คู่รัก LGBT

กีและปลา | ชีวิตคู่ ความผูกพัน และความหมายของกันและกัน ในแบบฉบับคู่รัก LGBT

ทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน ทุกคนเกิดมามีสิทธิพื้นฐานเหมือนกันหมด แล้วทำไมคนบางกลุ่มถึงไม่ได้รับการยอมรับแบบคนทั่วไป เพียงเพราะเขามีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างจากผู้ชายผู้หญิงทั่วไปอย่างนั้นหรือ คำถามเหล่านี้เรานำไปพูดคุยกับ ‘กี’ – พลอย รัฐนิติสกุล และ ‘ปลา’ – จิตรลดา พลายด้วง คู่รักผู้พิสูจน์ตัวเองว่าแม้จะเป็นเพศเดียวกันก็สามารถสร้างครอบครัวให้อบอุ่นเหมือนใครๆ ได้

คู่รัก LGBT

     “ตอนที่บอกกับแม่ เขาก็รับได้ แต่เชื่อว่าจริงๆ เขาก็คงไม่ชอบหรอก เพราะเขาคงอยากให้เรามีครอบครัว แต่พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ต่อต้าน เพราะเราถูกเลี้ยงดูมาให้รับผิดชอบชีวิตตัวเอง” จิตรลดาเริ่มต้นพูดถึงครั้งแรกที่ตัดสินใจบอกความรู้สึกของตัวเอง

     ส่วนพลอยก็เสริมขึ้นมาว่า “ช่วงนี้เราคุยเรื่องอนาคตกันบ่อย เราค่อนข้างมั่นใจว่าคนนี้แหละที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องของการเก็บออมเงินด้วยกัน ซื้อบ้านด้วยกัน แต่โชคดีที่ไม่อยากมีลูกด้วยกันทั้งคู่”

     เมื่อพูดถึงเรื่องของการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือการทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกัน ก็เป็นปัญหาหนึ่งของชาว LGBT ที่กฎหมายยังไม่รับรองในเรื่องนี้ และเป็นสิ่งที่เหล่าเพศทางเลือกทั้งหลายกำลังเรียกร้องให้เกิดสิทธิตรงนี้สำหรับพวกเขา

     “ในกฎหมายจะระบุไว้ว่าชายและหญิง ซึ่งนี่ก็คือการปิดสิทธิของเราไปแล้วล่ะ แต่ถ้าเรารักกันจริงๆ ก็ยังมีทาง แต่ก็ต้องอาศัยความเชื่อใจกันมากถึงมากที่สุด เพราะเมื่อกฎหมายไม่รองรับ พอเราทำนิติกรรมหรืออะไรไป ก็ต้องทำให้รัดกุมและคิดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้มากกว่าปกติ” จิตรลดาเล่าให้ฟังในฐานะของคนที่เรียนด้านกฎหมายมา

     “มันจะง่ายกว่าที่จะได้สิทธิตรงนี้ ซึ่งเราควรจะได้มาตั้งนานแล้ว เพราะมันเป็นสิทธิพื้นฐานในรัฐธรรมนูญ แต่เราโดนบล็อกโดนกันสิทธิตรงนี้ จึงทำให้รู้สึกแปลกแยก เหมือนเรามีสิทธิไม่เท่ากับคนทั่วไปที่เป็นชายหญิง”

     “ทั้งๆ ที่พื้นฐานเราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน” พลอยพูดเสริมขึ้นมา

 

คู่รัก LGBT

 

     เราลองเสนอไปว่าถ้ามีองค์กรใหญ่ของเอกชนสักแห่งออกแคมเปญอะไรสักอย่างเพื่อรองรับชาว LGBT เหมือนกับที่บริษัทประกันภัยบางบริษัทเริ่มมีแผนประกันชีวิตสำหรับคู่รักเพศเดียวกันที่สามารถรับผลประโยชน์แทนกันได้แบบนี้ จะสร้างแรงกระเพื่อมบางอย่างให้กฎหมายของเพศทางเลือกนั้นเกิดได้เร็วขึ้นบ้างไหม

     “ก็ยังยากอยู่ดี เพราะทุกอย่างต้องอยู่ขึ้นอยู่กับกฎหมาย ต่อให้คุณเป็นแฟนกัน รักกันมายี่สิบปี แต่ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะเอาอะไรมาอ้างได้” จิตรลดากล่าวด้วยความคิดที่เห็นต่าง จนอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตของคู่รักที่ไม่ใช่ชายหญิงสุดท้ายแล้วก็ต้องรอการผูกติดอยู่กับทะเบียนสมรสเท่านั้นจริงๆ หรือ

     “ชีวิตก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทะเบียนสมรสหรอก แต่ถ้ามันถึงเวลาที่จะต้องพิสูจน์ เขาก็ต้องการหลักฐานที่มีอะไรอ้างอิงในกรณีที่มีปัญหา” เธออธิบายให้เราเข้าใจ

     แล้วความต้องการกฎหมายของคู่รัก LGBT ที่แท้จริงพวกเขาต้องการอะไร? เราถามต่อ

     “เขาต้องการโอกาสให้คนที่อยากใช้ชีวิตร่วมกันได้ทำอะไรที่มันถูกต้อง ไม่ต้องไปดูช่องว่าง ไม่ต้องไปหาช่องทางซิกแซกทำธุรกรรม ไม่ต้องเป็นกังวลว่าถ้าอีกคนอยู่ อีกคนจากไป แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับคนข้างหลัง แต่ตอนนี้เราต้องไปเสาะหากันเอง ว่าจะมีช่องทางไหนที่เรามีสิทธิร่วมกัน”

     ในความสัมพันธ์เรื่องสุดท้ายที่เราอดถามไม่ได้ว่า ถ้าทุกอย่างยังไม่พร้อม นั่นหมายถึงว่าคนรัก LGBT จะไม่สามารถรับบุตรมาเลี้ยงได้ การอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ แบบไม่มีโซ่ทองคล้องใจ มันจะส่งผลกับชีวิตคู่ของพวกเธอมากน้อยแค่ไหน สองสาวหันมามองหน้ากัน และยิ้มให้กับเราพร้อมกับบอกว่า

     “ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีความต้องการทางเพศกันแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าเรายังต้องการกันและกันอยู่ สิ่งนี้คือความผูกพัน”

 

คู่รัก LGBT