พงศธร จงวิลาส | ฟุตบอลกับความสัมพันธ์ เมื่อคำว่า แพ้-ชนะ ไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของการใช้ชีวิตคู่

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ‘เผือก’ – พงศธร จงวิลาส เคยเป็นนักกีฬาฟุตบอลโรงเรียนมาก่อน ทุกครั้งที่ลงสนามแข่งขัน เป้าหมายของทีมที่มีร่วมกันคือการทำประตู ทีมเวิร์กและการรู้ใจเพื่อนในทีมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตนักกีฬาในวัยมัธยม แต่เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ประสบการณ์และสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต โดยเฉพาะความรัก กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ชายติดเพื่อน ชอบเตะฟุตบอล และไม่จริงจังกับชีวิต ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผู้หญิงที่เขารักและตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตด้วย แม้ว่าจะไม่ได้เตะฟุตบอลกับเพื่อน หรือเชียร์บอลอย่างเมามันเหมือนแต่ก่อนก็ตาม

พงศธร จงวิลาส

 

คุณเป็นนักกีฬาโรงเรียนตั้งแต่มัธยม จุดเริ่มต้นของการเอาจริงเอาจังกับการเตะบอลเกิดขึ้นเมื่อไหร่

     เห้ย รู้ได้ไง ส่วนใหญ่คนไม่ค่อยรู้นะ บอกไปก็ไม่ค่อยเชื่อว่าเราเป็นนักกีฬามาก่อน ตอนแรกที่บ้านไม่สนับสนุนให้ออกกำลังกาย เพราะเราเป็นเด็กกระเสาะกระแสะ ป่วยง่าย เขาเลยไม่ปล่อยให้ออกไปเล่นกีฬา แต่สุดท้ายเราอยากเตะบอลมาก มาม้าเลยให้ทำข้อตกลงว่าต้องกินซุปปลาจีนทุกวัน ซึ่งรสชาติแย่มาก เราก็ต้องยอม แล้วเริ่มเตะบอลจริงจังตั้งแต่ ม.2 เป็นต้นมาจนถึง ม.6

     พอเข้ามหาวิทยาลัยถือเป็นจุดรุ่งเรืองที่สุดของชีวิตการเล่นบอลเพราะว่า คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้ชายน้อยมาก รุ่นหนึ่งมีผู้ชายตามบัตรประชาชนไม่เกิน 30 คน และเหลือคนเตะบอลจริงๆ ไม่ครบทีมด้วยซ้ำ ที่บอกว่าเป็นจุดรุ่งเรืองที่สุด เพราะเป็นครั้งแรกที่เตะบอลแล้วสาวกรี๊ด แค่เอาเท้าสัมผัสบอล สาวก็กรี๊ดทั้งคณะ ผู้หญิงวารสารฯ ก็เป็นผู้หญิงบ้าๆ บอๆ ด้วย เชียร์เรื่อยเปื่อย (หัวเราะ) ยิ่งตอนแข่งกับคณะวิศวกรรม เขาชนะก็จริง แต่เขาต้องอิจฉาเรา เพราะเสียงกรี๊ด สียงเชียร์เรามันโอเคกว่าเยอะ

 

พูดถึงการมีสาวกรี๊ด ช่วงมัธยมมีแบบนี้บ้างไหม เพราะชีวิตหนุ่มสาววัยรุ่นต่างมีภาพในอุดมคติ อย่างการเรียนดี กิจกรรมเด่น เล่นกีฬาเก่ง เป็นความสามารถที่น่าจะเป็นที่จับตามองของใครหลายๆ คน

     ช่วงมัธยม แมตช์ที่มีเพื่อนไปเชียร์เยอะที่สุดคือกีฬาสาธิตสามัคคีรอบชิงวันนั้นวันเดียว ไปแข่งที่เชียงใหม่แล้วเพื่อนทั้งรุ่นก็ไปแข่งเชียร์ด้วย เขาก็จับพลัดจับผลูต้องมาดู เสือกแพ้ด้วย

     นอกนั้นที่เคยแข่งบอลนักเรียนมา ไม่เคยมีเพื่อนเชียร์เลย ก็ไปกันเองเป็นทีมฟุตบอล นั่งรถกระบะไป ตอนเตะก็จะมีผู้ปกครอง พ่อแม่ตามมาเชียร์กัน แก่ๆ (หัวเราะ) มีแค่นั้น ก็ไม่รู้โรงเรียนอื่นเป็นยังไงนะ อย่างบางโรงเรียนจะเป็นนักกีฬาจริงจัง แต่นักกีฬาโรงเรียนเราคือนักเรียนที่ไม่ได้มีโควตาอะไร  เรารู้สึกว่าความใกล้ชิดระหว่างกองเชียร์กับนักกีฬาจริงจังอาจไม่เท่าพวกเราที่เป็นนักเรียนธรรมดาที่ไปลงเล่นกีฬา เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ ป.1

     ดังนั้น ถ้าถามว่าเป็นนักกีฬาป๊อปไหม ในโรงเรียนก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ คิดว่ากลุ่มพวกรุ่นพี่น่าจะป๊อปกันอยู่แล้ว เราอยู่กลุ่มเท่

 

กลุ่มเดียวกับ ‘โบ’ ธนากร ชินกูล ใช่ไหม

     ใช่ โบไม่ได้เป็นนักกีฬา แต่ว่าสาวก็กรี๊ดมันตั้งแต่ ม.2 เพราะหล่อมาก เราคงโชคดีที่อยู่กลุ่มเท่ การเป็นนักกีฬาก็อาจจะแค่เสริมแค่นั้นเอง สาวกรี๊ดอยู่แล้ว (หัวเราะ) คนอ่านจะสบถด่ากูไหมวะ จนถึงประโยคนี้เนี่ย (หัวเราะตบเข่า)

 

ก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ‘โบ’ – ธนากร ชินกูล เดินผ่านพร้อมกับพูดว่า “มึงไม่เตะมานานแล้ว” เลยอยากถามคุณว่าทำไมคนที่เป็นทั้งนักกีฬาและชื่นชอบการเล่นฟุตบอลมาตลอดอย่างคุณถึงห่าหายจากการลงสนาม

     เริ่มแก่กันแล้ว พอเพื่อนแต่ละคนทำงาน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เวลาว่างตรงกันยาก ขี้เกียจด้วย แล้วเวลานัดเตะฟุตบอลกันทีต้องรวมตัวกันเยอะ ขนาดลดจาก 11 คน ลงมาเป็น 7 คน ก็ยังไม่ครบทีม แต่ละคนมาเจอกันไม่ได้ทุกอาทิตย์ พอมีบางคนเริ่มหาย อีกคนก็ใจเสีย งั้นกูไม่ไปด้วย อ้าวฉิบหาย กูไปตีแบดแทนละกัน ก็ค่อยๆ หายไป เลยไม่ได้เตะมานานแล้ว

     อีกอย่างรู้สึกว่าหลังๆ ไม่รู้ว่าคนไทยจะเอาจริงเอาจังอะไรกับการเตะบอล คือมึงจะเสียบอะไรกันขนาดนั้น มึงจะไปแข่งลีกหรอ มึงจะไปคัดตัวไทยลีกหรือไง คือบางทีเราไปเจอบางทีมเขาจริงจังกันเหลือเกิน เล่นแล้วเดี๋ยวมีเรื่องมีราว เลยรู้สึกอะไรวะเนี่ย ก็เลยไม่ค่อยได้เตะ ห่างหายไปนานหลายเดือนเหมือนกัน นานๆ ทีจะเจอทีมเพี้ยนๆ เหมือนกัน แบบเตะไปหัวเราะไป เราแก่แล้วไม่ต้องมาเอาชนะอะไรกันหรอก แค่ออกกำลังกายเฉยๆ

 

พงศธร จงวิลาส

 

เวลานัดกันเตะบอล แน่นอนว่าบางครั้งในกลุ่มเพื่อนจะเอาแฟนมาด้วย ก็จะมีผู้หญิงสองแบบ คือเต็มใจมา สนุก เชียร์ข้างสนาม กับแบบที่ไม่เต็มใจมา มีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง

     มันอยู่ที่ไอ้ตัวที่พามา พฤติกรรมมันเป็นยังไง การขอเมียไปเตะบอล ถ้าพฤติกรรมมันดี เมียก็ให้ไปอยู่แล้ว เตะสองชั่วโมงเสร็จกลับบ้าน ไม่มีปัญหา แต่พวกที่ต้องตามเฝ้าคือหนึ่ง อยากอยู่กับแฟนจริงๆ เป็นคนติดแฟน ซึ่งก็เท่ดีออก เตะบอลแล้วมีผู้หญิงมาเฝ้าก็ไม่เป็นไร กับสองคือ พฤติกรรมมันไม่น่าไว้วางใจไง ก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาว่ามึงเตะบอลจริงหรือเปล่า เราว่ามีอยู่แค่นี้แหละ แต่ถ้าเป็นส่วนตัว เราไม่เอาแฟนไป เพราะห่วงว่ายุงมันเยอะ หรืออยู่ในรถจะเบื่อไหม ให้เขารอที่บ้านดีกว่า เราเตะเสร็จก็กลับ

 

แล้วถ้าเป็นเชียร์บอล คุณจะเชียร์ที่บ้าน หรือออกไปเชียร์กับเพื่อน

     อยู่ที่บ้าน บอลโลกปีนี้มีปัญหามาก เพราะเราเสียทีวีให้เขา (เมีย) ไป บอลโลกสี่ปีมีครั้งนะเว้ย แต่มันไม่เท่ากับเขาอยากดูซีรีส์ gossip girl รอบสอง เราไม่เข้าใจเรื่องรอบสองด้วย คือถ้ารอบแรกเรายังพอทำใจได้ว่า อ๋อ เพิ่งเคยดู แต่นี้รอบสอง เขาบอกว่ารอบแรกดูแล้วจำไม่ค่อยได้ เลยดูอีกรอบตอนมีบอลโลกเนี่ยนะ ตายๆ เราก็เลยนัดไปเจอตามบ้านเพื่อนก็มี

     แต่มันก็ได้ไม่กี่แมตช์หรอก เราก็ได้แมตช์สำคัญๆ นัดเปิดสนาม นัดชิง รอบรอง หรืออะไรนิดๆ หน่อยๆ หรือบิ๊กแมตช์มากๆ ซึ่งเพิ่งได้นัดกับเพื่อนแมตช์เดียว คือเปิดสนาม แล้วก็ไม่มีโอกาสอีกเลย

     คือต่างคนก็ต่างมีเมีย กว่าจะขอเมียมารวมตัวกันโดยไม่มีเมียมาด้วยเนี่ย (เน้นเสียง) มันเป็นไปไม่ได้เลย ยากมาก ส่วนใหญ่เราก็แยกย้ายกันดูที่บ้านตัวเอง

     แต่จริงๆ ก็ไม่เป็นไรหรอก บอลดูมาเยอะแล้วชีวิตนี้ เราดูบอลโลกมากี่สมัยแล้ว เออถ้าเป็นทีมชาติไทยลงแล้วไม่ให้ดูดิค่อยตีกัน เราก็ (จิปาก) เดี๋ยวดูไฮต์ไลต์เอาก็ได้ (เสียงสูง) ไว้รอบลึกๆ ค่อยต่อสู้แย่งทีวีมาอีกที เรายอมเขาไปก่อน รอบแรกๆ จะได้อ้างทีหลังได้ว่าเห้ย ก็ยอมมาแล้วนะ นี่รอบลึกแล้ว

 

เคยชวนเขาดูบอลด้วยกันไหม

     ตอนจีบกันแรกๆ เขาพยายามพรีเซนต์ว่าเป็นผู้หญิงดูบอลได้ เฮ้ย แมนยูฯ อย่างนู้นอย่างนี้ แต่พอเอาเข้าจริงแล้วไม่ใช่อะ นี่มันคือการหลอกลวงกันชัดๆ พอมีบอลเขาเลือกที่จะเล่นมือถือแชตคุยกับเพื่อน หัวเราะคิกคัก ซื้อของออนไลน์มากกว่า ไม่เห็นเงยหน้ามาดูบอลเลย

 

บรรยากาศเวลาเชียร์อยู่ที่บ้านเป็นยังไง เคยเชียร์เสียงดังจนรบกวนการนอนของเขาไหม

     มีๆ จริงเมื่อก่อนบ้านเราจะมีเพื่อนเข้าออกตลอดเวลา เป็นบ้านของเพื่อนๆ เลยก็ว่าได้ มีเพื่อนมาดูบอลแทบจะทุกวัน สมัยโทร.จีบใหม่ๆ เขาก็งงๆ ว่าเพื่อนมาบ้านทุกวันเลยหรอ

     พอเราคบกัน ก็จะกลายเป็นช่วงทับซ้อนของเพื่อนและแฟน คือเพื่อนยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่มีแฟนเพิ่มเข้ามา บางทีเขามาค้างที่บ้าน ตอนเชียร์บอลเพื่อนก็จะเฮกัน เขาก็ส่งข้อความออกมาจากห้องนอนว่าให้เบาเสียงหน่อย เพื่อนทุกคนก็ต้องเฮกันแบบไม่มีเสียง มีแค่ลมออกปาก หลังจากนั้นเพื่อนๆ ก็ค่อยๆ หายไปจากบ้านเราเอง มันคงรู้สึกว่าทำไมต้องลำบากขนาดนี้ จนทุกวันนี้ไม่มีเพื่อนมาบ้านแล้ว

เราต้องให้เกียรติแฟนเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเราไม่ได้จะใช้ชีวิตหรือมีลูกกับเพื่อน ชีวิตเราที่เหลือก็ต้องให้เมีย เพื่อนต้องเข้าใจ

     ตอนนี้กำลังจะย้ายบ้าน ที่มีห้องของตัวเองไว้เล่นเกม ดูบอล เพื่อนๆ ก็เริ่มมีความหวังว่าจะได้กลับมารวมกันอีกครั้งหนึ่ง

 

พงศธร จงวิลาส

 

ทำไมคุณไม่เปลี่ยนเป็นไปบ้านเพื่อนแทน

     ขอยาก มันไปได้ แต่สักสี่ทุ่มจะไลน์มาถามว่าเมื่อไหร่กลับ บางทีบอลยังไม่เริ่มเตะเลย เวลาเราขอนัดไปเจอเพื่อทีไรต้องเกิดอาการอะไรบางอย่างเสมอ เช่น ปวดท้อง หรือเครียดงานจัง คือจะมาเครียดวันที่ขอออกตลอด เราก็อยู่ได้ไม่นาน พอขอเพื่อนกลับ เพื่อนก็ถ่มน้ำลายใส่ว่า เห้ย อะไรวะเนี่ย ไอเผือกมึงปลอมสัสอ่า แล้วไงอะ (หัวเราะ) มึงมาง้อมากับกูปะละ เวลาที่เขางอน มันลำบาก

 

ผู้ชายเวลาอยู่กับเพื่อนจะมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว เตะบอล เล่นเกม ทำอะไรมาด้วยกัน พอคุณเติบโตจนอายุเท่านี้ มันถึงจุดที่ต้องคิดทบทวนถึงการเอาจริงเอาจังกับชีวิต คุณสวิตช์ตัวเองไปในโหมดที่จริงจังเมื่อไหร่

     (หัวเราะ) สวิตช์มานานแล้วนะ นี่คือตัวอย่างของคนที่สวิตช์ก่อนเพื่อนในกลุ่ม แต่งงานอาจไม่ใช่คนแรก แต่เรากลัวเมียก่อนใครเพื่อน ชีวิตเราเป็นของเมีย เราเป็นคนที่ออกไปเจอเพื่อนน้อยที่สุด เพราะไม่ค่อยว่าง พอว่างเราก็อยากจะให้เวลากับเมีย เพราะเมื่อไหร่ที่เมียหงุดหงิด ชีวิตเราจะบัดซบทันที กราฟชีวิตเราจะดิ่งลง ทั้งวันนั้นเราจะไม่มีความสุขเลย นึกออกปะ ถ้าเมียหงุดหงิดเมื่อไหร่คือจบ เราเลยเป็นคนที่ไม่เอาความสุขส่วนตัวมานานแล้ว เรารู้สึกถ้าเมียสุขคือเราสุขแค่นั้นพอ เราก็จะยอมตัดอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตออกไปเพื่อให้เมียแทน

     เตะบอลคืออย่างหนึ่ง เพราะเรารู้สึกว่า ไม่เตะก็ได้ ถ้าเราว่างสองชั่วโมงอยู่กับเมียดีกว่า นี่กูติดเมียหรือเนี่ย กูงงไปหมดแล้ว (ขึ้นเสียง) แต่ก็ไม่เคยน้อยใจว่ามันไม่แฟร์กับชีวิต ดีออกมีเมียทำอะไรให้ อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยว่าชีวิตต้องเท่ากัน ไม่มี (เสียงสูง) ให้เมียไปดิ ให้ไปหมดเลยก็ได้ มึงเข้ากรงกันได้แล้ว (หัวเราะ)

     มันก็ปลอดภัยดีนะเวลาอยู่ในกรง ไม่มีใครมายุ่งอะไรเราได้ ชีวิตสงบเสงี่ยม อยู่ในการปกครองของเมียก็จะตัดความเสี่ยงในการใช้ชีวิตไปเยอะนะ เมื่อก่อนเสียเงินไปกับเรื่องไร้สาระเยอะ เราก็ไม่ต้องไปเสียตรงนั้น อยู่ในกรงปลอดภัย อิสระไม่มีก็จริงแต่อาหารถึง ไม่เห็นต้องดิ้นรนอะไร หรือเราถอดใจวะ (หัวเราะ) ก็ไม่รู้นะ เราเป็นแบบนี้ สงบดี

 

รักเมีย ทำงานสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว มันคือก้าวต่อไปของการเติบโตของคุณ

     เราเป็นแฟนกับลูกจ๋าได้เพราะเราเกเร ไปหยอดเขา แล้วตกลงปลงใจกันขึ้นมา ก็เลยหมดสิทธิ์จะทำอะไรตรงนี้แล้ว ซึ่งก็โอเค ไม่เห็นต้องทำเลย ทำมาตั้งเยอะแล้วไม่เหนื่อยหรอ เราเห็นเพื่อนๆ ที่เป็นเพลย์บอยตอนวัยรุ่น ก็หยุดกันหมดแล้วนะ จนถึงวัยสามสิบกลางๆ ทุกคนก็เหมือนกันหมดแล้ว การคบทีละหลายๆ คนมันเหนื่อยนะเว้ย มันต้องใช้ทักษะ ใช้สมองจัดการบางอย่างสูงมากนะ พวกนี้ถอดเขี้ยวเล็บกันหมดแล้ว ก็เหลือแต่ไอ้โบที่ยังเกเรกับชีวิตอยู่ เป็นห่วงมัน

 

ถ้าให้คุณเปรียบความรักของตัวเองเป็นทีมชาติ จะเปรียบเป็นทีมชาติอะไร

     (หัวเราะ) ผมว่าเมียก็ต้องเป็นหลักอะเนอะ ถ้าพูดถึงทีมชาติที่เมียดัง อาจจะดังพอๆ หรือดังกว่านักเตะด้วยซ้ำ ก็ต้องอังกฤษ ที่ผ่านมานอกจากทีมชาติจะดังแล้ว แต่ละปีบรรดาสมาคมแม่บ้านทีมชาติอังกฤษ หรือที่เรียกว่า WAGs อย่างเมีย เดวิด เบ็กแฮม หรือ ปีเตอร์ เคราช์ ก็ใช่

 

พงศธร จงวิลาส

 

การที่คุณเตะบอล ดูบอลมาตลอด มันส่งผลกับระบบความคิดของคุณไหม เพราะบอลต้องเล่นกันเป็นทีม และต้องมีการจัดระบบที่ดี

     ผมว่ามันซึมซับนะ แต่ไม่ได้เชิงเอามาปรับใช้กับชีวิตขนาดนั้น ไม่รู้สิ ยิ่งโตแล้วความตึงในการเชียร์บอล ความจริงจังประเภทแพ้แล้วนอนร้องไห้ นอนไม่หลับ ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ก็ไม่ได้เข้มข้นจนถึงมีผลอะไรกับชีวิตขนาดนั้น แค่ดูเพื่อความบันเทิง

     แมนยูฯ แพ้เขาด่ากันฉิบหาย แต่เรารู้สึกว่าไม่เป็นไร แค่เป็นทีมที่อยู่ไกลมากที่เราเชียร์ก็แค่นั้น แพ้ก็แค่เซ็งๆ ไม่ต้องไปจริงจังอะไรมาก พอโตขึ้นเรารู้สึกแบบนั้น กลายเป็นแค่ดูเพื่อความบันเทิงแทน ชนะก็ดีใจด้วย แพ้ก็ให้กำลังใจ ไม่เป็นไรนะ ไว้สู้ใหม่

 

ท้ายที่สุดแล้ว ฟุตบอลให้อะไรกับคุณบ้าง

     อย่างแรกคือให้เพื่อน เพราะว่าตั้งแต่เตะบอลสมัยมัธยม เราไปไหนไปด้วยกันจริงๆ ไม่ว่าจะเก็บตัวต่างจังหวัด ไปแข่ง เรารักกันมาก เรียนด้วยกัน เตะบอลด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน แม้ว่าจบกันแล้ว บางคนก็ไม่ได้เจอกันบ่อยมากนัก นานๆ เจอกันที แต่ก็เหมือนเดิม

     โลกของเพื่อนที่มาจากการเล่นกีฬาร่วมกันมันเหนียวแน่น กลุ่มเพื่อนเราเป็นกลุ่มใหญ่ แบ่งครึ่งเป็นนักบอล พวกนักบอลก็สนิทกันแบบหนึ่ง กับเพื่อนที่ไม่ได้เป็นนักบอลอย่างโบก็สนิทกันอีกแบบหนึ่ง

     ไม่มีช่วงไหนในชีวิตที่สนุกเท่าเตะบอลตอนกลางวันเหงื่อแตกๆ กลับขึ้นมาเรียน โรยแป้งเย็นเพื่อให้นั่งเรียนต่อให้ได้ อะไรแบบนี้มันไม่มีอีกแล้ว คิดแล้วโครตสนุกเลย

 


ภาพ: ณัฐริกา มุคำ

Share Post
Like 3 View 2130

Author

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อดีตนักเรียนจิตวิทยา ปัจจุบันเป็นนักเขียนผู้หลงใหลการสังเกตตั้งแต่พฤติกรรมระดับบุคคลไปจนถึงปรากฏการณ์ทางสังคม พร้อมค้นหาคำอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองและองค์ความรู้จิตวิทยา