Plariex | เบื้องหลังคาแร็กเตอร์แสนสดใสของอดีตนักกฎหมายที่ผันตัวมาเป็นนักวาดภาพประกอบ

The Guest
27 Sep 2018
เรื่องโดย:

กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร, ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

คุณค่าของงานศิลปะไม่เพียงแต่จะบอกเล่าถึงตัวตนของศิลปินเท่านั้น แต่ต้องช่วยจรรโลงหรือสร้างความสุขบางอย่างให้กับคนดูได้เช่นกัน ซึ่งสิ่งที่ว่ามานี้มีอยู่ในผลงานภาพคาแร็กเตอร์สาวน้อยแก้มป่องของ Plariex (ปลารี่) หรือ พัชรกันย์ พิศาลสุพงศ์ อย่างครบถ้วน แต่กว่าที่น้องสาวแก้มป่องตาหยีจะกลายเป็นที่รู้จักและทำให้ใครต่อใครหลงรัก เส้นทางของเธอก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนคิด เพราะอดีตนักกฎหมายที่ผันตัวมาเป็นนักวาดภาพประกอบคนนี้ ได้ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ผลงานของตัวเองอย่างหนักหน่วงไม่แพ้ใครเหมือนกัน

plariex

 

ตอนที่สร้างตัวคาแร็กเตอร์สาวแก้มป่องขึ้นมา คุณมีแนวคิดอย่างไรในการนำผลงานนั้นมาต่อยอดให้เป็นเรื่องราวต่อไปได้เรื่อยๆ

     ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้เรียนศิลปะมา เราแค่ชอบวาดรูปการ์ตูนญี่ปุ่น แต่ก็วาดเป็นชิ้นๆ ไม่ได้มีเรื่องเล่าอะไร พอเข้ามหาวิทยาลัยก็พบว่า เรื่องราวในชีวิตประจำวันสามารถเอามาใช้เป็นเนื้อเรื่องให้กับตัวคาแร็กเตอร์เราได้ จากนั้นเราก็ดึงเอาจุดเด่นของตัวเองที่เป็นคนมีแก้มเยอะ เวลายิ้มก็จะตาหยีๆ มาวาด เพราะเข้ากับสิ่งที่เราจะเล่าเรื่องของชีวิตประจำวัน นั่นจึงทำให้เราต่อยอดผลงานตัวเองได้ ถ้าไม่มีเรื่องที่จะเล่าก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่างานของเราจะเป็นอย่างไร

 

งานศิลปะนอกจากภาพที่ดึงดูดแล้ว เราคิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่เป็นจุดร่วมทำให้คนอินไปกับผลงานไปด้วย ซึ่งการเชื่อมโยงของงานกับคนดูสำหรับคุณคือเรื่องอะไร

     เราว่าต้องคิดเรื่องให้พ้นจากตัวเองก่อน ถ้ายังจมอยู่แต่กับเรื่องของตัวเองก็จะอยู่แค่นั้น หาเรื่องที่เข้ากันได้กับทุกคน ตอนที่เราเขียนหนังสือ THE ART OF LAZINESS ก็มีคนบอกว่าเขาก็เป็นแบบเดียวกับที่เราเป็นหลายเรื่องเลย ในมุมหนึ่งของชีวิตต่อให้เป็นคนขยันแค่ไหน ยังไงก็จะมีความขี้เกียจอยู่ในตัว แต่ตอนนี้เราเป็นคนไม่เกลียดวันจันทร์แล้วนะ เพราะเราไม่ต้องเข้าออฟฟิศวันจันทร์ แต่เกลียดวันเดดไลน์แทน (หัวเราะ)

 

แสดงว่าแนวคิดนี้จะทำให้การทำงานของเราไม่เจอกับทางตันใช่ไหม

     เมื่อก่อนเราก็กลัวนะว่าจะมีวันนั้น วันที่เราไม่รู้จะเล่าอะไร แต่ในที่สุดก็พบว่าถ้าเราพาตัวเองออกไปเจอผู้คน และมีเซนส์ในการจับเรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นด้วยมุมมองที่ตลกขบขัน เราก็จะมีเรื่องเล่าเรื่อยๆ แต่เราก็ไม่ใช่คนตลกอะไรหรอก คงเป็นวิธีคิดมากกว่าที่สามารถมองเรื่องแย่ๆ ให้กลายเป็นเรื่องขำขันได้

 

plariex

 

ตอนที่คุณเริ่มวาดรูปใหม่ๆ ลงในบล็อกของ exteen ตอนนั้นเรายังไม่มีระบบการวัดผลจากยอดไลก์ยอดแชร์ มันดีกว่าตอนนี้ไหมที่ตัวเลขมักทำให้คนที่เพิ่งเริ่มต้นท้อแท้ง่ายๆ

     เราว่างานคือสิ่งที่ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ งานของเราเวลาโพสต์ก็ได้ยอดไลก์มากน้อยไม่เท่ากัน ยิ่งช่วงที่เฟซบุ๊กเปลี่ยนระบบการคัดกรองโพสต์ใหม่ๆ ยิ่งแย่กว่าตอนนี้อีก แต่ถ้าเรารู้สึกแย่แล้วหยุดวาดรูปเราก็จะอยู่แค่นี้ แต่ถ้าเราทำต่อไปสักวันจะมีคนเข้ามาเห็นโพสต์ของเราเอง แล้วถ้าคนๆ นั้นชอบ เขาก็จะไปไล่ดูงานเก่าๆ ของเรา ซึ่งแบบนี้ดีกว่าไปคิดว่าทำไปก็เสียเวลา เราว่าทำเพื่อสะสมผลงานของตัวเองไปเรื่อยๆ ดีกว่า

 

วันนี้เชื่อว่าตัวเองเลือกทางเดินที่ถูกต้องแล้วใช่ไหม

     เราสนุกกับงานที่ทำตอนนี้นะ รู้สึกเลยว่างานเข้ากับตัวเราได้ดี แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่คิดมาก เอาแต่โทษตัวเองว่าไม่ยอมทำงานกฎหมาย พ่อแม่จะเสียใจที่เราเลิกทำอาชีพที่เรียนมา แต่สุดท้ายเราก็ปรับมุมมองใหม่ว่า เราเลือกทางนี้แล้วจะมัวแต่คร่ำครวญไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อเลือกแล้วก็ต้องไปต่อในทางที่ตัวเองเลือก

     มีคนให้แง่คิดกับเราว่า ไม่ต้องพยายามทำให้พ่อแม่เข้าใจเรา เพราะพวกท่านจะไม่มีวันเข้าใจ ในยุคของเขาความเครียดของพ่อกับแม่คือ ถ้าไม่ทำงานนี้จะไม่มีกิน ทำงานนี้สิถึงจะมีกิน แต่ยุคของเราจะเป็นอีกแบบ จะเป็นเรื่องของการทำอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้และมีความสุขด้วย ผู้ใหญ่ก็จะไม่เข้าใจว่าความพอใจที่ว่านี้คืออะไร ยิ่งถ้าเราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับการอวดกันในโชเชียลเน็ตเวิร์กก็จะกลายเป็นยิ่งท้อแท้เข้าไปใหญ่

 

คุณแก้ปมของตัวเองกับครอบครัวด้วยวิธีไหน เพราะการปรับความเข้าใจในครอบครัวนั้นหลายคนจะบอกว่าเป็นเรื่องยากมาก

     แรกๆ เราเครียดมากเพราะพ่อกับแม่ส่งให้เราเรียนนิติศาสตร์ แล้วเรากลับออกมาทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบ ถ้าเราทำงานตรงสายที่เรียนก็คงดีกว่า แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่เราเครียดไม่ได้เป็นเรื่องเครียดของตัวเอง แต่เป็นเรื่องที่เราไปคิดแทนคนอื่นว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบอะไรจากการตัดสินใจของเราหรือเปล่า เพราะว่าการเป็นฟรีแลนซ์นั้นบางช่วงก็จะไม่มีงานเข้ามาเลย ยิ่งเจอเพื่อนโพสต์ว่าได้โบนัสเท่านั้นเท่านี้ก็ยิ่งรู้สึกเปรียบเทียบ

     จนมีคนบอกว่าเราถามพ่อแม่แล้วหรือยังว่าเขาไม่พอใจ เรารู้จริงๆ เหรอว่าพวกท่านคิดอะไร ขนาดตัวคนที่บอกเราเขายังไม่รู้เลยว่าเราคิดอะไรอยู่ เราก็เห็นด้วยจึงตัดสินใจไปถามพ่อกับแม่ว่าคิดอย่างไรที่เราเลือกมาทางนี้ แล้วกลายเป็นว่าพวกท่านต่างหากที่เป็นคนคิดมากเสียเองว่าทำไมไม่ส่งให้เราเรียนศิลปะตั้งแต่แรก พอได้คุยกันจริงๆ แล้วก็พบว่าเรื่องค้างคาใจทั้งหมดถูกคลี่คลายได้ง่ายๆ เลย

 

plariex

 

คุณเอาเรื่องที่เจอในชีวิตประจำวันมาเล่า เราอยากรู้ว่าตอนนี้คุณมองสังคมไทยเป็นแบบไหน

     เรื่องที่เรารู้สึกกับมันมากๆ ตอนนี้คือ การเคารพงานศิลปะของผู้คน ตอนนี้ใครๆ ก็จะมองว่าสิ่งที่เราทำอยู่คือของฟรี การ์ตูนที่วาดขึ้นมานั้นเพื่อให้อ่านฟรี ทั้งๆ ที่การวาดการ์ตูนก็มีต้นทุน ทุกอย่างมีต้นทุนหมด คุณอาจจะไปเจอเว็บที่เขาสแกนหนังสือการ์ตูนมาให้อ่านกันฟรีๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะฟรีไปเสียหมด

     ยิ่งปัจจุบันเรามีความสะดวกในการเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยก็ยิ่งเพิ่มความเข้าใจผิดกันไปใหญ่ อยากฟังเพลงฉันก็ฟังในยูทูบได้ไง ฟรีด้วย แต่ถามกลับว่าถ้าคุณไม่ซื้อผลงานของศิลปินแล้ว เขาจะเอารายได้จากที่ไหนมาทำงานให้คุณเสพกันต่อ หรือตอนที่เราเอาการ์ตูนของตัวเองที่ให้อ่านในอินเทอร์เน็ตมารวมเล่มก็มีข้อความส่งเข้ามาว่าทำไมไม่ให้ฟรี ทำไมต้องเอามาขาย เราก็ไม่รู้ว่าต้องตอบอย่างไรเหมือนกัน (หัวเราะแห้งๆ)

 

เรียนกฎหมายมาคุณน่าจะมีวิธีการรับมือกับเรื่องพวกนี้ได้ง่ายๆ ใช่ไหม

     ไม่เลย ยิ่งรู้กฎหมายยิ่งทำให้เราหงุดหงิดกว่าเดิม (หัวเราะ) เพราะชีวิตจริงเราไม่ให้ความสำคัญกับขั้นตอนที่ถูกต้องแบบนั้น เวลาคุยงานก็คุยกันแบบปากเปล่า ถ้าขอเซ็นสัญญาก็จะหาว่าเราเรื่องมาก ยิ่งรู้ว่ากฎหมายต้องให้ทำแบบนี้แล้วเขาไม่ทำก็ยิ่งหัวร้อน เวลาไปเจองานของตัวเองถูกเอาไปดัดแปลงซึ่งก็ดูออกอยู่ดีว่าต้นแบบนั้นมาจากงานของเรา ก็ทำอะไรไม่ได้ จะไปไล่บี้เด็กก็โดนมองว่าไม่ดี รังแกเด็ก รังแกคนจน ซึ่งฉันก็จนจ้า (หัวเราะ) อย่ามาอ้างแบบนี้

 

การใส่ลายน้ำต่างๆ ลงในงานของตัวเองช่วยเรื่องการละเมิดผลงานได้จริงไหม

     เอาจริงๆ เราควรจะต้องโพสต์ผลงานของตัวเองแบบไม่ต้องใส่ลายน้ำสิ เพราะคนเราควรมีความคิดที่จะไม่เอางานของคนอื่นไปใช้ เราเคยไปเอาเรื่องกับคนที่เอาคาแร็กเตอร์ของเราไปทำเป็นของขายที่ต่างจังหวัด พยายามไปคุยกับเจ้าหน้าที่แล้วก็โดนถามกลับมาว่า เขาเอางานของน้องไปแล้วน้องเสียอะไรไปล่ะ น้องไม่ได้เสียเงินไม่ใช่เหรอ เราไม่รู้จะพูดยังไงเลย

     พอไปถึงสถานีตำรวจ เขาก็ถามว่าเราจดลิขสิทธิ์ตัวคาแร็กเตอร์นี้ไว้หรือเปล่า ถ้าคิดแบบนี้ก็ไม่ใช่แล้ว แบบนี้เราก็ไม่สามารถเอาเรื่องกับใครได้เลยสิ ถ้าศิลปินคนนั้นมีคาแร็กเตอร์อยู่เป็นร้อยตัวล่ะ เราไม่ได้จดลิขสิทธิ์ตัวคาแร็กเตอร์ไว้ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาผิดไม่ได้ แต่การจดลิขสิทธิ์จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ทั้งหมดแล้วเป็นเพราะเขาไม่อยากเสียเวลามาทำเรื่องที่เห็นว่าไม่ได้อะไรแบบนี้ให้เรา ก็ทำได้แค่ปลง

 

plariex

 

ฟังแล้วคุณเจอแต่เรื่องเครียดๆ ทั้งนั้นเลย ทั้งเรื่องปมกับที่บ้านก่อนหน้านี้ ไหนจะเรื่องการโดนละเมิดลิขสิทธิ์อีก แต่กลายเป็นว่างานแต่ละชิ้นของคุณน่ารักสดใสดูแล้วสบายใจทั้งนั้น

     ใช่ไหม เราก็รู้สึกขัดแย้งอยู่นะ (หัวเราะ) แต่เป็นเพราะเวลาวาดรูปเราจะเข้าไปสู่โหมดของความสนุกได้เอง เพียงแค่ช่วงเริ่มต้นจะยากหน่อย แล้วผลตอบรับที่ชัดเจนคือ มีคนบอกว่าเห็นรูปของเราในไอจีแล้วเขาอารมณ์ดี ทำให้เรารู้สึกดีตามไปด้วย แม้จะเป็นคำชมเฉยๆ ก็เถอะ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าความทุกข์เป็นอย่างไร เราเลยอยากให้งานของตัวเองทำให้คนดูรู้สึกดี

 

คุณให้คุณค่ากับสิ่งที่ตัวเองทำอย่างไร เช่น ตีค่าเป็นเงินทองหรือความภาคภูมิใจ

     เคยมีคนมาจ้างเราทำงานในราคาที่ถูกมาก ซึ่งเราก็สามารถทำให้ได้ แต่เรารู้สึกว่าการตกลงรับงานที่ราคาถูกเกินไปจะไปสร้างความเชื่อกับคนว่าจ้างได้ว่าจริงๆ แล้ว คนพวกนี้ก็ทำงานให้ได้ในราคานี้ เขาแค่บวกเงินให้แพงเพื่อให้ตัวเองมีราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้นเลย เราจึงเลือกปฏิเสธงานบางชิ้นไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะเสียดายมาก

     เช่น จริงๆ งานนี้เราต้องได้ค่าจ้างห้าพันบาท แต่เขาเสนอให้เราแค่หนึ่งพันบาท เราก็รับเพราะกลัวจะอดได้เงินหนึ่งพันบาทนี้ไป ตอนนี้เราไม่คิดแบบนั้นแล้ว ถ้าเขาไม่โอเคกับค่าตอบแทนที่เราเสนอก็ไม่เป็นไร เราขอทำงานไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็คงมีคนมาเห็นคุณค่าของเราและมาจ้างเราทำงานในราคาที่สมเหตุสมผลเอง เราไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงจรของการกดราคาแบบนี้ได้ไปต่อ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

หัวหน้าช่างภาพกอง a day BULLETIN

เรื่องโดย

ทรรศน หาญเรืองเกียรติ

หมาป่าขาวล่ำขนาดสามคนโอบของหมู่บ้านบุญละติน (a day BULLETIN) รักการติดตามคาเมนไรเดอร์ยุคเฮย์เซย์ พอๆ กับการออกเดินทางไปเพื่อหาเรื่องราวสนุกๆ มาเล่าให้กับคนอ่านในทุกสัปดาห์ ,, IG/Twitter : @Matt_Doraemon