคนที่ยังอยู่อีกหลายคนได้อย่างมีคุณค่า แค่เรารู้จักวางแผนการเตรียมตัวตายกันอย่างเข้าใจ

กิติพงศ์

 

วางแผนได้…

     ชีวิตคนเรามีการวางแผนกันมาตลอด วางแผนว่าจะเรียนอะไร จบแล้วจะเข้าทำงานที่ไหน พอเริ่มทำงานแล้วก็ต้องวางแผนการเงิน พอแต่งงานมีครอบครัวก็ต้องวางแผนชีวิตให้ลูก ทุกอย่างเราวางแผนชีวิตไว้หมด แต่สิ่งเดียวที่เราไม่เคยวางแผนไว้เลยคือเรื่องความตาย ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่

 

ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ…

     เมื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คุณจะสังเกตได้ว่าคนรอบข้างของคุณมีญาติที่ต้องได้รับการดูแลเหมือนคนป่วยหนัก คุณภาพชีวิตของเขาทุกด้านจะตกลงทันที เดี๋ยวก็ต้องไปเฝ้าไข้ เดี๋ยวก็ต้องพาคนไข้ไปโรงพยาบาล ระหว่างพาไปหาหมอก็เครียด จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษา ถ้าสังคมไทยมีองค์ความรู้เรื่องการตายดี หรืออย่างน้อยก็มีคนคอยให้คำปรึกษา ว่าต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร มีทางเลือกให้แบบไหน สังคมจะมีความมั่นคง และคนหนุ่มสาวก็วางแผนชีวิตตัวเองได้ คุณเชื่อเถอะว่าเราทุกคนกำลังจะเจอกับเรื่องแบบนี้มีอยู่ในทุกๆ ที่

 

ยื้อชีวิต – ยื้อความตาย…

     การยื้อชีวิตคือสิ่งที่ต้องทำ เช่น ถ้าคุณหัวใจจะหยุดเต้น แพทย์ก็ต้องทำการปั๊มหัวใจ แต่การยื้อความตายนั้นตรงกันข้าม ทั้งในทางการแพทย์และในมุมของผู้ป่วยเอง ชัดเจนแล้วว่าเป็นความเจ็บปวด ไม่เกิดผลดีต่อทั้งคนป่วยและคนที่อยู่ดูแล ถ้าให้พูดถึงผลกระทบต่อสังคม นั่นคือการที่ผู้ป่วยถูกยื้อความตายไปเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ คนดูแลก็ต้องเหนื่อยในการหาเงินมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล โรงพยาบาลก็ไม่มีที่ให้สำหรับผู้ป่วยที่มีโอกาสจะฟื้นคืนได้เข้ามารับการรักษา

 

กิติพงศ์

 

การตายดี…

     สิ่งสำคัญคือความเข้าใจของทุกฝ่าย ผู้ป่วย ญาติ การแพทย์ และรัฐ ซึ่งรัฐควรจะมีศูนย์ดูแลแบบ Palliative Care (การดูแลแบบประคับประคอง) ที่คอยให้คำแนะนำกับประชาชน เราเชื่อว่าควรนำผู้ป่วยกลับไปรักษาที่บ้าน และให้เขาตายที่บ้าน โดยมีแพทย์คอยมาดูอาการเป็นระยะ มีเครื่องมือรักษาตามอาการ มีลูกหลานอยู่ห้อมล้อม คุณภาพชีวิตของคนไข้จะดีกว่าอยู่โรงพยาบาล

 

มาตรา 12…

     ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีมาตรา 12 ที่เปิดช่องให้เราสามารถไม่ยื้อความตายได้ และคนรอบข้างต้องเคารพการตัดสินใจของเรา

 

หน้าที่ของชีวามิตร…

     บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลักดันและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการตายดี ให้ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต เราเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมโยงกับภาครัฐ เพื่อให้เกิดศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะท้าย หรือ Hospice นอกจากนี้ เราจัดเวิร์กช็อปให้ความรู้เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตระยะท้ายและการตายดี ให้กับผู้สนใจ ผู้ดูแล หรือองค์กรต่างๆ พยายามหาทุนทำการวิจัย และสนับสนุนหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้อง เราเป็นต้นแบบของบริษัทที่ไม่มีการแบ่งปันผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้น แต่พวกเราจะนำเงินที่ได้ไปทำงานเพื่อสังคมส่วนรวม

 

การเขียน Living Will…

     ส่วนหนึ่งของการรณรงค์คือการเขียนหนังสือแสดงเจตนา โดยให้ทุกคนรับรู้และเห็นชอบในข้อตกลงร่วมกันด้วย เรื่องนี้ยังใหม่มาก ถ้าเป็นไปได้ผมอยากผลักดันให้ชีวามิตรฯ มีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้นไป เราอาจจะเป็นเหมือนนายทะเบียนหรือฐานข้อมูลสำหรับเก็บ Living Will ของผู้ป่วยแต่ละคนไว้ และทางโรงพยาบาลก็สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ เช่น นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ทำพินัยกรรมชีวิตไว้เหรือเปล่า ตอนนี้สมองเขาได้ตายแล้ว เราจะทำการถอดเครื่องช่วยชีวิตออกได้ไหม ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึง และเข้าใจเรื่องของการเขียน Living Will ได้ดีขึ้น

 

กิติพงศ์

 

ทำลายความเชื่อเก่าๆ…

     ผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อผมพูดเรื่องนี้ เขาก็บอกอย่ามาพูดเรื่องนี้กับเขา เขายังแข็งแรงอยู่ แต่ในความเป็นจริง เราก็เห็นคนหนุ่มสาวเสียชีวิตเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้รู้ว่าเราต้องวางแผนชีวิตและวางแผนความตาย เพื่อให้เราตายดี จริงๆ ควรถูกสอนตั้งแต่ในวัด ในหลักสูตรของการศึกษาที่โรงเรียน คนที่ยังเด็กหรือวัยรุ่นอาจยังไม่เคยมีคนใกล้ตัวเสียชีวิต แต่ถ้าคุณมองไปรอบตัว เปิดข่าวดู จะพบว่าเรามีความตายอยู่รอบตัว ข่าวการเสียชีวิตเกิดขึ้นทุกวัน เรื่องความตายจึงไม่ควรถูกนำมาพูดในแง่มุมที่น่ากลัวหรือปิดบังอีกต่อไป เรามักถูกทำให้กลัวผีกันไปเรื่อย ซึ่งความเชื่อแบบนี้ผมว่าควรเปลี่ยนได้แล้ว

 

ของแสดงความอาลัยในงานศพ…

     เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราพยายามผลักดัน เพราะการซื้อพวงหรีดให้เจ้าภาพในงานศพนั้นเป็นความสิ้นเปลืองที่ไม่ช่วยให้เกิดคุณค่าอะไร เรื่องนี้ผมเจอกับตัวเอง จากการจัดงานศพให้ภรรยาของผม ผมได้ส่งข้อความบอกเพื่อนในเรื่องต่างๆ แต่ลืมบอกเรื่องของพวงหรีด งานศพผ่านไปห้าวัน ผมได้รับพวงหรีด 700 อัน นอกจากจะกลายเป็นภาระของวัดที่ต้องเอาไปกำจัดแล้ว เงินจากการซื้อพวงหรีดให้ผมรวมกันแล้ว ถ้าเอาไปทำอะไรเป็นรูปธรรมจะดีกว่า

 

คุณค่าของชีวิต…

     การวางแผนที่ดีจะทำให้ความตายมีคุณค่าขึ้นมาได้ คนหนึ่งที่ตายไป อวัยวะของเขาสามารถต่อชีวิตให้กับอีกหลายคนได้ ตอนที่ภรรยาของผมเสียชีวิต ทางศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย โทร.หาผมทันทีเพื่อขอดวงตาภรรยาผม ผมก็ตอบไปเลยว่าได้ครับ และดวงตาของภรรยาผมทั้งสองดวง ถูกนำไปช่วยเหลือคนอื่นได้อีกตั้งสี่คน เพราะเขาแยกเอาไปใช้ทั้งตาดำ และแก้วตา ถ้าเราวางแผนตัวเองไว้ตั้งแต่เรื่องการรักษาพยาบาล การจัดงานศพ การบริจาคอวัยวะ ความตายของเราก็จะเกิดคุณค่ากับคนอื่นๆ ในสังคม

 

โจทย์ท้าทายที่ต้องทำให้สำเร็จ…

     ผมเป็นคนคิดการใหญ่ วันนี้ได้นำเงินทุนที่คุณหญิงจํานงศรี หาญเจนลักษณ์ ให้มา ไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น อีกทั้งยังนำมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สังคมวางใจกับบริษัทชีวามิตรฯ ว่าเป็นองค์กรที่ให้ความรู้กับเขาในเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีก่อนตาย และคาดหวังว่าชีวามิตรจะเติบโตยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง