ออน ละอองฟอง | คุยฟุ้งถึงความฝันของเภสัชกรสาว อีกบทบาทที่ก่อร่างสร้างสุขให้เธอ

เราคุ้นเคยกับ กรกมล ชัยวัฒนเมธิน หรือ ‘ออน ละอองฟอง’ จากบทบาทของนักร้องและนักจัดรายการวิทยุเพราะเสียงใสๆ ของเธอที่เป็นเสน่ห์มัดใจเรามาตลอด แต่วันนี้เมื่อรู้ว่าเธอยังสวมตำแหน่งของเภสัชกรและผู้สืบทอดกิจการของแบรนด์ KA Cream ก็ทำให้เรายิ่งทึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการทำงาน (ที่มั่นใจได้อยู่แล้วว่าเธอเอาอยู่) แต่เป็นแนวคิดของการทำงานเพื่อส่วนรวม และตอบคำถามของตัวเองเรื่องความสุขของชีวิตที่เจ้าตัวเฝ้าตามหา

ออน ละอองฟอง

 

เป้าหมายของชีวิต

     เราอยู่กับธุรกิจของที่บ้านมาตั้งแต่เกิด เพราะคุณแม่ท่านสร้าง KA Cream ขึ้นมาตั้งแต่ตอนตั้งท้องเรา เวลามีคนถามว่าโตขึ้นเราอยากเป็นอะไร เราจะตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าอยากเป็นเภสัชกร ซึ่งไม่รู้หรอกว่าอยากเป็นจริงหรือเปล่า แต่เราก็ตอบคำถามนี้มาตั้งแต่เด็ก และมุ่งมั่นเข้าเรียนทางด้านเภสัชกรมาตลอด การเป็นนักร้องของเรานั้นเพิ่งมาพบเจอเส้นทางนี้ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ตอนสอบเอ็นทรานซ์เขาให้เลือก 4 คณะ เราก็เลือกแค่เภสัชศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้น

 

คุณค่าของเภสัชกร

     เรากลับมาเปิดร้านขายยา Health Me อีกครั้ง หลังจากที่คุณพ่อเซ้งร้านนี้ไป เพราะต้องการทำตามอุดมการณ์ของตัวเองนั่นคือการเป็นเภสัชกรทำให้เราสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ช่วยเหลือคนในครอบครัวได้ และช่วยเหลือคนรอบข้าง ในการดูแลตัวเองเบื้องต้น เราก็อยากส่งต่อความช่วยเหลือนี้ไปให้กับชุมชนเขตดินแดง ซึ่งทำมาได้ 5 ปีแล้ว เราอยากเป็นที่พึ่งพาของคนในชุมชน เมื่อเขาเดินเข้ามาแล้วก็พบบุคลากรทางการแพทย์ที่คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือทางการรักษาตั้งแต่ร้านเปิดจนร้านปิด ไม่ใช่เดินเข้ามาแล้วเจอใครก็ไม่รู้มาจ่ายยาให้ที่จะตรงกับโรคที่เขาเป็นอยู่หรือเปล่า

 

ชุมชนเขตดินแดง

     กลุ่มคนที่เข้ามามีหลากหลายความต้องการมาก โดยเฉพาะเด็กๆ นักกีฬาที่อยู่ตรงสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งเรารู้ว่ามีโอกาสที่ยาบางตัวจะถูกนำเอาไปใช้ในทางที่ผิด เราก็จะคุยกับโค้ชให้ช่วยสังเกตว่ามีเด็กมาถามหายาประมาณนี้ เม็ดแบบนี้สีแบบนี้ ให้ช่วยดูให้หน่อย เพราะยาบางตัวสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเป็นยาเสพติดได้ และถ้าเรารู้ว่ามีความเสี่ยงมากในการเกิดเหตุการณ์นี้ก็จะบอกเภสัชกรหน้าร้านว่า ยากลุ่มนี้ไม่ขายทุกกรณีถ้ามีคนมาถามหา จะขายให้เฉพาะคนที่เราดูอาการแล้วพบว่าคนนี้จำเป็นต้องใช้ ถ้าเป็นคนที่อายุในช่วงที่มีความเสี่ยงจริงๆ เราจะไม่ขายให้เลย ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ

 

การใช้ยาในทางที่ผิด

     เราพูดเสมอว่าสิ่งที่พวกเราจะช่วยเด็กๆ ได้คือ ต้องพูด พูดเยอะๆ ถึงคนจะฟังเราได้แค่ไหนหรือเขาจะรำคาญก็อย่าไปหงุดหงิดเขา เพราะเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องพูด ต้องบอกเรื่องของการใช้ยา อย่าเพิ่งมุ่งหน้าสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่ถ้าเรายังมองไม่เห็นคุณค่าที่เกิดจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำให้กับคนในชุมชน

 

ออน ละอองฟอง

 

รากฐานที่มั่นคง

     ต้องสร้างจากครอบครัวที่ดีและชุมชนที่ดี เราจะทำงานที่สเกลใหญ่ขึ้นได้ถ้ามีฐานที่มั่นคง และความเอาใจใส่ตรงนี้ก็ช่วยเกื้อหนุนในการทำงานแขนงอื่นของตัวเองได้ เช่น เวลาที่เราไปจัดรายการวิทยุ เราก็จะมีเรื่องของสุขภาพมาพูดคุยกับคนฟัง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องยา แต่พูดได้กว้างๆ ถึงเทรนด์ในตอนนี้ที่คนกำลังสนใจ อย่างอาหารการกินหรือการลดน้ำหนัก และในทางกลับกันเราก็สามารถนำสิ่งที่เราเก็บเกี่ยวจากการทำงานข้างนอกมาใช้ในงานบริษัทได้

 

ความบันเทิงในห้องประชุม

     เวลาเราไปประชุมงานที่ค่ายเพลง SpicyDisc ศิลปินทุกคนที่เข้ามาคุยนั้นมีแต่ความสนุกสนาน แต่พอมาประชุมงานที่บริษัทตัวเองทุกอย่างดูเครียดไปหมด เราจึงเก็บความรู้สึกบางอย่างจากห้องประชุมของค่ายเพลง มาใช้กับบริษัทของเรา ด้วยการบอกทีมงานว่าทุกคนต้องพูด ไม่มีใครผิดใครถูก ห้ามว่ากัน ตอนนี้ทุกคนในห้องต้องช่วยกันระดมความคิดเห็น เรามาคุยกันเถอะทั้งคนอยู่มาก่อนและคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ จนตอนนี้บรรยากาศของการประชุมมีความเป็นกันเองมากขึ้น

 

เผด็จการ

     การทำงานบางครั้งเราก็ต้องมีความเด็ดขาดไว้ด้วยในฐานะของหัวหน้า ไม่อย่างนั้นงานก็จะไม่เดินหน้า ยิ่งพอทำงานกันในระดับองค์กรแล้วทุกอย่างจะถูกดึงให้ช้า แต่ก็ต้องอธิบายกับทีมงานว่าการที่เราตัดสินใจแบบนี้เพราะอะไร ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่เราเข้ามาเติมในบริษัท เพราะเมื่อก่อนคุณพ่อท่านจะเป็นคนไม่อธิบาย และก็มีคนที่ไม่เข้าใจ แต่คงเพราะว่าเราเป็นเภสัชกรมาก่อน จึงทำให้เราชอบพูดชอบอธิบาย (หัวเราะ)

 

Yes Man

     เราสอนน้องๆ ตลอดนะว่าอย่าเพิ่งพูดคำว่า ‘ไม่’ ให้รับไปทำก่อน แล้วลองดูว่าสิ่งที่ทำติดขัดในเรื่องไหนแล้วค่อยมาคุยมาช่วยกันหาทางออก ซึ่งเรื่องนี้เราได้มาจากการทำงานเพลงกับวงละอองฟอง เพราะในวันที่เราทำอัลบั้ม Cozy Collection พวกเราบอกกันตลอดว่าไม่มีคนรู้จักวงเรานะ เราจะไปคาดหวังกับงานโชว์งานจ้างที่ได้เงิน มันเป็นไปไม่ได้ หน้าที่ของเราคือใครเชิญมาก็ไป เราอยากเล่นอยากโชว์ เราอยากให้มีคนเห็นให้มากที่สุด อยากให้คนฟังรู้สึกว่าเพลงของละอองฟองเพราะจัง ดังนั้น เวลาใครขอให้เราไปเล่นเราจะตอบตกลงทั้งหมด 

 

ออน ละอองฟอง

 

ต่อสู้กับสิ่งที่คิด

     เราชอบคนที่ออกมาต่อสู้กับสิ่งที่ตัวเองนำเสนอมาก และเราก็บอกทีมงานบ่อยๆ เหมือนกันว่าคุณต้องสู้นะ ถ้าสิ่งที่คุณเสนอมานั้นมันดีจริงๆ แม้ว่าจะเคยเสนอมาแล้วแต่ไม่ผ่าน แต่คุณก็ต้องพยายามต่อสิ ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าสิ่งนี้ดีจริงๆ

 

ความเปลี่ยนแปลง

     เป็นสิ่งที่เราต้องเจอกับคนที่บอกว่าชอบและไม่ชอบทั้งเรื่องของการทำศิลปะหรือการทำธุรกิจ ถ้าเรารับเอาฟีดแบ็กทุกอย่างมาทั้งหมดสุดท้ายตัวเองก็จะไขว้เขวไปต่อไม่ถูก การทำธุรกิจคือศิลปะอีกแบบหนึ่ง การจ่ายยาก็คือวิชาประกอบโรคศิลปะ ดังนั้น การทำงานก็มีทางเลือกให้หลายทางว่าจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ งานอาร์ตงานดีไซน์ เราบอกว่าสวยแต่เพื่อนกลับบอกว่าไม่สวยก็มีให้เห็นบ่อยๆ ดังนั้น การทำงานจึงต้องมีแม่งาน และเราก็ต้องให้เกียรติเขาในการจบงาน หรือถ้าเราเป็นแม่งานเสียเองทีมงานก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเราด้วยเหมือนกัน

 

ส่วนผสมจากธรรมชาติในเครื่องสำอางแห่งอนาคต

     ทิศทางต่อไปของเครื่องสำอางในอนาคตน่าจะมุ่งไปที่เรื่องของส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ และใช้หลักของวีแกน ซึ่งวัตถุดิบหลักที่นำมาใช้จะไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ ไม่มีการนำไปทดลองกับสัตว์ แต่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วยเครื่องทดสอบความชุ่มชื้นหรือคุณสมบัติต่างๆ ของผลิตภัณฑ์

 

ความต้องการของผู้บริโภค

     เราพบว่าผู้บริโภคตอนนี้ให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่เป็นซองมากขึ้น เมื่อก่อนคนจะมองว่าการซื้อเครื่องสำอางแบบซองนั้นเป็นของถูก แต่เดี๋ยวนี้ผลิตภัณฑ์ที่บรรจุซองแบ่งขายไม่ถูกมองอย่างนั้นแล้ว คนใช้เองก็ให้การยอมรับกับบรรจุภัณฑ์แบบนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของคนที่เดินทางมากขึ้นด้วยก็ได้ การมีผลิตภัณฑ์ที่บรรจุซองสามารถพกพาสะดวกกว่าแบบเป็นขวด แม้แต่ลิปสติกที่เราคุ้นเคยกันว่าต้องเป็นแบบแท่ง ก็มีจำหน่ายแบบเป็นซองแล้วเหมือนกัน และบางทีถ้าคำนวณดีๆ ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อที่บรรจุซองให้ความคุ้มค่ามากกว่าซื้อแบบเป็นขวดเสียด้วยซ้ำ

 

ออน ละอองฟอง

 

ความสุขในชีวิต

     เมื่อก่อนเป็นคนปล่อยวางไม่เป็น งานบางชิ้นรู้สึกว่าทำยังไงก็ยังไม่พอใจ ต้องไปให้สุดได้มากกว่านี้ ถึงขนาดเข้าไปงัดกับทีมงานจนเกิดเป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้งขึ้นมาซึ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย เราเพิ่งมาพบกับความสุขของชีวิตหลังจากที่แต่งงาน โดยพบว่าแท้จริงแล้วความสุขของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้ ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นให้

 

ก่อร่างสร้างสุข

     เมื่อก่อนเวลาขึ้นคอนเสิร์ตเราจะกังวลมากที่เห็นคนดูลุกออกไป ทำไมล่ะ เขาไม่อยากฟังเพลงเราเหรอ เขาไม่ชอบวงเราเหรอ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาอาจจะลุกไปเข้าห้องน้ำหรือออกไปโทรศัพท์คุยธุระสำคัญก็ได้ ความสุขของเราไม่ได้มาจากการที่เราได้ร้องเพลงหรอกเหรอ อยู่ที่เสียงกรี๊ดของคนดูอย่างนั้นเหรอ พอเรารู้แล้วว่าความสุขที่แท้จริงของตัวเองคือการได้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่รู้สึกเกร็งอีกต่อไปแล้ว เพราะเราไม่ได้คาดหวังเสียงกรี๊ดจากคนดู แต่เพราะแค่ฉันได้ร้องเพลงฉันก็มีความสุขมากแล้ว

 

ไม่ต้องครบก็สุขได้

     คนที่รู้ว่าความสุขของตัวเองอยู่ที่ไหน เราถือว่าเขาเป็นคนที่มีบุญมากๆ เพราะความสุขไม่ได้หมายความว่าเรามีข้าวของเงินทองเยอะแยะ แต่อยู่ตรงที่เรารู้แล้วว่าอะไรที่จะทำให้เรามีความสุข เช่น ฉันชอบนาฬิกานั่นหมายความว่าคุณกำลังมีงานอดิเรกบางอย่างรอให้ทำตอนที่ว่างแล้ว และจะดีขึ้นถ้างานอดิเรกนั้นสามารถสร้างเป็นรายได้ให้เรา เพราะโลกตอนนี้เปลี่ยนไปไกลมากแล้ว เหมือนที่คนบอกว่าฉันชอบกิน แต่การไปตระเวนกินก็มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเขาก็ประยุกต์ความชอบของเขาด้วยการรีวิวหรือถ่ายรูปสวยๆ จนกลายเป็นบล็อกเกอร์ที่มีคนติดตามมากมายได้

 


ภาพ: ณัทพงศ์ โลหะวรรณรัตน์

Share Post
Like 1 View 4351

Author

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวอวบขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ IG/Twitter : @Matt_Doraemon