การหยิบจับเรื่องราว เล่าผ่านน้ำเสียงลูกกรุงออกมาอย่างจับใจของ ‘Txrbo’

The Guest
20 Aug 2021
เรื่องโดย:

คุลิกา แก้วนาหลวง

“ตอนแรกที่พี่กอล์ฟทักมา ผมคิดว่าเป็นมิจฉาชีพ (หัวเราะ) เพราะเราก็รู้ว่าตามโซเชียลมีเดียมักจะมีคนแอบอ้างนำรูปศิลปินดารามาใช้ในทางที่ไม่ดี ตอนนั้นผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นตัวจริงเลยยังไม่ตอบอะไร แต่พอมาเป็นวันที่สองไม่รู้ทำไมถึงเข้าไปดูอีกรอบ ก็พบว่านี่พี่กอล์ฟตัวจริงนี่หว่า เพราะผมสังเกตเห็นเครื่องหมายติ๊กถูกด้านหลังชื่อโปรไฟล์ ถ้าวันนั้นไม่เข้าไปก็น่าจะไม่มีผมในวันนี้แล้ว (หัวเราะ)”

        ‘Txrbo’ (เทอร์โบ) หรือ นพรัตน์ อัศวลักษณ์ศกุน ศิลปินหน้าใหม่ไฟแรงเจ้าของหางเสียงลูกกรุงที่ผสมผสานเข้ากับแนวเพลงป๊อป-ฮิปฮอปได้แตกต่างอย่างลงตัว เขาเปิดบทสนทนาได้อย่างเป็นกันเองด้วยการเล่าความโก๊ะของตัวเองให้ฟัง ทำเอาอดที่จะหัวเราะตามไม่ได้

        เทอร์โบเป็นศิลปินเบอร์แรกๆ ที่ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารค่าย High Cloud Entertainment ชวนมาเข้าสังกัด เนื่องจากการทำเพลงของเขาด้วยกลิ่นอายของลูกกรุงที่สอดแทรกไว้ในเพลงป๊อปได้ไปสะดุดตา สะกดความสนใจแร็ปเปอร์รุ่นใหญ่คนนี้เข้า จึงชักชวนให้เทอร์โบมาร่วมงานกัน ปล่อยผลงานออกมาเป็นเพลง ‘จำเลยรัก’ ซึ่งมียอดวิวถึง 100 กว่าล้านการเข้าชมในปัจจุบัน ด้วยความสำเร็จนี้เองจึงเป็นก้าวแรกของการเริ่มต้นเป็นศิลปินเต็มตัวของเทอร์โบ

 

ซึมซับ เสน่ห์ จับใจ 

        สำหรับคนวัยยี่สิบต้นอย่างเรากับเทอร์โบที่เติบโตมากับยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านหลายอย่าง คงไม่แปลกที่ยังทันความสมัยนิยมในยุคเก่าอยู่เช่นกัน เพราะเขาเล่าให้ฟังว่าคุณแม่เปิดเพลงลูกกรุง ลูกทุ่งให้ฟังตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เขาซึมซับสไตล์ ทำนอง และกลิ่นอายของเพลงแนวนี้มาจนโต 

        “ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ตั้งใจฟังหรอกครับ แต่ว่าพอโตมาเราก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วไม่ใช่แค่ลูกกรุงหรือลูกทุ่งนะที่ชอบ แต่รู้สึกชอบดนตรีทั้งหมดเลย พอถึงช่วงประมาณมัธยมต้นผมก็เริ่มก็มีโอกาสได้เล่นดนตรีกับวงของโรงเรียนเป็นครั้งแรก หลังจากจบมัธยมต้นผมจึงเริ่มทำเพลงอย่างจริงจัง โดยทำในโทรศัพท์ก่อนจำได้ว่าตอนนั้นคือยุคของ iPhone 5 ดังนั้น เพลงส่วนใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่ทุกคนเคยได้ฟังกัน จะเป็นเพลงที่อัดจากโทรศัพท์ของผมเองหมดเลย”

        แต่เด็กที่เติบโตมากับสื่อบันเทิงที่เริ่มมีความหลากหลายขึ้นโดยเฉพาะวัฒนธรรมความบันเทิงของญี่ปุ่นและเกาหลีที่เข้ามามีอิทธิพลกับเด็กวัยเราเยอะมาก แล้วสิ่งไหนของเพลงลูกกรุงที่ทำให้คุณหลงใหลจนต้องนำมาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง 

        “ผมรู้สึกว่าสไตล์ของเพลงลูกกรุง มีเสน่ห์ทั้งวิธีการร้อง ทำนองดนตรี และสามารถเล่าเรื่องได้อย่างอ่อนหวาน จับใจ อย่างเช่นเพลงรักปัจจุบันเราใช้คำว่า ‘ฉันรักเธอ’ แต่ว่าถ้าเป็นเพลงคำที่ย้อนยุคหน่อยจะเป็น ‘ข้ารักเอ็ง’ ผมรู้สึกว่าคำประมาณนี้สื่อสารได้ถึงใจกว่า รู้สึกได้ถึงความดิบของความรักจริงๆ มากเลย เลยอยากให้กลิ่นอายนี้อยู่ในทุกๆ เพลงของผมเลยครับ”

        เราพยักหน้าเห็นด้วยตลอดการบอกเล่า เพราะส่วนตัวก็เติบโตมากับเพลงวงสุนทราภรณ์, ชรินทร์ นันทนาคร, สุรพล สมบัติเจริญ, เพลิน พรหมแดน,  ดาวใจ ไพจิตร หรือ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ยังไม่รวมเพลงประกอบละครต่างๆ อีกมากมายที่ต้องดูตามแม่ตั้งแต่เด็กเช่นกัน 

Txrbo

        จึงเห็นด้วยเลยว่าเพลงลูกกรุงเป็นแนวเพลงที่มีเสน่ห์มาก ด้วยความสละสลวยของเนื้อร้อง ความอ่อนหวานของเมโลดี้ ทำนองเพลง และยังมีการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยกับตะวันตกเข้าด้วยกัน จึงอาจเป็นเพลงร่วมสมัยในสมัยนั้นที่ฟังง่าย และกินใจมาก เมื่อนำมาผสมกับสไตล์เพลงสมัยนี้จึงกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครยิ่งขึ้นไปอีก 

ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ มาจากก้าวเล็กๆ ที่เริ่มต้นด้วยตัวเอง 

        ทุกความฝัน ทุกการทุ่มเท จะไม่สามารถเห็นผลได้เลยหากไม่เริ่มทำ แต่การเริ่มก้าวแรกของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีพร้อม มีคนสนับสนุน แต่สำหรับเทอร์โบในตอนนั้นคือเด็กหนุ่มที่ออกมาเรียน กศน. หรือการศึกษานอกระบบ ดังนั้น กว่าจะมาเป็นศิลปินร้อยล้านวิวในวันนี้ เขาเริ่มก้าวแรกด้วยตัวเองที่มีแค่ตัวเองจริงๆ เท่านั้น 

        “ถ้าเรียงมาตามการศึกษาของผมเริ่มจาก ประถม มัธยมต้น จากนั้นผมต่อด้วยการศึกษานอกระบบ โดยจะเรียน 1 วันต่ออาทิตย์ เวลาที่เหลือผมก็ไปศึกษาหาความรู้แล้วก็ทำเพลง หรือทำงานเพื่อเก็บเงินมาซื้ออุปกรณ์ในการทำเพลง

        “กูเกิลนี่เหมือนเป็นอาจารย์ของผมเลยครับ (หัวเราะ) เพราะผมเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับดนตรี หรือเรื่องต่างๆ จากในกูเกิล ในนั้นสอนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เครื่องดนตรี ยันผัดกะเพรา แต่ข้อเสียคือบางทีทำให้ผมไม่สามารถเข้าใจเวลามืออาชีพเขาคุยกัน อย่างคำว่า Pentatonic ที่เป็นชื่อเรียกของวิธีการไล่โน้ตหรือบันไดเสียงของของการร้องแบบลูกกรุง ที่ตอนแรกผมไม่เข้าใจ แต่พอรู้ความหมายผมก็เข้าใจว่าเป็นวิธีการร้องที่ตรงกับสไตล์ของผม

        “ผมเป็นคนชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ชอบสงสัย และสังเกตไม่ว่าจะกับอะไรก็ตามแล้วต้องรู้ให้ลึกด้วย แต่ว่าพอเรารู้มากเข้าพอกลับมาเขียนเพลงจะยากขึ้น เพราะรู้สึกว่าเขียนแล้วคำไม่สวยสักที ดนตรีท่อนนี้ก็ไม่ดี อาจจะเป็นเพราะว่าเรารู้มากเกินไป นี่เป็นความยากที่สุดของผมในการทำเพลงว่าจะทำยังไงให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด”

        “แต่ถ้าให้อธิบายคำจำกัดความของสไตล์เพลง Txrbo ผมว่าน่าจะเป็นเพลงป๊อป-อาร์แอนด์บี ที่มีดนตรีไทย มีกลิ่นอายความเป็นไทยอยู่ในเพลง”

        นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้แร็ปเปอร์รุ่นใหญ่เห็นแววจากชายหนุ่มคนนี้ เพราะความรัก ความทุ่มเทกับสิ่งที่ชอบนี่เองที่สร้างให้เขาเติบโตในเส้นทางของตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งการยึดมั่นในเอกลักษณ์ของตัวเอง และการชอบที่จะเรียนรู้ ผสมผสานดนตรีหลายๆ แบบเข้าด้วยกันเป็นความร่วมสมัยที่ลงตัว 

ไม่คิดว่าเป็นงาน แค่อยากจะเล่าเรื่องออกมาผ่านเพลง

        “ตอนแรกที่ทำเพลง ผมจะทำเพลงคัฟเวอร์ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงขั้นอยากจะทำเพลงตัวเอง แต่พอถึงจุดหนึ่งผมคิดกับตัวเองว่าเราจะทำเพลงคัฟเวอร์ไปตลอดเลยหรอ จึงเริ่มอยากมีเพลงเป็นของตัวเองบ้าง เพราะเราก็มีเรื่องอยากจะเล่าเลยเริ่มเขียนเพลงออกมา ซึ่งในกระบวนการทำงานผมจะไม่คิดว่านี่เป็นงาน แต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านเพลงมากกว่า ก่อนที่จะเขียนเพลงผมก็ต้องมีเรื่องจะเล่าก่อน พอมีไอเดียตั้งต้นแล้วผมก็สามารถเขียนเพลงได้ทันทีเลย นี่จึงเป็นแนวคิดในการทำเพลงของผม”

        หลังจากเริ่มทำเพลงด้วยตัวเองมากว่า 4 ปี เมื่อมีโอกาสเข้ามาอีกทั้งผู้ที่ชักชวนคือแร็ปเปอร์รุ่นใหญ่ที่เป็นไอดอลของศิลปินรุ่นน้องหลายคน สำหรับเทอร์โบเองจึงมองว่าไม่ควรพลาดที่จะรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ เราถามต่อว่าระหว่างทำเพลงเองกับการเข้ามาเป็นศิลปินสังกัดในค่าย ในเรื่องของการทำเพลงมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม

Txrbo

        “ความแตกต่างจะอยู่ที่กระบวนการในการทำงานมากกว่า คือเมื่อก่อนผมทำเพลงตัวเองจะมีอิสระกว่าในเรื่องที่จะปล่อยตอนไหนก็ได้ จะปล่อยพรุ่งนี้ หรือถ้าทำไม่ทันก็ค่อยปล่อยวันต่อไปก็ได้ แต่พอเราได้มาอยู่ในค่ายแล้ว เราต้องทำงานกับคนอื่น ผมก็ต้องปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนตรงต่อเวลา รับผิดชอบมากขึ้น ทำอะไรให้เป็นแบบกระบวนการ แต่ในด้านของเพลงแทบไม่เปลี่ยนอะไรเลยครับ เพราะพี่กอล์ฟให้พื้นที่กับผมเต็มที่ ผมสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่เลย (ยิ้ม)”

การหยิบจับเรื่องราว เล่าผ่านน้ำเสียงลูกกรุงออกมาอย่างจับใจ

        “ต้องบอกว่าทุกเพลง ผมเขียนมาจากเรื่องจริงที่อยู่รอบตัวที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งเรื่องครอบครัว เรากับเพื่อน หรือเรื่องของเพื่อนที่ถูกแฟนทิ้งบ้าง (หัวเราะ) หรือแม้กระทั่งเรื่องของสัตว์เลี้ยงเราเอง โดยนำมาตีความในมุมมองของเราที่ทำให้คนฟังสามารถเข้าถึงได้”

        เทอร์โบเล่าให้ฟังต่อว่ามีเพลงหนึ่งชื่อว่าเพลง ‘น้อยใจ’ ที่เขาแต่งมาจากข้อความในสมุดบันทึกความดีประจำวันของโรงเรียนที่เคยเขียนไว้ตอนเด็กๆ ซึ่งตอนนั้นรู้สึกน้อยใจที่ไม่ค่อยได้คุยกับคุณพ่อ เพราะด้วยความคิดที่ยังเด็กอยู่จึงไม่เข้าใจว่าคุณพ่อทำงานหนัก และมีปัญหาด้านการได้ยินจึงทำให้เขามีคำถามว่าพ่อไม่รักหรือเปล่า แต่พอโตขึ้นได้เข้าใจทุกอย่างแล้ว เมื่อเจอเห็นข้อความนี้อีกครั้งจึงนำมาแต่งเป็นเพลงเพื่อระลึกถึงคุณพ่อที่จากไป

        “ผมรู้สึกนึกถึงคุณพ่อเลยอยากแต่งออกมาเป็นเพลง แต่ก็ปรับเนื้อเพลงจากที่เขียนไว้ให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้มากขึ้น แล้วเวลาได้ฟังเพลงนี้ก็มีบ้างที่รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ เพราะตอนนั้นเราไม่เข้าใจเขา แต่ผมจะรู้สึกมีพลังมากกว่า รู้สึกดี และยังทำให้ผมคิดถึงคุณพ่ออยู่เสมอ แล้วหลังจากนี้จะมีเป็นเวอร์ชันใหม่ออกมาให้ติดตามด้วยครับ” 

        “แต่ผมสังเกตว่าเวลาแฟนเพลงที่เข้ามาฟังเพลงที่ผมแต่ง เขาจะตีความความหมายตรงข้ามกับสิ่งที่ผมคิดไว้หมดเลย อย่างเช่น เพลง ‘ใจน้อย’ เป็นเพลงที่พูดถึงความรักในเรื่องของความน้อยใจ คนฟังจะตีความว่า อ๋อ! น้อยใจแฟน แฟนไม่รับโทรศัพท์ แต่จริงๆ ผมแต่งให้คุณพ่อที่เสียไปครับ (ยิ้ม)”

 

เจ้าความรัก ดีใจที่เราได้พบ

        ตอนนี้เทอร์โบได้กลายเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในวงการเพลงให้กับเขาตั้งแต่เพลง ‘จำเลยรัก’ ที่ร่วมทำกับ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ หลังจากเข้ามาเป็นศิลปินเต็มตัวก็ได้ปล่อยผลงานอีกหลายเพลงที่ได้ใจแฟนเพลงมากมาย จนมาถึงเพลงใหม่ที่เพิ่งได้ปล่อยไป ‘เจ้าความรัก’

        “สำหรับเพลงนี้ในมุมมองของตัวเองผมรู้สึกว่า ไอ้เจ้าความรัก ไม่ใช่คน ไม่ใช่วัตถุ ไม่ใช่อะไรเลย แต่เป็นเหมือนมวลสารพลังงานอย่างหนึ่งที่เรารู้สึกถึงมันได้ ความหมายในเพลงจึงเหมือนกับว่าตัวเรากำลังพูดคุยกับเจ้าความรักอยู่ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า ความรัก ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ แต่เพลงนี้จะทำให้คนฟังรู้สึกว่าเราสามารถจับต้อง และรู้สึกถึงการมีอยู่ของเจ้าความรักได้” 

        เหมือนกับไอต้าวความรักของเทอร์โบในตอนนี้ที่มีอยู่ในรูปร่างของเจ้าเม่นแคระเฮดจ์ฮอกชื่อว่า ‘เพ็กกี้’ สัตว์เลี้ยงตัวเดียวของเขา แต่ก่อนจะมีเพ็กกี้เป็นต้าวความรักครั้งใหม่นี้ เขาเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้เขาเคยเลี้ยงเม่นแคระตัวหนึ่งชื่อ ‘ลูกหมู’ เป็นการรับเลี้ยงที่หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมตัวเองถึงรับเลี้ยงเจ้าเม่นแคระตัวนี้ แต่เมื่ออยู่ด้วยกันไปก็รู้สึกผูกพัน ความรักเริ่มก่อตัว จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันในชีวิต แต่แล้วโชคชะตาก็พรากเจ้าลูกหมูไปจากเขา 

Txrbo

        “ผมรู้สึกผูกพันกับเจ้าลูกหมูเหลือเกิน ช่วงเวลาที่ผมกำลังทำเพลง มันก็จะออกมารบกวนแล้ว อย่างเวลาผมอัดเพลงผมต้องการความเงียบ มันก็จะไปมุดถุงทำให้มีเสียงดังๆ แต่แล้ววันหนึ่งที่ผมตื่นเช้ามา เห็นมันนอนตายอยู่ตรงหน้าต่าง รู้สึกเพราะอาการช็อกจากอุณหภูมิในห้องที่สูงเกินไป ตอนนั้นผมช็อกมาก รู้สึกว่าทำอะไรไม่ถูกแล้วหยิบร่างไร้วิญญาณของมัน เอาไปฝังหลังบ้าน

        “ตอนนั้นผมเสียใจมาก เหมือนเสียการทรงตัวไปพักหนึ่งเลยครับ หลังจากนั้นก็ให้เวลาเยียวยาตัวเอง ก่อนจะหาซื้อเม่นตัวใหม่มาเป็น ‘เจ้าเพ็กกี้’ ตัวปัจจุบันครับ แต่ผมไม่ได้ต้องการจะให้น้องมาแทนตัวเก่า เราแค่อยากจะมีสายพันธุ์ของเขาอยู่กับเราอีกครั้ง และทุกวันนี้ก็ยังคิดถึง ยังจำหน้าลูกหมูได้อยู่ครับ

        “นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เริ่มเลี้ยงสัตว์ คือเราอยากมีสัตว์ที่ไม่ต้องกอด ไม่ต้องอุ้มก็ได้ ผมแค่รู้สึกว่าได้มองเขาทำอะไรประหลาดๆ เลียหลังตัวเอง กินข้าว หรือว่ากัดมือ ขอแค่ได้มองดูเขาใช้ชีวิตของตัวเอง เท่านี้ก็ทำให้ผมมีความสุขแล้ว (ยิ้ม)”

        เป็นธรรมดาที่เพลงรักมักจะมีวัตถุดิบมาจากประสบการณ์ความรักที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้แต่ง แต่เขาจะนำความรักมิติไหนมานำเสนอ ก็ขึ้นอยู่ว่าเขาประสบพบเจอกับประสบการณ์แบบไหนในชีวิต แต่เมื่อไปถึงผู้ฟังแล้ว เพลงนั้นจะทำหน้าที่กระตุ้นความทรงจำแห่งรักในรูปแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความรักที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้ฟังเช่นกัน ก่อนร่ำลากันไปนอกจากจะฝากให้ติดตามเพลงตามธรรมเนียมแล้ว เขายังฝากกำลังใจให้กับแฟนคลับ และผู้ฟังทุกคนด้วย

        “ในตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบไปทุกที่ แม้ไม่มีคำไหนที่จะพูดให้ออกมาดีที่สุด แต่ผมอยากให้ทุกคนสู้ๆ เข้าไว้ครับ สู้ไปด้วยกัน แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือดูแลตัวเอง เราจะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ ครับ”

        เขาจบการสนทนาครั้งนี้ด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มที่ละมุนละไนตรึงจิตตรึงใจเราเหมือนกับเสน่ห์ที่อยู่ในเพลงของเขาอย่างไรอย่างนั้น

Txrbo


ภาพ: High Cloud Entertainment

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

คุลิกา แก้วนาหลวง

ชอบพูดคุยผ่านการขีดเขียนด้วยตัวอักษร อาศัยอยู่ในโลกจินตนาการ และใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นลูกครึ่งสัตว์วิเศษ