ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ | หนังจบ คนไม่จบ พฤติกรรมที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมแห่งบทสนทนา

The Guest
3 Aug 2019
เรื่องโดย:

ภควดี จรูญไพศาล, พัทธมน วงษ์รัตนะ, ภาสกร ธวัชธาตรี

หากพูดถึงวงการของหนังสารคดีในประเทศไทย ชื่อของ ‘ธิดา ผลิตผลการพิมพ์’ คือตัวแม่ในตอนนี้อย่างเป็นเอกฉันท์ เธอเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ให้การดูหนังสารคดีในบ้านเมืองเราเป็นเรื่องสนุกและน่าตื่นเต้น ด้วยการก่อตั้ง Documentary Club กลุ่มที่เฟ้นหาหนังสารคดีคุณภาพจากทั่วโลกมาเผยแพร่ในสถานที่ฉายหลากหลาย เพื่อขยายองค์ความรู้ในบรรยากาศเป็นกันเอง

     การกลับมาของลิโดโฉมใหม่ในชื่อ ‘Lido Connect’ ธิดาจึงตัดสินใจเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นผู้เลือกหนังเข้ามาฉายในโรงหนังแห่งความทรงจำแห่งนี้ โดยหลักๆ ที่นำเข้ามาจะเป็นหนังนอกกระแสและหนังที่ต่อยอดมาจาก Documentary Club เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสโลกของสารคดีและภาพยนตร์ทางเลือกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังตั้งใจจะสร้างสรรค์พื้นที่แห่งการตั้งวงแลกเปลี่ยนสนทนากันหลังหนังจบ โดยไม่ได้จำกัดเนื้อหาว่าจะต้องเป็นเรื่องราวในหนังเท่านั้น แต่อาจจะเป็นแนวคิดอื่นๆ ที่สามารถต่อยอดออกมาได้มากมาย

     “ถ้าเราดูหนังแล้วจบแค่การดูหนัง มันก็จบไป แต่หากได้ฟังความคิดของคนอื่นๆ หลังหนังจบด้วย จะทำให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ตลอด”

     เธอย้ำว่าเมื่อเราคุ้นชินกับการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันมากพอ สุดท้ายมันจะขับเคลื่อนไปสู่การสร้าง ‘สังคมแห่งบทสนทนา’ ในประเทศเราได้อย่างแท้จริง

 

ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

 

ลิโด้คือที่ที่เราผูกพัน

     เราเรียนจบเตรียมอุดมฯ และเข้าเรียนต่อที่จุฬาฯ ชีวิตก็เลยวนอยู่ในละแวกนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะลิโดที่เป็นแหล่งประจำหลังเลิกเรียน เพราะมีหนังนอกกระแสที่น่าสนใจฉายอยู่เรื่อยๆ แถมราคาตั๋วก็เป็นมิตร มีบรรยากาศแบบที่เราคุ้นเคย เป็นโรงหนังที่มีทั้งความใหม่และความเก่า จึงเป็นความผูกพันมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น

 

ลิโด้ โรง 1

     ตอนที่ได้ยินว่าเขาจะกลับมาปรับปรุงใหม่ เรามีโอกาสได้คุยกับทีม LOVEiS ถึงเรื่องที่เขาจะเก็บลิโด้ โรง 1 เอาไว้ฉายหนัง และค้นพบว่าเขามีแนวคิดที่น่าสนใจ ตรงกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่หลายอย่าง นั่นคือการทำคอนเทนต์และกิจกรรมที่ไม่ได้เป็นกระแสหลัก รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเป็นพื้นที่ที่สร้างชุมชน

     เราเชื่อว่าคนที่ชอบคอนเทนต์และกิจกรรมบันเทิงประเภทนี้ส่วนใหญ่อยากให้มีพื้นที่และช่วงเวลาที่ได้ทำอะไรร่วมกัน เพราะพื้นที่ของหนังนอกกระแสในประเทศเรามีน้อยมากๆ การมาดูหนังแบบนี้หรือคนที่ดูหนังประเภทนี้หลายคนจึงอาจมีความต้องการมากไปกว่าแค่ซื้อตั๋วดูหนัง ดูเสร็จกลับบ้านแยกย้าย เขาอาจจะอยากเจอคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน มานั่งแลกเปลี่ยนและต่อยอดความคิดไปด้วยกันได้ เหมือนสร้างคอมมูนิตี้เล็กๆ เราจึงลองเข้ามาช่วยจัดโปรแกรมฉายให้กับโรงหนังของลิโด้

 

เพิ่มพื้นที่ให้หนังนอกกระแส

     หนังหลักๆ ที่จะฉายคือหนังนอกกระแส แม้ว่าจะเข้ามาทำในนาม Documentary Club แต่เรามองในฐานะ Distributor หนังทางเลือกมากกว่า ปัญหาหนึ่งที่จะเจอเป็นประจำคือเรามีพื้นที่สำหรับการจัดฉายหนังแบบนี้ น้อยเกินไป’ ในแง่ของคนที่ทำธุรกิจ คำว่า ‘น้อยเกินไป’ หมายถึง น้อยทั้งพื้นที่ น้อยทั้งเวลา น้อยทั้งโอกาสที่หนังจะได้ออกไปเจอคน ในขณะเดียวกันกลุ่มอื่นๆ ที่ทำงานเชิงเผยแพร่เรื่องหนังก็ไม่ได้มีพื้นที่ให้เลือกมากนัก เวลาที่นักศึกษาทำธีสิสหนังสั้น เขาก็ไม่รู้จะไปลงฉายตรงไหน รวมถึงเทศกาลหนังของสถานทูตและองค์กรทางสังคมต่างๆ ที่มีประเด็นที่จะสื่อสาร เช่น เรื่องอาหารปลอดภัย กัญชา สิทธิมนุษยชน ก็ต้องการใช้หนังเป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้

 

สื่อสารผ่านหนัง

     เวลาเลือกหนังมาฉาย แน่นอนว่าเรามีเรื่องที่อยากจะพูดผ่านหนังเรื่องนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องจากเราเสมอไป แต่เป็นเรื่องของภาคส่วนต่างๆ ในสังคมที่เห็นว่าเป็นประเด็นที่น่าโยนออกไป เพราะการสื่อสารผ่านหนังมีศักยภาพในการสร้างอารมณ์ร่วมและโน้มน้าวคนดู สิ่งที่จะตามมาคือการที่คนได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังหนังจบ เรามีพื้นที่ที่ฉายหนังแบบซื้อตั๋วไปดู ดูจบก็กลับบ้านมากมายอยู่แล้ว แต่ว่าที่ขาดคือพื้นที่ที่เรามาดูด้วยกันแล้วได้คุยกันต่างหาก

     นี่คือสิ่งที่พยายามทำมาตลอด เรามองว่าหนังคือประตูที่จะพาไปเจอคอนเทนต์ เจอชีวิตผู้คน เจออะไรมากมาย หลายครั้งเรามองว่าหนังคือจุดสิ้นสุดหรือบทสรุป แต่จริงๆ หนังเป็นแค่จุดเริ่มต้น

     ยกตัวอย่างตัวเราเองไม่ได้สนใจฟังเพลงคลาสสิกมาก่อน แต่ไปดูหนังเรื่อง อมาเดอุส (Amadeus) ก็เปิดประตูให้เรารู้จักว่าโมสาร์ตเป็นอย่างนี้ เพลงเป็นแบบนี้ มันก็ค่อยๆ พาไปเราสู่อีกที่หนึ่ง และเราเชื่อว่าพื้นที่แบบนี้น่าจะทำหน้าที่แบบเดียวกันได้

 

ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

 

ดูหนังแล้วมาต่อยอดกันเถอะ

     การจะให้คนมาต่อยอดกันหลังดูหนังก็อาจจะต้องขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่ชัดเจน เช่น เป็นกิจกรรมที่ชัดเจนว่าจบหนังเรื่องนี้แล้วมีการพูดคุยต่อ ซึ่ง Documentary Club ทำอยู่แล้วในหลายๆ พื้นที่ ในหลายๆ กิจกรรมที่ทำมาตลอด 4-5 ปีนี้ เราคิดว่าคนที่ดูหนังนอกกระแสค่อนข้างคุ้นเคยกับกิจกรรมประเภทนี้ ดูเสร็จฟังต่อ หรือฟังก่อนค่อยดู อะไรก็แล้วแต่

 

บรรยากาศเป็นมิตร ทิ้งความคิดให้ตกตะกอน

     บรรยากาศของสถานที่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งด้วยนะ แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่เมื่อดูหนังเสร็จแล้วจะต้องคุยกับทุกคน เราไม่จำเป็นต้องดูแล้วเข้าหาสังคม เพราะบางคนก็ไม่ได้ชอบการพูดคุยกับใคร แต่เราคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือบรรยากาศของพื้นที่ อย่างน้อยที่สุดควรให้ความรู้สึกเป็นมิตร และให้คนมีความรู้สึกว่าไม่ได้อยู่ในบรรยากาศที่เร่งเร้าว่าออกจากโรงหนังแล้วต้องรีบกลับ เพราะว่าค่าจอดรถแพง ห้างจะปิด หรือว่าออกมาแล้วบรรยากาศวุ่นวายจนเราลืมสิ่งที่ดูไปหมด เราอยากสร้างความรู้สึกที่ว่าไปดูหนังแล้วมีเวลาอยู่กับมัน ดูเสร็จแล้วไม่ถูกเปิดม่านไล่หรือเปิดไฟไล่ออกไปจากโรง ทำให้มีความรู้สึกว่าการมาดูหนังเป็นสิ่งพิเศษ และเป็นประสบการณ์ที่เราดูเสร็จแล้วกลับไปคิดต่อได้ คุยต่อได้ ซึ่งอันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่านะ (หัวเราะ) แต่ว่านี่คือภาพที่เราอยากเห็น ต่อให้ไม่ใช่ลิโด้ ก็หวังว่าจะมีที่ที่ทำให้เรารู้สึกแบบนี้

     บรรยากาศเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงความรู้สึกได้ พอดูหนังเสร็จแล้วบางอย่างยังตกตะกอนอยู่ในตัวเรา อาจจะผ่านไปอีก 2 วันแล้วเราอยากคุยกับใครสักคน หรืออาจจะแค่อยากโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อกลับถึงบ้าน ถ้ามีสถานที่บางแห่งที่เราเข้าไปดูหนัง พอจบแล้วเรารู้สึกกลัวสถานที่นี้เพราะรู้สึกว่ามันอินดี้เกินไปหรือหรูหราเกินไป สร้างมาเฉพาะแค่คนบางกลุ่ม นี่คือโจทย์ที่ทำให้เราต้องหาสมดุล แม้ว่าเราจะพยายามพูดว่าที่นี่เป็นพื้นที่ของคนชอบดูหนังนอกกระแส แต่เราก็คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญนะที่ต้องทำบรรยากาศไม่ให้กลายเป็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือมีความรู้สึกว่าถ้าไม่เทพพอไม่ควรเข้ามา เราต้องหาสมดุลให้ได้

 

คนชอบอะไรเหมือนกันมักดึงดูดเข้าหากัน

     เราว่าอย่างน้อยที่สุดคนที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน จะถูกดึงดูดด้วยคอนเทนต์คล้ายๆ กัน อย่างเวลาเราเห็นสถานที่ที่จัดเทศกาลหนัง สถานที่ที่เป็นโรงหนังนอกกระแส หรือกิจกรรมในเชิงแบบนี้ เราจะเห็นคนที่จะมีเซนส์บางอย่างร่วมกัน เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ต้องเป็นคนประเภทเดียวกัน ไม่ต้องเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน หรือแม้แต่รูปลักษณ์ การแต่งกาย วัยและรุ่น เพียงแต่ว่าเขามีความสนใจในบางสิ่งร่วมกันเท่านั้นเอง

 

ลิโด้บนพื้นที่ของวัยรุ่น

     ความจริงลิโด้ยืนอยู่ในจุดนี้มาก่อนเรานานมาก (หัวเราะ) สิ่งที่เขาทำได้สร้างวัฒนธรรมหนึ่งขึ้นมาสำหรับคนที่มาดูหนังที่นี่ เราคิดว่าข้อดีของลิโด้คือทำเลดี คนเดินทางไปมาสะดวก แต่ด้วยความที่บรรยากาศโดยรอบเป็นวัยรุ่น มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว อาจจะให้ผลดีในแง่ที่ทำให้บรรยากาศดูคึกคัก แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นกรอบ หรือแปลว่าพื้นที่ตรงนี้จะต้องเป็นอย่างนี้เสมอไป ในที่สุดแล้วสิ่งที่คนจะมาคือคอนเทนต์ อย่างลิโดเดิมเขาก็มีลูกค้าประจำอยู่ระดับหนึ่ง มากน้อยขึ้นอยู่กับหนัง หรืออย่างกิจกรรมของ Documentary Club จัด ก็มีทั้งครั้งที่คนน้อย ครั้งที่คนมาก ก็ต้องเริ่มคลำไปด้วยว่าคอนเทนต์นี้ใช่หรือไม่ใช่ แต่เบื้องต้นเราก็เชื่อว่าความต้องการมีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจะจัดการพื้นที่อย่างไร

 

ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

 

โรงหนังในยุคดิจิตอลสตรีมมิง

     การดูหนังสตรีมมิงที่บ้านก็เป็นเรื่องสนุกและสะดวก แต่ถ้าหากมีพื้นที่สักแห่ง ที่มีกิจกรรมให้เราได้ทำอย่างต่อเนื่อง อาจจะแค่มานั่งฟังคนเขาพูดกัน ต่อยอดในสิ่งที่อยากรู้ ก็คงเป็นเรื่องดี และเป็นสิ่งที่ทำเองที่บ้านไม่ได้ ถ้าโรงหนังสามารถทำให้คนมีความรู้สึกว่าการดูหนังนอกกระแสมันไม่ใช่เรื่องไกลตัว น่ากลัว ปีนบันได การได้มาโรงหนังแบบนี้ก็ทำให้ได้เจอคนที่คุ้นๆ หน้า ดูอะไรคล้ายๆ กัน เราว่ามันสร้างความเป็นชุมชนในทางกายภาพ

 

ไม่ได้ต่อสู้กับใคร แต่เป็นทางเลือกให้ทุกคน

     จริงๆ จะว่าไปแล้วลิโด้แวดล้อมไปด้วยโรงหนังเยอะมาก อีกไม่กี่เดือนเฮ้าส์ก็จะเปิดตรงสามย่าน แต่เราไม่ได้มองตัวเองว่าจะเป็นโรงหนังที่จะมาแข่งเชิงธุรกิจกับพารากอนหรือเฮ้าส์ เราไม่ได้คิดในเชิงนั้น แต่มองว่าเป็นพื้นที่ที่เสริมขึ้นมาสำหรับคอนเทนต์อีกแบบ ที่อาจจะไม่ได้มีพื้นที่ในทำเลที่ดีขนาดนี้ในการเผยแพร่หนัง และหวังว่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของคอนเทนต์อิสระทั้งหลายที่ปกติอาจจะไปในโรงอื่นได้ยาก

     ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของหนังอิสระ คนดู และ  distributor เพราะพื้นที่ของหนังเหล่านี้มีน้อยมากๆ เกินกว่าที่จะมาคิดว่า ‘ฉันจะต้องแข่งกับแก’ เราจะเจ็บทั้งคู่ถ้าคิดอย่างนี้ แต่ถ้ามองว่าเราเป็นแพลตฟอร์มสำหรับหนังเหล่านี้ มันเป็นเรื่องดี ทุกคนวินหมด เราก็เผยแพร่หนังแบบที่เขาคิดว่าพื้นที่นี้เหมาะ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกคุ้มค่าที่จะมาดู ไม่ใช่แค่ลิโด้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ทุกโรงต้องหาคำตอบ ไม่อย่างนั้นดูเน็ตฟลิกซ์อยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ ต้องทำยังไงที่เขาจะรู้สึกว่าต้องเดินทางมาถึงตรงนี้เพื่อที่จะมาซื้อตั๋วดู อะไรคือความคุ้มค่าในสายตาของคนดู ซึ่งความคุ้มค่าของคนดูหนังนอกกระแสกับคนดูหนังในกระแสอาจจะเป็นมาตรวัดคนละชุด เช่น เราจะได้ยินว่าคนดูหนังในกระแสจะมีความรู้สึกว่าหนังจะต้องลงทุนมากหน่อย หนังที่ดูยิ่งใหญ่ถึงจะคุ้มค่าตั๋วที่เขาต้องจ่าย แต่คนที่ดูหนังนอกกระแสก็อาจจะมีมาตรวัดคุณค่าอีกแบบ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ต้องค่อยๆ หาไปว่าอะไรที่ใช่ อะไรที่ไม่ใช่

 

หนังทุกเรื่องมีคุณค่าในตัวเอง

     เรายืนยันว่าหนังทุกเรื่องสามารถต่อยอดได้หมด ไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไรก็ตาม แต่แน่นอน หนังแต่ละกลุ่มก็ทำหน้าที่คนละแบบ ถ้าหนังสยองขวัญก็มีหน้าที่หลักคือความสยองขวัญ แต่ถ้าทำคอนเทนต์สะท้อนสังคมหรืออื่นๆ ก็แตกยอดประเด็นที่คุณจะพูดถึงไปในมิติต่างๆ ซึ่งไม่ได้แปลว่าหนังที่ทำหน้าที่ให้ความสนุกอย่างเดียวไม่มีคุณค่านะ คุณค่าของมันก็คือการทำให้เราบันเทิง เพียงแต่ว่าคนเราไม่ได้ต้องการความบันเทิงเพียงอย่างเดียว เรายังต้องการสิ่งอื่นๆ อีกในชีวิต ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ เพื่อน และอีกหลากหลาย

     เอาเฉพาะหนังสารคดีก่อน ธรรมชาติของหนังสารคดีจะเป็นหนังที่อิงจากประเด็นที่มีอยู่จริง ซึ่งมันเอื้อให้ต่อยอดอยู่แล้วเพราะว่าคนทำอาจจะเกิดคำถาม ได้รับแรงบันดาลใจ หรือผลกระทบอะไรก็แล้วแต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในส่วนใดส่วนหนึ่งของโลก เพราะฉะนั้น พื้นฐานของคอนเทนต์แบบนี้มันเอื้ออยู่แล้วกับการที่ดูแล้วต่อยอด ส่วนหนังในกระแสที่เราดูในโรงใหญ่ ก็มีหนังเยอะแยะที่สามารถต่อประเด็นไปได้สารพัด แม้แต่เรื่องซูเปอร์ฮีโร่ เราแค่อาจจะไม่ได้มีเวลามากพอหรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องคอนเทนต์จริงๆ นอกเหนือจากการใช้เป็นธุรกิจ

     สารภาพว่าตอนไปดูหนังมาร์เวลกับลูก เราไม่สนใจเลยนะแต่ลูกอินมาก ลูกพูดถึงมุมนู้นมุมนี้ จำได้ทุกฉาก ทุกตอน คนนี้ทำอะไร พูดอะไร ไม่ใช่เชิงวิเคราะห์หรอกเพราะลูกยังเด็ก แต่ว่ารายละเอียดที่กระทบใจเขาก็ทำให้เรารู้สึกตามไปด้วย เราอาจจะไม่ได้ชอบหนังเรื่องนี้เพิ่มขึ้น แต่จะไปประเมินว่าหนังอะไรไม่รู้ไม่มีความลึกอะไรเลย ก็ไม่จริง เด็กอาจจะไม่ได้เข้าใจในเชิงลึกซึ้งหรือเชิงปรัชญา แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่กระทบใจคนดูแต่ละคนไม่เหมือนกัน พอเราฟังเขาทุกวันๆ ก็แอบคิดไปด้วยเหมือนกันว่า หนังมาร์เวลก็ดีเนอะ (หัวเราะ) อย่างน้อยที่สุดเราว่าคุณค่าของหนังคือมันทำงานกับคนดูอย่างไร ไม่ใช่ว่าดูๆ เสร็จแล้วก็จบ หนังที่อยู่คงในความทรงจำของคนดู ไม่ว่าจะในมุมไหน เราว่ามันมีคุณค่า

 

ธิดา ผลิตผลการพิมพ์

 

ศิลปะมองได้หลายแบบ

     คนดูหนังสามารถตัดสินจากประสบการณ์ของตัวเองได้ อย่างหนังบางเรื่องในเชิงทฤษฎีภาพยนตร์อาจจะไม่ใช่หนังดี แต่ว่าเรามีประสบการณ์ร่วม มีอารมณ์ร่วม เราชอบดาราคนนี้มาก หรืออินกับสถานที่ในหนัง นั่นก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แล้วแต่ว่าจะใช้เกณฑ์อะไร บางทีนักวิจารณ์เองก็อาจจะบอกว่าหนังเรื่องหนึ่งในทางศาสตร์ภาพยนตร์มันล้มเหลว แต่ว่าอาจจะมีความบันเทิง และเขาอาจจะชอบก็ได้ เรารู้สึกว่าเวลามองงานศิลปะก็มองได้หลายแบบ มันเป็นคนละชุดความคิด ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่งเสมอไป บางทีชอบมีการเถียงกันว่าอะไรคือหนังดี ก็จะมีคนให้คำตอบว่า ‘หนังที่เราชอบคือหนังดี’ (หัวเราะ) อันนี้อาจจะต้องแยกนะ หนังที่คุณชอบ หนังดีสำหรับคุณกับหนังดีในเชิงศาสตร์ภาพยนตร์เป็นคนละแบบกัน เราเลยคิดว่ามันมองได้หลายแบบ ไม่ต้องมีบทสรุปแบบใดแบบหนึ่งก็ได้

 

หนังที่เราว่าดี สะท้อนได้ว่าเราเป็นคนยังไง

     หนังดีหรือไม่ดีในวันนี้ วันข้างหน้าอาจจะไม่ได้หมายความว่าจะอยู่สถานะเดิมต่อไป มีหนังบางเรื่องในวันแรกๆ ที่เข้าฉาย ถูกกระแนะกระแหน ถูกต่อว่า แต่วันหนึ่งกลายเป็นหนังที่คนดูแล้วรู้สึกว่านี่คือหนังที่สุดยอดสำหรับเขา เพราะหนังพูดจากับเขา แล้วแบบนี้เรียกว่าหนังไม่ดีหรือเปล่า ก็ต้องมาประเมินว่าสิ่งที่ตัดสินไปแล้วว่าดีหรือไม่ดีเป็นยังไงกันแน่ เราบอกว่าหนังเรื่องนี้บันเทิง แต่อาจจะติในแง่ต่างๆ ที่ปรากฏในหนังเยอะแยะมากมาย การบอกว่าหนังดีก็สามารถบอกว่าคนนั้นเป็นคนยังไงได้ด้วยเหมือนกัน การตัดสินนั้นต้องอธิบายความให้ได้ว่าคุณตัดสินอยู่บนเกณฑ์ของอะไร แต่ถ้าบอกแค่ว่าหนังมันโคตรดีเลย ก็ต้องมาหาต่อว่าไอ้คำว่าดีของคุณคืออะไร ดีตรงไหน

     การพูดคุยกันเลยสำคัญไง เวลาดูงานศิลปะ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการคุยกันได้ว่าชอบหรือไม่ชอบเพราะอะไร แลกเปลี่ยนความคิดกัน ซึ่งมีหลายครั้งเวลาที่เราดูหนังเสร็จแล้วปลื้มสุดๆ ชอบมาก แต่ออกมาชาวบ้านเขาด่ากัน (หัวเราะ) พอฟังไปฟังมาก็ เออ จริงด้วย เมื่อกี้เราไม่ทันได้มองมุมนี้ แต่ถ้ามองในมุมนี้ก็ดี หนังจะมีคุณค่าเมื่อเราแลกเปลี่ยนกัน แต่ถ้าเรามาพร้อมคำตัดสิน ฟันธงว่าถ้าฉันชอบคือดี คนที่บอกว่าไม่ดีคือผิด แบบนี้จะนำไปสู่อะไรล่ะ บ้านเราไม่มีวัฒนธรรมการวิจารณ์บนฐานของการแลกเปลี่ยน ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ และควรจะต้องมี

 

แลกเปลี่ยน เปิดประเด็น เปิดใจ จะพบคุณค่า

     การดูหนังจะสนุกขึ้นเวลาคนนี้คนนั้นมองเห็นประเด็นนี้หรือประเด็นนั้น พอได้อ่าน ได้ฟัง เราก็คิดตามว่า “เฮ้ย! จริง มันดีอะ” หนังบางเรื่องมีอิทธิพลกับเราขึ้นมาเลย หนังหลายเรื่องในประวัติศาสตร์ ถ้าทุกคนไปดูในโรงแล้วจบก็คือจบ แต่หนังหลายเรื่องที่ข้ามหรือผ่านกาลเวลาไปแล้ว ถูกเอากลับมาพูด มีคนที่แตกประเด็นไปสู่สิ่งใหม่ๆ หรือข้ามยุคสมัยไปแล้วแต่คอนเทนต์นั้นยังเอามาใช้กับโลกยุคปัจจุบันได้ คอนเทนต์บางคอนเทนต์คุณค่าไม่ได้อยู่ที่การฉายบนจอแล้วสนุกอย่างไร แต่คุณค่าอยู่ที่ว่ามันทำงานกับคนดูอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา

     การคุยกันหลังจากดูหนังเสร็จจึงสำคัญ เพราะอย่างน้อยที่สุดคือทำให้คนเกิดความรู้สึกว่าการดูหนังเหล่านี้เปิดช่องไปสู่การคิดต่อ ไม่ควรจะจบแค่เราดูและคิดอย่างไร ความคิดของเราอาจจะถูกหรือไม่ถูกนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าเมื่อเราฟังคนอื่น เราก็จะสามารถเพิ่มมุมมองอื่นได้ แม้เราจะไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามองมุมนี้ก็จะเห็นแบบนี้ได้เหมือนกัน คนทำหนังอาจจะคิดหรือไม่คิด ไม่เป็นไร ไม่สำคัญแล้ว แต่สำคัญตรงที่ว่าคนดูได้แลกเปลี่ยน และเกิดวิธีคิดใหม่อะไร ตรงนี้สำคัญสำหรับสังคมไทย หลายความคิดที่เราไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่จำเป็นต้องเกลียด นี่เป็นวัฒนธรรมที่บ้านเราไม่มี ซึ่งควรจะมีในทุกเรื่อง

     อีกอย่างคนแต่ละวัยก็คิดต่างกัน เราดูหนังเรื่องหนึ่ง ในแต่ละช่วงเวลาก็ทำงานกับเราไม่เหมือนกัน อย่างเมื่อก่อนเวลาดูหนังก็จะชอบอ่านหนังสือที่มีคนวิเคราะห์อะไรที่ต่างกัน บางคนก็วิเคราะห์แบบมีหลักเกณฑ์ บางคนก็ฟุ้งมาก แต่ก็อ่านทุกอันเพราะว่าสนุกมาก ซึ่งเรามีความสุขกับอะไรแบบนี้ และเราคิดว่าคนที่ดูหนังนอกกระแสจำนวนมากก็เป็นคนคล้ายๆ เรา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มาดูหนังที่ดูยากกว่าหนังทั่วไปหรอก เพราะหนังจะบังคับให้คิดโดยอัตโนมัติ เราว่านี่แหละคือคุณค่าของหนังเหล่านี้ นอกเหนือไปกว่าสิ่งที่ปรากฏบนจอ

 


อ่าน Lido Connect ตอนอื่นๆ 

     – ธนชัย อุชชิน | ชวนไปสักการะงาน ‘ไม่เคยเหนื่อยล้ากับม้าลาย’ ศิลปะสุดโมเดิร์นในลิโด้

     – ปู จิรัฏฐ์ | เปิดเกาะสวรรค์ใจกลาง Lido Connect ให้คนเมืองได้พักใจไปกับกลิ่นอายของท้องทะเล

     – ปรีชา ธุธิรพงษ์ | ลิโด้กับเรื่องเล่าในวันเก่าสู่พื้นที่สร้างสรรค์ในวันใหม่

     – พอแล้วดี The Creator | ชวนมาทำความรู้จักตัวเองให้ ‘ดีพอ’ เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของชีวิต

     – อ้อม พิยดา | ถ้าอยากเป็นวัยรุ่นตลอดไป อย่าละทิ้งความทันสมัยไว้ไนส่วนลึกของใจตัวเอง

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ภควดี จรูญไพศาล

Content Creator - adB JUNIOR

เรื่องโดย

พัทธมน วงษ์รัตนะ

ผู้หญิงสายชิลที่พาตัวเองมาทรมานในประเทศเจ้าระเบียบอย่างเยอรมนี

เรื่องโดย

ภาสกร ธวัชธาตรี

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN