NFTnCRYPTO Pete ยูทูเบอร์คนแรกๆ ของวงการ NFT ไทย กับปัจจัย 3 ด้านที่มีผลต่อมูลค่าของงาน NFT

The Guest
17 Nov 2021
เรื่องโดย:

คุลิกา แก้วนาหลวง

Highlights

สำหรับคนที่เริ่มเข้าวงการ NFT ไทยมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน คงคุ้นหน้าคุนตากันดีกับ NFTnCRYPTO Pete หรือ ‘พีท’ – เพชร ปฏิยุทธ หากเราจะเรียกเขาว่าเป็นยูทูเบอร์รุ่นแรกของวงการ NFT ไทยก็ไม่ผิดนัก เพราะในช่วงพีกระลอกแรกของวงการนี้ (ที่มาพร้อมกับการล็อกดาวน์จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ) คือช่วงที่เขาเริ่มเปิดช่องยูทูบของตัวเอง และอาจเป็นช่องแรกที่ทำคลิปสัมภาษณ์ศิลปินที่หลั่งไหลเข้ามาหารายได้ในรูปแบบ NFT พร้อมกับสวมบทบาทของนักลงทุนไปด้วย ผ่านไปเกือบครึ่งปี ตอนนี้เขามีโปรเจกต์ NFT เป็นของตัวเองซึ่งร่วมทำกับเพื่อนศิลปิน สร้างขึ้นมาเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ใหญ่แห่งหนึ่งในวงการ NFT ไทยก็ว่าได้

NFTnCRYPTO Pete

ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าเคยเขียนหนังสือมาก่อน แล้วผันตัวมาลงทุนทางนี้ได้อย่างไร

        ก่อนหน้านี้ผมเคยเป็นไกด์มาก่อน ตอนนั้นผมทำหนังสือท่องเที่ยว แล้วหนังสือก็โดนดิสรัปต์โดยสมาร์ตโฟน คนอ่านหนังสือน้อยลง แผนที่ผมวางไว้ว่าจะออกหนังสือสัก 10-20 เล่ม ก็ทำให้เราอยู่ได้แล้ว เลยไม่ได้ไปต่อ เพราะเราตระหนักได้ว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมาก หลังจากนั้นจึงผันไปเป็น Airbnb host ทำมาจนกระทั่งโควิดมา งานเราก็น้อยลง ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น จึงเอาเวลาตรงนั้นมาศึกษาเรื่องคริปโตเพิ่มเติม 

        ตอนนั้นก็ไล่ดูยูทูบไปเรื่อย เลยได้รู้จัก NFT จาก มาร์ก คิวบัน (Mark Cuban) เป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอล Dallas Mavericks ซึ่งเขาพูดถึง NBA Top Shot ที่อยู่ในฝั่งบล็อกเชนชื่อ Flow ผมก็ไปเก็บสะสมมา หลังจากนั้นก็มาลงทุนซื้อที่ดิน Sandbox ก่อนที่จะมาลงทุนกับ NFT CryptoArt เพราะเดิมทีผมไม่ได้มีความรู้ทางด้านศิลปะ จนอาจารย์ตั้ม (เกรียงไกร กงกะนันทน์) แนะนำให้เข้ามาในกลุ่ม NFT and Crypto Art Thailand ก็ทำให้ได้เห็นผลงานสวยๆ เยอะขึ้น 

จากนั้นจึงเริ่มคิดอยากทำช่องยูทูบ NFTnCRYPTO Pete เป็นของตัวเอง

        จริงๆ ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะทำยูทูบเกี่ยวกับท่องเที่ยวนั่นแหละครับ เพราะผมเป็น Airbnb host แต่คิดทบทวนแล้วก็รู้สึกว่าอาจจะไม่ใช่ทางเรา พอมารู้จักวงการ NFT ก็เห็นว่าฝั่งคนไทยยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ เลยคิดว่าประเด็นนี้เราควรจะต้องทำแล้วแหละ ซึ่งมีความคิดว่าทำตรงนี้เพื่อหาคอนเนคชั่น เผื่อในอนาคตเราจะมีโปรเจ็กต์ NFT ของเราบ้าง 

        เหตุผลอีกส่วนหนึ่งที่ทำ คือเรามองย้อนกลับไปถึงตอนที่เราโดน disruption ตอนนั้นเรามี 2 ทางเลือกคือ หนึ่ง โทษชะตาฟ้าดิน แล้วบ่นไปเรื่อย สอง หรือว่าเราจะปรับตัว ซึ่งส่วนตัวผมมีมุมมองว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้น เราจะไม่มัวไปจมอยู่กับเรื่องที่มันไม่ดี แต่ผมจะปรับตัวไปเรื่อยๆ และพยายามเปิดกว้างสำหรับเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ 

NFTnCRYPTO Pete

เหมือนสำนวนไทยที่ว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ใช่ไหม ไม่อย่างนั้นเราก็อยู่ไม่ได้ 

        ถ้าย้อนเวลากลับไปอีกสมัยช่วงมหา’ลัย ผมเริ่มลงทุนตั้งแต่ตลาดหุ้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้งเลย ซึ่งถ้าตอนนี้ผมมัวแต่ไปยึดติดกับตรงนั้นก็ไม่ได้เข้ามาในวงการนี้แน่ 

        แต่จริงๆ เรื่องยูทูบเราก็ทำเพื่อทบทวนความรู้ของตัวเองด้วย แทนที่เราจะอ่านรอบเดียวจบ เราก็ได้อ่านหลายๆ รอบ เพราะต้องพยายามพูดให้คนอื่นเข้าใจ ซึ่งไม่รู้ว่าดีหรือเปล่านะ (หัวเราะ) ผมอาจจะไม่ได้เหมาะกับสายอธิบายให้คนเข้าใจก็ได้ แต่ว่าก็พยายามทำไป ไม่ได้กดดันมาก เนื่องจากเราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเอารายได้ทางนี้ ตั้งใจว่าทำเพื่อเอาความรู้ และสร้างคอนเนกชันเท่านั้น

ในฐานะนักสะสม รวมทั้งเป็นนักลงทุนคนหนึ่งที่คลุกคลีอยู่ในวงการ NFT มาครึ่งปี คิดว่างานศิลปะที่ทำมูลค่าสูงเกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง

        งาน NFT ที่มีมูลค่าสูงไม่ได้มีแค่คุณค่าของความเป็นศิลปะอย่างเดียวเท่านั้น ผมมองว่าสำหรับ NFT มีปัจจัยอยู่ 3 ด้าน คือ ด้านศิลปะ ด้านคุณประโยชน์ (utility) หรือการนำไปใช้งานได้จริง และสุดท้ายคือด้านคอมมูนิตี้ ซึ่งใครที่เข้าใจคุณค่าแค่ด้านศิลปะก็จะมีคำถามว่า ทำไมเราถึงขายงานยากจัง หรือไม่งานนั้นก็ต้องมีคุณค่าด้านศิลปะในตัวเองสูงมาก นอกจากนี้ก็ต้องศึกษาด้วยว่าแพลตฟอร์มไหนที่เหมาะกับสไตล์ และรูปแบบงานของเรา  

        ยกตัวอย่างบางงานเราอาจจะมีคำถามว่า เอ๊ะ ทำไมงานชิ้นนี้คุณค่าศิลปะไม่ค่อยมีเลยแต่คนนิยมลงทุนเยอะมาก นั่นเพราะมูลค่าของเขาไม่ได้อยู่ที่งาน แต่อยู่ที่ตัวคนสร้างงานซึ่งเป็นคนดัง แล้วสามารถนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้ และมีกลุ่มฐานแฟนที่ติดตามเขาสูง คุณค่าตรงนี้จึงทำให้คนยอมจ่ายในมูลค่าหลักล้าน แต่สุดท้ายแล้วผมว่าเราต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ นะ เพราะไม่มีอะไรที่ใช้ชี้วัดตายตัวได้เลย

NFTnCRYPTO Pete

ทราบมาว่าตอนนี้คุณเองก็มีโปรเจกต์ที่ชื่อว่า STU เล่าให้ฟังหน่อยว่าเกี่ยวกับอะไร 

        STU หรือ Student of Universe เกิดจากการที่ผมอยู่ในกลุ่มแล้วเก็บงาน NFT มาเรื่อยๆ ช่วงเดือนกรกฎาคมก็มีงาน NFT คอลเลกชันหนึ่งที่ผมชอบมาก และซื้อเก็บเยอะมาก จนเราได้คุยกับตัวศิลปินว่าจริงๆ แล้วผมก็อยากจะทำ NFT เหมือนกันนะ พอคุยกันแล้วถูกคอเลยร่วมทำโปรเจกต์นี้ขึ้นมา อีกอย่างหนึ่งคือผมอยากทำให้เป็นห้องเรียนของจักรวาล เป็นฟรีมาร์เกตเพลสที่ใครก็เข้ามาแชร์ความรู้ หรือเปิดสอนอะไรก็ได้ ส่วนใครที่อยากเรียนก็เข้ามาจอยฟรีได้ นี่คือแผนระยะแรก

แล้วในโปรเจกต์ของ STU มีกิจกรรมอะไรบ้าง

        กิจกรรมที่มีประจำคือ คลาสภาษาอังกฤษกับครูแพท ส่วนวันอังคารกับพฤหัสมีคลาส DeFi 101 ซึ่งใครที่สนใจก็สามารถเข้ามาเรียนได้ฟรี เราอยากจะทำให้ NFT นี้มีทั้งคุณค่าทางศิลปะและทางการใช้งานได้จริง ในอนาคตถ้ามีคนดังที่สามารถมาสอน มาพูดคุยได้ เราก็จะให้สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่ถือ NFT ของ STU เท่านั้นที่เข้ามาจอยได้ 

        นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับคนอื่นๆ เช่น The Moon Café ที่ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ใครที่ถือ NFT ของเราสามารถนำไปแลกกาแฟฟรีได้ หรือนำไปใช้กับส่วนลดร้านค้าที่เกี่ยวกับการศึกษา ส่วนแผนที่มองไว้ในระยะยาวยังมีอีกเยอะ อาจจะทำเป็นแอนิเมชัน หรือเกมส์ออกมาก็ได้ แต่เราก็ต้องโฟกัสในระยะใกล้ๆ ด้วยนะครับ เพราะว่า NFT จะมีโปรเจกต์ที่ออกใหม่มาเยอะมาก เราต้องคอยศึกษากันวันต่อวันเลย  

จากที่รู้จัก NFT เราพบว่า ศิลปินไทยมีความสามารถที่สูงมากเลย เพียงแต่เมื่อก่อนไม่ค่อยมีพื้นที่ที่ทำให้เขาแสดงความสามารถของตัวเองออกมาได้ 

        ใช่ ซึ่งคำว่า ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ในสมัยก่อนไม่ใช่สินทรัพย์จริงๆ แต่ NFT คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่สามารถทำได้จริง เพราะมีบล็อกเชนที่สามารถระบุตัวตนได้เลยว่างานชิ้นนี้เป็นของเราจริงๆ ไม่ใช่เจ้าของเกมส์ หรือเจ้าของแพลตฟอร์ม 

        ซึ่งในอนาคตอันไหนที่เป็นแพลตฟอร์มที่ดีจริงๆ เขาจะใช้ระบบ DAO (Decentralized Autonomous Organization) เป็นระบบที่เวลาจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างบนแพลตฟอร์ม จะต้องใช้สิทธิ์ของทุกคนในการโหวต บางทีก็เป็นเหรียญคริปโต หรือ NFT ที่มีโหวต ไม่สามารถเปลี่ยนตามการกำหนดของเจ้าของแพลตฟอร์มอย่างเดียว

        ดังนั้น จึงเป็นคำตอบว่าทำไมที่เฟซบุ๊กออกเมตาเวิร์สมา แพลตฟอร์มเมตาเวิร์สอย่าง Sandbox หรือ Decentraland ยังไม่หายไป เพราะคนรู้ว่าเฟซบุ๊กมีเจ้าของและเป็นบริษัทแบบ centralized อยู่ (อำนาจการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่เจ้าของ) ทำให้คนที่ไม่ชอบ centralized ก็โยกมาทางแพลตฟอร์มที่เป็น decentralized เพราะความมั่งคั่งจะแชร์กัน กระจายรายได้อย่างทั่วถึงมากกว่า คนเลยจะมาทางนี้มากขึ้น 

        จึงทำให้ NFT มันมีมูลค่าตรงนี้แหละ เพราะเราเป็นเจ้าของเอง จะโอนให้ใครก็ได้ แล้วเราก็เช็กได้ด้วยว่าราคาที่คนซื้อขายกันอยู่เป็นราคาที่กำลังปั่นอยู่หรือเปล่า

NFTnCRYPTO Pete

พอพูดถึงคุณค่าในด้านคอมมูนิตี้ เราจะรู้จากปัจจัยอะไรบ้างว่าคอมมูนิตี้ไหนแข็งแกร่งหรือไม่

        ถ้าเป็นตัวที่ดูง่ายๆ เราจะไปดูในทวิตเตอร์ของเขาก่อน ในทวิตเตอร์จะมีลิงก์ดิสคอร์ดอยู่ เราก็ดูว่า 2 แหล่งนี้มีคนคุยกันไหม หรือไปดูใน OpenSea ได้ว่ามีการซื้อขายหมุนเวียนหรือเปล่า แต่จริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยพอสมควร 

        อย่างเมื่อก่อนเราคิดว่าทำงานออกมาเป็นตัวอวตาร์หมื่นตัวจะเยอะ หรือเฟ้อเกินไปหรือเปล่า แต่จริงๆ อาจจะมีข้อดีในการได้คอมมูนิตี้ที่ใหญ่ขึ้นก็ได้ เพราะมีคนเก็บงานนั้นเยอะ ซึ่งที่ผมมองหลักๆ ก็มี 3 อย่างนะ คือ ทวิตเตอร์ ดิสคอร์ด และราคาที่เขาซื้อขายกันว่าขยับไหม หรือยังนิ่งอยู่ บางช่วงถ้างานยังไม่ออก หรือราคาขึ้นไม่สูง เราวิเคราะห์ดูแล้วว่า อาจจะต้องไปจัดกิจกรรมแจกของไหม ซึ่งวิธีนี้จะทำใน NFT ที่เป็นคอลเลกชัน สรุปคือในวงการนี้ต้องใช้กลยุทธ์ในการขายเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะถ้างานไม่ออกนานๆ คนก็จะร้าง ลืมเลือนกันไป ราคางานเราก็อาจจะตกลงได้ 

ตั้งแต่ทำคลิปสัมภาษณ์ศิลปินมา คุณได้เห็นอะไรจากตรงนี้บ้าง 

        จากที่คุยกับศิลปินมาหลายคน สิ่งที่ผมเห็นเหมือนๆ กัน และน่าสนใจคือ หนึ่ง หลายคนไม่ได้ทำแล้วประสบความสำเร็จเลยตั้งแต่แรก แต่กลับเป็นช่วงที่ใกล้จะท้อแล้วก็มีคนเห็นคุณค่างานของเขาขึ้นมา ส่วนตัวผมเองก็เหมือนกัน เคยมีช่วงที่ท้อ มีคำถามว่า งานเราก็สวยนะ แต่ทำไมไม่มีคนมาสนใจ ไม่ซื้อเลย แต่เราก็ต้องทำและอดทนไปเรื่อยๆ 

        เพราะบางทีการที่เราเห็นความสำเร็จของคนอื่นนั้นอาจจะดูเร็ว หรือง่าย แต่ในความเป็นจริง ศิลปินหลายคนที่ขายงานได้ เขาก็เป็นศิลปินมาหลายปีแล้ว กว่าจะมาทำ NFT เขาก็สะสมประสบการณ์ หรือความยากลำบากมาก่อนหน้านั้นแล้ว เพียงแต่เรามาเห็นแค่เบื้องหน้า ตอนที่เขาประสบความสำเร็จขายงานได้เท่านั้น  

        แต่ในอนาคต NFT ยังมีอะไรให้เล่นอีกเยอะ อย่าเพิ่งท้อไปก่อน และก็ต้องจับตาดูว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง หรือหากทำอะไรผิดพลาดไปแล้ว เราก็เอาบทเรียนมาศึกษาและทำใหม่ ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และต้องรู้จุดยืนของตัวเอง เพราะถ้าทำงานออกมาเยอะเกินไป หรือทำตามเทรนด์ไปหมด บางทีก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในทางไหนเลยก็ได้ 


ติดตามผลงานของ NFTnCRYPTO Pete ได้ทาง:

https://twitter.com/lovelyplanetz

https://opensea.io/collection/studentofuniverse

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

ชอบพูดคุยผ่านการขีดเขียนด้วยตัวอักษร อาศัยอยู่ในโลกจินตนาการ และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นลูกครึ่งสัตว์วิเศษ