มาริโอ้ เมาเร่อ: 5 ฮีโร่คนสำคัญ ในการสร้างจุดเปลี่ยนสู่การเป็นพระเอกอย่างสมบูรณ์

The Guest
8 Oct 2019
เรื่องโดย:

กฤตนัย จงไกรจักร

Highlights

จากนักแสดงหนุ่มหน้าใสที่แจ้งเกิดจากหนังวัยรุ่นวุ่นรักชื่อดังอย่าง รักแห่งสยาม เมื่อสิบกว่าปีก่อน จนถึงวันนี้เราก็ยังเห็น มาริโอ้ เมาเร่อ โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาตลอด ผ่านงานแสดงทั้งหนังและละครอยู่มากมายอย่างไม่ขาดสาย 

        “จริงๆ ย้อนกลับไปตอนนั้น ผมไม่ได้คิดว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนยิ่งใหญ่อะไรแบบนั้นเลย ผมแค่อยากหาเงินมาซื้อสเกตบอร์ดเล่นเท่านั้นเองครับ” สิ่งหนึ่งที่มาริโอ้สารภาพกับเราถึงเหตุผลแท้จริงสำหรับก้าวแรกของการเข้าสู่วงการนักแสดงของเขา 

        แต่ทุกวันนี้คุณก็ยังเป็นนักแสดงอยู่ ในเมื่อได้เงินเพียงพอแล้วทำไมถึงยังทำงานตรงนี้อยู่ล่ะ เป็นเพราะความหอมหวานของเงินเหรอ? เพราะในเมื่อไม่ได้อยากเป็นนักแสดงตั้งแต่แรกแล้ว เราก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมนักแสดงหน้าใสคนนี้ถึงยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการแบบนี้ 

        “ไม่ใช่ครับ แต่เป็นเพราะหลังจากได้อยู่ในวงการนี้ไปสักพักผมก็รู้จักคนที่เรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ของผมหลายๆ ท่าน ซึ่งคอยสอนผมเรื่องต่างๆ จนมันเป็นจุดเปลี่ยนจริงๆ ที่ทำให้ผมมีมุมมองต่อนักแสดงเปลี่ยนไป จากที่เคยมองในมุมคนนอกเข้ามาสู่วงการ กลายเป็นว่าผมมองและเข้าใจถึงอาชีพนักแสดงมากขึ้นว่าไม่ได้มีแค่เงินอย่างเดียว ยังมีอะไรอีกมากมาย”

        คำตอบนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนักว่าสุดท้ายแล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนจริงๆ ที่ทำให้เขากลายมาเป็นพระเอกที่สมบูรณ์แบบนี้ รวมไปถึงฮีโร่ที่เขาเอ่ยถึงนั้นมีใครบ้าง แล้วทำไมเขาถึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับมาริโอ้ เมาเร่อ ได้มากขนาดนี้กัน

 

มาริโอ้ เมาเร่อ

ถึงตอนนี้ในวันที่คุณเป็นพระเอกเต็มตัวแล้ว ช่วยอธิบายคำว่า ‘พระเอกกอบกู้โลก’ คืออะไร ทำไมมนุษย์ธรรมดาทั่วไปคนหนึ่งถึงเลือกที่จะออกไปลำบากตรากตรำเพื่อช่วยเหลือบ้านเมืองแทนที่เขาจะใช้ชีวิตปกติทั่วไปแบบมนุษย์คนอื่น

        ตามความคิดผมนะครับ การที่จะไปกู้โลกแบบพระเอกได้ อันดับแรกเราต้องถามตัวก่อนว่าพร้อมจะไปช่วยคนอื่นไหม ถ้าเราพร้อม ต่อมาก็ต้องคิดว่าถ้าเราไปทำตัวเป็นพระเอกแบบนี้จะส่งผลกระทบกับใครไหม ถ้าไม่มีก็ลุยเลยครับ แบบนี้ถึงเรียกว่าพระเอกกู้โลกสำหรับผม

        จริงๆ พระเอกเขาก็เป็นมนุษย์ทั่วไปเหมือนกับเราเลยครับ รักสบาย รักสงบ แต่จะมีจุดหนึ่งที่ทำให้เขาต้องลุกออกมาทำตัวเป็นพระเอก ซึ่งอาจดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาทำก็เพื่อส่วนรวมนะครับ แต่ก็จะมีบางส่วนที่ทำเพื่อตัวเองเหมือนกัน เพราะการจะเป็นพระเอกแบบนี้ได้ส่วนหนึ่งมันต้องมี ‘จุดเปลี่ยน’ บางอย่างในตัวให้เขาลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้

แล้วกลับมาที่ตัวของคุณเอง มีจุดเปลี่ยนแบบนี้บ้างไหม

        จุดเปลี่ยนของผมเป็นช่วงที่ได้เล่นหนังเรื่องแรกอย่าง รักแห่งสยาม ครับ จริงๆ ย้อนกลับไปตอนนั้น ผมไม่ได้คิดว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนยิ่งใหญ่อะไรเลย ผมแค่อยากหาเงินมาซื้อสเกตบอร์ดเล่นเท่านั้นเอง (หัวเราะ) ซึ่งเรื่องนี้ผมได้ค่าตัวหลักแสน ตอนนั้นผมก็คิดในใจเลย โห… ซื้อสเกตบอร์ดได้เป็นร้อยแผ่นเลยว่ะ กูสบายไปอีกหลายปีเลย ผมคิดแค่นั้นจริงๆ เพราะผมไม่ได้เกิดมาในครอบครัวร่ำรวย ที่บ้านทำงานหนักกันหมด ที่บ้านผมเปิดปั๊มน้ำมัน ผมก็เป็นผู้ช่วยที่บ้าน คอยดูดฝุ่น ล้างรถ เติมน้ำมัน อะไรไปเรื่อย ทำให้ตอนตัดสินใจจะเล่นเรื่องนี้ไม่ได้คิดหนักมากมายอะไรเลย เพราะอยากได้เงิน แต่พอเราได้ไปอยู่ในวงการ ได้ไปเจอผู้ใหญ่ เจออาจารย์ที่เขาสอนเรา เขาก็เริ่มทำให้ผมมองวงการบันเทิงเปลี่ยนไป

แสดงว่า ‘จุดเปลี่ยน’ ไม่ใช่ตอนตัดสินใจเป็นนักแสดง แต่คือตอนที่มาอยู่ในอาชีพนักแสดง แล้วมีมุมมองต่อนักแสดงเปลี่ยนไป

        อย่างสิ้นเชิงครับ จากที่ผมเคยมองด้วยสายตาของเด็กนอกวงการคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เรามองด้วยสายตาคนทำอาชีพนี้แทน ผมรู้สึกว่าเราไม่ได้แค่เข้ามาทำงาน รับตังค์เยอะๆ แล้วกลับบ้าน แต่นี่คืองานของเรา เป็นงานที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต เลยทำให้ผมจริงจังกับการแสดงทุกบทบาท อีกอย่างคือผมสนุกด้วย แต่ละบทบาทก็ไม่เหมือนกัน มีอะไรท้าทายผมอยู่ทุกวันที่ทำงาน

 

มาริโอ้ เมาเร่อ

ตอนนี้ที่รับเล่น รักแห่งสยาม ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะทำอาชีพนี้ไปตลอด แล้ววันที่ตัดสินใจว่าเราจะเป็นนักแสดงอาชีพ ตอนนั้นตัดสินใจลำบากไหม

        ไม่ครับ เพราะผมมองว่านี้เป็นอาชีพที่ดีที่สุดแล้ว ผมแทบไม่ต้องลงทุนอะไรกับมันเลย ผมใช้แค่สมองกับร่างกายของผมแค่นี้เอง ผมเลยไม่ลังเลที่จะเลือกทำอาชีพนี้เลยหลังจากได้อยู่ในวงการมาสักพัก

ดูเหมือนเวลาจะเป็นสิ่งที่เราต้องเสียไปจากการลงทุนครั้งนี้ เคยรู้สึกเสียดายเวลาของวัยรุ่นที่หายไปบ้างไหม

        ไม่เสียดายเลยครับ ถ้าให้ผมกลับไปเลือกอีกรอบ ก็ยังเลือกเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กเหมือนเดิมแน่นอน เพราะนอกจากจะไม่ต้องลงทุนอะไรแล้วอย่างที่บอก การมีอาชีพตั้งแต่เด็กช่วยสอนให้เรามีความรับผิดชอบเยอะขึ้น บางทีผมก็รู้สึกว่าผมโชคดีมากที่ได้รู้จักโลกตั้งแต่เด็ก เพราะมีโอกาสให้ล้มก่อนแล้วพอถึงช่วงชีวิตที่ต้องทำงานจริงๆ ผมจะรับมือปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น

แล้วหลังจากนั้นมีจุดเปลี่ยนอะไรอีกบ้างไหมในชีวิต

        หนังทุกเรื่องที่ผมแสดงเลยครับ เพราะเวลาผมรับหนังเรื่องใหม่ผมเก็บตัวเองในเรื่องเก่าทิ้งไปหมดเลย ผมมองตัวเองเป็นคนใหม่อยู่ตลอด บทบาทที่เปลี่ยน สถานการณ์ที่เปลี่ยน ต้องมาเริ่มใหม่ทั้งหมด ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ชอบอาชีพนี้มาก เพราะมันไม่ย่ำอยู่กับที่ บังคับให้ต้องคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ผมไม่เบื่อเลยสำหรับงานแบบนี้

 

มาริโอ้ เมาเร่อ

พูดถึงเรื่องพระเอกและจุดเปลี่ยนแล้ว ในอาชีพนักแสดงเอง คุณมีใครเป็นพระเอกในดวงใจที่สร้างจุดเปลี่ยนให้ชีวิตไหม

        มีครับ จำนวนหนึ่งเลย ถ้าให้เลือกคนแรกนี้ต้อง ‘อาอ๊อฟ’ – พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เขาเป็นฮีโร่ผมตั้งแต่วันแรกในวงการจนถึงวันนี้เลย ทั้งในบทบาทผู้กำกับ นักแสดง นักร้อง เขาเก่งมาก แต่ที่ผมชอบในตัวของผู้ชายคนนี้จริงๆ คือวิธีคิดของเขา ซึ่งเขาไม่ได้สอนผมตรงๆ นะ เขาจะทำให้ดู ยกตัวอย่างล่าสุดที่เขาป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แทนที่เขาจะเครียดกับอาการตัวเอง เขากลับออกมาพูดอย่างหน้าตาเฉยว่าผมเป็นซูเปอร์แมน โรคนี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก ตอนนั้นผมรู้สึกว่าหัวใจของผู้ชายคนนี้ยิ่งใหญ่จัง ทุกวันนี้เขาเป็นอัมพฤกษ์ เดินไม่ค่อยได้ แต่เขาไม่เครียดเลยนะ ทุกครั้งที่ทำกายภาพเขาก็เอาจริงเอาจัง ไม่ได้ทำไปวันๆ คือจะเอาให้หายเลย ใจเขาไม่ยอมแพ้ อาอ๊อฟทำให้ผมเรียนรู้เลยว่ามนุษย์คนหนึ่งสุดยอดได้ขนาดนี้เลยนะ

        อีกคนคือ ‘พี่ต๊อก’ – ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ คนส่วนใหญ่เขาคุยกับแกไม่รู้เรื่องนะ แต่ผมคุยกับเขารู้เรื่อง ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ทำเพลงออกมาอย่างจริงใจมากๆ อย่างเพลง เธอชอบดื้อ ที่คนอื่นไม่ค่อยฟัง แต่ผมฟังแล้วกลับรู้สึกว่าเขาเก่งนะ สิ่งที่เขาแต่ง เขาร้อง โคตรออกมาจากใจเลย ทั้งที่เนื้อเพลงก็ไม่ได้สัมผัสหรือไพเราะอะไรขนาดนี้น แต่พอเขาร้องด้วยความจริงใจแบบนี้มันดูดีมาก ผมเลยคิดว่าการเป็นคนที่จริงใจแบบเขามันคือเสน่ห์สำหรับผม

        แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการทำงานต้องยกให้ ‘พี่โขม’ – ก้องเกียรติ โขมสิริ ผู้กำกับผม เขาเป็นคนที่พลังเยอะมาก (ลากเสียงยาว) ตอนถ่ายหนังเรื่องนี้ (ขุนแผน ฟ้าฟื้น) ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน พอผมหันไปมองพี่โขมทำงานก็จะรู้สึกว่า ‘กูไม่เหนื่อยก็ได้’ พี่เขาสุดยอดมาก ขนาดตอนตี 5 แล้ว พี่เขายังแรงดีเหมือนตอนเพิ่งมาถึงกองถ่ายเลย ผมเลยรู้สึกว่าถ้าการที่เรามีผู้นำแบบนี้คือสุดยอดมาก เพราะเขาจะทำให้คนในทีมต้องสู้ ขนาดผู้นำยังสู้ขนาดนี้เราก็ต้องสู้สิ จริงๆ ถ้าให้จัดอันดับหนังถ่ายยาก เรื่อง ขุนแผน ฟ้าฟื้น อยู่ในอันดับต้นๆ เลยนะ แต่การที่มีเขาอยู่ในกองถ่ายช่วยปลุกไฟในตัวผมมาก พลังของเขามันพุ่งมาสู่ผมแบบล้นเปี่ยมมากๆ

นอกจากอาชีพนักแสดงแล้ว ในช่วงหลังจะเห็นคุณซื้อรถเยอะขึ้นมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นเก่า อันนี้คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของคุณหรือเปล่า ทำไมถึงกลายมาเป็นคนชอบรถ

        อันนี้เป็นไม่ใช่จุดเปลี่ยน แต่เป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็กเลยครับ ซึ่งจะไม่มีเลยถ้าผมไม่เป็นนักแสดง (หัวเราะ) ตอนเด็กผมกับพ่อมีความฝันร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งคือรถเก่า สมัยก่อนเราคุยเรื่องพวกนี้กันทั้งวัน ผมก็ถามเขาว่าสมัยก่อนพ่อขับรถอะไรบ้าง รถรุ่นไหนที่เจ๋ง แล้วมันดียังไงครับพ่อไอ้รถเก่าเนี่ย ตอนนั้นผมก็ถามเขาทั้งวันเลย เพราะผมทึ่งกับของพวกนี้มาก เครื่องนิดเดียว สายไฟก็น้อย แต่วิ่งไปไหนต่อไหนได้ พอผมมีงาน มีเงิน ก็เอามาซื้อรถพวกนี้ เอามาแต่งล้อทำนู่นทำนี่ ก็รู้สึกภูมิใจกับรถที่ทำเองมาก

เป็นคนรักรถขนาดนี้ ถ้าเกิดเราจากไปแล้ว จะเสียดายไหมที่จะไม่ได้ขับ ไม่ได้ซ่อม ไม่ได้สะสมรถพวกนี้แล้ว 

        มีฝรั่งคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า ‘รถไม่ใช่ของเรา เราแค่ยืมมา’ เหมือนกับร่างกายเลยครับ ตายก็เอาไปไม่ได้ รถผมตายไปก็เอาไปขับต่อไม่ได้สักคัน เต็มที่ก็แค่ทำให้สภาพดีที่สุดก่อนจากไป แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ปลงแล้วอยากเลิกชอบรถพวกนี้นะ ทุกวันนี้ผมก็มีความสุขที่ได้อยู่กับมัน ได้ขับรถรุ่นเดียวกับพ่อ (นิ่งคิด) ตอนเด็กๆ ผมพูดเรื่องนี้กับพ่อ ผมมักรู้สึกว่าทำไมดูยากจังที่จะได้ขับ แต่พอโตมามีเงินเพียงพอ ผมเลยได้ขับรถพวกนี้ คือมันเติมเต็มความฝันของผมเลยครับ

 

มาริโอ้ เมาเร่อ

แล้วตอนขับออกไปมีความสุขจริงๆ เหมือนตอนที่นั่งคุยกับพ่อ ตอนซื้อรถมาสะสม หรือตอนเปลี่ยนอะไหล่ไหม

        สนุกครับ ผมเคยฟังบทสัมภาษณ์หนึ่งเขาบอกว่า รถตอนขับไม่สนุก ตอนได้มาไม่สนุก แต่ตอนซ่อมสนุกที่สุด ผมกล้าเถียงเลยว่าไม่ใช่แล้วพี่ รถนี่สนุกทุกตอนเลย ทั้งตอนซื้อ ตอนซ่อม ตอนขับ จริงๆ ตอนซ่อมมันควรจะเป็นตอนที่สนุกน้อยที่สุดด้วย เพราะถ้าเลือกช่างที่ซ่อมถูกจุดจริงๆ มันใช้เวลานิดเดียวเอง ตอนขับสิเราอยู่กับมันนานกว่า ผมเข้าใจนะว่าคนอื่นอาจจะไม่ชอบเพราะรถเก่าไม่ได้นุ่มเหมือนรถใหม่ แต่ผมคิดว่าเป็นเสน่ห์ของรถแบบนี้

ถ้าให้กลับไปเลือกใหม่อีกครั้งระหว่างเป็นนักแสดงกับไปทำงานเกี่ยวกับรถ คิดว่าตัวเองจะเลือกแบบไหนดี

        เลือกยากมากครับ แต่ถ้าต้องเลือกจริงๆ ผมเป็นนักแสดงก่อนดีกว่า เพราะชีวิตทั้งหมดตอนนี้ในหัวคือการเป็นนักแสดง ให้ไปซ่อมรถตอนนี้ ไม่รอดครับ (หัวเราะ) เพราะผมต้องกลับไปเริ่มใหม่แทบทั้งหมด ซึ่งมีขั้นตอนเยอะมาก จริงๆ ย้อนกลับไปตอนเริ่มเป็นนักแสดงก็ยากเหมือนกันนะ แต่มันต่างกันที่นักแสดงเขาไม่ได้ใช้ทักษะทุกอย่างเต็มที่ เช่น ฉากขี่ม้า ผมอาจจะขี่เป็นแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ก็เข้าฉากได้แล้ว แต่การซ่อมรถคือทุกอย่างต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับมัน ดังนั้น ผมเป็นนักแสดงดีกว่า มันเหมาะกับเรามากกว่า

จนถึงวันนี้ที่เติมเต็มความฝันหลายๆ อย่างของตัวเองได้แล้ว ถ้าถามถึงเคล็ดลับความสำเร็จ คิดว่าครอบครัวมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยขนาดไหน

        มากครับ แม่ผมนี่มีส่วนสุดๆ เลย ทุกวันนี้ที่ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะแม่ทำตัวเป็นแบบอย่างให้ผมดูตลอด เขาขยันมากเลยนะ ทุกวันนี้ยังทำงานอยู่เลย ดูแลโรงงานคนเดียว ผมชอบคิดว่าไม่มีอะไรในโลกที่เขาทำไม่ได้ (หัวเราะ) อีกอย่างคือเขาสอนผมด้วยว่าอย่ายอมแพ้กับปัญหา ปัญหาเกิดมาเพื่อให้แก้ไขอยู่แล้ว ถ้าวันนี้ยังแก้ไม่ได้ พรุ่งนี้ก็ค่อยแก้ต่อ เรื่องทั่วไปเขาก็สอนผมหมดเลยครับ อย่างเรื่องเงินเขาก็บอกไม่ต้องเอามาให้ เอาไปซื้อของตัวเองไปเถอะ ซื้อที่ดินเป็นชื่อตัวเอง ให้ไปใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งแม่ผมเป็นแบบนี้มาตลอดเลยครับ ตั้งแต่เด็กแล้วที่ให้ลองทำทุกอย่าง จะไปไหนก็ไป มีแฟนก็มี

 

มาริโอ้ เมาเร่อ

แล้วคุณพ่อของคุณล่ะ เขาเติมเต็มส่วนไหนในตัวเราบ้าง

        เรื่องสะสมรถเก่าครับ เขาคือคนที่ชอบปลูกฝังให้ผมสะสมอยู่นั่นแหละ (หัวเราะ) ตามประสาคนต่างชาติที่ชอบให้ลูกหลานฝึกดูแลของผ่านการสะสม ซึ่งเขาจริงจังมากเลยนะ เขาไม่ได้ให้ผมซื้อมาเก็บเล่นๆ เขาจะคอยเล่าประวัติของที่เราเก็บต่างๆ

        ตอนเด็กผมเก็บพวกมีดกับธนบัตรต่างประเทศ เขาก็เล่ารายละเอียด ประวัติความเป็นมาหมดเลย ที่สำคัญคือเขาสอนผมว่าอย่าวัดคุณค่าคนที่เงิน อย่าเอาความสำเร็จกับเงินมาชั่งด้วยกัน ซึ่งทำให้ผมเข้าใจเป็นอย่างมากในวันที่ตัวเองพอมีทรัพย์สินอยู่บ้างว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จหรือความสุขเลย

อย่างที่บอกว่าทุกวันนี้ชีวิตเหมือนได้เติมเต็มอะไรไปหลายอย่างแล้ว คิดว่าวันนี้ตัวเองประสบความสำเร็จจริิงๆ แล้วหรือยัง

        ยังครับ ยังไปไม่ถึงไหนเลย ผมมีทุนที่ดีแล้ว แต่ต้องไปต่อ เพราะเราไม่ได้วัดกันที่เงินครับ ทั้งเรื่องความฝันที่มีอีกหลายสิ่งที่ต้องตามหา เรื่องครอบครัวด้วย แม่ผมก็ยังมีธุรกิจที่บ้านที่ต้องทำงาน ผมก็เป็นห่วงเขาอยู่ ยังอยากพาเขาไปเที่ยวอีกหลายๆ ที่ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกว่าชีวิตคนเรามันสั้น ทำให้รู้สึกว่าไม่ใช่เงินแล้ว มันคือเวลาที่ยังเหลืออีกหลายอย่างให้รีบทำมากกว่า

สุดท้ายแล้วจนถึงวันหนึ่งที่เราจากไป เราอยากให้ผู้คนจดจำเราในฐานะอะไร

        ไม่เคยคิดไว้เลยครับ จะจดจำแบบไหนก็ได้เลย นักแสดงทั่วไป ไอ้ฝรั่งขี้นกในเร่ือง รักแห่งสยาม ที่จูบกับผู้ชาย เต็มที่เลย (หัวเราะ) เพราะในฐานะนักแสดง คนดูจำผมได้สักบทบาทหนึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

 


ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2562)

 

 

        มาริโอ้ เมาเร่อ กำลังมีผลงานเรื่องล่าสุดในภาพยนตร์ของ ก้องเกียรติ โขมสิริ อย่าง ขุนแผน ฟ้าฟื้น รับบทเป็น แก้วหรือขุนแผน พระเอกของเรื่อง ซึ่งมีความพิเศษคือการตีความตำนานพื้นบ้านอย่าง ขุนช้างขุนแผน ให้มีความทันสมัยมากขึ้น มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ในโรงภาพยนตร์

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตนัย จงไกรจักร

KFC, ฟิลเตอร์สตอรีไอจี และ Tame Impala คือสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้อยากมีชีวิตอยู่

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง