‘แพท’ – รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย รักตัวเองให้เป็น แล้วจะรู้ว่า ‘รักดีๆ มีอยู่จริง’

The Guest
31 Jul 2020
เรื่องโดย:

สหธร เพชรวิโรจน์ชัย

ถึงแม้การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะนำมาซึ่งสารพัดปัญหาที่สั่นสะเทือนเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนทั่วโลก แต่ขณะเดียวกัน COVID-19 ก็เปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาให้ปัญหาเดิมๆ ปรากฏเด่นชัดมากขึ้นอีก

        หนึ่งในนั้นคือปัญหาความรุนแรงจากคนใกล้ตัวที่กำลังทำลายความสงบสุขภายในบ้าน เห็นได้จากสถิติมากมายที่บ่งบอกว่า มีผู้หญิงหลายล้านคนกำลังตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวระหว่างมาตรการล็อกดาวน์ กล่าวได้ว่าบ้านอาจไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป

        ‘แพท’ – รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย เป็นนักแต่งเพลงและนักร้องนำวง Klear วงดนตรีร็อกที่มีบทเพลงดังมากมาย เช่น รักไม่ต้องการเวลา,​ จะรักหรือจะร้าย, คำยินดี หรือ สิ่งของ ซึ่งถ่ายทอดความรู้สึกของผู้หญิงได้ตรงใจ เกิดเป็นความผูกพันระหว่างเธอกับแฟนคลับมานานกว่า 10 ปี

        รวมไปถึงเพลง รักให้ตาย จากอัลบั้มล่าสุด Grow in The Dark ที่สะท้อนเรื่องราวความสัมพันธ์แสนเจ็บปวด ถ่ายทอดความทรมานที่ต้องทนอยู่กับความรักอันเลวร้ายแบบซ้ำไปซ้ำมา พร้อมมิวสิกวิดีโอที่สะท้อนความรุนแรงไปอีกขั้น กับความเจ็บปวดทางร่างกายของหญิงสาวที่กำลังจะแต่งงานกับชายผู้ทำร้ายเธอ

        บทสนทนาในวันนี้จึงว่าด้วยความรักช้ำๆ จากบทเพลง บทบาทของเธอในฐานะที่ปรึกษาเรื่องความรักสำหรับแฟนคลับ ไปจนถึงประสบการณ์จริงที่เคยเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งนั่นทำให้เธอเปลี่ยนความคิดว่า ต้องหันกลับมารักตัวเองให้เป็น แล้วเราจะรู้ว่า ‘รักดีๆ มีอยู่จริง’

 

รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย

มีคนนิยามความรักไว้หลากหลายรูปแบบ แล้วคุณนิยามความรักไว้ว่าอย่างไร

        จริงๆ แล้วนิยามความรักของเราเปลี่ยนมาแล้วหลายแบบเหมือนกัน ถ้าถามวันนี้ซึ่งเป็นวันที่เรามีความสุขกับความรักทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบคนรัก แบบเพื่อน หรือแบบครอบครัว นิยามความรักวันนี้คือการให้เกียรติกัน แล้วก็มีความสุขกับความเติบโตของกันและกัน มันคือความสุขที่ได้เห็นคนที่เรารักเติบโตไปพร้อมๆ กับเรา ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าคือการให้อิสรภาพก็ได้นะ แต่นั่นคือนิยามความรักของเรา

ที่ว่านิยามความรักเปลี่ยนมาแล้วหลายแบบ แสดงว่าแต่ละช่วงวัยก็มีนิยามความรักแตกต่างกันไปใช่ไหม

        ต่างกันมาก ย้อนกลับไปตอนคบแฟนคนแรก จริงๆ เขาพูดกับเราแล้วด้วยซ้ำว่าความรักคืออิสรภาพ แต่ตอนนั้นเรายังเด็ก ยังไม่เข้าใจ ช่วงแรกเลยรู้สึกว่าความรักคือการครอบครอง ต้องมีคนมาช่วยเติมเต็ม แต่พอผ่านจุดนั้นมาเข้าสู่ช่วงที่ 2 เรามองว่าความรักคือการทำทุกอย่างให้ความรักคงอยู่ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนอื่น เราก็เลยยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ความสัมพันธ์อยู่รอด แต่กลับกลายเป็นว่าเราไม่เป็นตัวเอง จนแทบจะลืมความรักตัวเองไปเลย พอเข้าสู่ช่วงที่ 3 เราเพิ่งเข้าใจว่าความรักที่ยั่งยืนคือการรักในการเติบโตของกันและกัน เหมือนสามารถตกหลุมรักคนเดิมไปเรื่อยๆ ในทุกสเต็ปของชีวิตของเขา

        เราคิดว่าการมีแฟน คนรัก หรือแม้แต่การมีเพื่อนที่ดีๆ จะทำให้เรามีความสุขในชีวิต ซึ่งเราต้องเชื่อจากใจก่อนว่า ความปกติสุขเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้นปกติกับทุกคน ไม่ใช่ว่ามีแฟนแล้วต้องทะเลาะกัน ต้องเปลี่ยนตัวเอง หรือทำให้เวลาตัวเองหายไป มันต้องกลับมาตั้งทัศนคติที่ตัวเองก่อนว่า มีแฟนแล้วชีวิตต้องดีสิ ต้องได้ทำความฝันเต็มที่ ต้องได้ทำอะไรที่อยากทำ และการมีเขาจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม ถ้ามัวแต่คิดว่าความรักดีๆ หายาก สุดท้ายก็จะหาไม่ได้จริงๆ 

        เราต้องคิดในใจก่อนว่า คนคนนั้นมีจริง ความรักดีๆ มีจริง และมันก็เป็นสิทธิ์พื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรจะมีความรักที่ดี

 ส่วนตัวเชื่อในความโรแมนติกไหม

        เชื่อสิ เพราะเราเป็นศิลปิน (หัวเราะ) ความโรแมนติกเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์ที่สร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาบนโลก ความโรแมนติกคือจินตนาการ ความโรแมนติกคือศิลปะ สำหรับเรามันคือเรื่องเดียวกัน เป็นสีสันของชีวิต และเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตสวยงาม 

นิยามความรักมีมากมาย เพลงของวง KLEAR ที่คุณแต่งก็หลากหลายรูปแบบ แล้วผลงานเพลง รักให้ตาย มีแนวคิดจากอะไร

        เวลาพูดถึง KLEAR หลายคนจะนึกถึงเพลงอกหัก ที่ผ่านมาเราเป็นที่พึ่งทางใจของคนอื่นค่อนข้างเยอะ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งเพลง รักให้ตาย ถูกสร้างขึ้นมาจากการเอาเรื่องของทุกคนมากลั่นกรองในใจ และเอาประสบการณ์ส่วนตัวของเราเองมารวมกัน 

        เราเคยมีแฟนที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขา แต่ก็ยังทะเลาะซ้ำแล้วซ้ำอีก เลิกกันแล้วก็ดีกัน จนกระทั่งจุดหนึ่งที่เรากลับมามองตัวเองในกระจกแล้วถามว่า ‘นี่คือใครอะ?’ เราเกือบต้องทิ้งความฝันเพราะคนคนหนึ่งมาแล้ว จุดนั้นเลยคิดได้ว่า ที่ผ่านมาเราปล่อยให้ตัวเองให้ตกต่ำขนาดนี้ได้ยังไง 

        พอจำความรู้สึกนั้นได้ก็เอามารวมเป็นส่วนหนึ่งของบทเพลง คือต่อให้รักให้ตายแค่ไหน ถ้ามันหนักหนาจริงๆ สุดท้ายก็รับไม่ได้อีกแล้ว เพลงเพลงนี้ก็เลยเขียนขึ้นมาให้คนที่อยากจะมูฟออน แต่ออกไม่ได้ซะที

จากประสบการณ์ส่วนตัว คุณมูฟออนจากความสัมพันธ์นั้นอย่างไร

        มูฟออนได้เพราะเห็นตัวเองตกต่ำแล้วสลด เหมือนในหนังเลยนะ เรานั่งขดอยู่หน้าบ้านเขาตอนกลางคืน ไม่มีไฟ ร้องไห้ เมาด้วย (หัวเราะ) นั่งร้องไห้จนทนไม่ไหว แต่ในใจก็รู้สึกว่าเราปล่อยตัวเองให้อยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง ซึ่งเราไม่ได้โทษเขาด้วยนะ โทษตัวเองที่ปล่อยตัวแบบนี้ จุดนั้นก็เลยรู้สึกว่า โห…​ พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงเราให้มาทำตัวแบบนี้ 

        วันนั้นเหมือนมีสวิตช์ไฟมาเปิดในหัวว่า ต่ำไปละ ตกต่ำเกินไปแล้ว อยู่ต่อไปคงไม่ใช่ทางที่ใช่ เราก็เลยค่อยๆ ถอนตัวเองออกมาง่ายขึ้น

 

รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย

หลังจากเพลง รักให้ตาย ปล่อยออกมา มีหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ถึงประสบการณ์ส่วนตัวจำนวนมาก มีคอมเมนต์ไหนที่อ่านแล้วรู้สึกกระทบจิตใจมากที่สุด

        โอ้โฮ… เยอะมากเลย ก่อนหน้านี้ก็มีคอมเมนต์เยอะอยู่แล้วนะ แต่พอ รักให้ตาย ออกมา มีคอมเมนต์ส่งเข้ามาเยอะมากเป็นหลักพัน จนเราอ่านแล้วเป็นไมเกรนอ่ะ ทำให้เพิ่งรู้ว่าการทำร้ายกันในคู่รักมันซ่อนอยู่ในประเทศไทยเยอะมาก

        คือเพลง รักให้ตาย ไม่ใช่เรื่องของความรุนแรงหรือการทำร้ายร่างกายอย่างเดียว รักให้ตาย พูดถึง Abusive Relationship หรือความสัมพันธ์ที่รุนแรง อย่างประสบการณ์ส่วนตัวของเราเป็นการบั่นทอนทางอารมณ์ เนื้อเพลง รักให้ตาย เลยครอบคลุมหลายอย่าง ทั้งคนที่รักๆ เลิกๆ บั่นทอนตัวเองไปเรื่อยๆ เป็นความสัมพันธ์ที่อยู่แล้วชีวิตเราแย่ลง นั่นก็เป็น Abusive Relationship เหมือนกัน

        แต่เอ็มวีเราเลือกทำเรื่อง Domestic Violence หรือการทำร้ายกันในครอบครัว เราตัดสินใจว่า ต่อให้คนจะคิดว่าเนื้อหามันรุนแรงแค่ไหน แต่มันเป็นเรื่องที่สังคมไทยปิดไว้ ไม่มีใครพูดถึง พอมีฟีดแบ็กกลับมามันกลายเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ความรุนแรงถูกซ่อนอยู่เยอะมากจริงๆ เพราะทุกคอมเมนต์เขียนกันยาวเหยียด ไม่ใช่คอมเมนต์สั้นๆ ว่า “ตรงใจจังเลย” แต่เล่าเรื่องราวของเขาเอง เราอ่านแล้วก็จุก น้ำตาคลอ จนเราต้องหยุดอ่าน (เงียบ) เราไม่เข้าใจว่าเขาใช้คำว่ารักมาทำร้ายคนอีกคนได้ยังไง 

        บางคนคอมเมนต์ไม่ได้เพราะเรื่องความเป็นส่วนตัว เขาก็จะส่งข้อความมาในอินบ็อกซ์แทน บางคนถ่ายรูปหน้าตัวเองเลือดอาบส่งมาให้เรา เขาเป็นผู้ชาย และคู่ของเขาก็เป็นผู้ชาย บางคนเป็นคู่หญิง-หญิงก็มี มันไม่ใช่แค่เรื่องของชาย-หญิงอีกแล้ว แต่จริงๆ ทุกเพศทุกวัยมีโอกาสเจอเหมือนกัน

ในฐานะที่ปรึกษาที่ต้องอ่านข้อความจำนวนมาก คุณรับมือกับอารมณ์ตัวเองอย่างไรบ้าง

        เราเพิ่งรู้ว่าต้องดูแลตัวเองด้วย เพราะก่อนหน้านี้เป็นเหมือนเรากระโจนเข้าไปช่วยคนอื่นโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเราไม่พร้อม ล่าสุด KLEAR เพิ่งทำแคมเปญเล็กๆ ชื่อ ‘You Hurt I Hug’ ที่ต่อยอดมาจากเพลง รักให้ตาย เราเห็นคนส่งข้อความมาเยอะ ก็เลยเลือก 5 เรื่องแล้วให้ของขวัญพิเศษคือการเดินทางไปเซอร์ไพรส์เขาตัวจริง ไปกอดเขา ไปคุยกับเขา

จำได้ว่าวันที่ไปหา เรากลับขึ้นรถมาร้องไห้ตลอด กลับบ้านมาด้วยสภาพแบบ… เราช่วยใครไม่ได้เลย 

        มีครั้งหนึ่งเราฟังเรื่องของเขาเสร็จแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นห้องเต็มไปหมดในคอนโดฯ อื่นๆ แล้วก็ยืนน้ำตาไหล เรารู้สึกว่ามีอีกกี่ห้องกันนะที่เรื่องเหล่านี้หลบซ่อนอยู่หลังม่านเหล่านั้น

        ในทางกลับกันเราก็ได้ช่วยเท่าที่มีกำลังจะช่วยได้ แล้วก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยออกด้วย ประจวบเหมาะกับช่วงที่ได้ไปปฏิบัติธรรมกับแม่ชีท่านหนึ่ง ท่านมีวิธีที่เรียกว่า ‘ไขก๊อกตัวเอง’ เหมือนเราเป็นกาน้ำที่เติมน้ำร้อนลงไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องเรียนรู้วิธีไขก๊อกออกหรือเติมน้ำเย็นเข้ามา ซึ่งเรากำลังเรียนรู้เรื่องนี้อยู่ บอกตามตรงว่ายังใหม่มาก แต่เราต้องเข้มแข็งขึ้นให้ได้ เพื่อจะได้ดูแลคนได้มากขึ้น ถ้ายังไม่พร้อม เราก็จะดูแลคนอื่นอย่างที่ตั้งใจไม่ได้

ที่ปรึกษาที่ดีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

        ไม่ค่อยแน่ใจนะ (หัวเราะ) แต่คิดว่าแค่พร้อมจะรับฟังและมีใจอยากจะช่วยก็น่าจะพอแล้ว เพราะเวลาที่ใครคนหนึ่งอ่อนแอมากๆ ถ้าสิ่งแรกที่ที่ปรึกษาทำคือการพูดทางออกว่า ‘ทำไมแกไม่ทำอย่างนี้’ สุดท้ายเขาจะรู้สึกแย่กว่าเดิมนะ จะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหาอะไรเลย

        พอได้อ่านหนังสือเยอะๆ เลยเข้าใจว่า จริงๆ แล้วทุกคนมีความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง การพูดทางออกจะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองห่วยกว่าเดิม ห่วยกว่าตอนก่อนมาปรึกษาอีก 

        ฉะนั้น ที่ปรึกษาต้อง Respect เขา บางครั้งเขาอาจไม่ได้ต้องการคำแนะนำอะไรก็ได้ เขาแค่ต้องการคนที่เข้าใจ สิ่งที่ที่ปรึกษาทำได้คือนั่งเฉยๆ ฟังอย่างเดียวเลย ฟังไปจนกว่าเขาจะพูดว่า ‘แกคิดว่ายังไง’ แล้วค่อยให้กำลังใจในหลากหลายวิธี

ในเมื่อการให้กำลังใจมีหลายวิธี ส่วนตัวคุณให้กำลังใจคนอื่นอย่างไร

        ถ้าเจอตัวก็จะกอดค่ะ แล้วก็บอกว่า ‘เราอยู่ตรงนี้’ ‘แกมีเรานะ’ แค่นั้นเลย สำคัญสุดคือทำให้เขารู้ว่ายังมีเรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แม้แต่กับแฟนเพลงที่ส่งข้อความมา ถ้าเราไม่รู้ว่าจะช่วยเขาแก้ปัญหายังไง ถ้ามันเกินความสามารถเราก็จะพิมพ์ว่า ‘กอดนะคะ ถ้ามีอะไรก็ส่งมาบอก แพทอยู่ตรงนี้แหละ’​ มันเป็นคำที่เซฟสุดทั้ง 2 ฝ่าย และทำให้เขารู้สึกดีขึ้นว่า เขายังมีเรา

 

รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย

สำหรับคนที่กำลังเจอปัญหา Abusive Relationship คุณจะแนะนำให้ก้าวข้ามปัญหาเรื่องนี้อย่างไร

        เราเชื่อว่าบาดแผลในชีวิตไม่สามารถหายได้ด้วยการกลบมันเอาไว้ ไม่สามารถหายได้ด้วยกัน numb หรือทำให้ชาชิน เช่น กินเหล้า ไปปาร์ตี้ ดูหนัง ฟังเพลง สิ่งเหล่านี้ช่วยได้ชั่วคราว แต่สิ่งที่มันเป็นแผลก็จะเห็นอยู่เหมือนเดิม ความเจ็บปวดแค่ถูกกลบไว้ มันไม่หายไปไหน วิธีเดียวที่จะรักษาตัวเองได้คือการผ่าตัด คือการกลับไปชนกับมันแล้วยอมรับว่า ใช่! ตอนนั้นเราแย่ เราคิดไม่ได้ เราเห็นแก่ตัว แล้วพอยอมรับตรงนี้ได้ แผลจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง แต่ถ้าเรายิ่งหนี รู้ตัวอีกทีแผลอาจจะเน่าไปแล้ว สุดท้ายมันจะหนักกว่าเดิม 

        บางครั้งหนทางความเข้มแข็งไม่ได้อยู่ที่การพยายามเข้มแข็งภายนอก แต่อยู่ที่การพยายามยอมรับความอ่อนแอข้างในใจก่อน แล้วเราจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้นจากข้างใน

        เราไม่ค่อยเห็นด้วยกับคนที่บอกว่า ‘คนเข้มแข็งไม่ร้องไห้’ ‘อย่าร้องไห้ให้คนอื่นเห็น’ ‘คนเข้มแข็งต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้’ เรากลับรู้สึกว่าคุณกำลัง numb ความเจ็บปวด ไม่รักษาตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง ไม่กอดตัวเอง แล้วคุณจะเข้มแข็งจริงๆ ได้ยังไง 

        คนที่กล้าจะยอมรับน้ำตาของตัวเองอยู่เสมอ เขาจะหายเร็วมาก เจ็บก็ยอมรับว่าเจ็บ เสียใจก็ร้องไห้แล้วจบ แต่กับคนที่เก็บไว้เรื่อยๆ สุดท้ายข้างในจะพังหมด เราเลยสนับสนุนให้คนอยู่กับความจริงในใจ แล้วเราจะเข้มแข็งขึ้นจากข้างใน

หมายถึงการกลับมารักตัวเองหรือเปล่า

        ใช่ค่ะ ความรักเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ก่อนจะรักคนอื่นได้ เรารักตัวเองก่อน แล้วเราก็จะเจอคนที่ดีที่สุดในชีวิต เพราะว่าตัวเราเองก็เป็น best version of myself เหมือนกัน (ยิ้ม)

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

สหธร เพชรวิโรจน์ชัย

เคาะแป้นพิมพ์เลี้ยงชีพในสายศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง เวลาว่างออกท่องเที่ยวตามจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีเป็นประจำ

ภาพโดย

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ฝ่ายสร้างสรรค์วิดีโอประจำกอง a day BULLETIN