ฐนสรณ์ ใจดี: ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฮับแห่งเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

The Guest
18 Oct 2019
เรื่องโดย:

ชยพล ทองสวัสดิ์

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งใหม่ของภูมิภาค แต่กลับมีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โจทย์สำคัญคือสภาพแวดล้อมด้านการประกอบการของประเทศไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยด้านการถ่ายทอดความรู้จากการวิจัยและพัฒนา ด้านโครงการสนับสนุนความเป็นผู้ประกอบการจากภาครัฐ ด้านการให้ความรู้ด้านการประกอบการนอกมหาวิทยาลัย และโครงสร้างพื้นฐานด้านพาณิชย์ และกฎหมาย

        จากจุดดังกล่าวจึงเป็นภารกิจสำคัญให้ทรู ดิจิทัล พาร์ค โดย คุณฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ พัฒนาโครงการเพื่อสร้างสถานที่ที่เป็นฮับของเหล่าผู้คนที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรม และต้องการสร้างธุรกิจ เป็นเสมือนพื้นที่แห่งไอเดียและโอกาส ผ่านระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ที่เหมาะสมแก่การเติบโตจากการเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มองค์กรและบริษัทระดับโลกที่เข้ามาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ สร้างกิจกรรม ให้คำแนะนำ มอบองค์ความรู้ใหม่ๆ ในทรู ดิจิทัล พาร์ค สู่การต่อยอดทางธุรกิจแก่ผู้ที่สนใจได้ไม่รู้จบ

 

ฐนสรณ์ ใจดี

ชุมชนของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

        ทรู ดิจิทัล พาร์ค คือ Community Management เหมือนกับชุมชน เวลาคนมาอยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชนก็ต้องเจอกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แลกเปลี่ยนสินค้า แลกเปลี่ยนความคิด และทำให้ชุมชนพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เรามีหน้าที่ในการทำให้คนมาเจอกันในพื้นที่นี้ ยังไม่รวมถึงอีเวนต์ต่างๆ ที่เราจัด ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีอีเวนต์ทุกวัน เรามีคนที่เป็น visitor เฉพาะเดือนเดียวหมื่นกว่าคน ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีคนสนใจเยอะ เราไม่ได้ต้องการให้เขาสนใจเพราะเรามีสถานที่สวย นั่นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหลักคือเขามาแล้วเขามีโอกาส เพราะทรู ดิจิทัล พาร์ค คือพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เราจะได้จากกลุ่มกันเองและกลุ่มพาร์ตเนอร์ที่มาร่วมในระบบนิเวศนี้ รวมถึงกลุ่มที่เขาอยากสร้างธุรกิจหรือสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ผมถึงมองว่าโอกาสเปิดได้เรื่อยๆ ถ้าเรามาร่วมในระบบนิเวศนี้ด้วยกัน

เสริมทัพจากพาร์ตเนอร์ระดับโลก

        ในระบบนิเวศของทรู ดิจิทัล พาร์ค เรามีบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นฐานที่จะเข้ามาช่วยสร้างระบบนิเวศ อย่างเช่น UOB ที่ก่อนหน้านี้มีโปรแกรมที่นำ FinTech Startup มาจับคู่ SME เพื่อทำให้ SME โตขึ้น ซึ่งสำเร็จไปแล้ว หรืออย่าง RICOH ก็มาเซตอัพตัวโชว์รูมที่นี่โดยการแสดงให้เห็นว่าเขามีบทบาทในการช่วยให้คำแนะนำในการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินธุรกิจได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องการถ่ายเอกสาร หรือ Google ที่มาในลักษณะของการเทรนนิงหรือการสอนคนให้ใช้เทคโนโลยีเป็น ชั้นเรียนของเขามีทุกวัน อย่าง Huawei ก็มาเปิดเป็นลักษณะของ Multi-service Center ที่ทั้งให้บริการ ศูนย์ซ่อม ให้คำปรึกษา รวมถึงให้องค์ความรู้ใหม่ๆ กับคนในระบบนิเวศ ยังไม่รวมถึงพาร์ตเนอร์อื่นๆ ของเราที่นอกจากจะมาสร้างองค์ความรู้ให้กับทรู ดิจิทัล พาร์ค เราเองก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสตาร์ทอัพหลายๆ เจ้าเพื่อที่จะสร้างธุรกิจหรือโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาได้

พื้นที่แห่งโอกาส

        เรามีความตั้งใจชัดเจนในการสร้างทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาส แทนที่เราจะไปจัดอีเวนต์ปกติหรืองานเสวนา เราก็เลือกสถานที่ที่คนจับต้องได้จริง อยู่ได้จริง ใช้ชีวิตได้จริง ปฏิสัมพันธ์กับคนได้จริง และเรานำระบบนิเวศใส่เข้าไป พอเราทำแบบนี้มันก็จะเกิดเป็น Activity ที่ถาวรและยั่งยืน โดยเฉพาะกับคนที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรม และต้องการสร้างธุรกิจ

        ยกตัวอย่าง สมัยก่อนรุ่นผมเวลาไปเรียนหนังสือ ไปติวเตอร์ ก็ต้องไปสยาม เพราะมี Activity เกิดขึ้น เช่นเดียวกัน ถ้าอยากทำธุรกิจ สร้างสตาร์ทอัพ สร้างนวัตกรรม ก็มาที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค พอคนมาก็จะเกิดเป็นระบบนิเวศไปเรื่อยๆ สร้างไปเรื่อยๆ นอกจากเรื่องของการสร้างธุรกิจ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ยังมีเรื่องของการสร้างคน สร้างทักษะด้วย เรามี True Digital Academy ที่จะพาคนมาอัพเกรดทักษะให้พร้อมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ให้เกิดการพัฒนาการทางความรู้หรือวิเคราะห์เป็น และไม่ใช่เฉพาะแค่ Academy เพราะแม้แต่องค์กรต่างๆ ที่มาเปิดช็อปในทรู ดิจิทัล พาร์ค เขาก็จะมีเทรนด์ มีองค์ความรู้ที่ชำนาญของตัวเองเช่นกัน เราก็สามารถไปเก็บเกี่ยวองค์ความรู้จากเขาได้

 

ฐนสรณ์ ใจดี

เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่สนใจ

        ในส่วนของทรู ดิจิทัล พาร์ค ที่เราเรียกว่า Innovation Zone กับ Event Zone เราเปิดสาธารณะ เราไม่ได้เปิดสำหรับแค่สมาชิกเท่านั้น คุณสนใจอีเวนต์อะไร ลองเข้าไปในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือเว็บไซต์ของเรา คุณก็จะเห็นโปรแกรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ทั่วไปหรืออีเวนต์โดยพาร์ตเนอร์ หรือโดยทรู ดิจิทัล พาร์ค คุณสามารถมาร่วมได้ตลอดไม่มีข้อจำกัด ยกเว้นว่าอีเวนต์นั้นเป็นอีเวนต์เฉพาะกลุ่มหรืออีเวนต์ส่วนตัว ฉะนั้น คุณสามารถมาที่ชั้น 6 ชั้น 7 ได้เลย มาหาพาร์ตเนอร์ของเรา Huawei, Google, Wongnai, UOB, depa, NIA และอีกมากมาย หรืออยากนัดเจอกับ VC ของเราก็ได้ เช่น คุณไม่ได้เป็นสมาชิกของเรา แต่คุณอยากมาขอคำปรึกษา คุณก็นัดเข้ามาทาง Community Manager ของเรา เราจะเชื่อมต่อคุณให้กับคนที่คุณอยากคุยได้ ดังนั้น ผมเลยบอกว่า มาเถอะ ถ้ากลับไปดูวิสัยทัศน์ของเรา เราเขียนว่า ‘To become the most complete and open startup ecosystem that powers thailand to become a global hub for digital innovation’ เราจึงเป็นระบบนิเวศแบบเปิด เราไม่ได้บอกว่ามาที่นี่ต้องเป็นสมาชิกก่อน สิ่งที่เราขอคือเดินเข้ามา ลงทะเบียนว่าคุณมาที่นี่ จบแล้ว

เชื่อมต่อโลกกว้างใหญ่

        ผมว่านวัตกรรมกับสตาร์ทอัพมีมานานพอสมควรแล้ว คนทุกคนมีความคิดที่จะสร้างธุรกิจหรือสตาร์ทอัพใหม่ๆ แต่ช่วงหลังๆ โอกาสมันมากขึ้น ทั้งเด็ก คนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีแนวคิด เขามีพื้นที่ให้สร้างโอกาสมากขึ้น ในอดีต พื้นที่อาจจะไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่อาจจะอยู่ต่างประเทศ เช่น อยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ ในเทลอาวีฟ หรืออยู่ในสิงคโปร์ แต่ตอนนี้พื้นที่ในประเทศไทยมีแล้ว เพราะฉะนั้น พอมีพื้นที่ในประเทศไทยให้คนได้แสดงออก ก็มีโอกาสที่ทำให้สตาร์ทอัพเกิดมากขึ้น เราจะเห็นว่าสตาร์ทอัพไทยหลายคนทั้งในอดีตหรือปัจจุบันค่อนข้างมีมายด์เซตที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อก่อนสตาร์ทอัพไทยอาจจะมองว่าเราอยู่ในเมืองไทย ทำแค่สเกลในเมืองไทย หรือประเทศไทยเรามีวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพราะฉะนั้น เราอาจจะไปต่างประเทศไม่ได้ แต่วันนี้ไม่ใช่

สนับสนุน ผลักดัน สร้างสตาร์ทอัพไทยให้เติบโต

        ผมยกตัวอย่างแอพฯ จองคิวร้านอาหารดังอย่าง QueQ เป็นต้น เมื่อก่อนผมใช้ QueQ ครั้งแรกเพื่อจองร้านอาหารที่สยาม แต่วันนี้ QueQ ไปต่างประเทศแล้ว ไปญี่ปุ่น ไปมาเลเซีย เพราะฉะนั้น เขาก็เติบโต แม้แต่ Wongnai เองก็ปรับขยายตัวเองจากการเป็นแค่แอพฯ เพื่อเสิร์ชร้านอาหารหรือรีวิว กลายเป็นเรื่องของการสร้างคอนเทนต์ Wongnai ก็มีโคเวิร์กกิ้งสเปซที่นี่ เขาสามารถให้ความรู้ สร้างชุมชน หรือสร้างสูตรอาหาร ทำให้คนเข้าถึงสูตรอาหารได้ง่ายขึ้น ทำอาหารได้ง่ายขึ้น หน้าที่เราคือทำให้เขาคิดแบบนี้ได้เรื่อยๆ โดยนำผู้สนับสนุนมาช่วยเขา เช่น เขาคิดได้ แต่ไม่มีทุน เราต้องต่อเขาเข้ากับ VC หรือคนลงทุนให้ได้ เขาคิดได้ แต่ไม่มีคนช่วยในเรื่องการทำธุรกิจหรือแอดมิน เราก็ต่อเขาให้เข้ากับบริษัทที่ทำเรื่องแอดมิน หรือเขาทำธุรกิจแล้วติดเรื่องของการเชื่อมต่อกับภาครัฐ เราก็ต่อเขาให้เข้ากับ depa, NIA, BOI หรือภาครัฐ นั่นคือหน้าที่ที่เราทำ

 

ฐนสรณ์ ใจดี

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้า

        ประเทศเรามีทั้งธุรกิจขนาดใหญ่กับขนาดเล็ก ถ้าธุรกิจขนาดเล็กแข็งแรง มันสามารถทำให้ธุรกิจรากหญ้าขับเคลื่อนประเทศได้ ดูอย่างบริษัทในญี่ปุ่นหรืออเมริกา เขามี SME มีบริษัทขนาดเล็ก แล้วก็มีบริษัทขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีบริษัทขนาดเล็กที่แข็งแรง นอกจากเขาจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว เขายังสร้างนวัตกรรมได้เร็วกว่าบริษัทขนาดใหญ่ เพราะเขาขยับได้เร็ว พอขยับเร็ว โอกาสการสร้างเทคโนโลยี การสร้างแนวคิดใหม่ๆ ก็มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีคนช่วยเขา มีความคิดสร้างได้ แต่ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีคนให้ความรู้เขา เขาก็ไปไม่ได้ ฉะนั้น ประเด็นอยู่ที่ว่าจะเกิดได้จริงไหม จะเกิดได้เร็วแค่ไหน แล้วจะสามารถให้อะไรกับทิศทางหรือนโยบายประเทศได้อย่างไร

เรียนรู้และปรับตัวอย่างยั่งยืน

        ทุกวันนี้มีหลายอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของย่านนวัตกรรม เรื่องของ EEC เรื่องของการจัดอีเวนต์มากขึ้น จำนวนโคเวิร์กกิ้งสเปซที่เยอะขึ้น บริษัทต่างชาติที่เริ่มทำงานกับประเทศไทยมากขึ้น สตาร์ทอัพเราที่โตขึ้น เทรนด์พวกนี้โตขึ้น แต่อนาคตข้างหน้า สิ่งที่เราน่าจะจับต้องได้คือเรื่องของเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างเช่น เราเก่งในด้านของเกษตรกรรม เราเก่งในด้านของอาหาร เราเก่งในด้านของการบริการ พวกนี้ควรจะเกิดขึ้น หรือเราเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก เราเป็นประเทศที่ผลิตอาหาร และผลไม้เยอะอันดับต้นๆ ของโลก ถ้าเรามีนวัตกรรมไปประกอบ พวกนี้ก็จะยิ่งโตขึ้น ถ้าเราทำในสิ่งที่เราเก่ง จะทำให้ประเทศเติบโตไปได้เร็ว

       ยิ่งต่อไป 5G ที่เป็นพื้นฐานทำให้ Digital Innovation มันก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Self-driving Car หรือเรื่องของ IoT หรือ Big Data สุดท้ายคุณจะเห็นเลยว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวเป็นแบบไหน มาอย่างไร แม้แต่ในเครือ CP ของเราอย่างเรื่องอาหาร เราก็โปร่งใส สามารถตามได้ว่าอะไรถึงไหน สิ่งเหล่านี้จำเป็นมาก อีกเรื่องที่น่าสนใจคือเรื่องของความยั่งยืน เรื่องการจัดการขยะ การลดขยะ ถุงพลาสติก การใช้วัสดุรีไซเคิล หรือการสิ้นเปลืองต่างๆ เรื่องพวกนี้ต้องมาแน่นอน

พัฒนา และต่อยอดพื้นที่ สู่โลกอนาคต

        ในอนาคต เราจะพัฒนาระบบนิเวศของทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ โดยการระดมพาร์ตเนอร์และสร้างกิจกรรมระหว่างพาร์ตเนอร์ เพื่อสร้างระบบนิเวศให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ และให้มีผลที่จับต้องได้ ยกตัวอย่างเช่น มีสตาร์ทอัพที่โตขึ้น มีรีสอร์ตที่ถูกผลิตออกจากทรู ดิจิทัล พาร์ค ได้เยอะขึ้น มีกิจกรรมที่คนรู้สึกว่ามาแล้วได้ประสบการณ์ ได้องค์ความรู้ที่ดีขึ้นและให้มีผลที่จับต้องได้ พวกนี้ต้องถูกผลิตออกไปให้โตขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงวัดผลได้ อีกส่วนคือการสนับสนุนระบบนิเวศให้กว้างขึ้น

        เราเองก็มีความคิดริเริ่มเรื่องของการทำระบบนิเวศเล็กๆ อย่างเช่น เราจะเปิดโคเวิร์กกิ้งสเปซขนาดเล็กใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยหรือชุมชน ที่เรียกว่า True Space ตรงนี้จะช่วยให้ชุมชนเข้าถึงระบบนิเวศที่เป็นเทคโนโลยีหรือไม่ใช่เทคโนโลยีก็ได้ แต่เป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ตอนนี้เราเปิด True Space ไป 8-9 ที่แล้ว และจะขยายไปเรื่อยๆ ในอนาคต

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ชยพล ทองสวัสดิ์

กอง บก. ชาวเชียงใหม่ ผู้ทำเพลงในชื่อ TCNX เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง เกิดและเติบโตในยุค 90s แต่มักฝันถึงชีวิตในยุค 60s อยู่บ่อยๆ

ภาพโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง