รู้จัก BitToon เพจเรื่องเล่าจาก Cryptonians พร้อมมุมมองที่มีต่อวงการ Crypto & NFT

The Guest
18 Dec 2021
เรื่องโดย:

คุลิกา แก้วนาหลวง

Highlights

แม้ผู้คนในแวดวง Crypto และ NFT จะคุ้นหน้าคุ้นตากับเพจ BitToon กันเป็นอย่างดี แต่เราจะขออธิบายสักนิดหนึ่งสำหรับคุณผู้อ่านที่สงสัยว่า BitToon คืออะไร เพราะช่วงหลังมานี้เรามักจะเห็นเขาทำงานร่วมกับหลายแบรนด์ หลายองค์กรมากขึ้น 

        BitToon คือหนึ่งในเพจให้ความรู้สไตล์การ์ตูนแก๊กเกี่ยวกับโลกของ Crypto และ NFT โดยใช้คาแรกเตอร์ชื่อว่า Cryptonians เป็นตัวสื่อสารเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกของคริปโตกับผู้ติดตามทั้งหลาย ซึ่งคาแรกเตอร์จะเป็นตัวการ์ตูนหัวกลม ไม่ซับซ้อน และทุกตัวจะมีลักษณะที่ต่างกันไปตามแต่ละคาแรกเตอร์ของเหรียญคริปโตนั้นๆ 

        แต่เบื้องหลังก่อนที่จะมาเป็นเพจ BitToon ‘เทอร์โบ’ – ชุมพล วงศ์มติกุล ผู้ก่อตั้งเพจ ทำเราเซอร์ไพรส์ไม่น้อย จากคนที่จบวิศวะเคมี ครูสอนพิเศษ นักการตลาด และวันนี้เขาเบนเข็มเข้ามายังโลกดิจิทัลแทบจะทั้งตัว 

        “อาชีพหลักก่อนหน้านี้เป็นนักการตลาด เคยทำงานในตำแหน่ง Marketing Manager มาหลายบริษัท พอทำไปได้สักพักเราก็ออกมาเป็นนักการตลาดฟรีแลนซ์ ดูแลภาพรวมการตลาดออนไลน์ให้แบรนด์ต่างๆ พอเรามีทักษะการตลาดอยู่แล้ว การที่เราจะทำแบรนด์ของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ง่ายกว่าคนทั่วไป เพราะเรามีประสบการณ์ว่าอะไรที่ทำแล้วปัง มีคนชอบ”

แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ตัดสินใจว่าเราต้องเปิดเป็นเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ Crypto 

        ก่อนหน้านี้ผมลงทุนในคริปโตมา 4-5 ปี คือลงทุนมานานแล้ว ระหว่างทำงานด้านการตลาดไปด้วย พูดง่ายๆ ว่าเคยบาดเจ็บหนักมาก่อน อย่างการติดดอย ถ้าเป็นตอนนี้เราก็รู้สึกเฉยๆ เพราะมีภูมิคุ้มกันแล้ว พอช่วงก่อนโควิด-19 จะแพร่ระบาดหนัก กระแสคริปโตก็บูมมากๆ จากตอนนั้นบิตคอยที่มีมูลค่าแสนกว่าบาทก็พุ่งขึ้นไปเป็นล้าน

        ช่วงนั้นเองที่เริ่มมีกูรู มีอินฟลูเอนเซอร์หลายคนออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่าเราก็อยากพูดบ้าง อยากจะสื่อสารบ้างว่าฉันก็มีแนวคิดแบบนี้นะ แต่พอนั่งคิดว่าถ้าเราพูด “ปกติ blockchain คืออะไร NFT คือออะไร” มันจะมีใครฟังไหม เพราะปกติพวกความรู้ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่เราก็อยากพูด ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรให้เรื่องน่าเบื่อดูน่ารักสนุกสนาน มันจึงกลายเป็นคอนเซ็ปต์ว่า “ฉันจะใช้การ์ตูนมาพูดแทน” 

แสดงว่าปกติชอบวาดรูปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

        พอผมคิดว่ามันต้องเป็นการ์ตูน ผมก็หยิบไอแพดเดินไปหาน้องสาว (น้องสาวเป็นคนที่วาดรูปเก่งมาก) ให้ช่วยสอนวาดรูป พอน้องสอนเสร็จผมก็คิดต่อเลยว่า การ์ตูนที่ผมวาดต้องง่ายที่สุด ไม่ต้องมีรายละเอียดเยอะแยะ ต้องเรียบง่ายเหมือนพวกคิตตี้ หมีบราวน์ ที่มีอิทธิพลระดับโลกได้ 

        สุดท้ายก็ออกมาเป็นน้องหัวกลมๆ แล้วอีกเหตุผลที่ต้องวาดให้ง่ายคือ สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกคริปโตมันเร็วมาก ไม่เหมือนกับเวลาทำการตลาดให้แบรนด์ที่เราสามารถแพลนได้ว่าเดือนนี้ลงอะไรบ้าง แต่กับโลกคริปโตเราแพลนไม่ได้เลย เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้น เราต้องพร้อมเสมอ มีกระแสอะไรมา เราต้องหยิบปากกาแล้ววาดให้เร็ว ลงให้เร็ว เลยออกมาเป็นน้องหน้าตาแบบนี้ สรุปแล้วที่ถามว่าผมวาดรูปเก่งไหม ผมไม่ได้วาดรูปเก่ง แต่เพราะเราวาดรูปไม่เก่งเลยหาวิธีการที่ง่ายในการวาดมันออกมา

แปลว่าตั้งแต่ทำเพจมาคุณต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพราะทุกอย่างมาไวไปไวมาก

        ผมบอกเลยว่า “ที่สุดของแจ้” (หัวเราะ) สมัยก่อนทำเพจนี่เป็นงานอดิเรก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว งานทั้งหมดของผม 90 เปอร์เซ็นต์คือคริปโต มีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์คือที่ไม่เกี่ยว ตอนนี้จึงแทบจะไม่ใช่งานอดิเรกแล้ว แต่เป็นงานฟูลไทม์ของผม ซึ่งก็สนุกดี (ยิ้ม)

แบบนี้คุณนิยามตัวเองไว้อย่างไร ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ หรือคำอื่น  

        คงเป็นคำว่า ‘ครีเอเตอร์’ สำหรับผมคำนี้ให้ความหมายที่กว้างสุดแล้ว เพราะถ้าแปลตรงตัวคำนี้ หมายถึงผู้สร้างผลงาน สร้างสรรค์ หรือสร้างอะไรสักอย่างหนึ่งที่กว้างและน่าจะบอกตัวตนของผมได้ดีที่สุด ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพรุ่งนี้ผมจะสร้างอะไรขึ้นมา (หัวเราะ)

คุณบอกว่า BitToon เป็นเพจให้ความรู้ แต่หลายคนมักติดภาพความเป็นการ์ตูนแก๊กมากกว่า  

        จุดเริ่มต้นของเพจนี้เป็นเพจให้ความรู้ ทุกคนที่เพิ่งมาไลก์เพจตอนนี้ก็จะงงๆ หน่อย ว่าเพจแกให้ความรู้จริงเหรอ แต่เพจผมเป็นเพจให้ความรู้จริงๆ นะ (หัวเราะ) เวลาผมโพสต์บทความก็จะปักหมุดไว้ข้างบน ซึ่งแต่ละโพสต์เขียนยาวมาก แต่แน่นอน ผมทำงานในวงการการตลาดมาก่อน ผมรู้อยู่แล้วว่าคนที่เขาเสพโซเชียลมีเดียเขาไม่ได้ต้องการมาหาความรู้จริงจังขนาดนั้น 

        ทุกวันนี้เราเล่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เราต้องการการผ่อนคลาย ต้องการความบันเทิง ดังนั้น เราจะให้ความรู้ตลอดไม่ได้ ต้องสอดแทรกความสนุกสนาน มีแก๊กที่ทำให้เขาขบขัน อมยิ้ม จนอยากจะแชร์ให้เพื่อนบ้าง ผมเลยทำเป็นแก๊ก ทำเป็นมีมออกมา แล้วกลายเป็นว่าคนส่วนใหญ่ชอบ จนหลังๆ เวลาผมโพสต์เรื่องความรู้ จะมีลูกเพจมาคอมเมนต์ว่า “BitToon ไปทางไหนครับ” (หัวเราะ)

แล้วหลังจากนั้นเกิดการร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ ได้อย่างไร 

        ยอมรับว่าผมก็ร่วมงานกับคนอื่นเขาไปทั่ว ตอนนี้มีเพื่อนมาถามว่าผมร่วมงานกับใครบ้าง พอผมนั่งนับกลายเป็นว่าเยอะมาก แต่ที่มาก็คือ พอคอนเทนต์ของเพจผมโดนใจหลายคน เลยค่อนข้างได้รับการรับรู้ หรือมองเห็น (awareness) เยอะ แล้วเพราะผมเป็นนักการตลาดผมต้องดูหลังบ้านเสมอว่าตอนนี้ KPI เราเท่าไหร่ ผมก็ต้องมีการเทียบกับเพจอื่นๆ ด้วยว่าเราอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ถ้าไปดูหลังบ้านผมก็อยู่ติด 1 ใน 3 เพจคริปโตในไทย 

        ดังนั้น เรื่องการรับรู้ หรือมองเห็น อาทิตย์หนึ่งอาจจะเห็นว่าขึ้นไปถึงล้าน หรือหนึ่งเดือนก็สัก 3-4 ล้าน การเข้าถึงก็จะสูงมากๆ ทำให้รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหนแล้ว ผมก็จะพยายามปรับประสิทธิภาพตัวเองอยู่เสมอ แล้วพอการเข้าถึง การรับรู้ หรือการมองเห็นจากผู้ติดตามเยอะ ก็เป็นเรื่องปกติที่จะได้เจอกับอินฟลูเอนเซอร์ดังๆ หรือมีอิทธิพล ซึ่งเราก็อยากร่วมงานด้วยเลยเกิดเป็นการ collab กัน 

        ซึ่งการ collab ก็มี 2 แบบ คือหนึ่ง กับแบรนด์ต่างๆ ที่มาทำอะไรเจ๋งๆ ด้วยกัน อาจจะเป็นเรื่องของทำคอนเทนต์ร่วมกัน กับสอง ทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์ด้วยกัน ลองมาทำคอนเทนต์ collab กัน หยอกล้อกัน สังเกตได้ว่าใต้คอมเมนต์ก็จะมีเพจอื่นมาล้อ ผมก็ไปเพจอื่นบ้าง ซึ่งนี่เป็นสังคมที่น่ารักนะ ผมรู้สึกว่าอินฟลูเอนเซอร์ในโลกคริปโตเราไม่ได้เป็นคู่แข่งกันเลย เราเป็นเพื่อน สังสรรค์กัน แชร์โพสต์โดยที่ไม่ต้องร้องขอกัน เราสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ 

หมายความว่าเป็นไปไมได้เลยที่เราจะไม่เข้าคอมมูนิตี้ เพราะนี่คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเติบโต

        ในวงการคริปโต ปัจจัยที่ทำให้เหรียญดิจัทัล หรือ NFT ก็ตามมีมูลค่าขึ้นมา คือหนึ่ง ปัจจัยพื้นฐาน เกิดขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง ถ้าทำอะไรได้เยอะ ก็มีความต้องการของคนที่อยากได้เยอะ แต่ปัจจัยที่สอง ที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือคอมมูนิตี้ เพราะสุดท้ายแล้วโลกของคริปโตเป็นเรื่องใหม่มากๆ ทั้งคริปโต และ NFT 

        ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้วงการนี้ไปต่อได้คือ ความเชื่อ หลายๆ ครั้งผมนิยามหลายๆ เหรียญว่ามันคือศาสนา คนบางคนเชื่อเหรียญแบบสุดใจ หากมีคนโต้แย้งก็จะโดนทัวร์ลงคล้ายๆ ความเชื่อทางศาสนาเลย จึงทำให้เรารู้สึกว่าคอมมูนิตี้มีอิทธิพลกับคริปโตมากๆ เราจะสังเกตได้ เหรียญตอนนี้มีประมาณหมื่นเหรียญในประเทศไทย แล้วคนที่เชื่อในเหรียญนั้นๆ จะแตกออกไปเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเยอะมาก คือแต่ละเหรียญก็จะมีคอมูนิตี้ของตัวเอง 

        อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากบอกคือ หากมีใครสักคนที่อยากทำโปรเจกต์คริปโต นอกจากจะเป็นการลงทุนในการพัฒนากลไก หรือสิ่งต่างๆ แล้ว สิ่งที่ห้ามขาดเลยคือ นักการตลาด เพราะถ้ามีคนปั้นแบรนด์เก่ง เขาจะสามารถโน้มน้าวคนหมู่มากได้ 

สมมติถ้าเราไม่มีความรู้ด้านการตลาด ก็ควรหาทีมมาช่วย ถูกไหม

        ไปจ้าง ด่วนเลย เราจะทำแบรนด์โดยไม่มีการตลาดไม่ได้ ผมเห็นมาแล้ว มีโปรเจกต์ที่เหรียญดี พื้นฐานโปรเจกต์โอเค แต่การตลาดอ่อนแอมากๆ จึงทำให้ไม่มีคนเชื่อ โปรเจกต์นั้นก็ไม่สามารถเติบโตได้

แล้วส่วนตัวคุณเชื่อในเหรียญไหน

        ผมเชื่อแค่เหรียญ Bitcoin เพราะบิตคอยสอนให้ผมไม่ต้องเชื่อใจใคร เพราะเหรียญอื่นๆ บนโลกนี้ล้วนมีเจ้าของ มีแค่เหรียญบิตคอยน์กับโดชคอยน์ (Dogecoin) สองเหรียญนี้ที่ไม่มีเจ้าของ อย่างบิตคอยน์ ซาโตชิ นากาโมโตะ ที่บอกว่าเป็นคนสร้างขึ้นมาก็หายสาปสูญไปแล้ว ส่วนโดชคอยน์ ทีมพัฒนาก็ไม่ทำต่อแล้ว ขายเหรียญทั้งหมด แต่ผมเชื่อในบิตคอยน์เหรียญเดียว เพราะค่อนข้างที่จะ decentralized หรือมีการกระจายจริงๆ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงนโยบายของมันได้ 

        ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น บิตคอยน์จะทำหน้าที่ของมันแบบไม่มีขาดตกบกพร่อง โค้ดของมันทำงานเหมือนเดิมไม่มีใครแทรกแซงได้เลย ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจว่า ถ้าฉันจะฝาก หรือเก็บทรัพย์สินไว้ยามเกษียณ ไว้ให้ลูกหลาน เก็บเป็นบิตคอยน์เราสบายใจกว่า เพราะถ้าเก็บเป็นเหรียญอื่นเราต้องมานั่งคิดอีกว่า เจ้าของจะทำอะไรหรือเปล่า สมมติมีบางเหรียญราคาดี อยู่ดีๆ เจ้าของติดโควิด-19 พรุ่งนี้เหรียญก็หายนะเลยนะ (หัวเราะ)

คิดว่าในอนาคตเราจะเห็นอะไรใหม่ๆ ในวงการนี้อีกบ้าง 

        ไม่สามารถบอกได้เลย ยกตัวอย่างตอนที่ผมอยู่มหาลัยฯ โทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รีคือนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ปุ่มเยอะ แชตกันมันมาก สองปีต่อมาจากสองหมื่นเหลือสองพัน ดังนั้น ในอนาคต NFT อาจจะไม่มีก็ได้ สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะมาอาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ เพราะโลกหมุนเร็วมาก 

        ถ้า NFT มันเกิด ก็อาจจะส่งอิทธิพลอีกมาก แค่คำว่าเราสามารถโอนย้าย (transfer) มูลค่าหากันได้ แค่คำนี้ก็เปลี่ยนโลกไปมากแล้ว เป็นไปได้ไหมที่ผมมีโฉนดที่ดินผืนหนึ่ง แล้วต้องไปสำนักงานของกรมที่ดินเพื่อเซ็นเอกสารต่างๆ เสียเวลา แต่พอเปลี่ยนเป็น NFT มีกฎหมายมารองรับ เราสามารถนำที่ดินผืนนี้มามินต์ให้กันได้ ถ้าไม่เชื่อใจก็ทำผ่าน Smart Contract ได้ เงินมาที่ดินไป ตำรวจมาตรวจสอบได้ว่าผมเป็นเจ้าของ เพราะอะไรที่เป็น NFT คือทุกหน่วยแทนกันไม่ได้ 

        อย่างตอนนี้มันเริ่มมีกระแส Fractional NFT Ownership ที่สามรถทำให้ NFT 1 ชิ้น ถือได้หลายคน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มาก อย่างโปรเจกต์ NFT บางชิ้นที่มูลค่าเป็นร้อยล้าน ถ้าทำให้เป็น Fractional NFT ที่หลายคนเป็นเจ้าของร่วมกันซื้อได้ มันจะเจ๋งมากขึ้นไปอีก ถ้าเกิดขึ้นได้จริงทุกอย่างจะเร็ว จะลดขั้นตอนที่ทำให้เกิดความล่าช้าได้ วงการนี้ยังไปได้มากกว่านี้อีก บางทีตามเรื่องนี้อยู่ พรุ่งนี้อีกเรื่องหนึ่งมาใหม่อีกแล้ว 

ได้ปักธง หรือวางภาพไว้ไหมว่าหมุดหมายของเรากับวงการนี้คือแบบไหน

        อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เปลี่ยนอาชีพมาเยอะ จากคนที่จบภาควิศวกรรมเคมี แล้วไปเป็นติวเตอร์เปิดเพจสอนออนไลน์ พอเราทำธุรกิจของตัวเองก็ต้องมีความรู้การตลาดเพิ่ม สุดท้ายก็เปลี่ยนไปทำการตลาด เป็นที่ปรึกษา แล้วตอนนี้ก็มาเป็นครีเอเตอร์ในโลกของคริปโต และ NFT

        ดังนั้น ผมเป็นคนที่มักจะชอบอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ผมทำงานเป็นกิจวัตรไม่ได้ ชอบทำงานที่จะได้เจอเรื่องเซอร์ไพรซ์ในวันพรุ่งนี้ หรือทำอะไรก็ตามที่ไม่เคยทำมาก่อน พร้อมที่จะทำอะไรที่มันสนุก ถ้าถามว่าผมจะอยู่ในนี้นานไหม ขอตอบว่าผมจะอยู่กับสิ่งที่ใหม่ เราอยากเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว อยากรับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด ด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้ผมนิยามตัวเองว่าเป็นครีเอเตอร์ 

ช่วยฝากอะไรถึงคนที่กำลังสนใจวงการนี้อยู่ หรือกำลังเริ่มศึกษาวงการนี้อย่างจริงจังหน่อย 

        ถ้าเป็นคนที่สนใจคริปโต และ NFT เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่มากสำหรับคนไทย แล้วอะไรที่มันใหม่มักมาพร้อมความไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ไม่รู้ว่าอะไรดี หรือไม่ดี ไม่รู้ว่าอะไรหลอกลวง เพราะมันมีทั้งด้านดีและไม่ดี 

        สำหรับคริปโต ถ้าจะเข้ามาลงทุน ควรศึกษาเยอะๆ ติดตามคนที่เขาพอจะน่าเชื่อถือ ดูประวัติให้ดี เพราะมีทั้งกูรูตัวจริง และคนสร้างภาพก็เยอะ มิจฉาชีพก็เยอะ ดังนั้น ศึกษาข้อมูลมากพอ และลงทุนด้วยเงินเย็นเท่านั้น เพราะวงการนี้มีความผันผวนสูงมากอย่างที่เห็นข่าวอยู่ทุกวัน 

        ส่วน NFT มีสองประเภท คือ คนที่เป็น Creator กับ Collector คนที่เป็นนักสะสมกลุ่มนี้ค่อนข้างเจนโลก เข้าใจโลกถึงกล้าซื้อเก็บสะสม หรือลงทุนเพราะเขาซื้อเป็นขายเป็น ส่วน Creator ที่เป็นหน้าใหม่ วาดรูปเก่ง มีเพจ แต่ยังไม่รู้จักคริปโตดีพอ ผมแนะนำว่าให้ศึกษาเรื่องคริปโตโดยเฉพาะก่อน อย่าลืมว่าวงการนี้ซื้อขายกันผ่านเหรียญคริปโต ดังนั้น ต้องเข้าใจเรื่องพื้นฐาน เช่น ค่าแก๊ส หรือเข้าใจการเก็บเงินก่อน เปิดกระเป๋าก่อน เป็นต้น แล้วค่อยมาสร้างงาน เพราะจริงๆ การมินต์งานไม่ยาก แต่ขายยากกว่า 

        สุดท้าย การตลาดคือปัจจัยสำคัญ ผมเคยถามนักสะสมว่าซื้องานเพราะอะไร บางคนซื้องานเพราะศิลปิน แต่บางคนซื้อเพราะงาน ดังนั้น ผมจึงพยายามเชียร์ให้ศิลปินสร้างตัวตนด้วย ถ้าศิลปินขายตัวเองออก จะทำให้ขายงานได้ง่ายมากขึ้น ไม่ได้จะด้อยค่างานนะ คืองานก็สำคัญ แต่คนทำงานก็สำคัญ ทุกอย่างต้องไปด้วยกันหมด บางคนสร้างแต่งานไม่สร้างตัวตนก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน


สามารถติดตามผลงานของ BitToon ได้ทาง:

https://web.facebook.com/bittoonfunny

https://foundation.app/@bittoonfunny

https://opensea.io/collection/crypto-ronin-8

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

ชอบพูดคุยผ่านการขีดเขียนด้วยตัวอักษร อาศัยอยู่ในโลกจินตนาการ และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นลูกครึ่งสัตว์วิเศษ