วรรธนา วีรยวรรธน: เพราะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว จึงต้องเพิ่มตำแหน่งเพื่อนร่วมทางให้กับลูก

The Guest
9 Aug 2019
เรื่องโดย:

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล, ธนดิษ ศรียานงค์

“เราจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดก็ตอนเราเป็นยาย เพราะเราจะรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเด็กคนหนึ่ง”

 

ประโยคบอกเล่าที่ทำให้คนเป็นแม่มือใหม่อย่างเราฉุกคิดขึ้นมา ประโยคดีๆ ที่คนพูดจะต้องผ่านความเหนื่อยและประสบการณ์ความเป็นแม่มานานมากพอจนเข้าใจได้อย่างแจ่มชัด คนคนนั้นก็คือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ‘เจี๊ยบ’ – วรรธนา วีรยวรรธน นักร้องและนักเขียนบท ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่นทั้งสองคน อย่าง ‘เนปาล’ เด็กสาววัย 18 ปี และ ‘ธิเบต’ หนุ่มน้อยวัย 15 ปี

เจี๊ยบ วรรธนา

 

ตอนเป็นแม่มือใหม่เมื่อ 18 ปีที่แล้ว คุณรู้สึกอย่างไร

     ย้อนกลับไปตอนที่เรามีลูกคนแรกตอนอายุสามสิบ รู้สึกว่าเรายังอยู่ในวัยทำงาน แต่ก็มีวุฒิภาวะทางด้านอารมณ์และการใช้ชีวิตมากพอระดับหนึ่ง เมื่อเรามีลูกเราก็พร้อมที่จะเทให้ เราคิดว่า เลี้ยงลูกไปด้วยทำงานไปด้วยไม่เห็นเป็นไรเลย เป็นไงล่ะ… (หัวเราะ) เพราะยังไงมนุษย์แม่จะไม่มีวันกลับไปเป็นคนเดิมได้อีกเลย

 

เมื่อต้องควบสองตำแหน่งทั้งงานและลูก คุณจัดการกับความรู้สึกนั้นอย่างไร

     ช่วงแรกๆ เราก็มีความขัดแย้งเหมือนกัน บางครั้งอยู่บ้านก็อยากออกไปทำงาน พอออกไปทำงานก็รู้สึกอยากอยู่บ้าน หรือทำงานอยู่แล้วอยากกลับบ้าน คิดถึงลูก มาถึงตอนนี้ก็รู้แล้วว่า เป็นเรื่องปกติ แม่ก็ไม่ต้องไปหงุดหงิดตัวเอง เพราะมันเป็นบริบทที่เราทำอยู่สองด้านในเวลาเดียว แต่แค่แยกสถานที่ มันถูกแล้วที่ต้องกังวลทั้งสองบริบท

     เราคิดว่า คนเป็นแม่จะต้องบาลานซ์ตัวเอง ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองและการดูแลลูก ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับแม่คนอื่นๆ แม่ในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหมด ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเอง และทำให้ดีที่สุดในแบบของเราก็พอ

 

แสดงว่าเวลาผ่านไปนานพอที่คุณจะเข้าใจมนุษย์จิ๋วและมนุษย์แม่มือใหม่จนรู้แล้วอะไรคือวิตก อะไรคือปกติ

     ใช่… แต่จริงๆ แล้ว เรารู้สึกเองว่า เราจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดเลยตอนเราเป็นยาย เราจะรู้ว่าการเลี้ยงลูกคนหนึ่งผ่านกระบวนการอะไรบ้าง และมีอะไรที่ดีที่สุดสำหรับเขา ยายจะเป็นคนที่ค่อยๆ บอก สอน และดูแล โดยที่ไม่เอาความเป็นตัวเองเข้าไปครอบหลาน นั่นทำให้หลายคนบอกว่า ทำยังไงดี ลูกติดยาย ไม่สนใจแม่ เราคิดว่าแม่มือใหม่ยังมีความไม่ปลอดภัยอยู่ลึกๆ ในตัวเองที่แสดงออกมาผ่านน้ำเสียง หรือแม้กระทั่งอุณหภูมิร่างกาย เด็กเล็กๆ ย่อมสัมผัสได้ แต่ก็ไม่ต้องรู้สึกผิด มันเป็นเรื่องปกติ อย่างเราเองตอนเลี้ยงเนปาล เป็นอะไรทีหนึ่งเราก็ร้องไห้ คือความเป็นแม่มือใหม่จะตระหนกทุกอย่าง แต่กับทิเบต บางอย่างเราก็ไม่เป็น เพราะเรารู้แล้ว

 

เจี๊ยบ วรรธนา

 

คุณใช้วิธีการเลี้ยงเด็กชายหญิงสองคนวัยไล่เลี่ยกันด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร

     เริ่มตั้งแต่ช่วง 0-7 ขวบเป็นช่วงวัยที่สำคัญ ตอนนั้น ‘พี่กบ’ – นิมิตร จิตรานนท์ สามีของเรายังอยู่ ซึ่งเราก็ทำได้ไม่ดีนักตอนเลี้ยงเนปาล แต่มันจะมีบางอย่างที่เราเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเขาเมื่อเขาเติบโตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ 7-14 ปี ซึ่งตอนที่เนปาลอายุได้ 10 ขวบ ส่วนทิเบต 7 ขวบ เราก็เสียพี่กบไป แต่การบอกลูกว่า พ่อไม่อยู่แล้ว ไม่ง่าย แต่พวกเราก็ต้องเดินหน้าต่อด้วยวิธีการเป็นเพื่อนกันจริงๆ

     อย่างตอนเนปาลมีประจำเดือน เราก็บอกว่า เธอเหวี่ยงผิดปกติ เป็นเมนส์ใช่ไหม ลูกก็ตอบว่าใช่ งั้นเราไปหาอะไรเปรี้ยวๆ กินกัน (หัวเราะ) ยิ่งกับลูกผู้ชาย ยิ่งต้องเลี้ยงให้เป็นเพื่อน แต่ไม่ถึงขั้นต้องไปเตะฟุตบอลด้วยกัน แต่มีสิ่งที่เราภูมิใจในตัวเองมากก็คือเราติวลูกสอบ ร.ด. ได้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกทั้งเราและลูกต่างก็กังวล เพราะลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึกว่าเขาไม่มีพ่อ เรื่องนี้ควรจะเป็นเรื่องของผู้ชาย เราก็เลยบอกกับลูกว่า ไม่เป็นไร เพราะว่าพ่อก็ไม่ได้เรียน ร.ด. พ่อไม่รู้เรื่องหรอก (หัวเราะ) และพอวันที่เขาทำได้โดยที่เรามีกันอยู่แค่นี้ แววตาของลูกที่กลับมาจากฝึก ร.ด. มันเป็นแววตาที่เขามองมา เหมือนเราได้ผ่านอะไรมาด้วยกันแบบที่ไม่ต้องพูดอะไรเลย ท้ายสุดลูกก็จะไม่ลืมเรื่องราวนี้

 

หากทุกวันนี้สามีของคุณยังอยู่จะส่งผลต่อสไตล์การเลี้ยงลูกของคุณด้วยหรือเปล่า

     ถ้าหากพี่กบยังอยู่จะเป็นอย่างไร เราไม่รู้ แต่เราก็ยังเป็นแม่แบบนี้ เพราะความเป็นเพื่อนมันเสถียร มีคุณภาพและทำให้พวกเราคุยกันง่ายขึ้น

 

สิ่งสำคัญที่สุดของการเลี้ยงลูกวัยรุ่นสไตล์เพื่อนคืออะไร

     กระบวนการสร้างความคิดบวก เท่ากับการได้รับความไว้วางใจในการใช้ชีวิต นี่คือแนวทางที่ครอบครัวของเราใช้ คุณพ่อคุณแม่ของเราเลี้ยงแบบ positive เราจำตอนประมาณสามสี่ขวบได้ พ่อให้เรากินกาแฟ เพราะเห็นว่าเราอยากกิน ชงแบบอ่อนๆ แล้วบอกว่า นี่คือเครื่องดื่มที่บ่งบอกว่าเป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้าอยากชิมจะให้ลอง จะได้รู้ว่าเป็นยังไง หลังจากนั้นเราก็รู้สึกตัวใหญ่มาก ไปโรงเรียนก็ยึดบอกว่าเมื่อเช้าเรากินกาแฟ สิ่งนี้คือกระบวนการที่ทำให้เราเรียนรู้เรื่องความไว้วางใจในการใช้ชีวิต ไว้ใจในสิ่งที่ลูกสนใจ ตัดสินใจ และไว้ใจว่าลูกจะดูแลชีวิตของตัวเองได้ดี

 

เจี๊ยบ วรรธนา

 

ความคิดเชิงบวกอาจเป็นเกราะป้องกันความเปราะบางทางความคิดได้ดีก็จริง แต่ก็ไม่ใช่การปฏิเสธความจริงที่ต้องเผชิญ

     ถูกต้อง เพราะถึงจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือบาดแผลใหญ่ในชีวิตสำหรับเด็ก ขนาดเราเป็นแม่ อย่างช่วงแรกๆ ก็โหวง แต่ก็อยู่ที่คนเป็นแม่เหมือนกันว่าจะนิ่งพอไหม แต่ยอมรับเลยว่าบางวันก็เป็นเราที่นั่งร้องไห้คิดถึงพี่กบ ลูกก็มานั่งลูบหัว ก็ผลัดกันอ่อนแอ ดูแลกันและกัน ถึงตอนนี้มันผ่านมาได้แล้ว แผลก็แห้งแล้ว แต่เราก็เห็นแผลอยู่ เราไม่ได้เจ็บปวดกับมันแล้ว เรารู้ว่ามันเคยเกิดขึ้น แล้วเราได้ก้าวข้ามมันไปแล้ว แผลจะอยู่ที่เดิมเพราะเราจะได้ไม่ลืมกัน

 

หากมีปาฏิหาริย์ ย้อนเวลาทำให้คุณกบกลับมาได้จริง คุณจะปฏิเสธไหม

     เราเคยคุยกับลูกๆ ว่า หากมีปาฏิหาริย์พ่อกลับมาได้จะเอาไหม เชื่อไหมทุกคนบอกว่า ‘ไม่’ เพราะมันยากที่จะบอกลา เราและลูกเลือกที่จะโตไปกับเรื่องความตาย ให้รู้ว่านี่คือส่วนหนึ่งของชีวิต เราบอกลูกเสมอว่าในขณะที่แม่อยู่อย่างนี้ แม่มีความตายเป็นส่วนหนึ่งของแม่ที่รออยู่ แม่เองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ลูกเองก็เช่นกัน เพราะเราเชื่อว่าการได้เจอกันในช่วงเวลาหนึ่งคือสิ่งที่ดีแล้ว หากได้เท่านี้ก็ต้องยอมรับ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เราสอนลูกให้รู้จักวาง สอนให้ปล่อย และสอนให้ก้าวต่อไป

 

สิ่งที่ดีที่สุดของแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณอยากจะบอกคืออะไร

     เราเชื่อว่าลูกคือเพื่อนร่วมทางของชีวิต ระหว่างทางที่ลูกโต และระหว่างทางที่แม่แก่ตัวลง ไม่ว่าจะเป็นยังไง แม่ก็จะยังเป็นแม่ และเป็นเพื่อนให้ลูกเสมอ ยิ่งถ้าเราเลี้ยงลูกคนเดียวด้วยแล้ว สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือ พยายามฟอร์มทีมของตัวเองให้เร็วที่สุด ให้กลายเป็น Big Team ที่มีความยืดหยุ่น

     เราต้องเป็นแม่ที่คอยรับฟัง เอ่ยคำว่า ขอบคุณ ขอโทษ และพร้อมปรับปรุงแก้ไข เราคิดว่า แม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเรา การพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ อย่างจริงใจกับลูก บอกกับเขาว่า ขอบคุณที่เขายืนข้างเรามาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งนี้มีค่าและสำคัญกับแม่มาก ทำให้แม่ผ่านมาได้ และทำให้เราไปต่อด้วยกันได้ สิ่งนี้คือการครองใจความเป็น ‘เรา’ ที่มีกันอยู่เพียงเท่านี้

 

การยอมรับความจริงคือทางออกของทุกสิ่ง

     ใช่ แต่เราไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผ่านสถานการณ์นี้ก่อน หากคุณโชคดีมีทั้งพ่อและแม่ก็ทำให้ดีที่สุด ต้องเห็นคุณค่าของการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แต่ถ้าไม่ใช่ ไม่ต้องไปเสียใจ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ เราเชื่อว่าลูกเป็นพลังให้แม่ เขารักเรามาก เขาพร้อมที่จะลำบาก พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่ออยู่กับเรา เพราะเราเป็นคนเดียวบนโลกที่บอกว่า เขาเหลืออยู่เท่านี้ อย่าไปน้อยเนื้อต่ำใจ กลัวหรือกังวลมากจนเกินไป ค่อยๆ ปรับและดูแลกันและกันให้ดีที่สุดก็พอ

แบ่งปันเรื่องราวนี้:
เรื่องโดย

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล

กองบรรณาธิการ นิตยสาร a day BULLETIN ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคุณแม่ half time เลี้ยงลูกชายวัยเบบี๋ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง (ของชีวิต) ต้องปั่นต้นฉบับส่งให้คุณอ่านกันรัวๆ

เรื่องโดย

ธนดิษ ศรียานงค์

ช่างภาพที่ชอบการเดินทาง แต่จำทางไม่ค่อยได้ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นหลง