นภ พรชำนิ: เว้นระยะห่างแต่ไม่เว้นระยะใจ เพราะทุกคนต้องก้าวต่อไปด้วยกำลังใจจากคนรอบข้าง

The Guest
14 Apr 2020
เรื่องโดย:

กฤตนัย จงไกรจักร

Highlights

“เพราะว่ารักแท้ ไม่เคยแพ้ระยะใด แค่ในใจเรามีกัน ก็ยิ่งเหมือนเรายังใกล้ ทุกระยะที่ต่าง รักเรายังไม่ห่างกัน ไม่อาจขวางระหว่างเรา ให้ความรักก้าวข้ามไป”

       ส่วนหนึ่งจากเพลง รักแท้ไม่แพ้ระยะห่าง (Love has No Distance) ผลงานจากโครงการ ‘รักแท้ไม่แพ้ระยะห่าง Love has No Distance’ ที่จัดโดย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บอกเล่าถึงคุณค่าของความรักและการให้กำลังใจต่อกัน ว่าเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างยากลำบากขนาดไหน

       เราพูดคุยกับ นภ พรชำนิ หนึ่งในศิลปินที่ได้ร่วมโครงการ ทำให้เราเห็นถึงความตั้งใจของศิลปินคนหนึ่ง ที่ต้องการใช้ทักษะการร้องเพลงถ่ายทอดเจตนารมณ์ เพื่อให้หลายคนที่สิ้นหวังกับเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้รู้ว่าพวกเขาพร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และหวังว่าทุกคนที่ได้ยินสารในบทเพลงนี้จะช่วยส่งต่อความรู้สึกดีๆ จนทำให้มนุษย์ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

ทำไมถึงคิดว่าศิลปินอย่างพวกคุณจำเป็นต้องออกมาช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์แบบนี้ด้วย

       ต้องบอกก่อนว่าตัวผมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาตลอด เพราะเรากังวลกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง จนทำให้ช่วงเวลาที่มันวิกฤตจริงๆ ผมก็เตรียมตัวรับมือทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว 

       แต่สิ่งที่คิดต่อคือ แล้วตัวผมเองในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของสังคม เราจะช่วยเพื่อนร่วมโลกได้อย่างไรบ้าง ข้อดีของอาชีพศิลปินที่ผมเป็นคือการสื่อสารกับผู้คนจำนวนมากได้ ผมจึงพยายามหาช่องทางในการช่วยเหลืออยู่นาน จนได้มาเข้าร่วมโครงการ ‘รักแท้ไม่แพ้ระยะห่าง Love has No Distance’ ที่จัดโดยสยามพิวรรธน์ เราก็ตอบตกลงแทบทันที เพราะผมเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำมาทั้งชีวิตอย่างการร้องเพลงสามารถเป็นได้มากกว่าสิ่งที่ขับกล่อมจิตใจผู้คน เพราะในบางครั้งมันก็ยังสามารถช่วยเหลือ ให้กำลังใจ จนช่วยให้หลายคนรอดพ้นจากความยากลำบากได้

เหตุการณ์ครังนี้เสียงเพลงจะมีพลังในการช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างไร            

       โครงการ ‘รักแท้ไม่แพ้ระยะห่าง Love has No Distance’ ที่ชวนพวกเราทั้ง 4 คนคือ ผม, ป๊อด โมเดิร์นด็อก (ธนชัย อุชชิน), โป้ โยคีเพลย์บอย (ปิยะ ศาสตรวาหา) และ ‘บอย’ – ตรัย ภูมิรัตน พวกเราจะได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นศิลปินที่มอบความสุขให้กับผู้ฟัง คือการเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้ทุกคนที่กำลังท้อแท้อยู่ในช่วงเวลาแบบนี้ ว่าทุกอย่างยังไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น อย่าเพิ่งถอดใจ ยังมีอีกหลายคนที่อยู่ข้างๆ และพร้อมให้กำลังใจอยู่

       เหตุผลที่ต้องเป็นศิลปินทั้ง 4 คนนี้ สาเหตุหลักคือพวกเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ผมคิดว่าทุกคนรู้จักกันมาไม่ต่ำกว่า 30 ปีแล้วแน่นอน เราเรียนมาด้วยกัน ร้องเพลงมาด้วยกัน โตมาด้วยกัน ภาพในสมัยก่อนที่พวกเรามารวมตัวกันเล่นดนตรีแถวสยามเซ็นเตอร์ผมยังจำได้แม่นอยู่เลย ในโครงการนี้พวกเราจึงเป็นเหมือนอีกหนึ่งตัวแทนที่จะบอกพวกคุณว่า พวกเราอยู่ด้วยกันมาได้นานขนาดนี้เพราะพวกเราไม่เคยทิ้งกันเลยสักครั้ง เหมือนที่พวกเราไม่ทอดทิ้งและกำลังให้ความช่วยเหลือพวกคุณอยู่เช่นกัน

       ผมไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะรับฟังเพลงแล้วจะรู้สึกได้รับการเยียวยาขึ้นมาทันที แต่เราแค่ทำหน้าที่คอยเตือนเขามากกว่าว่ายังมีพวกเราที่เป็นห่วงคุณอยู่ ขอจงอย่ายอมแพ้ ลุกขึ้นมาสู้ แล้วพวกเราจะรอดไปด้วยกัน

 

Love has No Distance

แสดงว่าเป้าหมายสูงสุดของพวกคุณคือการเป็นกระบอกเสียงที่ให้กำลังใจผู้อื่น และยังชักชวนใครอีกหลายคนให้มาเริ่มทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมบ้างใช่ไหม

       ใช่ จริงๆ ต้องบอกว่าเพราะพวกเราเตรียมความพร้อมระดับหนึ่งมาก่อน เลยพอมีกำลังจะช่วยเหลือผู้อื่นได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องออกมาร้องเพลง มอบกำลังใจให้ผู้คนแบบพวกเรา ถ้าคุณมีความพร้อมด้านอื่นคุณก็สามารถช่วยเหลือสังคมได้ เช่น การบริจาคเงิน บริจาคสิ่งของ ทำอาหารแจกจ่ายให้ผู้อื่นในช่วงเวลาแบบนี้ อะไรที่คุณพอทำได้มันดีแทบทั้งหมด เพราะทุกเจตนาที่คุณหวังดีจะส่งต่อกำลังใจและก่อให้เกิดการแบ่งปันต่อไปอีกหลายทอดอย่างไม่รู้จบ

เพลง ‘รักแท้ไม่แพ้ระยะห่าง’ ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ มีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

       เพลงนี้ต้องยกเครดิตให้โป้ที่เป็นคนเขียนเนื้อเพลง ผมต้องอธิบายก่อนว่าปกติแล้วโป้จะมีวิธีเขียนเพลงที่ต่างไปจากคนอื่น เขามีศิลปะในแบบเฉพาะตัว ใช้คำและตัวอักษรที่เรียบง่ายแต่ฟังแล้วก็รู้สึกถึงอารมณ์ในทุกคำ ซึ่งในเพลงนี้เขาก็เหมือนเป็นหัวหน้าของวง 

       หลังจากนั้นเขาจึงเลือกสมาชิกอีก 3 คน ซึ่งผมก็คือหนึ่งในนั้น แน่นอนว่าผมตื่นเต้นและแทบตกปากรับคำโดยทันที เพราะหลังจากฟังรายละเอียดแล้ว ผมรู้เลยว่านี่ไม่ใช่การมาร่วมร้องเพลงกันเฉยๆ แต่เรากำลังสร้างพลังเชิงบวกบางอย่างขึ้นมาเพื่อส่งต่อไปให้ทุกคน โดยใช้เสียงเพลงเป็นสื่อช่วยให้พลังมันถ่ายทอดได้กว้างขวางออกไปมากขึ้น

       ผลลัพธ์ที่ออกมา สำหรับผมแล้วคือคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ผมเห็นความบริสุทธิ์ของ การมอบความรักและการให้ความหวังดีที่พวกเราใส่ลงไป ซึ่งมันเรียบง่ายมาก ถ้าสังเกตให้ดีเพลงนี้ไม่ได้มีความหวือหวาอะไรมาก เราทำทุกอย่างให้อยู่ในจังหวะที่ถูกต้อง ระยะที่พอควร ซึ่งสิ่งที่ออกมาคือความพอดีที่เราคาดหวังเอาไว้

 

เพราะความรัก ความห่วงใย ไม่จำเป็นต้องห่างไกลไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไหนก็ตามทั้งดีหรือแย่เราก็ควรอยู่ข้างกันเอาไว้

       ใช่ เป็นสิ่งสำคัญที่อยากบอกทุกคนเลยว่า รักแท้มันไม่แพ้ระยะใดเลย ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ซึ่งมันจะช่วยให้เดินข้างหน้าไปพร้อมกันจนสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตแบบนี้ไปได้

       คำว่า ‘เดินไปด้วยกัน’ ในช่วงเวลาแบบนี้สำคัญมาก วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้ทำร้ายแค่คนบางกลุ่ม แต่มันส่งผลกระทบกับคนทั้งโลก ดังนั้น หากจะผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไปได้ ทางออกที่ถูกต้องก็ควรพาทุกคนผ่านพ้นไปด้วยกัน อาจจะช้าหน่อยถ้าต้องคอยหันกลับไปช่วยใครบางคน แต่มันก็ดีต่อทุกฝ่ายมากกว่า

คุณมีเคล็ดลับกระชับความสัมพันธ์ให้ไม่ห่างเหมือนระยะทางในช่วงเวลาแบบนี้บ้างไหม

       เรื่องระยะห่างความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญคือความพอดี ห่างกันมากเกินไปหรือใกล้เกินไปก็ไม่ดีทั้งคู่ เราต้องรู้ว่าระยะประมาณไหนที่ไม่ทำให้เราอึดอัดต่อความสัมพันธ์และเหินห่างกับความสัมพันธ์จนเกินไป ซึ่งพูดกันตามตรงมันค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงในแต่ละคู่ ที่จะพาระยะเช่นนั้นมาเชื่อมความสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้อง

       แต่ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมและภรรยาที่ช่วงนี้กำลังกักตัว และต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกันตลอดเวลา เราทั้งคู่จะพยายามใช้ชีวิตให้ปกติและสบายใจต่อกันมากที่สุด ช่วงกลางวันที่ต้องทำงาน เราก็เคารพเวลาส่วนตัวของกันและกัน จะไม่เข้าไปยุ่งไปก้าวก่าย เพราะเรารู้ว่าสุดท้ายตอนเย็นเราก็จะกลับมาใช้เวลาร่วมกันอยู่ดี ผ่านการกินข้าว นั่งดูหนัง พูดคุยกันเหมือนกับวันธรรมดาปกติวันหนึ่ง

       อย่าพยายามที่จะเข้าใกล้หรือถอยห่างจากความสัมพันธ์ในช่วงนี้ ปล่อยให้ความสัมพันธ์หาระยะห่างที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้เองว่ามันควรอยู่ประมาณไหน ซึ่งถ้าคุณจริงใจกับคนรอบตัวพอ คุณก็จะเจอระยะตรงนั้น ซึ่งผมขอบอกเลยว่า มันเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ช่วยให้ผ่านพ้นแต่ละวันไปได้อย่างมีความสุข

 

Love has No Distance

คาดหวังความสำเร็จของเพลงนี้ไปถึงขั้นที่คนในสังคมมีความรักต่อกันอย่างถ้วนหน้าแบบนั้นเลยไหม

       ถ้ามันเกิดขึ้นจริงพวกเราก็จะยินดีมากเลย แต่สุดท้ายก็คงไม่กล้าพูดกันตรงๆ ว่าเป็นเพราะเพลงของพวกเราอย่างเดียว ผมเชื่อว่าทุกคนมีจิตใจเอื้อเฟื้อมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว แต่พอเราใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้นานขึ้น เริ่มโดนสังคมหล่อหลอมจนทำให้เกิดความระแวงต่อกัน ทำให้ทะเลาะกันเอง แบ่งพรรคแบ่งพวก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกินที่ต้องเห็นเพื่อนร่วมโลกปฏิบัติต่อกันแบบนี้ 

       ผมเชื่อว่าหากเพียงเราพลิกมุมมอง เปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติต่อคนในสังคมให้ตระหนักได้ว่า ไม่มีใครเกิดมาแล้วอยากจะทำร้ายคนอื่น ไม่มีใครเขาเกิดมาแล้วโกรธแค้นเราทันใด ลองขยับถอยห่างออกมาสักก้าวหนึ่ง จ้องดวงตากันและกันด้วยสายตาที่จริงใจของเราให้ถี่ถ้วนดีก่อน คุณก็จะรู้ว่าไม่มีใครอยากจะคิดร้ายต่อกันเองเลยแม้แต่น้อย

ในช่วงเวลาที่มนุษย์มักเห็นแก่ตัวเพื่อความอยู่รอดแบบนี้ คุณยังเชื่อมั่นว่าจะสร้างกำลังใจได้อยู่เหรอ

       พูดกันตามตรง ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้ อย่างไรก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่เราต้องคิดถึงตัวเองเป็นหลัก ต้องเอาชีวิตให้รอดก่อน มันไม่แปลกที่เราจะกลัวการติดไวรัสหรือการเสียชีวิต เพราะนี่เป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ซึ่งเราต้องยอมรับให้ได้ก่อน 

       แต่เรื่องที่น่าสนใจมากกว่าคือ เราจะทำอย่างไรให้ความเห็นแก่ตัวแบบนี้มีความเหมาะสม และไม่เบียดเบียนผู้อื่น ซึ่งทุกวันนี้ข่าวก็มีออกมาให้เห็นอยู่ตลอดว่าสุดท้ายแล้ว เราก็ลดความเห็นแก่ตัวและกลับมาเผื่อแผ่ผู้อื่นได้จริง จะเห็นว่าหลายคนเริ่มที่จะแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ที่ขาดแคลนในกรณีที่ตัวเองมีอาหารเพียงพอ มีการบริจาคเงินในกรณีที่ตัวเองมีทุนทรัพย์เพียงพอ ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาเริ่มเข้าใจถึงความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับกลับมาจากการให้ว่ามันยิ่งใหญ่ยิ่งขนาดไหน

 

Love has No Distance

คุณทำใจยอมรับได้ไหมว่าถ้าสิ่งที่ทำนั้นไม่ส่งผลอะไรขึ้นมา เพราะตอนนี้ทุกอย่างมีแต่สิ่งที่เกินจะคาดเดาเกิดขึ้นตลอดเวลา 

       คิดว่าอาจจะต้องรอคนรุ่นใหม่ที่มีพลังอันแรงกล้าเข้ามาเป็นกำลังสำคัญเพื่อช่วยในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เหมือนกัน เพราะผมเองในฐานะคนรุ่นก่อนก็ไม่ได้จะถอดใจอะไร แต่ผลลัพธ์ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่า เราอาจจะยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงอายุของตัวเอง ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้นอกจากจะยังคงทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นต่อไป เราก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้เขาเห็นว่าเรามีเจตนาที่ดีต่อสังคมจริงๆ แต่ห้ามไปบังคับนะ อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้าไปบังคับเขาจะไม่ฟังเลย 

นอกจากโครงการนี้แล้ว ตัวคุณเองยังมีเป้าหมายที่อยากช่วยเหลือสังคมในช่วงวิกฤตแบบนี้อีกบ้างไหม

       พวกเราเป็นเพียงตัวเชื่อมโยงให้คนในสังคมรับรู้ว่า ช่วงเวลาแบบนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าความหวังและกำลังใจอยู่ ซึ่งเราก็อยากเห็นคนที่ได้รับพลังจากพวกเราออกไปต่อยอดสิ่งเหล่านี้ให้กับคนอื่นๆ ด้วยวิธีที่พวกเขาถนัด ซึ่งไม่จำเป็นต้องร้องเพลงนี้ก็ได้ ส่วนตัวผมเองก็ยังคงยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า ซึ่งต่อไปหากมีโครงการอื่นๆ อีก ผมก็ยินดีที่จะเข้าร่วมด้วยเสมอ

 


สภากาชาดไทยสู้ภัย COVID

        เพื่อส่งต่อความห่วงใยให้แก่ทุกคนที่คุณรักและบุคลากรทางการแพทย์ผู้เสียสละทุกท่าน สยามพิวรรธน์ขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงินเข้าโครงการ ‘สภากาชาดไทยสู้ภัย COVID’ โดยสามารถบริจาคโดยตรงที่บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี ‘สภากาชาดไทยสู้ภัย COVID’ เลขที่ 045-3-04722-9  ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตนัย จงไกรจักร

KFC, ฟิลเตอร์สตอรีไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่