การเริ่มต้นบริหารธุรกิจโรงแรมในวันที่สถานการณ์พลิกผันรอบด้านของ วศุมา คณาธนะวนิชย์

The Guest
5 Mar 2021
เรื่องโดย:

ปารณ ศรีสุนทร, ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน เราได้คุยกับ ‘นูนู่’ – วศุมา คณาธนะวนิชย์ เกี่ยวกับ บทเรียนจากผู้บริหารสาวสวยรุ่นใหม่ และวันนี้ก็มีโอกาสกลับมาสนทนากับเธออีกครั้งในบ่ายวันศุกร์ที่ WOODS Kitchen & Bar สถานที่รับรองที่พร้อมเพรียงด้วยอาหารและเครื่องดื่ม ที่เจ้าตัวเล่าว่าเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่มีแรงบันดาลใจมาจากรสชาติวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของหัวหินและชะอำ โดยเธอแนะนำเครื่องดื่มที่มีรูปแบบการเสิร์ฟแปลกตาอย่าง Mango and Spices ค็อกเทลมะม่วงผสมเครื่องเทศพื้นถิ่นให้เราจิบก่อนจะเริ่มบทสนทนาอย่างจริงจัง

        เวลาผ่านไปคนเราก็ต้องเติบโตขึ้น และตอนนี้เธอก็ก้าวมาเป็นกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท เดอะรีเจ้นท์ กรุ๊ป ทายาทรุ่นที่สามของ ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ผู้บริหาร และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เธอกล่าวว่าเพิ่งเข้ามาดูแลกิจการ VALA Hua Hin Nu Chapter Hotels อย่างเต็มตัว ครั้งนี้เราจึงตั้งใจมาพูดคุยว่าด้วยการเติบโตของทายาทรุ่นสาม โดยเฉพาะการผ่านเรื่องราวที่ยากลำบาก ความท้าทาย และรับบทเรียนอะไรจากการบริหารกิจการโรงแรมและท่องเที่ยวในสถานการณ์โรคระบาด ก่อนจะมาถึงวันที่ประสบความสำเร็จกับโรงแรมแห่งนี้เช่นในวันนี้ 

        หลังจากต่างจิบเครื่องดื่มเย็นๆ และพูดคุยกันว่าเดี๋ยวจะชวนเธอไปถ่ายรูปบริเวณริมสระว่ายน้ำหน้าห้องพัก เพราะติดใจกับดีไซน์ของสระที่มีความลึกเพียงข้อเท้า ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่ได้อยากเล่นน้ำในสระอย่างจริงจัง แต่ก็อยากได้โมเมนต์ของการยืนเอาเท้าจุ่มน้ำเพลินๆ เดินดูอาคารห้องพักสวยๆ ใต้ความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ที่โอบอยู่โดยรอบ ซึ่งเธอก็หัวเราะชอบใจและบอกเราว่าที่ VALA Hua Hin Nu Chapter Hotels เริ่มต้นด้วยการเก็บรักษาสิ่งที่มีอยู่ และแต่งเติมด้วยความชอบและประสบการณ์

        “คำว่า วาลา (VALA) แปลว่าพลังของธรรมชาติ เพราะตอนแรกที่เรามาดูพื้นที่ตรงนี้ พบว่าแต่เดิมจะมีต้นไม้ใหญ่สวยๆ ขึ้นอยู่เยอะมาก ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเก็บรักษาเอาไว้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการออกแบบว่าเราจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติและรักษาสิ่งที่มันเคยมีอยู่ได้อย่างไร ผสมกับการนำเอาความชอบและประสบการณ์ที่เคยพบเจอมารวมกันที่นี่ เพราะอยากให้โรงแรมแห่งนี้เป็นโปรดักต์ที่แฝงความเป็นตัวตนของเราเอาไว้”

        นั่นจึงเป็นที่มาของคอนเซปต์การออกแบบที่เธอเรียกว่า Nature’s touch with a modern design เป็นการนำเอาธรรมชาติที่มีอยู่แล้วมาร่วมกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่เรียบง่าย เพราะจุดเด่นของชะอำคือสภาพอากาศในแต่ละวันที่สามารถเกิดขึ้นได้หมดทั้งแดดออก ฝนตก ฟ้าครึ้ม หรือบางวันก็ฉายแสงเป็น vanila sky เกิดเป็นบรรยากาศสีชมพูอ่อนๆ ไล่โทนจนเป็นสีม่วงเข้มในช่วงเย็น 

        “มุมมองที่เราอยากได้คือการหลอมรวมของงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่กลับได้ผลลัพธ์ของบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละวัน” เมื่อพูดจบเราทั้งคู่ต่างมองออกไปนอกกำแพงกระจกพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว

วศุมา คณาธนะวนิช

Keep Up the Good Work!

        สายลมจากริมชายหาดพัดเข้ามาคลอเคลียกิ่งใบของต้นหลิวให้พลิ้วไหวเป็นจังหวะอย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอ ลมบางส่วนพัดลอดลอยมากระทบกับต้นไม้ที่เล็กกว่าในพื้นที่สวนริมสองทางเดิน เกิดเป็นจังหวะที่ดูเมื่อไหร่ก็รู้สึกผ่อนคลายได้ทุกครั้ง ซึ่งการจัดวางต้นไม้ทั้งหมดถูกคิดและออกแบบมาแล้วให้สอดคล้องไปกับภูมิทัศน์โดยรูปแบบทั้งหมดนั้นเธอเล่าว่าไม่ได้ทำสำเร็จเสร็จมาตั้งแต่ต้น แต่ผ่านการกลั่นกรองกับทีมออกแบบอย่างเข้มข้น 

        “เรามีภาพอยู่ในหัวตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากให้โครงการเป็นอย่างไร ดังนั้น กว่าจะคุยกันลงตัวต้องผ่านการต่อสู้ทางความคิดของแต่ละคนอย่างสูง ทั้งเรื่องคอนเซปต์ ไอเดีย แล้วกลั่นกรองออกมาเพื่อให้ตอบโจทย์ทุกด้านมากที่สุด สุดท้ายก็ได้ตรงกับภาพในใจของเราเกือบๆ 90 เปอร์เซ็นต์” 

        แต่อย่างไรก็ตามเราต่างก็รู้กันดีว่าไม่มีอะไรที่จะได้ดั่งใจเราเต็มร้อยเสียทั้งหมด เพราะความเป็นจริงนั้นสิ่งที่เราชอบก็ใช่ว่าคนที่เข้ามาพักนั้นจะชอบเหมือนกับเรา ซึ่งวศุมาก็เห็นด้วยอย่างเต็มใจ

        “ระหว่างทางก็ต้องพยายามปรับเหมือนกันในหลายๆ อย่าง เราต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของคุณแม่ คนออกแบบหรือคนที่เราทำงานด้วย ไม่ว่าเรื่องก่อสร้างหรือการออกแบบ ก็ต้องปรับให้เข้ากับประสบการณ์ของผู้ใช้ในปัจจุบัน ความต้องการ ความสะดวกสบาย และความเป็นส่วนตัวของลูกค้าจะต้องตอบโจทย์กับทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มเดียว แต่อย่างไรก็ตามเราให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมชาติมาเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากที่จะการปรับแต่งอาคารให้เข้ากับต้นไม้ที่มีอยู่ เรายังใส่ใจกับการเลือกพันธุ์ไม้ ว่าไม่อยากได้พันธุ์ไม้ที่หาได้ทั่วไป ส่วนตัวเราอยากได้หลิว เราก็บอกผู้ออกแบบเลยว่าต้องมีหลิวที่โครงการนี้ (หัวเราะ)”

วศุมา คณาธนะวนิช

การปรับตัวและประคับประคองท่ามกลางวันที่ยากลำบาก

        “เราคิดเสมอว่าท่ามกลางวิกฤตก็ย่อมมีโอกาส มีมาก็ย่อมมีไป” 

        เธอตอบคำถามสำคัญที่ยังไงก็ต้องถามนั่นคือการรับมือกับวิกฤตโลกที่แพร่ความเปลี่ยนแปลงให้ระบาดไปทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกับคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมที่พักที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและยาวนาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เธอตั้งใจทำขึ้นมานั้นจะถูกปิดตายไปยาวๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน 

        “โชคดีที่โครงการของเราตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดมุ่งหมายของคนไทยในการท่องเที่ยว และช่วงนี้เราก็ท่องเที่ยวได้แต่ในประเทศ มันจึงเป็นสถานการณ์ที่ไม่แย่นัก แม้ว่าการทำงานครั้งแรกของเราในฐานะของผู้บริหารโรงแรม แล้ววิกฤตการณ์โรคระบาดเกิดขึ้นมาพอดีก็ตาม แต่โชคดีที่เราอยู่กับคุณแม่และน้องชายที่กลับมาช่วยงาน เราจึงได้รับการสนับสนุนจากทั้งทีมงานและทางครอบครัว มีอะไรพวกเขาก็คอยให้คำปรึกษาตลอด ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเราเป็นคนค่อนข้างขี้กังวลว่าอยากให้ทุกอย่างออกมาดี เรื่องเล็กเรื่องน้อยก็ไม่ยอมปล่อย แต่พอมีทุกคนแล้ว ก็เลยรู้สึกว่ามีกำลังใจที่ดีในการฟันฝ่าอุปสรรคไปได้”

        เรื่องนี้โควิด-19 สอนให้รู้ว่า… – เราถามต่อทันที

        “ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม การปรับตัวให้เร็วตามแต่ละสถานการณ์เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราปรับตัวช้าจะเป็นคนแพ้ นี่เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทำงานในครั้งนี้ ว่าเราไม่สามารถแบ่งแยกแค่หน้าที่ใครหน้าที่มันได้อย่างเคยแล้ว แต่ทุกคนต้องมีทักษะความสามารถรอบด้าน หลังจากโควิด-19 รอบแรกมา เรารู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเยอะมาก มีความเป็นผู้นำมากขึ้น ต้องตัดสินใจทุ่มเทเยอะขึ้น มองคนได้ลึกมากกว่าเดิม และต้องมองให้กว้างว่าทุกสิ่งอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าเรื่องโรคระบาดว่าจะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง ดังนั้น อย่าชะล่าใจมองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดและเร็วที่สุด”

        การคาดคะเนส่วนใหญ่จากนักวิชาการหรือนักธุรกิจที่มากประสบการณ์ต่างพูดกันว่ากว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะฟื้นตัวก็อาจต้องรออีก 2-3 ปี เพราะสถานการณ์ในต่างประเทศนั้นยังคงอยู่ในสภาวะทรงกับทรุด การที่จะเปิดประเทศให้นักม่องเที่ยวเข้ามายังเป็นเรื่องที่ยากมากๆ อยู่ แม้ว่าประเทศไทยจะมีการคัดกรองก็ตาม  

        “แต่อย่างน้อยตอนนี้เราก็ยังมีคนไทยที่คอยเที่ยวประเทศไทย มีแคมเปญที่มาสนับสนุนตรงนั้น พวกเขามาเที่ยวเพราะคิดว่ามันไม่ได้น่ากลัวมากหากเรามีการคัดกรองที่ดี” เธอกล่าว

วศุมา คณาธนะวนิช

        “สิ่งสำคัญคือการให้กำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นกับทุกคนไปด้วยกัน ระมัดระวังไปด้วยกัน ไม่อยากให้ใครเสียกำลังใจ แต่ก็ไม่ได้มั่นใจเกินไปจนไม่ได้ดูสถานการณ์หรือมองย้อนกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด เราคิดว่ายังไงก็ต้อง the show must go on ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสู้ต่อไป เราไม่ยอมให้โปรเจกต์ที่ทุ่มเทมาตลอดสองปี ทั้งพัฒนา ออกแบบ ก่อสร้าง ปรับแผน สูญเปล่าลงไปแน่นอน” นั่นคือพลังของความเป็นผู้นำในตัวเธอนั่นเองเราคิดในใจ

        “นอกจากนั้นเราก็ต้องลงมือทำเอง ไม่ใช่ว่าชี้นิ้วสั่งงานเฉยๆ แสดงให้ทีมงานเห็นว่าควรรับมือกับสถานการณ์ที่จะผ่านเข้ามาอย่างไร ถ้าหากไม่รู้ก็ต้องกลับไปปรึกษา เรียนรู้ไม่ว่าจะงานเล็กหรือใหญ่ แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราเต็มที่ในหน้าที่ของเรา และหวังว่าทุกคนจะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่เช่นกัน” 

VALA Hua Hin Nu Chapter Hotels

        เวลาเริ่มล่วงเลย ท้องฟ้าเริ่มแดดร่มลงเรื่อยๆ เราชวนเธอมาเดินคุยกันไปด้วยบริเวณริมสระว่ายน้ำ และถามไปว่าในฐานะทายาทรุ่นสาม วันนี้เข้าใจคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของตัวเองดีขึ้นขนาดไหน เธอหัวเราะอย่างร่าเริงแล้วถอดรองเท้าไว้ตรงข้างสระเล็ก พร้อมกับเอาเท้าจุ่มลงไปในน้ำแล้วตอบกับเราอย่างอารมณ์ดี

        “พอเริ่มเข้ามาบริหารโรงแรมนี้อย่างจริงจัง ก็ทำให้เราเริ่มเข้าใจคุณแม่มากยิ่งขึ้น เราพบว่าการทำงานโรงแรมมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะและละเอียดอ่อน แต่นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และต้องรักษาต่อไป ต้องปรับปรุงให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แบรนด์แข็งแรง มีเอกลักษณ์ที่เด่นชัด แต่หากมองย้อนกลับไปในตอนที่ยังเด็ก เราเห็นคุณแม่บริหารจัดการโรงแรม มองจากตอนนั้นมาถึงตอนนี้ เทคโนโลยีอาจช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น เช่น การสั่งงาน การสื่อสารที่รวดเร็วมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากมองในแง่ของการแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบัน สมัยนี้มีโรงแรมเกิดขึ้นเยอะมาก ฝั่งลูกค้าเองก็ไม่รู้จะเลือกพักที่ไหนดี เพราะทุกคนแข่งขันกันในด้านราคา และเทคโนโลยีก็ได้นำเสนอให้คนเข้าถึงตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น สิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจสำหรับเราจึงเป็นเรื่องการปรับตัวและพัฒนาตัวเองในทุกด้านว่าเราจะทำอย่างไรให้โดดเด่น และแตกต่างไปจากคู่แข่งของเรา”

        หากมองว่าทุกอย่างมีสองด้าน ข้อดีของสถานการณ์ตอนนี้คือทำให้ทุกคนมีแต่ความเครียด การออกมาพักผ่อนหย่อนใจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตก็ว่าได้ แค่ได้ออกมาเที่ยวบ้าง ได้มานั่งให้คลื่นกระทบตัวสักหน่อยก็เหมือนตัวเองได้ชาร์จพลังกลับมา ยิ่งได้มาอยู่ในสถานที่ที่เงียบสงบอย่าง VALA Hua Hin Nu Chapter Hotels ซึ่งอีกเรื่องสำคัญที่หลายคนอาจไม่รู้คือที่นี่จะจำกัดจำนวนแขกที่เจ้ามาพักแม้ว่าเหตุการณ์จะกลับสู่ช่วงปกติแล้วก็ตาม เพราะเรื่องของความเป็นส่วนตัวคือหัวใจหลักที่แทรกอยู่ภายในความสวยงามของพื้นที่ตรงนี้

วศุมา คณาธนะวนิช

        “เราอยากให้การพักผ่อนคือคุณได้พักผ่อนจริงๆ เพราะสำหรับเราเองก็ไม่ได้อยากไปสถานที่ที่มีคนเยอะแยะเต็มไปหมด ที่แห่งนั้นคงไม่หลงเหลือพื้นที่ที่เป็นของเราจริงๆ เลย แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ VALA Hua Hin เพราะโครงการของเราให้ความสำคัญกับพื้นที่เป็นอย่างมาก เราเชื่อว่าพื้นที่คือความหรูหราอย่างหนึ่งที่ลูกค้าผู้เข้ามาใช้บริการสรรหา หลายคนเฟ้นหาเรื่องความเป็นส่วนตัว การใช้เวลาที่มีคุณภาพกับตัวเองและคนที่มาด้วย ดังนั้น เราจึงมีสิ่งที่นักท่องเที่ยวมองหาอยู่เสมอนั่นคือ ความสุขที่ได้เข้ามาพักกับเรา”

        ถึงเธอจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ก็สารภาพตรงๆ ว่า ตั้งแต่เยื้องย่างก้าวเข้ามาที่นี่ เราเองก็แทบไม่อยากกลับออกไปเลยจริงๆ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ปารณ ศรีสุนทร

อดีตนิสิตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่กำลังเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนผ่านการพูดคุย

เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง