ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม | ความสุขจากการทำสิ่งที่รัก จาก IT Support สู่การเป็น Game Caster ผู้โด่งดังในโลกออนไลน์

หลายคนรู้จัก ‘ท็อฟฟี่’ – จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร ในฐานะเจ้าของแฟนเพจ ‘ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม’ ชายร่างอวบมีหนวดเคราในชุดนักเรียนญี่ปุ่นสีสันสดใส ผู้คอยให้คำแนะนำการใช้งานอุปกรณ์ไอที รวมไปถึงบอกเล่าประสบการณ์ชวนปวดหัว และจิกกัดพฤติกรรมผู้ใช้งานในออฟฟิศ เพราะเขามีอาชีพหลักเป็นไอทีซัพพอร์ตของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

 

     แต่สำหรับผู้ที่ติดตามเขาระดับแฟนคลับ จะรู้ว่าท็อฟฟี่นั้นเป็น ‘ตุ๊ดติดเกม’ ด้วย เขาแบ่งเวลาว่างหลังจากเลิกงาน มาจับจอย คีย์บอร์ด และเมาส์ สวมวิญญาณเกมเมอร์ ที่ปัจจุบันนี้ทำให้เขามีอีกหนึ่งอาชีพคือการเป็นเกมแคสเตอร์ ที่มีลีลาการพากย์และสไตล์การเล่นเกมที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งการควบคุมตัวละครในเกมของเขานั้นสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคนดูอย่างเราได้เสมอ

     ก่อนที่ท็อฟฟี่จะมายืนตรงจุดนี้ได้ จุดที่เขามีอาชีพมากกว่าหนึ่ง นั่นคือไอทีซัพพอร์ตและเกมแคสเตอร์ ย่อมมีก้าวแรกหรือจุดเริ่มต้น

     “ทันทีที่เรียนจบปี ค.ศ. 2011 เราก็ได้ทำงานเลย เป็นไอทีซัพพอร์ต แต่ทำได้ปีเดียวก็ติดทหาร หมายถึงต้องไปเกณฑ์ทหารเพราะจับได้ใบแดงนะ ไม่ใช่ไปติดผู้ชายที่เป็นทหาร (หัวเราะ) หลังปลดประจำการ ช่วงนั้นว่างงานประมาณสี่ห้าเดือนเพราะหางานไม่ได้ แต่พอได้งานอีกครั้งก็เริ่มมีไอเดียทำเพจเรื่อยๆ จากประสบการณ์ในการทำงานนี่แหละ แต่ยังไม่ได้ทำทันที ใช้วิธีบ่นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวไปก่อน เริ่มทำเพจจริงๆ จังๆ ตอนปี ค.ศ. 2015 นี่เอง

     “สามปีก่อนตอนทำเพจใหม่ๆ คอนเทนต์ประเภทคำคม วลีโดนๆ มาแรงมาก เราเลยทำคำคมเกี่ยวกับไอที ตอนนั้นทำไปโดยที่ยังไม่รู้แนวทางของตัวเอง พอทำไปสักพักเราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ เลยมาวาดตัวเองเป็นการ์ตูนแล้วใส่ภาพอุปกรณ์ไอทีอธิบายความรู้ เพราะช่วงนั้นการ์ตูนก็กำลังมาเหมือนกัน เสียงตอบรับก็ดีขึ้นมาหน่อย แต่จริงๆ เรารู้สึกว่าเรามีคาแร็กเตอร์ของตัวเองอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเปิดเผยหน้าตัวเอง ตอนแรกไม่กล้าเพราะกลัวโดนบูลลี ตอนนั้นเราก็ยังใหม่มากในโซเซียลเน็ตเวิร์ก กลัวเปิดหน้าแล้วมีคนเข้ามาว่าทำไมเป็นตุ๊ดต้องไว้หนวด เป็นตุ๊ดแต่งหญิงทำไมไม่โกนหนวดให้เรียบร้อย เรากลัวมาก เราเชื่อว่ามันต้องมีอะไรแบบนี้แน่ๆ แต่พอเปิดหน้าจริงๆ ก็ปรากฏว่าปัง ไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดไว้ เราก็เลยคงความเป็นตัวเราเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ ตั้งแต่ทำเพจมาไม่เคยโดนด่าเลย”

     ความกลัว ความกังวลถึงอนาคตหรือสิ่งที่ยังไม่มาถึงนั้น ถือเป็นความรู้สึกปกติธรรมดาในการตัดสินใจเริ่มต้นทำอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเราผ่านจุดที่คิดว่าท้าทายที่สุดไปได้ เราจะพบว่าชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ๆ ที่รอให้เราพิชิตอยู่ตลอด เหมือนกับการเล่นเกมที่เราต้องเช็กพอยต์ และทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ เพื่อมุ่งหมายไปสู่ภารกิจต่อไปที่เหนือกว่า

 

ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

 

     “พอเปิดเพจได้สักพักหนึ่งจึงเริ่มแคสต์เกมครั้งแรกโดยไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก เป็นเกม Dead by Daylight จากจำนวนคนดูหลักสิบก็ค่อยๆ เยอะขึ้นจนถึงหลักร้อย เกมที่เราเลือกเล่นก็มีส่วนช่วยด้วย คนดูชอบเราเล่นเกมที่ทำให้เราดูเป็นคนชั่ว (หัวเราะ)

     “อย่างเกม Friday the 13th ที่เล่นกัน 8 คน มีฆาตกร 1 คน ที่เหลือเป็นเหยื่อที่ต้องเอาชีวิตรอดจากแคมป์ให้ได้ โดยหากุญแจรถให้เจอแล้วขับหนีออกไป ความสนุกคือเหยื่อสามารถฆ่ากันเองได้ สมมติถ้าเราเห็นใครมีกุญแจ หรือฉันเห็นตอนมันเก็บได้ ฉันก็หาวิธีฆ่าเพื่อเอากุญแจมา เรารู้สึกว่าแคสต์เกมแบบนี้แล้วคนชอบ เพราะเราแสดงด้านมืดออกมา หรืออย่างเกม Deceit ที่มีการสุ่มให้ผู้เล่นเป็นผู้ติดเชื้อแฝงอยู่ในคนปกติ เราต้องแอบไปฆ่าคนอื่นๆ เพื่อขโมยกินเลือดก่อนจะกลายพันธุ์ เราต้องโกหกว่าฉันเปล่า ฉันไม่ได้ทำนะ คนจะมารอกันเพื่อดูเราเล่นเกม

     “จริงๆ จะเรียกว่าแคสต์ก็ไม่เชิงนะ เรียกว่าเล่นให้ดูมากกว่า เป็นตุ๊ดติดเกมคนหนึ่งที่เล่นให้ดูเรื่อยๆ จนกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว แรกๆ ก็ไม่ได้จริงจังมาก หลังๆ ได้ลูกเพจมาร่วมเล่นด้วย มีกิจกรรมกันจนเกิดเป็นคอมมูนิตี้ในเพจ”

     เราเองก็เป็นคนเล่นเกมที่ชอบดูการแคสต์เกมของเกมแคสเตอร์ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะแต่ละคนจะมีรูปแบบการเล่นเฉพาะคน ตรงนี้เองคือจุดสำคัญที่เกมแคสเตอร์ต้องสร้างสไตล์การเล่นเกมที่เป็นตัวตนของตัวเองขึ้นมา แล้วคนดูอย่างเราจะเลือกดูคนที่เราชื่นชอบ สำหรับคนที่เราชอบมากๆ เราจะสนับสนุนโดยการบริจาคเงินให้ เป็นเหมือนการให้กำลังใจเพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่อไปได้ เหมือนที่ครั้งหนึ่งเราเคยโดเนตเงินให้ท็อฟฟี่ด้วย

 

ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

 

     “ว้าย ขอบคุณค่ะ! แต่โดยส่วนตัวเราไม่ได้มีรายได้หลักจากโดเนต การที่คนดูโดเนตให้เราเพราะเขาชอบ เราคิดว่ามันอยู่ที่การเอนเตอร์เทนระหว่างที่เราเล่น เราโอเคกับแบบนี้มากกว่า เราชอบกินโกโก้ ดังนั้น ทุกเดือนเราจะตั้งข้อความไว้ประมาณว่า ช่วยสนับสนุนค่าโกโก้เดือนนี้ให้ด้วยนะคะ 2,500 บาท ถ้าครบท็อฟฟี่จะมีเงินไว้ซื้อโกโก้ตลอดทั้งเดือน (หัวเราะ) ตั้งไว้ขำๆ เอาสนุก เพราะเราไม่ได้เป็นมืออาชีพเท่านักแคสต์เกมจริงๆ จังๆ ที่การเล่นเกมคืองานประจำของเขา เรามีรายได้หลักจากงานประจำ การแคสต์เกมจึงเป็นงานที่เราทำด้วยความชอบมากกว่า ไม่ได้ซีเรียสเรื่องการโดเนต”

     เราเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารัก เราจะทำมันได้ดี การที่เราได้พูดคุยกับท็อฟฟี่ยิ่งตอกย้ำความเชื่อนี้ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

     “การที่เราแคสต์เกมได้มันพัฒนามาจากความชอบเล่นเกมตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เราเชื่อว่าเด็กติดเกมทุกคนอยากแคสต์เกม อยากเล่นเกมให้เพื่อนดูเป็นการโชว์ทักษะ และการแคสต์เกมทำให้เราพูดเก่งขึ้นด้วย เรากล้าคุยเล่น กล้าพูดอธิบายเกม ได้เล่าเรื่อง ได้นินทาอะไรไปเรื่อยเปื่อย เหมือนเล่นเกมไปสอนคอมพิวเตอร์ไป แต่เราไม่ได้อยากดังทางด้านนี้เราแค่อยากทำให้รู้ว่า ทุกๆ วันเราเล่นเกม และอยากให้คนมารอดู มาคอยบอกเทคนิคให้เรา เรามีจอคอมพิวเตอร์สามจอตั้งอยู่ระหว่างเล่นเกม เราจะอ่านคอมเมนต์คนดูไปด้วย ทักทายกับลูกเพจไปด้วย เพราะเราเชื่อว่าเวลาทุกคนที่เข้ามาคอมเมนต์หรือเข้ามาดู เขาอยากให้เราอ่านชื่อของเขาแล้วตามด้วยสิ่งที่เขาตอมเมนต์เป็นการสื่อถึงว่าเราใส่ใจเขานะ”

     เมื่อเราถามท็อฟฟี่ถึงความหมายที่แท้จริงของการทำงาน และความสุขจากอาชีพที่เขาเลือกทำ เราพบวิธีคิด มุมมองและทัศนคติของเขาที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะกับคนที่กำลังมองหาอาชีพที่สองของตัวเอง

     “เราเป็นเด็กติดเกม พอใกล้เข้ามหาวิทยาลัย เรารู้สึกว่าอยากเรียนอะไรก็ได้ที่มีคอมพิวเตอร์ เพราะจะได้ขอเงินแม่ไปซื้อคอมพิวเตอร์ นี่คือจุดเริ่มต้นที่แท้ทรู (หัวเราะ) แต่พอเข้ามาเรียนสายคอมพิวเตอร์จึงรู้สึกว่าไม่ได้ง่ายเหมือนที่เคยคิดไว้ เราต้องเขียนโปรแกรม เขียนโค้ด ซึ่งไม่ใช่ทางเราเลย แต่พอช่วงฝึกงานเราได้รู้จักอีกอาชีพหนึ่งคือไอทีซัพพอร์ต มันตอบโจทย์เรา คือไม่ต้องเก่งการเขียนโค้ด แค่ซ่อมคอมพิวเตอร์เป็นก็พอ เลยบอกตัวเองตั้งแต่ตอนนั้นว่า อาชีพนี้แหละคือฉัน แล้วเราก็ทำอาชีพนี้มาตลอดตั้งแต่เรียนจบจนถึงตอนนี้”

 

ท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม

 

     “เราโฟกัสกับงานหลักอันดับหนึ่ง แต่การแคสต์เกมก็เป็นรายได้อีกส่วนหนึ่ง ไม่รู้คนอื่นคิดเหมือนกันไหม แต่เรารู้สึกว่าคนเราไม่ควรมีอาชีพเดียว ไม่ควรมีรายได้ทางเดียว แปดชั่วโมงแรกทำงานประจำ อีกสองสามชั่วโมงที่เหลือทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ ที่สร้างรายได้ให้เรา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เยอะ แต่มันก็ช่วยเติมเต็มในส่วนของชีวิตที่เราอยากทำ บางคนทิ้งอาชีพหลักไม่ได้เพราะมีรายได้เยอะ แต่มีอาชีพในใจที่อยากทำอยู่ แม้อาชีพที่สองของเราไม่ได้สร้างมูลค่าเท่าอาชีพแรก แต่ทำแล้วรู้สึกมีความสุข เราก็โอเคกับสิ่งที่ได้นะ เพราะเรารักที่จะทำ

     “ถ้าเรารู้สึกว่างานประจำที่ทำอยู่ไม่มีความสุข แต่เรายังมีเวลาแบ่งไปทำสิ่งอื่นๆ ที่เราทำแล้วมีความสุขมากกว่า สิ่งนี้คือการผ่อนคลายจิตใจของเรา อย่าไปน้อยใจว่างานแรกที่ทำไม่มีความสุข เพราะงานแรกอาจเป็นรายได้หลักที่เลี้ยงตัวเราได้ และถ้าเราสามารถแบ่งเวลาไปทำส่วนอื่นๆ ที่ทำให้จิตใจเราดีขึ้นได้ก็ทำไปเถอะ นี่แหละคือการรักษาสมดุล การที่เราจะหางานอดิเรกหรืออาชีพที่สองที่ทำรายได้มากกว่างานประจำ ซึ่งแต่ละคนมีโอกาสไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีโอกาสแบ่งไปทำสิ่งที่เรามีความสุข เราก็แบ่งไปบ้าง อย่าไปโฟกัสสิ่งใดสิ่งเดียว”

     หลังจากการสนทนาจบลง เรื่องราวของท็อฟฟี่ก็สะท้อนเข้ามาในใจของเรา จนทำให้ได้ทบทวนตัวเองอีกครั้งว่า ไม่ว่าเป้าหมายนั้นอยู่ไกลแค่ไหน เริ่มแรกก็ต้องมองเรื่องที่ใกล้ตัวก่อน และสำรวจตัวเองเพื่อให้พบสิ่งที่เรารักที่จะทำ เพราะความสุขในชีวิตเริ่มต้นง่ายๆ จากสิ่งที่อยู่ภายในตัวเรา นั่นคือสิ่งใจที่ปรารถนา สุดท้ายแล้วก็จะพบคำตอบว่าตัวเองกำลังทำอะไร และเพื่ออะไร

 


ขอบคุณสถานที่: My Kitchen ชั้น 4 Siam Discovery

Share Post
Like 3 View 2158

Author

ตนุภัทร โลหะพงศธร

อดีตนักเรียนจิตวิทยา ปัจจุบันเป็นนักเขียนผู้หลงใหลการสังเกตตั้งแต่พฤติกรรมระดับบุคคลไปจนถึงปรากฏการณ์ทางสังคม พร้อมค้นหาคำอธิบายในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยมุมมองและองค์ความรู้จิตวิทยา

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพประจำกอง a day BULLETIN