พอแล้วดี The Creator | ชวนมาทำความรู้จักตัวเองให้ ‘ดีพอ’ เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของชีวิต

The Guest
30 Jul 2019
เรื่องโดย:

ภาคิน วลัยวรางกูร, ธนดิษ ศรียานงค์

หลายคนคงเคยได้ยินหรือคุ้นหูเกี่ยวกับโครงการ ‘พอแล้วดี The Creator’ กันมาบ้าง อาจจะคุ้นเพราะทราบจากในข่าว อาจจะคุ้นเพราะเวลาได้ยินคำว่าพอแล้วดีทำให้นึกถึงคำว่า พอดี พอเพียง นึกไปจนถึงหลักปรัชญาเศษรฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งถูกโครงการนี้ยึดตามหลักปรัชญาดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ

     หลายคนได้ยินคำว่าเศษรฐกิจพอเพียงแล้วจะต้องนึกถึงแต่การทำไร่ ทำนา แบ่งที่ดินออกเป็นสี่ส่วน ฯลฯ แต่จริงๆ แล้ว หลักความพอเพียงนี้สามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกแง่มุมในชีวิต รวมถึงธุรกิจที่กลุ่มพอแล้วดี The Creator นำมาปรับใช้ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมาโดยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา และวันนี้พวกเขาจับมือเป็นพันธมิตรกับทาง Lido Connect เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพภายในพื้นที่เชิงสร้างสรรค์แห่งนี้ เราเชื่อว่าการร่วมมือกันของพวกเขาจะสามารถผลักดันและนำพาความหมายแห่งความพอดีให้เบ่งบานออกไปได้อย่างดีพอ

      ในความพอดีนั้นเราไม่จำเป็นต้องพาตัวเองออกไปอยู่ชนบท ทำไร่ ทำนา ปลูกผัก เลี้ยงไก่ จับปลา ทำการเกษตรเล็กๆ น้อยๆ แบบที่เราคุ้นชิน เพราะการเป็นคนเมืองก็สามารถใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในหลายๆ มิติได้ เช่น การจัดการขยะมูลฝอยและแปรรูปให้เป็นการเกษตรแบบเล็กๆ ในพื้นที่จำกัดด้วยแนวคิดของ ชารีย์ บุญญวินิจ เจ้าของ ‘ฟาร์มลุงรีย์ (Uncleree Farm)’ เจ้าของฟาร์มผู้เชื่อในจุดของความพอดี เป็นฟาร์มที่จะมีเพียงสาขาเดียว เพราะจะไม่เป็นการเบียดเบียนตัวเองและผู้อื่นรวมถึงโลกใบนี้ หรือการเป็นคนแฟชั่นอย่างที่รู้จักตัวเองแบบที่ บุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ เจ้าของแบรนด์ ‘๓๑ ธันวา (31 Thanwa)’ สามารถนำธุรกิจกระเป๋าแฟชั่นมาประยุกต์ให้เข้ากับหลักปรัชญาเศษรกิจพอเพียงได้ออกมาลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ และแง่คิดในการดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์ผ่านมุมมองของ ศิริกุล เลากัยกุล หัวเรือผู้ริเริ่มโครงการพอแล้วดี The Creator ซึ่งแนวคิดของพวกเขานอกจากจะทำให้เราหันกลับมาทำความรู้จักตัวเองอย่างดีพอแล้ว ก็จะเกิดเป็นความสุขที่แท้จริงที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและสังคมได้ต่อไป

 

พอแล้วดี

 

Lido ที่ผูกพัน

     ศิริกุล: เมื่อก่อนเราเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ต่อด้วยมหาวิทยาลัยที่จุฬาฯ แน่นอนว่าเวลาเราโดดเรียน เราก็มากันที่สยามเซ็นเตอร์ (หัวเราะ) มาดูหนังกันที่โรงหนังสกาล่า โรงหนังลิโด เพราะในตอนนั้นเวลาวัยรุ่นหนุ่มสาวจีบกัน เขาก็นัดกันมาดูหนัง เพราะโรงหนังเป็นสถานที่เดียวที่เขาจะได้นั่งจับมือกัน แล้วหนังที่ดูก็จะต้องเป็นหนังผีด้วยนะ (หัวเราะ) สมัยนั้นแถวนี้เป็นอะไรที่ ‘ฮิปสเตอร์’ ที่สุดแล้ว

 

     บุณยนุช: เราผูกพันกับที่นี่ตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ยังไม่รู้ความเลย สมัยที่คุณพ่อคุณแม่มาช้อปปิ้งกันที่สยามสแควร์กับสยามเซ็นเตอร์ รู้ตัวอีกที เราก็ขึ้น ม.1 แล้ว เพราะต้องมาเรียนพิเศษที่ลิโดชั้น 2 ตรงนี้ ที่ที่เราคุยกันอยู่นี้เลย แต่เราก็ชอบแอบโดดเรียนเหมือนกัน (หัวเราะ) โดดไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน เรารู้สึกว่าสยามเป็นที่ที่เราได้มาซึ่งการแต่งตัวรูปแบบต่างๆ จากคนที่มาเดินสยาม หลังจากนั้น เราได้เรียนต่อที่จุฬาฯ สยามก็เป็นแหล่งพบปะกันของเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน เรารวมตัวกันทานข้าว ดูหนัง หนังอินดี้ก็จะหาดูได้ที่ลิโด

 

     ชารีย์: สำหรับผม ผมมาสยามและลิโดตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เป็นวัยที่เริ่มโต ผมรู้สึกว่าถ้าพ่อแม่ปล่อยให้มาสยามได้ แปลว่าเราเริ่มโตแล้ว เริ่มเกาะกลุ่ม นัดเพื่อนไปดูหนังกัน ผมมีเพื่อนเป็นเกษตรกร เขาบอกว่าการได้นั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองมาถึงสยามหรือลิโด แปลว่าเขาได้มาถึงเมืองแล้ว ถือว่ามาถึงกรุงเทพฯ แล้ว (หัวเราะ)

 

พอแล้วดี

 

เชื่อมโยง แบ่งปัน และสร้างสรรค์

     ศิริกุล: ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ Lido Connect แรกๆ เราก็ไม่เข้าใจความหมาย เพราะพื้นที่ตรงนี้นับว่าเป็น Commercial Space ซึ่งเราคิดว่าเขาจะทำเป็นคอมมูนิตี้มอลล์อีกหรือเปล่า เราไม่ได้คิดว่า Lido Connect จะแตกต่าง แต่พอมาฟังที่ลิโด้เขาอธิบายว่าที่นี่จะถูกใช้เป็นจุดสร้างการเชื่อมโยงและแบ่งปัน พี่ก็รู้สึกว่าที่นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างความแต่งต่างของพื้นที่แถวจุฬาฯ เหมือนกัน มีพื้นที่ส่วนกลางให้เด็กๆ หรือคนรุ่นใหม่มาทำกิจกรรมร่วมกันนอกจากแค่ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

ความหมายและแรงบันดาลใจแห่งศาสตร์พระราชา

     ศิริกุล: ตอนแรกที่ทางลิโด้มาคุย เราก็ถามไปว่าจุดยืนของทาง Lido Connect เป็นอย่างไร เพราะเวลาที่เราจะนำเรื่องศาสตร์พระราชาหรือเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาเศษรฐกิจพอเพียงมาใช้เราไม่ได้ทำเพราะความโก้เก๋ เพราะน้องๆ ในโครงการทุกคนก็มีคุณค่าของตัวเอง ลิโด้บอกเราว่า ไหนๆ ก็จะทำอะไรที่เป็นเชิงพาณิชย์แล้ว ถ้าเราทำให้เป็นธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์ มีเป้าหมายบ้าง ก็จะทำให้ลิโด้เกิดได้อีกครั้ง เป็นการเกิดด้วย Meaning (ความหมาย) ไม่ใช่ด้วย Money (เงิน) ไม่ใช่ว่ากูมีเงินก็ทุบสร้างตึกใหม่ให้สวยๆ อย่างเดียว เพราะอะไรที่ไม่มีความหมายก็อยู่ไม่ได้แล้ว

     พวกเรากับลิโด้ก็เห็นพ้องกันว่าถ้าหนึ่งในแก่นของการ connect จะเป็นการเชื่อมโยงความหมายไปสู่คนรุ่นใหม่ เราก็คิดว่าจะสามารถนำกลุ่มพอแล้วดีมาเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนที่จะช่วยเปลี่ยนสังคมไปในทางที่ดีขึ้นได้ เราสามารถให้น้องๆ ในกลุ่มมาสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ เพราะความพอเพียงไม่ใช่แค่เรื่องของชาวสวนชาวไร่ ความพอเพียงใช้ได้ในทุกแง่มุม นำความคิดสร้างสรรค์ นำนวัตกรรมมาใส่ในงานได้ ก็จะทำให้ได้อะไรที่มากกว่าแค่ออกมาเป็นชิ้นงานแล้วจบไป

 

     บุณยนุช: เราโตมากับแฟชั่น พอวันหนึ่งเราได้เรียนรู้ความหมายแห่งศาสตร์พระราชาในตอนที่เราทำแบรนด์แฟชั่นมาสักพักหนึ่งแล้ว เรารู้สึกว่าเราห่างไกลจากคำว่าพอไปมาก แฟชั่นเป็นเรื่องที่ยังไงก็ไม่พอ เป็นความฟุ่มเฟือย ทุกคนอยากมี อยากเป็น อยากให้โลกจำ แฟชั่นทำให้นึกถึงแต่ตัวเอง แต่อันที่จริงแล้วความพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกอย่างรวมถึงแฟชั่น เราจึงเริ่มจากตัวเองก่อน เรารู้จักตัวเองให้ดีพอ แล้วก็จะสามารถสร้างคุณค่าจากตัวเองออกไปเพื่อให้เห็นว่าแฟชั่นไม่จำเป็นต้องฟุ่มเฟือย ทำให้แฟชั่นเป็นความพอเพียงได้

     เราทำแบรนด์กระเป๋า เราต้องการที่จะนำเสนอว่ากระเป๋าใบเดียวพอแล้ว ซึ่งกระเป๋าใบเดียวพอแล้วในที่นี้ยังแฝงไปด้วยคุณค่าที่เราสามารถเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำ (ผู้ผลิต) ไปจนถึงปลายน้ำ (ผู้ซื้อ) กระเป๋าเราจะสกรีน QR Code ไว้ ซึ่งจะลิงก์ไปยังวิดีโอของคนที่ทำกระเป๋า พอลูกค้าเห็นวิธีการนำเสนอหรือสิ่งที่เขาได้รับไป ลูกค้ามักจะส่งข้อความมาบอกว่าขอบคุณมากๆ เลย เขารู้สึกมีกำลังใจ ซึ่งเป็นความเชื่อมโยงกันทำให้เกิดความยั่งยืน เกิดเป็นคุณค่า

 

     ชารีย์: สำหรับผมโจทย์คือเรื่องของคุณภาพชีวิต คนเมืองหลายคนคิดว่าคุณภาพชีวิตตัวเองแย่กว่าคนต่างจังหวัดในเรื่องของสภาพแวดล้อม หลายคนพร้อมจะอยู่ในเมือง แต่ก็มีอีกหลายคนที่จำใจต้องอยู่ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตของเมืองในทุกวันนี้ได้ เราสามารถสร้างจิตสำนึกที่ดีขึ้นมาและอยู่ร่วมกันในกรุงเทพฯ ได้ แค่คุณใช้กรุงเทพฯ ให้เป็น นี่คือคีย์หลักของคนเมือง เราต้องการให้กำลังใจว่าคุณไม่ต้องหนีไปไหนหรอก คุณอยู่กรุงเทพฯ นี่แหละ แล้วอยู่ให้เป็น ถ้าเราสร้างขยะทุกวันก็จัดการขยะให้ได้ สร้างอาหาร พึ่งพาตัวเอง ซึ่งความรู้ตรงนี้ต้องนำเสนอแบบเข้าถึง ดังนั้น การทำสวนในเมืองเบื้องต้นเราก็นำเสนอในแบบที่คนเมืองจะเข้าถึงได้โดยการที่เราก็เป็นคนเมืองเองจริงๆ มีเวลาจำกัด มีงานประจำต้องทำ มีพื้นที่จำกัด มีเงื่อนไขจำกัด มีงบจำกัด สิ่งเหล่านี้จะถูกเรียบเรียงออกมาให้ลงตัวยังไง ซึ่งทั้งหมดนี้เราแสดงออกมาผ่านรูปแบบของ Uncleree Farm เป็นฟาร์มที่อยู่ในเมือง อยู่ใกล้ BTS บางหว้า ผลิตอาหารแบบนี้ จัดสรรเวลาแบบนี้ ให้คนได้เห็นเป็นรูปแบบและทำตามได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะถูกเรียบเรียงออกมาเป็นโปรแกรมชีวิตของเขาอย่างไร จะจัดสรรเวลาอย่างไร ซึ่งแพลตฟอร์มที่ผมสร้างไว้จะแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถลดจำนวนขยะลงได้ แปรรูปจากเศษขยะให้กลายเป็นดิน ไม่ว่าคุณจะมีพื้นที่เท่าไหร่ก็สามารถทำได้เหมือนกัน

 

พอแล้วดี

 

รู้จักตัวเองอย่างยั่งยืน

     ศิริกุล: อนาคตอยู่ในมือคนรุ่นใหม่ ถ้าคนเหล่านี้ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองมีพลังแค่ไหน มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ขนาดไหน อนาคตก็เป็นเรื่องน่าวิตก หนึ่งในพันธกิจสำคัญของกลุ่มพอแล้วดี The Creator ก็คือการสานต่อ ซึ่งการจะให้ใครมาสานต่อ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการทำตัวให้เป็นต้นแบบ แบ่งปันความรู้ให้กับน้องๆ เพราะฉะนั้น การที่เรามาอยู่ในที่อย่าง Lido Connect ที่จะช่วยให้การเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

 

     ชารีย์: ทุกวันนี้ไม่มีคนรุ่นใหม่ที่ไหนอยากจะเป็นเกษตรกร เราก็อยากจะแสดงให้เห็นว่าถ้าการเกษตรถูกขยับด้วยนวัตกรรม ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของการเป็นเกษตรกรสมบูรณ์แบบขึ้นได้ เราต้องมีความรู้ที่หลากหลายพอ

 

     ศิริกุล: เราขอเสริมว่าสิ่งที่ลุงรีย์พูดคือตัวแปรสำคัญของการทำเกษตรกรรมให้ประสบความสำเร็จ แต่การที่เราจะทำให้ยั่งยืนได้นอกเหนือจากเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว เราต้องมีเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ด้วย เพราะหากเรารู้จักตัวเองแล้ว รู้จักประมาณตนแล้ว มีการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีแล้ว แต่ถ้าเราไม่มีความคิดสร้างสรรค์ในการที่จะส่งมอบความรู้อย่างยั่งยืน เราก็ไม่มีความสามารถในการแข่งขัน เราไม่ได้พูดถึงแค่การทำการเกษตรที่จะเลี้ยงตัวเองเท่านั้น เพราะการแข่งขันเป็นเรื่องสำคัญในเชิงธุรกิจ แต่เป็นการแข่งกับตัวเอง ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น การที่พอแล้วดีมาอยู่ที่ Lido Connect ก็จะทำให้ศาสตร์พระราชาเป็น Innovative Idea ขึ้นมาได้จริงๆ เป็นการคิดอย่างเป็นระบบและทำให้เป็นที่ประจักษ์ได้ง่ายขึ้น

 

พอแล้วดี

 

เมื่อคำว่า ‘พอ’ เป็นเทรนด์

     บุณยนุช: เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่เสพแฟชั่นเกินประมาณ ทำยังไงก็ได้ให้ฉันเหมือนชมพู่ เหมือนวทานิกา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาขาดความเป็นตัวเอง ทำให้ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักประมาณตน ถ้าเราสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ตรงจุดนี้ได้ ให้เขาได้มารู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเองแบบพอดี พอประมาณ ซึ่งพอพวกเขาเข้าใจตรงจุดนี้แล้ว เราจะสามารถแสดงตัวตนความเป็นแฟชั่นออกมาอย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น เราจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำไปเพราะอยากแต่งตัวให้ดูเก๋ แต่งตัวให้โลกจำ แต่เราเสนอคุณค่าของความงามที่แท้จริง คุณค่าของแฟชั่นจริงๆ ที่ไม่ได้อยู่แค่ในอินสตาแกรม

     ทุกวันนี้เด็กเขายังไม่กล้าลุกขึ้นมาเป็นตัวเอง เพราะพอเขากล้าเป็นตัวเองก็มักจะโดนสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเทอร์เน็ตกลั่นแกล้ง (bully) พอโดนมากๆ เข้าเขาก็ไม่กล้าแล้ว ฉันทำในสิ่งที่คนอื่นทำดีกว่า เราคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เด็กเหล่านี้จะต้องเห็นคุณค่าในตัวเอง

 

     ศิริกุล: เราอยากทำให้คำว่า ‘พอ’ เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราทำให้เด็กรุ่นใหม่กล้าพูดคำว่า ‘I have enough. (ฉันพอแค่นี้)’ ได้ ทำยังไงความพอถึงจะเป็นเรื่องที่คูล ซึ่งก็เป็นเรื่องของสติด้วย ทำให้คนรุ่นใหม่มีตัวตนถึงขนาดมีพลังที่จะบอกว่า กูพอ พอไม่ได้แปลว่าหยุด แต่หมายถึงการที่เขารู้ว่าความพอดีที่เหมาะกับตัวเองอยู่ตรงไหน ลูกพี่เคยฟุ่มเฟือย เราเป็นแม่ อดไม่ได้ที่จะตามใจลูก (หัวเราะ) แต่วันหนึ่งเขาต้องไปอยู่เมืองนอก เขาได้เห็นบริบทของสังคมที่นั่นว่าเพื่อนๆ แต่ละคนทำงาน หาเงินเอง มีแต่เขาที่พ่อแม่ส่งเงินให้ พอเขากลับมา ทุกครั้งที่พี่ถามว่าซื้อนี่ไหมลูก ซื้อนั่นไหมลูก เขาก็จะบอกว่าของเก่ายังใช้ได้ครับคุณแม่ พอเราเห็นลูกเติบโตมาอย่างนี้ เห็นเขากล้าพูดคำว่าพอ นี่แหละคือสิ่งที่เขาพัฒนา เราจะดีใจกว่าที่เขาเรียนจบได้ปริญญากลับมาเสียอีก

 

พอแล้วดี

 

พอดีที่ลิโด้

     ศิริกุล: เราดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ เพื่อที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ แต่ถ้าจะให้เราเป็นคนออกไปพูด เด็กอาจจะไม่ฟัง อาจจะนึกว่าเป็นป้าที่ไหนมารับลูก (หัวเราะ) เพราะฉะนั้น ถ้าเราให้คนรุ่นใหม่ที่เป็นครีเอเตอร์มาพูดกับเขา ให้เขาเห็นถึงความมีของ ทำให้เขารู้สึกได้ว่าความพอเพียงเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีตัวตน ไม่ต้องวิ่งออกไปหาความสุข ไม่ต้องวิ่งออกไปหาคุณค่าที่ไหน

 

     ชารีย์: พวกเราอยากเป็นเหมือนระเบิดที่ออกมาจากข้างใน ระเบิดจากข้างในแรงกว่า มีคนเข้าใจแล้ว มีคนทำมากขึ้น เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ กระจายต่อไป โลกเปลี่ยนไปทุกวัน แต่ถ้าคนรุ่นใหม่มีความเข้มแข็งพอ เขาก็จะสามารถอยู่ด้วยตัวเอง และสร้างแรงบันดาลใจออกสู่สังคมต่อไปได้ เราต้องเริ่มจากต้นอ่อนนี่แหละ

 


อ่าน Lido Connect ตอนอื่นๆ 

     – ปู จิรัฏฐ์ | เปิดเกาะสวรรค์ใจกลาง Lido Connect ให้คนเมืองได้พักใจไปกับกลิ่นอายของท้องทะเล

     – ปรีชา ธุธิรพงษ์ | ลิโด้กับเรื่องเล่าในวันเก่าสู่พื้นที่สร้างสรรค์ในวันใหม่

     – ธนชัย อุชชิน | ชวนไปสักการะงาน ‘ไม่เคยเหนื่อยล้ากับม้าลาย’ ศิลปะสุดโมเดิร์นในลิโด้

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภาคิน วลัยวรางกูร

Content Creator - adB JUNIOR

*ที่เห็นในแก้วคือน้ำเปล่า

เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง